เรื่อง I ROAM ALONETHAI – SIBERIA issueผู้แต่ง มิ้นท์สำนักพิมพ์ บันลือบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162981883 และแล้วก็มีวันได้อ่านเจ้าหนังสือหายากเล่มนี้สักที!! I roam alone เป็นหนังสือเล่าประสบการณ์การเดินทางคนเดียวของมิ้นท์ก่อนที่มิ้นท์จะกลายมาเป็น มิ้นท์ I roam alone ที่เรารู้จักกันดีก่อนที่มิ้นท์จะตะลุยไปแล้วทั่วโลกมิ้นท์ก็เคยเริ่มต้นอย่างเตาะแตะมาก่อนแม้บันทึกการเดินทางในเล่มนี้ จะไม่ใช่เส้นทางสายแรกของเธอแต่มันยังทำให้เราเห็นความสดใหม่เห็นความกลัว ความไม่กล้า ในแต่ละประสบการณ์ที่ได้รับการอ่านทำให้เรามองเห็นความรู้สึกภายในใจได้มากกว่าการดูผ่านคลิป เราเคยเห็นมิ้นท์กินของแปลกมาแล้วทั่วโลกเริ่มอย่างเบาะๆ เช่นจู๋ทะเล หมึกสด แมงป่องทอด ด้วงสาคูค่อยๆ อัพเลเวลมาเป็นเพรียงทะเลสดๆ ข้าวหมกอูฐ วาฬ แมวน้ำ และช้างน้ำและที่สุดในใจเราคือหัวแกะ(ซึ่งรวมไปถึงสมองและลูกตาของมัน!)คือมิ้นท์กินมาหมดแล้ว สำหรับเรามิ้นท์เป็นคนกินได้ทุกอย่าง .. แต่ .. ก่อนมาเป็นมิ้นท์ที่กินได้ทุกอย่างแบบนี้เธอเคยเสียน้ำตาเพราะต้องฝืนกินองคชาติของม้ามาแล้วทุกวันนี้ เรานึกภาพแบบนี้ของมิ้นท์ไม่ออกเลยทีเดียวประสบการณ์เศร้าที่ว่า ถูกเล่าเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ .. การอ่านหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกับการดูสารคดีในช่องของมิ้นท์น่ะแหละเราชอบทัศนคติ และวิธีเล่าเรื่องในคลิปของเธอแต่ชอบการเล่าเรื่องแบบในคลิปมากกว่าหนังสืออย่างที่บอก เล่มนี้มันเพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น ..เพิ่งจะเป็นก้าวแรกของเธอมันเป็นต้นกำเนิดของ I roam alone นอกจากสถานที่ ผู้คนก็เป็นส่วนประกอบของทริปที่สำคัญเช่นกันนอกจากสถานที่ หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องของคนด้วยมิ้นท์เป็นคนที่ชอบทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆว่ากันตามตรงแล้ว นี่ไม่ใช่ทริปที่เพอร์เฟ็คเท่าไรมันมีเหตุการณ์ที่ดีและแย่เกิดสลับๆ กันไปตลอดทั้งทริปแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไร มุมมองที่มิ้นท์มีต่อมัน และได้เรียนรู้จากมันต่างหากที่มันทำให้เธอตกหลุมรักการเดินทาง ระหว่างเดินทาง Read More →

เรื่อง เดเมียน ผู้แต่ง เฮอร์มานน์ เฮสเส ผู้แปล สดใส สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9743415084 เดเมียน เป็นหนังสือที่ยากตอนเริ่มต้นนิดหน่อย โดยเฉพาะเรื่องราวที่บีบเค้นความรู้สึกในบทแรก แต่พอผ่านบทนั้นมา ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องก็ทำให้เราสนุกไปกับมัน ตอนเริ่มต้น เราเข้าใจว่าหนังสือกำลังเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง แต่พอผ่านพ้นช่วงต้นไป