เรื่อง มาริสาอายุ 27 ปี ผู้แต่ง จักรพันธุ์ ขวัญมงคล, จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุทร, จิราภรณ์ วิหวา, ชนัญญา เตชะจักรเสมา (point of view), ดุจดาว วัฒนปกรณ์, ตินกานต์, ธนชาติ ศิริภัทราชัย, ลูกแก้ว โชติรส, สุกัญญา สมไพบูลย์, องอาจ ชัยชาญชีพ, โอ๊ต มณเฑียร, t_047 ภาพประกอบ โอ๊ต มณเฑียร สำนักพิมพ์ อะโวคาโด บุ๊กส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169378419 มาริสาอายุ 27 ปี เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีมาริสา 12 คน จาก 12 ปลายปากกานักเขียน และผู้ที่ไม่ใช่นักเขียน แต่มีความโดดเด่น น่าสนใจ มาริสาอายุ 27 ปี เป็นหนังสือเปิดตัวเล่มแรก ของสำนักพิมพ์อะโวคาโด บุ๊กส์ ของครูทอม Read More →

เรื่อง บันทึกภาษาไทยของผมผู้แต่ง โทะโมะยะ อิซากะสำนักพิมพ์ แซลมอนเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162985454 เป็นบันทึกแทรกอารมณ์ขันที่อ่านได้เรื่อยๆของชายหนุ่มญี่ปุ่นผู้คลั่งรักประเทศไทยรักภาษาไทย รักตัวอักษรไทย และรักอาหารไทยเขาหลงใหลทุกอย่างที่เป็นไทย โดยเฉพาะผักชีและคอหมูย่าง >,< เป็นบันทึกที่เต็มไปด้วยความสุข สนุก ตื่นเต้นตกใจ ในสิ่งใหม่ๆ ที่ได้พบเห็นในทุกวันอิซากะเป็นคนคิดบวกและอารมณ์ดีมากๆที่ไม่ว่าเจอเรื่องอะไร เราก็เห็นรอยยิ้มในบันทึกของเขาเสมอไม่ว่าจะถูกมอเตอร์ไซคล์ไล่ลงกลางทาง ตัดผมตัวเองแหว่ง ฯลฯ อิซากะเป็นคนมีอารมณ์ขัน มีศิลปะการเล่าเรื่องบันทึกสั้นๆ ของเขาในแต่ละวัน มีจังหวะการเล่าเรื่องที่สนุกดีมีการกั๊กมุกเอาไว้เฉลยตอนท้าย ขำ ฮา สนุก และน่ารักค่ะ ^^ อิซากะเปิดประสบการณ์ไทยๆ ด้วยการกินอาหารไทยแรกพบด้วยการทรมานกับความเผ็ดของอาหารไทยแต่ความทรมานนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นหลงรักในที่สุดเขารู้สึกว่าตัวอักษรไทยน่ารักและขอให้เพื่อนคนไทยสอนภาษาไทยให้เขาเคยมาเที่ยวเมืองไทยกินอาหารไทยหลากหลาย และยิ่งหลงรักมันมากขึ้นเรื่อยๆเขาหัดทำอาหารไทย เที่ยวเมืองไทยแล้วในวันหนึ่งเขาก็ย้ายมาอยู่เมืองไทย! นี่คือเรื่องราวในบันทึกของเขา ผ่านทางเพจชื่อเดียวกันกับหนังสือเล่มนี้บันทึกภาษาไทยของผม ขอบคุณสำนักพิมพ์แซลมอนค่ะที่ส่งหนังสือสนุกๆ ที่อ่านแล้วมีความสุขขนาดนี้มาให้อ่านดีใจที่ได้อ่านค่ะ ^^  

เรื่อง บ้านนี้หมาไม่เห่า 10 THINGS I HATE ABOUT MAOHAI ผู้แต่ง พลอยจะเพลิน เผ่าพันเลิด สำนักพิมพ์ แซลมอน เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162985393 ในฐานะที่เป็นทาสหมา ไม่ใช่ทาสแมว ออกจะน้อยใจนิดๆ ที่มีแต่หนังสือแมวเต็มตลาด และแล้ว แซลมมอนก็มองเห็น .. และคิดถึงหัวอกคนรักหมาแบบเรา >,< บ้านนี้หมาไม่เห่า 10 THINGS I HATE ABOUT MAOHAI เป็นหนังสือที่พูดถึงหมาล้วนๆ แม้จะพูดได้ไม่ค่อยเต็มปากนักว่า