เรื่อง จดหมายจากฆาตกรผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล เสาวณีย์ นวรัตน์จำรูญสำนักพิมพ์ Maxx Publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163711434 บีบหัวใจ รู้สึกว่าตอนที่อ่าน หายใจได้ไม่ทั่วท้องเลยจุกตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว จดหมายจากฆาตกร ไม่ใช่นิยายสืบสวนเหมือนที่ผ่านมาแม้จะมีคนตาย แม้จะมีฆาตกรแต่ผู้ร้ายก็ถูกจับในเวลาอันสั้นสิ่งที่หนังสือถ่ายทอด คือเรื่องราวชีวิตของคนสองคนต่อจากนั้นต่างหาก ในตอนต้นเรื่อง .. เจตนาของฆาตกรในฉากฆาตกรรม –ถูกถ่ายทอดละเอียดลออในหน้าหนังสือทำให้ความรู้สึกหม่นเศร้าเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้วิธีเล่าของผู้เขียนทำให้เรื่องราวบีบคั้นความรู้สึกคนอ่านมันหดหู่ เสียดาย เสียใจ แม้ว่าแรงจูงใจในการฆาตกรรม จะทำขึ้นเพื่อคนอื่นเป็นความปรารถนาดี ที่เลยเถิดไปจนเป็นเรื่องใหญ่แต่ความปรารถนาดี ที่เริ่มต้นด้วยวิธีที่ผิด และจบลงด้วยความผิดก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเห็นใจ หรือยกโทษให้ได้เลยแต่ผู้เขียนก็ชวนให้เรารู้สึกเศร้า สงสารฆาตกรและครอบครัวจนได้ ตัวละครหลักของเรื่องนี้ มีกันแค่สองคน คือซึโยชิ กับนาโอกิ .. พี่ชายกับน้องชายสองคนที่ยืนอยู่บนคนละฝั่งสังคม ไม่อาจพบเจอมีเพียงจดหมายที่ถูกส่งออกมาเดือนละหนึ่งฉบับ วันที่คนในครอบครัวกลายเป็นฆาตกรการถูกตราหน้าว่าเป็นน้องชายของฆาตกร กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเป็นจุดด่างพร้อมที่ลบไม่ออก ลืมไม่ได้มันพ่วงไปกับทุกเหตุการณ์ในชีวิตของนาโอกิ แม้เนื้อหาจะดูบีบคั้น กดดันแต่ในความจริงแล้ว มันยังมีความอบอุ่นสอดไส้อยู่จางๆทุกครั้งที่ตัวละครตกต่ำ หมดกำลังใจผู้เขียนจะโรยด้ายเส้นบางๆ ลงมาจากเบื้องบนให้ตัวละครได้ยึดเกาะ เพื่อข้ามผ่านความยากลำบากนั้นไปอีกนิดผู้เขียนจะค่อยๆ วาดความหวังลงในใจของทั้งน้องชายและคนอ่านในขณะที่ความหวังสวยงามกำลังดำเนินไปเรื่อยๆผู้เขียนก็ทลายมันลงครั้งแล้วครั้งเล่ายิ่งนาโอกิอยากจะลบตัวตนของพี่ชายออกไปมากเท่าไรจดหมายที่ถูกส่งมาหาทุกเดือนกลับยิ่งเป็นเสมือนการตอกย้ำการมีอยู่ของเขา ตัวละครเข้มแข็ง พ่ายแพ้ และกอบกู้ตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าละทิ้งความฝัน ละทิ้งความรัก เพียงเพื่อที่จะมีชีวิตที่เรียบง่าย ธรรมดา ที่เป็นสุขแต่เพียงแค่นั้นก็ยังยากลำบากเหลือเกิน ในขณะเล่าเรื่อง ผู้เขียนถ่ายทอดมุมมองรอบด้านทั้งฝ่ายของฆาตกร และญาติของฆาตกรที่ดำเนินเรื่องเป็นหลักฝ่ายของผู้คนรอบข้าง .. ที่ได้รับรู้ว่าคนใกล้ตัวเป็นญาติของนักโทษคดีอุกฉกรรจ์และสุดท้าย คือฝ่ายของผู้สูญเสีย ผู้เขียนถ่ายทอดค่านิยมที่ถูกสั่งสอนฝังหัวกันมากับความคิดอันจริงแท้ที่เกิดขึ้นภายในความคิดความรู้สึกทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันในจิตใจเพื่อกลายเป็นการแสดงออกแบบครึ่งๆ Read More →