เรื่องกลับพาเราเข้าสู่อีกเรื่อง ซึ่งเป็นหลักใหญ่ใจความสำคัญของเฮสเส ไม่ต่างจากเล่มแรกที่เราอ่าน (สิทธารถะ) เราว่า เดเมียน เข้าใจยากกว่าสิทธารถะ เดเมียน เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่ชื่อว่า เอมิล ซินแคลร์ ปัญหาชีวิตครั้งแรกของซินแคลร์เริ่มต้นขึ้นในวัยเด็ก แมกซ์ เดเมียน คือเพื่อนที่มาช่วยฉุดเขาขึ้นจากปลักตมนั้น หลังจากนั้น เดเมียนก็กลายมาเป็นผู้ที่มีผลต่อจิตใจของซินแคลร์ เดเมียนเป็นตัวละครที่มีจุดเด่น และมีลักษณะบางอย่างเหนือจริง เป็นตัวละครที่ฉลาดเฉลียว น่าทึ่ง เขามีมุมมองที่แปลกแยกไปจากกรอบเดิมของศาสนา และตรรกะของเดเมียนนี่เอง ที่สั่นคลอนความศรัทธาของซินแคลร์ หลายครั้งที่เหตุผลของเขาทำให้ซินแคลร์กังขาในคำสอนของพระเจ้า เดเมียนสอนให้เขาสงสัย และครุ่นคิดหาคำตอบ ซึ่งมันทำให้ความศรัทธาอย่างแรงกล้าตลอดมา เริ่มไม่มั่นคง และความรู้สึกเช่นนั้นช่างน่ากลัว ตอนที่เราเริ่มสงสัยต่อสิ่งที่เราศรัทธามาตลอดนั้น ช่างสร้างความหวั่นหวาด หมดไร้ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยว ผู้เขียนเขียนถึงความรู้สึกของคนได้ลึกซึ้ง ดึงดูดเราให้เข้าไป .. เข้าใจในความรู้สึกของตัวละคร ที่มีต่อสิ่งที่พวกเขาประสบอยู่ Read More →

เรื่อง สิทธารถะ ผู้แต่ง แฮร์มัน เฮสเซ ผู้แปล สีมน สำนักพิมพ์ ตรัสวิน (ซิลค์เวอร์มบุคส์) เลขมาตรฐานหนังสือ 9747047594 นี่คือการหยิบ สิทธารถะ มาอ่านเป็นครั้งที่สองของเรา หากจะนับครั้งแรกที่อ่านไม่จบด้วยน่ะนะ เมื่อแรกอ่าน เราหยิบ สิทธารถะ มาอ่านด้วยความไม่รู้อะไรเลย รู้เพียงแต่ว่า นี่เป็นวรรณกรรมที่ควรค่าแก่การอ่านเล่มหนึ่ง ความรู้สึกแรกจากชื่อเรื่องก็คือ นี่คือหนังสือกึ่งพุทธประวัติ แต่พอได้อ่าน สิทธารถะกลับไม่ใช่สิทธัตถะ หากแต่เป็นบุคคลที่เกิดร่วมยุคสมัยกัน ระหว่างอ่าน เราพบว่า สิทธารถะ มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกับพระพุทธเจ้า คล้ายจนรู้สึกว่าผู้เขียนจงใจ โดยไม่ทราบเจตนา ยิ่งอ่านก็ยิ่งอึดอัดขัดข้องใจด้วยความรู้สึกภายใน .. สุดท้าย เราก็เลิกอ่านหนังสือเล่มนี้ไป .. จบแค่นั้น แล้ววาระอันควรอ่าน สิทธารถะ ก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อกิจกรรมในบุ๊คคลับวันศุกร์ ชวนกันมาอ่านเล่มนี้ .. ก่อนวันที่จะได้อ่านกับเพื่อนๆ ในบุ๊คคลับ เราหยิบเล่มนี้มาอ่านคนเดียวก่อน เพราะอยากมีประสบการณ์ส่วนตัวกับ สิทธารถะ เป็นการอ่านที่แทบจะรวดเดียวจบ โดยที่ความรู้สึกต่อต้านที่มีในตอนแรกถูกวางทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มอ่าน การเริ่มอ่าน สิทธารถะ ในครั้งนี้ เราเพียงแต่ปรับจูนภาษา และบางคำศัพท์ในช่วงเริ่มต้น มีต้องอ่านทวนกลับไปกลับมาบ้าง Read More →