มันเป็นหนังสือของคนรักหมา ;P พลอยจะเพลินเล่าเรื่องเจ้าเม่าไห่ หมาไม่เห่าประจำบ้านของเธอ เธอเล่าออกมาให้รูปแบบของภาพการ์ตูน แบ่งเป็นตอนสั้นๆ ทุกตอนล้วนแล้วแต่เล่าถึงวีรกรรมของเจ้าเม่าไห่ ที่ถึงแม้มันจะไม่เห่า แต่ความป่วนกวนอื่นใดนั้น เม่าไห่ไม่แพ้หมาสายพันธุ์ใดในโลกนี้แน่ๆ อย่างที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องด้วยภาพการ์ตูน ดังนั้น ภาพปกฝีมือผู้เขียนจึงออกมาสวยมาก ส่วนภาพประกอบภายในเล่ม แม้จะดูเกรี้ยวกราดหน่อยๆ แต่พออ่านจริงๆ กลับเข้ากันดีกับเนื้อเรื่อง และเข้ากันได้ดีมากกกกก กับความแสบสันต์ของเม่าไห่ ยิ่งถ้าเป็นการอ่านถึงตอนที่บะหมี่กับไอ้เม่าตีกันแล้วละก็ ภาพช่วยส่งเรื่องส่งอารมณ์ได้เมามันส์ยิ่งนัก ยิ่งอ่านก็ยิ่งหมั่นเขี้ยวเจ้าหมาไม่เห่าตัวนี้จริงๆ ค่ะ บ้านนี้หมาไม่เห่า Read More →

เรื่อง จวบจนสิ้นแสงแดงดาวผู้แต่ง กิตติศักดิ์ คงคาสำนักพิมพ์ 13357เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168296066 จวบจนสิ้นแสงแดงดาว เล่าเรื่องระหว่างสองชายนายบ่าวโดยมีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองกัมพูชาในยุคที่เขมรกำลังจะกลายเป็นเขมรแดงอเมริกาได้ถอนกำลังออกไปและคอมมิวนิสต์จากจีนกำลังย่างเยื้องเข้ามา เขมรแตกออกเป็นเสี่ยงๆเจ้าผู้ปกครองแต่เดิม .. เจ้านโรดมสีหนุลี้ภัยไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นอยู่ที่ฮ่องกงในขณะที่ภายในประเทศ เป็นการฟาดฟันกันระหว่างนายพลลอนนอลซึ่งก่อการรัฐประหารต่อเจ้านโรดมสีหนุขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มของพลพต กับเขียวสัมพันธ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากคอมมิวนิสต์ คัดง้างอยู่อีกฝ่าย ท่ามกลางความแตกแยกใหญ่หลวงนี้รุธิระ ธีรวงศ์ ชายหนุ่มผู้มีเชื้อสายสืบทอดลงมาจากฝ่ายเจ้านโรดมฯแม้จะเจืองจาง หากก็ยังเกี่ยวพันกับราชวงศ์เขาจึงกลายเป็น “ฝ่ายหนึ่ง” ทั้งที่ไม่ต้องการเลือกฝ่ายด้วยนิสัยส่วนตัวรักสงบและรักที่จะใช้ชีวิตไปกับการอ่านหนังสือ .. มากเท่าที่จะอ่านได้เขามิได้อ่านด้วยตาตัวเอง ..เขาเป็นชายตาบอด .. ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่และต้องการเพียงผู้ดูแลอีกหนึ่งคน เรื่องเริ่มต้นขึ้นในตอนที่ รุธิระกำลังประกาศรับสมัครผู้ดูแลคนใหม่และชายผู้ที่มีคุณสมบัติตรงกับที่ใจเขากำหนดไว้มากที่สุดคือหนุ่มน้อยนามอุทิศ นี่คือเรื่องราวของสองนายบ่าวนี่คือเรื่องราวของมิตรภาพ ความรัก และความไว้เนื้อเชื่อใจที่วันหนึ่ง สองคนจะต้องระหกระเหินไปในป่าเพื่อหลบลี้ภัยสงคราม ข้ามพรมแดนไทย – กัมพูชาหนึ่งชายตาบอด กับหนึ่งบ่าวที่แสนจะจงรักภักดี .. ผู้เขียนบอกเล่าเรื่องราวด้วยสำนวนเสนาะและรักษาสำนวนเช่นนี้ได้สม่ำเสมอตั้งแต่ต้นไปจนจบเสน่ห์ของหนังสือเรื่องนี้อยู่ที่การบรรยายฉากด้วยความรู้สึกและผัสสะของชายตาบอดการบรรยายเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร และถ่ายทอดให้เราดำดิ่งร่วมไปกับพวกเขา กดดัน กลัว กล้า สับสน ทุกข์ทน โกรธ เศร้า สงสาร ฯลฯโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ มันช่างเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ อดไม่ได้ที่จะต้องพูดซ้ำคำเดิมๆ ว่านี่เป็นอีกหนึ่งหนังสือดีในปีนี้สำหรับเราค่ะ 🙂  

เรื่อง ฉันดื่มดวงอาทิตย์ผู้แต่ง บินหลา สันกาลาคีรีสำนักพิมพ์ ไรท์เตอร์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167751795 ฉันดื่มดวงอาทิตย์ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของคุณบินหลาฯการตีพิมพ์ในครั้งที่เราอ่าน มีเรื่องสั้นจำนวนสิบเรื่องรวมในเล่มซึ่งมีเรื่องสั้นเพิ่มมาจากการพิมพ์ครั้งแรก 2 เรื่อง แม้จะเป็นผลงานตีพิมพ์ครั้งแรกแต่เรื่องสั้นหลายเรื่อง เคยถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารฉบับต่างๆ มาแล้วบางเรื่องได้รับการตีพิมพ์มากกว่า 1 ครั้งดังนั้น .. แม้จะเป็นผลงานการตีพิมพ์ครั้งแรก ..แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะเรื่องแรก พราย ภาษาที่ต้อนรับเราเข้าสู่หนังสือเล่มนี้สละสลวยสวยงามเป็นกวีฉากและพล็อตของเรื่องห่างไกลจากความคุ้นชินเป็นฉากชนบทกลิ่นอาบแบบขวัญเรียม ในเรื่องสั้นเรื่องต่อๆ มา ภาษาไม่ได้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมดมีทั้งที่ใช้ภาษาบอกเล่าธรรมดา อ่านง่ายบางเรื่องบอกเล่าฉากชีวิตมนุษย์เงินเดือนบางเรื่องถ่ายทอดอุดมการณ์ของนักศึกษาเมื่อราว 20 – 30 ปีก่อนซึ่งเป็นยุคหลัง 6 ตุลาฯ และ 14 ตุลาฯ มาอีกสักพัก ฯลฯซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้รับอรรถรสของเรื่องสั้นในอีกแบบ ไม่ได้อ่านเรื่องสั้นมานาน และเรื่องสั้นก็ไม่ใช่ทางของเราแต่คิดว่าเรื่องสั้นที่ดีต้องแบบนี้แหละปูเรื่องเรื่อยๆ จนพอจะเข้าเรื่อง เราเริ่มอินเริ่มติดตามว่าจะยังไงต่อผู้เขียนก็ฟาดเข้าที่แสกหน้าจบลงด้วยอาการเหมือนถูกตัวอักษรฟาดหัวมันไม่ใช่การหักมุม แต่มันเป็นความรู้สึกแบบที่ว่าเฮ้ย จบงี้เลยเหรอเป็นการลงดาบที่มั่นคง ฉับไว และมั่นใจมากๆ เราชอบความเปรียบเทียบชอบวิธีการจับความขัดแย้งมาวางอยู่คู่กัน ชอบการตัดจบและชอบความรู้สึกแบบที่ว่าเรื่องสั้นที่สนุกสำหรับเราก็มีอยู่เหมือนกันนี่นา 🙂  