เวียนมาจนถึงช่วงเวลาสิ้นปีอีกครั้งปีนี้ นับเป็นปีที่ 7 แล้ว ที่เราทำบล็อกรีวิวหนังสือ sosotopiaสำหรับ 7 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนรสนิยมในการอ่านหนังสือของเราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดแต่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็วนเวียนอยู่แถวๆ เดิมนี่แหละอาร์ตก็อ่าน ประวัติศาสตร์มี นวนิยายก็ดี ชีวประวัติก็ได้ด้วย จากประวัติศาสตร์ตกค้างเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาล่วงเข้ากลางปีด้วยหนังสือที่ใหม่ขึ้นมาหน่อยเป็นหมวดท่องเที่ยว และหมวดอาหารการกินอยู่นิดหนึ่งแล้วก็เบนไปเฟมินิสต์อีกนิสแล้วก็กลายเป็นหมวดหนังสือแปลโซนเอเชีย ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ยาวไปและคงจะยาวข้ามปีไปจนกว่าจะหมดบ้าน ส่วนปีหน้า ที่ตั้งใจจะอ่านอะไรจริงๆ จังๆ นั้น ไม่มีเลยซึ่งแปลกมาก เพราะทุกปีเราจะมีความตั้งใจเอาไว้ล่วงหน้าเลยว่าอยากอ่านอะไรปีหน้า คงจะเป็นช่วงเวลาของการตามใจตัวเองไปวันๆไม่มีการวางแผนใดๆ ทั้งสิ้น เอาจริงๆ อยู่ๆ เราก็รู้สึกอยากอ่านหนังสือซ้ำ!ตอนเด็กๆ การอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำๆ เป็นเรื่องปกติเราเริ่มสะสมหนังสือตั้งแต่ชั้นประถมแม้ว่าจะชอบอ่านหนังสือเพราะแม่ และพ่อก็ชอบอ่านหนังสือแต่ที่บ้านไม่ค่อยมีหนังสือสักเท่าไรเนื่องจากเราย้ายบ้านกันบ่อยหนังสือที่มี จึงมีเพียงไม่กี่เล่มของแม่ .. ซึ่งไม่อยู่ในความสนใจแบบเด็กๆ ของเราตอนนั้นกับหนังเล่มใหม่ๆ ที่เราค่อยๆ เลือกหามาเองหนังสือที่มีไม่มากจากค่าขนมอันน้อยนิดนั้นถูกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นสิบรอบแม้จะรู้เรื่องทั้งหมด แม้จะจำบทสนทนาได้แต่ก็ยังมีความสุขที่จะอ่านซ้ำอยู่เสมอ นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้หยิบเล่มเก่าๆ มาอ่านนานเท่าไรแล้วนะ ที่หนังสือใหม่กองพะเนินพวกนี้ไม่เคยถูกอ่านซ้ำ!จู่ๆ ก็มีความคิดว่า น่าจะมีสักปี ที่เราจะอ่านแต่เล่มที่เราเคยอ่านไปแล้วว่าแต่ .. เป็นเมื่อไรดีนะ? บ่นมาเสียนาน .. มาเข้าสู่ธรรมเนียมสรุปปีกันจริงๆ เสียทีดีกว่าค่ะปีนี้ จากที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าเราจะอ่านช้าช้า และซื้อน้อยน้อยตั้งเกณฑ์เอาไว้ใน goodread ว่า เราจะอ่านหนังสือให้ได้ 37 Read More →

วันเวลาเวียนมาครบปีได้เวลามาจัดอันดับหนังสือที่ชอบที่สุดที่ได้อ่านไปในปีนี้กันอีกครั้งจากหนังสือที่อ่านไปทั้งหมดในปีนี้ 71 เล่มนับเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ทำ sosotopia มาแต่เราเฉยๆ นะ เพราะตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า ปีนี้จะอ่านน้อยๆ ถึงจะอ่านมากหรืออ่านน้อยยังไงเราก็ยังค้นพบหนังสือดีๆ ได้สักปีละประมาณ 10 เล่มเสมอ 🙂มาดู 10 เล่มที่ชอบที่สุดในปีนี้กันดีกว่าค่ะแต่บอกก่อนนะ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบเพราะเรียงไม่ได้จริงๆ จ้ะ 🙂 มาเริ่มที่เล่มแรกกันเลยค่ะ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ และเขียนรีวิวเสร็จเราไปลองอ่านรีวิวใน goodread ดูพบว่า ยิ่งชอบหนังสือเล่มนี้มากขึ้นไปอีกเพราะมันทำให้คนอ่านตีความต่างกันไปในแต่ละมุมมองยิบย่อยของตัวเองมันเป็นหนังสือที่ทำให้คนเราได้มองตัวเอง