เรื่อง โลกคู่ขนาน ผู้แต่ง คณา คชา สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165107907 ผู้เขียนเริ่มต้นเรื่องด้วยการเล่าเรื่องในอดีตครั้งยังเด็ก ที่เธออยู่บ้านกับพ่อ กับพี่สาว และพี่ชายในบางช่วงเวลา บ้านมักจะมีอะไรแปลกๆ เวลาที่พ่อไม่อยู่ ผู้หญิงสวมชุดไทย ห่มสไบ นั่งพับเพียงบนเนินดินหลังบ้าน อีกครั้งคือพลทหารหัวเกรียน กะลิ้มกะเหลี่ย .. หรือนักวิ่งไม่หยุดบนภูเขา .. ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่อง ส่วนหนึ่งของความทรงจำ ไม่ใช่เรื่องผีอย่างที่เราหลงเข้าใจไปเมื่อแรกอ่าน โลกคู่ขนาน เป็นหนังสือที่เล่าถึงความรัก ความระลึกถึง เล่าถึงครอบครัว ความผูกพัน ความทรงจำ เรื่องค่อยๆ เดินเนินไปข้างหน้า จากวัยที่เคยเป็นลูก ก้าวเข้าสู่วัยของเมียและแม่ ขณะเดียวกัน วันเวลาก็ย่ำเท้าเดินหน้าถอยหลังอยู่เล็กน้อยในเรื่องราวที่เล่า มีความอบอุ่น ความเหงา ความเศร้า และความสงสัย ความสัมพันธ์คือการสังเกต การเอาใจใส่ คือความเข้าใจในความชอบ ไม่ชอบ เข้าใจในเหตุผล เข้าใจในตัวตน ของคนที่เรารัก คือการที่เราแชร์โลกของเราให้เขารัก และการเปิดรับโลกของเขาเข้ามาสู่ความสนใจของเรา คือการยอมรับกันและกัน เข้าใจในความสุขและทุกข์ของกันและกัน ขณะอ่าน การมีประสบการณ์ร่วมบางอย่าง .. ก็ทำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ได้สนุกขึ้น เรามีสถานะเป็นลูก Read More →

เรื่อง แว็งโช ดื่มไวน์อุ่นให้คุณผ่อนคลาย ผู้แต่ง ฟูมิเอะ คนโด ผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศ สำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน สำนักพิมพ์ในเครือ ไต้ฝุ่นสตูดิโอ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144801 หยิบ แว็งโช ดื่มไวน์อุ่นให้คุณผ่อนคลาย มาอ่านในช่วงเวลานี้ คล้ายๆ กับทบทวนความทรงจำถึงเพื่อนเก่า เราทิ้งช่วง ทาร์ตตาแต็งแห่งความฝัน มาระยะหนึ่ง ด้วยความทรงจำคลับคล้ายคลับคลา บิสโทรปามาล ยังตั้งอยู่ที่เดิม รอให้คุณลูกค้าทั้งหลายได้ผ่านเข้ามา และเราก็จะได้อ่านเรื่องราวของเขา รวมถึงเรื่องราวของสมาชิกทั้ง 4 คนในร้านแห่งนี้ เชฟมิฟุเนะ ชิโนบุ หัวหน้าเชฟที่ดูแลภาพรวมทั้งหมดของร้าน เขาเป็นคนตัวโต ไว้เครา แต่มีบุคลิกเงียบๆ นิ่งๆ ปกติจะน่าเกรงขาม แต่กับเล่มนี้ เราเริ่มได้เห็นมุมอ่อนโยนของเชฟมากขึ้น เราว่าเล่มนี้เป็นเล่มของเขาเลย เขาเป็นพระเอกประจำเล่ม คนต่อมา ชิมุระ โยจิ เป็นผู้ช่วยเชฟ ที่ความจริงแล้วก็มีฝีมือเก่งกาจไม่น้อย แต่ยอมมาเป็นลูกมือให้เชฟ ด้วยบางเหตุผลที่ผู้เขียนยังไม่เฉลยออกมาอย่างชัดเจน คนต่อมา คาเนโกะ ยูกิ หญิงสาวคนเดียวในร้าน มีหน้าที่เป็นซอมเมอลิเยร์ หรือผู้แนะนำไวน์ คนสุดท้าย Read More →

เรื่อง ขลุ่ยไม้ไผ่ผู้แต่ง พจนา จันทรสันติสำนักพิมพ์ openbooksเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167982076 เปลี่ยนโหมดปุบปับ ก็เลยต้องจูนกันหน่อยค่ะประมาณต้นเดือนหน้า เรากำลังจะมีกิจกรรมเกิดอยากจะอ่าน สิทธารถะ กับ book club วันศุกร์ตอนนี้ก็เลยพยายามเลือกหนังสือที่ปรับโหมดเข้าหาสิทธารถะทีละน้อยขลุ่ยไม้ไผ่ จึงถูกหยิบมาอ่านด้วยเหตุผลนี้ 🙂 ขลุ่ยไม้ไผ่ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องไฮกุของญี่ปุ่นในช่วงต้น ผู้เขียนยกผลงานชื่อดัง จากกวีญี่ปุ่นหลากหลายบทมาเล่างานหลักๆ ที่ถูกยกตัวอย่างมากหน่อย คืองานของท่านบาโช (มัตสึโอะ บาโช) ในส่วนต่อของเล่ม จึงเป็นงานไฮกุของผู้เขียนเองโดยที่ระหว่างบทของไฮกุ จะมีบทบรรยายเหตุการณ์หรือสถานการณ์อันเป็นที่มาของไฮกุแต่ละบท อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเราจึงรู้สึกเฉยๆ กับเล่มนี้นั่งหาเหตุผลมาได้ว่ามันน่าจะเป็นเพราะคำอธิบายคั่นในแต่ละบทนี่แหละ เข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเอาไว้เมื่อนานมาแล้วมันเกิดขึ้นในยุคที่คนไทยยังไม่คุ้นเคยต่อไฮกุผู้เขียนจึงต้องใส่คำอธิบายเพื่อให้ผู้อ่านมือใหม่ได้เข้าใจรสสัมผัสของกวีแต่การแทรกคำอธิบายไปตลอดทั้งเล่มเช่นนี้ ก็ลดทอนความงดงามตามธรรมชาติของบทกวีเช่นกัน เราทุกคนอ่านบทกวี แล้วตีความต่างกันเฉกเช่นเดียวกันกับการมองดอกไม้ดอกหนึ่ง แล้วรู้สึกต่างกันซึ่งพอมีการตีความของผู้เขียนมาเป็นแนวทางและบางบทเราตีความออกมาไม่เหมือนกันทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกขังอยู่ในกรอบ อ่านไม่สนุก ไฮกุได้สร้างภาพของเราขึ้นมาแล้วเรื่องเล่าของผู้เขียนได้สร้างภาพทับภาพนั้นทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในใจเราหรือบางที หนังสือเล่มนี้อาจจะต้องเรียงลำดับเสียใหม่นำเรื่องเล่าขึ้นต้นนำมาก่อน แล้วปิดท้ายด้วยกวีไฮกุ? ด้วยวิธีเล่าแบบนี้ ทำให้ความชอบบทกวีของเรา กลายเป็นไม่ได้อยู่ที่บทกวีหากไปอยู่ที่เรื่องเล่าประกอบแทนเราชอบบทปลาช่อน ที่เรื่องเล่าไม่มากไป ไม่น้อยไปมันช่วยเสริมให้บทกวีดูน่ารักขึ้น 🙂 การเปลี่ยนจากคำอธิบายเป็นการบอกเล่าชั่วขณะที่บทกวีนั้นถือกำเนิดขึ้นมา ดีกว่ามากเพราะเราจะเข้าใจสถานการณ์แล้วเราาก็ตีจะความจากเรื่องราวนั้นผนวกกับใส่ประสบการณ์ส่วนตัวของเราลงไปร่วมด้วยทำความเข้าใจบทกวีผ่านมุมมองของเรา และก็มีบางบทที่เราไม่ชอบ อย่างเช่น บทที่เล่าถึงฤดูหนาว ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ฉันรู้สึกได้ว่าฤดูหนาวได้มาถึงแล้ว มันดูเป็นประโยคที่ถูกตัดทอนแยกบรรทัด มากกว่าเป็นไฮกุเราว่าไฮกุน่าจะให้อารมณ์ได้มากกว่านี้น่าจะพูดถึงธรรมชาติ ที่เราอ่านแล้วรู้สึกถึงลมหนาวไม่ใช่พูดถึงลมหนาว แต่เราไม่รู้สึก ถึงแม้จะได้ไม่ได้ชอบหนังสือเล่มนี้มากมายแต่เราชอบ .. ที่มันทำให้เรากลับมานึกถึงบทกวี .. Read More →