เรื่อง หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดาย ในกระจก ผู้แต่ง สุจิมุระ มิซึกิ ผู้แปล บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์ สำนักพิมพ์ น้ำพุ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162874819 อันไซ โคโคโระ เป็นเด็กประถมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นชั้นมัธยมมาได้ไม่นาน เมื่อย้ายโรงเรียนใหม่ และไม่มีเพื่อนที่สนิทกันมาก่อน ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็กลายเป็นที่หมายหัวของซานาดะ หัวโจกของห้อง เพื่อนๆ เริ่มไม่กล้าไปไหนกับเธอ ไม่กล้าพูดคุยกับเธอ แล้วในที่สุดเธอก็กลายเป็นคนที่ถูกกลั่นแกล้ง เรื่องราวเลวร้ายต่างๆ ทำให้ความมั่นใจภายในถูกลดทอน เธอไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนอีกต่อไป โชคยังดีที่เธอมีพ่อแม่ที่เข้าใจ หรืออย่างน้อยก็พยายามจะเข้าใจ แม่พาเธอไปดูโรงเรียนใหม่ เป็นโรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่มีปัญหาเช่นเธอ ทุกอย่างดูเหมือนจะดี แต่วันแรกที่เธอจะต้องไปโรงเรียน เธอกลับรู้สึกปวดท้อง เป็นความรู้สึกปวดท้องที่จริงจัง ไม่ได้แกล้งทำ เธอรู้ว่าเธอทำให้แม่ผิดหวัง และเธอก็รู้สึกผิดหวังกับตัวเอง การที่ต้องจมอยู่กับบ้าน ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ในวัยเดียวกันได้ไปโรงเรียน เป็นความผิดหวัง เป็นความอับอาย เธอรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ รู้สึกผิดกับตัวเอง เป็นความรู้สึกแย่ๆ ที่หาทางออกไม่ได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่ง กระจกบานใหญ่ในห้องเธอก็ส่องแสงประหลาด ตอนที่เธอเอื้อมมือไปแตะ ผิวกระจกก็กลายเป็นความรู้สึกหยุ่นๆ และดูดร่างเธอเข้าไปข้างใน เธอลืมตาขึ้นอีกครั้งที่ปราสาทแสนสวย มีเด็กหญิงวัยประถมสวมหน้ากากหมาป่า .. Read More →

เรื่อง  ร้านเครื่องเขียนนั้นใต้ต้นสึบากิ ผู้แต่ง โอกาวะ อิโตะ ผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัย สำนักพิมพ์ น้ำพุ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162875007 ร้านเครื่องเขียนนั้นใต้ต้นสึบากิ เรื่องนี้ เล่าผ่านมุมมองของตัวละครคนเดียวเลย คือ อาเมมิยะ ฮาโตโกะ เธอมีฉายาที่ถูกตั้งมาตั้งแต่เด็กว่าป๊บโปะจัง เพื่อนบ้านที่สนิทกัน หรือคนที่รู้จักเธอมาตั้งแต่เด็กๆ พากันเรียกเธอว่าป๊บโปะจัง หนังสือเปิดเรื่องขึ้นในตอนที่ป๊บโปะจังเพิ่งจะกลับมาที่บ้านเกิด หลังจากที่ญาติคนที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กเสียชีวิตไป เธอยอมกลับมาดูแลร้านเครื่องเขียนร้านเก่าแก่ที่เธอเติบโตมา เพราะไม่อยากขายที่ดินผืนนี้ และไม่ต้องการให้ต้นสึบากิต้นใหญ่ที่หน้าร้านต้องถูกตัด แม้จะมีคำว่าร้านเครื่องเขียนอยู่ในชื่อเรื่อง แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเครื่องเขียนสักเท่าไร มันเป็นเรื่องที่ว่าด้วยรายละเอียดของการเขียนจดหมาย ตามธรรมเนียมญี่ปุ่นโบราณ ที่มีข้อกำหนดมากมายราวกับเป็นพิธีกรรม อันที่จริง เครื่องเขียนเป็นองค์ประกอบเล็กๆ องค์ประกอบหนึ่งในเรื่อง แม้จะมีความสำคัญ แต่การตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ก็ชวนให้เข้าใจผิดอยู่สักหน่อย เพราะนอกจากร้านเครื่องเขียนใต้ต้นสึกบากิแห่งนี้ จะเป็นเพียงร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ที่มีเครื่องเขียนขายอยู่ไม่มากนักแล้ว อาชีพสำคัญที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ ก็คืออาชีพรับเขียนจดหมาย .. ป๊บโปะจังถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวด ถูกบังคับให้ต้องท่องจำตัวอักษรของญี่ปุ่น ทั้งฮิรางานะ คาตากานะ คันจิ หนังสือภาพที่ได้นั่งดูตอนเด็กๆ แทนหนังสือนิทาน ก็คือหนังสือภาพตัวอักษรโบราณ พอโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องหัดคัดลายมือทุกวัน ยิ่งโตขึ้น จำนวนชั่วโมงที่ต้องคัดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นด้วย จึงไม่แปลกที่พอถึงวัยหนึ่ง เธอจึงเริ่มต่อต้านครอบครัว ต่อต้านอาชีพของครอบครัว ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นญี่ปุ่น Read More →

เรื่อง หมอคนสุดท้ายจะนึกถึงคุณเมื่อมองดูซากุระผู้แต่ง นิโนมิยะ อัตสึโตะผู้แปล อภิญญา เตชะบุญไพศาลสำนักพิมพ์ น้ำพุเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162874581 หมอคนสุดท้ายจะนึกถึงคุณเมื่อมองดูซากุระเล่าเรื่องราวความแตกต่างระหว่างหมอสองคน ฟุกุฮาระ มาซากาสึศัลยแพทย์วัยหนุ่ม อยู่แผนกศัลยกรรมรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมุซาชิโนะชิจิจูจิเขาเป็นลูกชายของผู้อำนวยการแต่ขณะเดียวกันก็มีฝีมือเขาเชื่อในปาฏิหาริย์ ยอมสู้จนสุดความสามารถเพื่อยื้อชีวิตคนไข้เอาไว้ให้ได้ คิริโกะ ชูจิแพทย์แผนกโรคผิวหนัง โรงพยาบาลมุซาชิโนะชิจิจูจิคิริโกะเป็นหมอที่ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนใดชอบพอเพราะทัศนคติและนิสัยส่วนตัวบางอย่างเขามีฉายาว่า “ยมทูต” เพราะเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่คนไข้ให้เลิกรักษาและกลับไปใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความสุขที่บ้านเขาเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก ยึดหลักเหตุผลอย่างเคร่งครัด โดยที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจผู้ฟังเลยเป็นคนตรงไปตรงมาขั้นสุด จนไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น ด้วยลักษณะนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วทำให้ทั้งฟุกุฮาระและคิริโกะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เลยพวกเขาไม่เคยมีความเห็นตรงกันทั้งคิริโกะยังอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่าฟุกุฮาระที่เป็นถึงรองผู้อำนวยการฯทำให้เขาแทบจะถูกโดดเดี่ยวในการทำงานแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของเขาคิริโกะยังคงมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในวิถีทางของตนเองเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาเลือกทำ คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ ท่ามกลางความขัดแย้งนี้เอง ยังมีอายุรแพทย์อีกคนหนึ่ง ..