ได้ถกกับตัวเองจากหนังสือเล่มบางๆ เล่มเดียวผู้คนอ่าน และมีมุมมองต่อตัวละครไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆไม่ได้มีข้อสรุป มันแตกยอดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบซึ่งเราว่ามันเป็นอีกหนึ่งข้อดีสำคัญของหนังสือเล่มนี้นะ เล่มที่สอง ลอดลายมังกร ลอดลายมังกร เป็นหนังสือเก่าที่ผ่านการพิมพ์มาไม่รู้กี่ครั้งแล้วถูกทำละครรีเมคแล้วรีเมคอีกก็หลายครั้งแต่เมื่อเราหยิบมาอ่านในปีนี้ .. แล้วชอบก็ช่วยไม่ได้ที่มันจะติดโผหนังสือที่ดีงามที่สุด 10 เล่มแห่งปีสำหรับเรา ลอดลายมังกร เป็นหนังสือคลาสสิกที่ใช้วิธีเล่าเรียบง่ายมากแต่กลับเล่าเรื่องที่มีตัวละครล้นหลามข้ามผ่านช่วงชีวิตบุคคลคนหนึ่งหลายสิบปีเกิดเหตุการณ์ผันผวนมากมาย แต่โทนเรื่องก็ยังคงขรึมขลังเก็บซ่อนแง่มุมต่างๆ ให้เราค้นพบด้วยตัวเองระหว่างอ่านควรค่าแก่การเป็นหนังสือดีประจำปีนี้ที่สุดค่ะ เล่มที่สาม จอมโจรหนังสือ มันเป็นหนังสือเล่มหนา ที่ดูดดึงเราไว้ได้ตลอดการอ่านอย่างที่บอกไปในรีวิวหนังสือเล่มนี้มันสงบ อบอุ่น ทว่าเศร้าสร้อยเราชอบทุกอย่างที่เป็นมัน .. ความชอบนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อยและเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้งที่พลิกหน้ากระดาษผู้เขียนทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ .. Read More →

ตั้งใจจะทำ 1 เล่ม 1 บรรทัด มาตั้งแต่ต้นปีช่วงต้นปีก็จะคึกคักฮึกเหิมหน่อยทุกครั้งที่อ่านจบ ก็จะทำบทสรุป 1 บรรทัดเอาไว้เลยแต่พอเวลาผ่านไป ความขยันก็ลดลงและโละทุกอย่างไปท้ายปีตามคาดค่ะ เมื่อช่วงเวลาเหล่านั้นมาถึง เราก็เหลือความทรงจำเพียงน้อยนิดต้องย้อนกลับไปอ่านรีวิวตัวเองซึ่งบางครั้งก็เขียนไว้อย่างกำกวม เพราะหลบสปอยล์ 555วิธีทวนความทรงจำครั้งนี้ เราลองทำจากเล่มล่าสุดก่อนแล้วค่อยๆ ถอยหลังทีละเล่ม กลับไปสู่อดีตพบว่าเราจำย้อนหลังไปได้ไม่กี่เล่มอยู่ดีทั้งที่ปีนี้ตั้งใจจะอ่านน้อยๆ เพื่อดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องแต่สุดท้ายก็ได้ประมาณนึงมีเพียงบางเรื่องที่ยังตราตรึงในหัวใจส่วนบางเรื่อง ต้องเค้นตั้งนาน แอบเปิดโพยดูด้วยกว่าจะได้เค้าลางมนุษย์เราเลือกจำจริงๆ น่ะแหละ ถึงจะอ่านแล้วลืมแต่เราก็เชื่อว่ามันยังตกตะกอนอยู่ภายในไม่เสียเปล่าหรอก อะไรไม่ดีก็คัดกรองทิ้งไปอะไรดีๆ ก็ซุกซ่อนอยู่ในตัวเรานี่แหละรอวันขบคิด แตกฉานอ่านเถอะ ถึงแม้ว่าอ่านแล้วเราจะลืมมันในวันหนึ่งก็ตาม สิริรวม สุดท้ายแล้วปีนี้เราก็อ่านไปได้ทั้งหมด 71 เล่มเป็นมวลรวมระหว่างหนังสือประวัติศาสตร์ที่ตกค้างมาจากปีก่อนมีหนังสือเกี่ยวกับอาหารกรุบกริบ เฟมินิสต์อีกนิดหน่อยแล้วที่เหลือล้วนๆ ก็เป็นนิยายแปลจากญี่ปุ่นเกาหลีเป็นเคโงะไปมหาศาล แต่ก็ยังเคลียร์ของคุณเค้าไม่หมดเสียทีนั่นล่ะค่ะ ทั้งหมดของปีนี้ ที่เราจะมาเล่าย่อๆ รวดเดียว 1 เล่ม 1 บรรทัด พร้อมกันหรือยังคะ ..ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเล้ยยยย!! ราชมรรคาเล่าประสบการณ์ที่เคยขโมยวัตถุโบราณในเขมรของตัวเอง แต่แปลงเป็นนิยายเสียหน่อย 4 ปี นรกในเขมรเมื่อเขมรกลายร่างเป็นคอมมิวนิสต์ ผ่านชีวิตของหญิงชาวญี่ปุ่นที่บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดทาง หนีไฟนรกดิ้นรน และเดินทางเพื่อหาอิสรภาพ หลังสงครามกลางเมืองสงบ แก้วรัดเกล้าตระเวนสำรวจปราสาทหินบังหน้า เพื่อตามหาเจ้าพี่ จำหลักไว้ในแผ่นดินรักสามเส้าของเจ้าหญิงเขมร หมอสาว Read More →