เรื่อง Monochromatic Nightสีสุดท้ายของกลางคืนผู้แต่ง จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุทสำนักพิมพ์ P.S.เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168166390 สีสุดท้ายของกลางคืน เป็นนวนิยายขนาดสั้นเรื่องราวความรักของ 1 หญิง 2 ชาย ที่ไม่ใช่รักสามเส้า ท่ามกลางความวิปริตผิดประหลาดเรามองเห็นความรักอันเป็นธรรมดาอยู่ตรงนั้นผู้เขียนคว้านลึกเข้าไปในหัวใจของตัวละคร เอาออกมาเล่า ความโหยหา .. การผลักไส .. ขั้วตรงข้ามที่ไล่ตามกันวนเป็นวงกลม ตัวตนที่ต้องการอิสระ เสรีกับตัวตนแห่งความถูกต้อง ชอบธรรมตามกรอบประเพณีต่างเรียกร้องพื้นที่ให้กับตนเองทำให้โลกของคนคนหนึ่งจำต้องแยกออกเป็นสองใบไม่มีคำตอบว่าโลกใบไหนคือความจริงไม่มีคำตอบว่าโลกใบไหนคือสิ่งที่ต้องการจริงๆ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกเหนื่อยเรามักจะลืมหายใจในขณะที่อ่านมันแต่ขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้ก็มีฤทธิ์ในการเยียวยาบาดแผลทางใจ เราชอบวิธีเล่าเรื่องชอบการเริ่มเรื่องจากต้นไปจนถึงปลายแล้วเปลี่ยนผ่านจากปลายกลับมาสู่ตอนต้น .. ในอีกแง่มุมแต่ถึงแม้จะชอบวิธีเล่า แต่ก็ไม่ชอบตอนจบเท่าไรไม่ใช่ไม่ดี แต่แค่ไม่ได้ดั่งใจ คนบางคน แค่เยียวยาถูกอาการเขาก็จะแข็งแรง และสามารถเดินต่อไปได้เพียงลำพังคนเราก็เท่านั้น .. เพียงเยียวยากันและกันและบางครั้ง ผู้รักษาก็อาจเป็นผู้บาดเจ็บด้วย สีสุดท้ายของกลางคืน .. แท้จริงแล้วนั้น .. เป็นกลางคืนของใคร  

เรื่อง แดนดิไลออน ผู้แต่ง เออิจิ นาคาตะ ผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัย สำนักพิมพ์ ฮัมมิงบุ๊คส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169373162 ชั่วขณะที่ละอองของดอกแดนดิไลออนล่องลอย จิตวิญญาณของเด็กน้อยก็ออกเดินทาง .. เราอยากบอกไว้ก่อนอย่างหนึ่งว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่สนุก และถ้าเราอ่านอย่างที่ไม่รู้อะไรเลย หนังสือเล่มนี้น่าจะสนุกมากขึ้นไปอีก ดังนั้น ถ้าคุณมีหนังสือเล่มนี้รออ่านอยู่ที่บ้าน หรือกำลังคิดจะซื้อมันมาอ่านในเร็ววัน อย่าเพิ่งอ่านรีวิวอันนี้เลย .. อ่านหนังสือจบ แล้วค่อยมาคุยกันดีกว่าค่ะ ^^ ส่วนใครที่ยังไม่คิดจะอ่านเร็วๆ นี้ หรืออยากรู้เรื่องราวคร่าวๆ ก่อนอ่าน ก็มาเขยิบเข้ามาใกล้ๆ ล้อมวงเข้ามา เดี๋ยวเราจะป้ายยาให้ฟัง ;P แดนดิไลออน เป็นนวนิยายน้อยเล่มของเออิจิ นาคาตะ (นับรวมในทุกนามปากกา) งานถนัดของผู้เขียน น่าจะเป็นเรื่องสั้นมากกว่า โดยแต่ละนามปากกา จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป สำหรับนามปากกา เออิจิ นาคาตะ นี้ เขาจะใช้สำหรับ เรื่องราวที่ค่อนข้างสว่างสดใสกว่านามปากกาอื่นๆ และเล่มนี้ก็เช่นกัน แดนดิไลออน เริ่มต้นเรื่องด้วยบรรยากาศของเมือง ที่เต็มไปด้วยละอองของดอกแดนดิไลออนที่ปลิวว่อนไปทั่ว ขณะที่ญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์ประหลาดนี้เอง ร่างของ คาบาตะ เรนจิ ที่ต่างวัยกัน Read More →