โอโตยามะ ฮารุโอะเป็นแพทย์ที่ไม่ได้มีความสุดยอดด้านใดด้านหนึ่งแต่เขาเป็นคนแรกที่มองออกว่าหากทั้งฟุกุฮาระและคิริโกะได้ร่วมงานกันด้วยใจจริงลักษณะนิสัยของคนทั้งคู่ จะต้องทำให้โรงพยาบาลก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งพิงสำหรับคนไข้ได้มากกว่าที่เคยเป็น ในความเป็นจริงแต่หนหลังโอโตยามะ คิริโกะ และฟุกุฮาระ เคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อนพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเมื่อตอนที่เป็นนักเรียนแพทย์โอโตยามะ อยากให้วันเวลาดีๆ เช่นเดิมคืนกลับมาอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนอีกสองคนเลย หมอคนสุดท้ายจะนึกถึงคุณเมื่อมองดูซากุระแบ่งออกเป็น 3 บท เล่าเรื่องผ่านคนไข้ 3 คนบทแรก เป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศที่อายุเพียง 30 กว่าๆเขาป่วยเป็นโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวอย่างปุบปับและอาการของโรครุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในบทต่อมา คนไข้คนที่สองของเรื่องนี้ เข้ามาด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งวัย สถานะ และคุณสมบัติส่วนตัวทำให้เธอเป็นคนไข้ที่มีผลต่อจิตใจที่เหมือนจะตายด้านไปแล้วของผู้ที่เป็นหมอหมอผู้รักษาได้กลับมามีหัวใจที่อ่อนนุ่มอีกครั้ง เมื่อได้เริ่มต้นตรวจรักษาเธอ บทสุดท้าย เป็นบทที่น่าจะเป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องเป็นบทที่ขมวดปมของเรื่องราวทั้งหมด บีบเค้น ดราม่าแต่ถ้าถามความรู้สึกขณะอ่านเรากลับชอบความรู้สึกตอนที่อ่านสองบทแรกมากกว่าอาจเป็นเพราะผู้เขียนต้องการหักมุม หรืออะไรก็แล้วแต่เรารู้สึกว่าความรู้สึกสมจริงมันลดลงไปในบทสุดท้ายมันมีความดราม่าแบบภาพยนตร์หรือละครมากขึ้นเหมือนผู้เขียนจงใจใส่ความสุดโต่งเกินจริงหรือไม่อีกที ผู้เขียนก็ยังทำให้เราเชื่อไม่ได้ถึงเส้นอารมณ์และนิสัยที่เปลี่ยนกลับไปกลับมาของตัวละครตัวหนึ่ง Read More →

เรื่อง ถอดรหัสสัญลักษณ์ปริศนา ผู้แต่ง ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ สำนักพิมพ์ สารคดี เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744842701 หยิบเล่มนี้มาอ่านคั่นจังหวะชีวิต ถอดรหัสสัญลักษณ์ปริศนา เป็นหนังสือเล่าเกร็ดความรู้ทั่วไป ผ่านมุมมองสนุกๆ ของนักวิทยาศาสตร์อย่าง ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ แต่ละเรื่องที่ผู้เขียนหยิบมาเล่า เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับศิลปะที่ผนวกไปกับความเชื่อโบราณ อย่างเช่นศาสตร์ของการสร้างเมือง สร้างสถาปัตยกรรมยุคโบราณ ในแถบประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงบ้านเราด้วย ที่วางแผนผังของเมือง และสิ่งก่อสร้างสำคัญ ตามตำนานการสร้างเขาพระสุเมรุ อาคารที่ยึดถือรูปแบบเช่นเดียวกันนี้ ยกตัวอย่างเช่น นครวัด วิหารโบโรบุดูร์ (บุโรพุทโธ) หรือแม้แต่วัดพระแก้วบ้านเรา ผู้เขียนยังเล่าต่อมาถึงเรื่องศิลปะอินเดีย ในเรื่องของรูปสลัก และปางต่างๆ ของเทพฝ่ายพราหมณ์ เรื่องความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ทั้งของเทศของไทย ฝั่งจีน ญี่ปุ่นก็ด้วย ครอบคลุมไปถึงตำนานเทพเจ้าฝรั่ง กรีก โรมัน ฯลฯ เรื่องวิวัฒนาการของตัวอักษร A – Z ตั้งข้อสังเกตเรื่องความเหมือนและความต่างของธงประจำประเทศ ซึ่งสีและลักษณะหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน ก็อาจให้ความหมายที่คล้ายกันด้วย ทั้งหมดนี้ ผู้เขียนหยิบยกศิลปะและความเชื่อที่มีอยู่เดิม หยิบมาตั้งข้อสังเกตุ และวิเคราะห์ในเชิงวิทยาศาสตร์ มีสาระแทรกอารมณ์ขัน อ่านง่าย Read More →

เรื่อง คำสารภาพของเพื่อนในจินตนาการ ผู้แต่ง มิเชลล์ คูวาส ผู้แปล พรพยงค์ นำธวัช สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161819613 ถ้าจู่ๆ วันหนึ่ง เรารู้ว่าพี่สาวที่สนิทที่สุดของเรา มีเพื่อนในจืนตนาการ แต่ไม่บอกเรา .. แล้วถ้าจู่ๆ วันหนึ่ง เราได้รับรู้ว่าตัวตนของเรา ความชอบของเรา ชีวิตของเรา ทุกสิ่งที่อย่างที่รวมกันเป็นเรา .. เป็นเพียงจินตนาการของเด็กหญิงคนหนึ่ง ถ้าทุกอย่างที่เป็นเรา .. แม้แต่ตัวเราเองไม่ได้มีอยู่จริง .. คำสารภาพของเพื่อนในจินตนาการ มันเป็นเรื่องแบบนั้น ผู้เขียนเล่าเรื่องของเด็กชายคนหนึ่ง ที่มีพี่สาวฝาแฝดที่สนิทที่รู้ใจที่สุด แล้วเขากลับกลายมาพบภายหลังว่า ตัวเขาเป็นเพียงเพื่อนในจินตนการของเธอเท่านั้นเอง ความจริงที่บาดหัวใจคนคนหนึ่งได้มากที่สุด ได้สร้างการดิ้นรนและหนทาง .. เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น จินตนาการของผู้เขียนยังทำงานต่อ ถึงเพื่อนในจินตนาการของเด็กๆ อีกมากมาย ผู้เขียนสร้างโลกแห่งเพื่อนในจินตนาการขึ้นมาอีกโลกหนึ่ง ผู้เขียนนำเสนอมุมมอง และแนวความคิดแบบใหม่ ที่เราเคยมีต่อเพื่อนในจินตนาการ จากที่เราเคยมองเพื่อนๆ เหล่านี้ผ่านตัวละครเด็ก ในเล่มนี้ ผู้เขียนจับเราพลิกมองมุมกลับ และเล่าเรื่องผ่านความรู้สึกนึกคิดของสิ่งที่ไร้ตัวตนเหล่านี้ ผู้เขียนทำให้เรารู้สึกถึงความผูกพัน ระหว่างเด็กๆ กับเพื่อนในจินตนาการของพวกเขา ทำให้เรามองเห็นอิทธิพลของเหล่าเพื่อนๆ ที่ไม่มีใครมองเห็นเหล่านี้ และประเด็นสำคัญนี้เองที่ทำให้เราซาบซึ้งกับเรื่อง คำสารภาพของเพื่อนในจินตนาการ Read More →