เรื่อง ปมปริศนาปีกกิเลนผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล พลอยทับทิม ทับทิมทองสำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165154543 เวลาอ่านนิยายของเคโงะ เรามักรู้สึกเสียดายความตายของตัวละครคนบางคนนี่ไม่น่าตายจริงๆ นะ เหตุผลในการตายมันช่างจิ๊บจ๊อยเสียดายชีวิตของเขา เสียดายคุณความดีที่เขาน่าจะได้อยู่ทำ หากมีชีวิตต่อไปแต่เราก็ไม่รู้หรอกว่า ในความจริงแล้ว –มีคนจริงๆ ที่ตายอย่างน่าเสียดายแบบนี้มากน้อยเพียงใด สำหรับ ปมปริศนาปีกกิเลน เล่มนี้ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยสเกลใหญ่แค่ตำรวจก็ยกกันมาแทบทั้งโรงพักแล้วไหนจะมีตำรวจจากส่วนกลางด้วยอีกสำหรับตัวละคร ก็มีทั้งจากฝั่งของเหยื่อ และฝั่งของผู้ต้องสงสัยที่คุณตำรวจคางะจะต้องสืบค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลสองคนนี้ ภายในเล่ม มีประเด็นลวงที่พาตำรวจไปผิดทางอยู่หลายประเด็นแต่เพราะตัวเล่มค่อนข้างหนา วิธีเล่าเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆทำให้เราไม่รู้สึกถึงความหักมุมอย่างชัดเจน ปมปริศนาปีกกิเลน เริ่มต้นเรื่องด้วยความตายของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกแทง แต่แทนที่จะขอความช่วยเหลือกลับพยายามเดินไปยังรูปปั้นกิเลนบนกึ่งกลางสะพานนิฮมบาชิและล้มลงที่ตรงนั้น ตอนที่อ่านคำโปรย คำรีวิว หรือแม้แต่อ่านเองในช่วงต้นเรื่องอดนึกไปถึงลัทธิแปลกๆ บางอย่าง นึกว่าผู้เขียนจะเล่นประเด็นนั้นแต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวต่างจากนั้นลิบลับ คดีนี้ ผู้ตายเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ค่อนข้างจะห่างเหินจากครอบครัวนอกจากภรรยา ที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเรื่องลูกชาย ลูกสาว ล้วนแล้วแต่ไม่ได้สนิทกับพ่อทั้งคู่ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ เป็นเด็กกำพร้าที่มีเพียงคู่รักกำพร้าเช่นกันพวกเขาพากันเดินทางมาหาชีวิตที่ดีกว่าในโตเกียว ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในกระแสสังคมเพราะเหยื่อก็เสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยก็โคม่า ไม่สามารถให้ปากคำได้เมื่อยังไม่สามารถตอบคำถามที่มาที่ไปของคดีได้เนื้อหาของข่าวจึงถูกขุดคุ้ยไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านมีการวิพากษ์ มีผู้ถูกตัดสิน ทั้งๆ ที่คดียังไม่คลี่คลาย ระหว่างเล่าเรื่อง เราเห็นภาพความต่อเนื่องระหว่างเล่มนี้กับเล่ม ฆาตกรรมปริศนาตำรวจหน้าใหม่ อย่างชัดเจนในการสืบคดี คางะยังพาเราเดินเท้าในย่านเดิม แต่ไกลกว่าเดิมเราว่าเล่าเรื่องแบบนี้ กระตุ้นความอยากเที่ยวได้มากกว่า –การพยายามบรรยายความสวยงามของสถานที่ ยัดเยียดเข้ามาในเรื่องเสียอีก อ่านนิยายของ Read More →