เรื่อง ปฏิบัติการสังหารแมรี่ ซู ผู้แต่ง อาดาจิ ฮิโรทากะ เขียนในนามปากกา โอตสึ อิจิ, นาคาตะ เออิจิ, ยามาชิโระ อาซาโกะ และ เอจิเซ็น มาทาโร ผู้แปล พรพิรุณ กิจสมเจตน์ สำนักพิมพ์ ฮัมมิงบุ๊คส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169244349 ยังคงอยู่กันที่ ผลงานรวมเรื่องสั้นของ โอตสึ อิจิ ค่ะ เล่มต่อมาที่เราหยิบมาอ่านเล่มนี้ คือ ปฏิบัติการสังหาร แมรี่ ซู ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องสั้นทั้ง 7 เรื่อง แต่ละเรื่อง ถูกเขียนด้วยนามปากกาที่แตกต่างกันออกไป รสชาติในเล่มจึงค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่สนุก ธรรมดา ไปจนถึงเหวอ เรื่องแรก บันทึกวานรที่รัก ถูกเขียนขึ้นจากนามปากกา โอตสึ อิจิ เล่มนี้ โอตสึ อิจิ ยังคงรักษาคุณสมบัติความเลยเถิด เปิดเรื่องขึ้นจากการที่เขาได้รับพัสดุจากทางบ้าน ที่นอกจากจะเป็นเสบียงปกติทั่วไปแล้ว ยังมีของพิเศษอีกอย่าง เป็นขวดหมึกดูต่างหน้าพ่อ โอตสึ อิจิ สามารถเล่าชีวิตคนเกือบทั้งชีวิต Read More →

เรื่อง หากสมองฉันไม่ได้ฟั่นเฟือน ผู้แต่ง ยามาชิโระ อาซาโกะ ผู้แปล พรพิรุณ กิจสมเจตน์ สำนักพิมพ์ ฮัมมิงบุ๊คส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169373124 หากสมองฉันไม่ได้ฟั่นเฟือน เป็นหนังสือที่ถูกเขียนผ่านนามปากกา ยามาชิโระ อาซาโกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในนามปากกาของ โอตสึ อิจิ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะนามปากกาที่ต่างกัน หรือเพราะช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป (หนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาญี่ปุ่น ในปี 2018) ตัวละครต่างๆ ในเรื่องนี้โตขึ้นกว่าเล่มก่อนๆ ที่เราเคยอ่าน ตัวละครส่วนมากผ่านพ้นวัยรุ่นวัยเรียนมาแล้ว กำลังอยู่ในวัยทำงาน .. วัยสร้างครอบครัว หากสมองฉันไม่ได้ฟั่นเฟือน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 7 เรื่อง ที่ทุกเรื่องแอบซ่อนความแปลก ความผิดธรรมชาติ หรือลี้ลับหน่อยๆ แต่บอกได้เลยว่าไม่น่ากลัว ยกตัวอย่างเรื่องแรก นวนิยายแสนสั้นที่สุดของโลก เรื่องเล่าถึงสามีภรรยาธรรมดาๆ คู่หนึ่งในญี่ปุ่น แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ วันหนึ่ง สามีก็เห็นเงาอะไรแวบๆ ตรงหางตา จากครั้งหนึ่ง แล้วก็มีอีกครั้งหนึ่ง จนในที่สุด เขาก็สังเกตได้ว่า นั่นมันเป็นร่างคนนี่นา เป็นชายวัยกลางคน ที่สวมเสื้อสูท นอกจากคุณสามีแล้ว คุณภรรยาก็เห็น คุณสามีนั้นกลัวมาก แต่คุณภรรยากลับเฉยๆ เฉยๆ Read More →