เรื่อง ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล จุฬาลักษณ์ กรณ์สกุลสำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165155328 ปล่อยให้หนังสือเล่มนี้ผ่านตามาเป็นสิบปีถ้าไม่ได้จะอ่านเซ็ตคางะ คงไม่คิดซื้อเล่มนี้มาอ่านแน่ๆทั้งหมดนี้ .. มันเป็นเพราะปกแท้ๆ!! ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ เป็นนิยายสืบสวนในชุดนักสืบคางะ ลำดับที่ 8 แล้วล่ะค่ะ ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ เปิดเรื่องที่ร้านขายข้าวเกรียบอามาคาระ ในย่านนิงเงียวโจแนะนำตัวละครกลุ่มเล็กๆ ประกอบไปด้วยหลานสาว (ลูกสาว), พ่อ, และย่าตำรวจหน้าใหม่นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน .. คุณตำรวจคางะ เคียวอิจิโร่ที่เพิ่งจะถูกย้ายมาประจำอยู่ที่สถานีตำรวจนิฮมบาชินี่เอง เมื่อจบหนึ่งตอน แม้คดีจะดูไม่คืบหน้า .. แต่ความรู้สึกภายในใจคนอ่านนั้นจบ และคืบหน้าไปอีกหน่อย 🙂แล้วผู้เขียนก็เริ่มตอนใหม่ในอีกหนึ่งครอบครัวซึ่งล้วนแต่เป็นครอบครัวของร้านค้าในย่านเดียวกันการสำรวจลึกถึงความสัมพันธ์ภายในของแต่ละร้าน ในแต่ละบททำให้เราอดย้อนมองความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเราเองไม่ได้ การที่ครอบครัวซึ่งเคยรักใคร่สนิทสนมกันดี ค่อยๆ จืดจางลง เมื่อวันเวลาผ่านไปและช่วงวัยของสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนแปลงกลายเป็นแต่ละคนมีเรื่องพูดกันน้อยลงเข้าใจกันน้อยลง และรู้จักกันน้อยลงเยื่อใยของความรักนั้นจืดจางลงด้วยหรือไม่พวกเขายังรักกันอยู่เหมือนเดิมไหม .. บนความไม่เข้าใจนั้นครอบครัวที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็มีไม่น้อยมันอาจจะเกิดขึ้นกับทุกครอบครัวด้วยซ้ำขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะข้ามผ่านมันพ้นหรือไม่ หลายครอบครัวที่มีบทบาทในเรื่องนี้ล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ดังว่า ..พ่อบางคนมีฟอร์มในแบบของพ่อลูกบางคนบอกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจภรรยาบางคนคิดว่าสามีนอกใจฯลฯ นอกจากนี้ ตัวละครอื่นๆ ต่างก็มีความลับและมีเหตุผลในการเก็บความลับนั้นเอาไว้คนคนหนึ่งมีเแง่มุมต่างๆ มากมายเหลือเกินเวลาที่เรามองเขา .. ตัดสินเขา .. เรามองเขาจากมุมไหนกันนะถ้าเรื่องนี้ไม่มีคุณตำรวจคางะ .. เราคงจับแพะได้เป็นฝูง .. มีแต่คนน่าสงสัยทั้งนั้น ในช่วงท้ายเล่ม ความสัมพันธ์ยิ่งเขยิบขมวดเข้าไปใกล้ตัวผู้ตายมากขึ้นความค้างคาใจต่อคนเป็น .. Read More →

เรื่อง นิ้วสีแดงผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล วงศ์สิริ สังขวาสี มิยาจิสำนักพิมพ์ ไดฟุกุเลขมาตรฐานหนังสือ 9786164480247 ในช่วงเวลาเย็นย่ำอันน่าเบื่อมาเอะฮาระ อาคิโอะ พนักงานบริษัทวัยใกล้เกษียณยังคงถ่วงเวลาเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ที่ทำงานเขาไม่อยากรีบกลับบ้านไปพบกับความน่าเบื่อภายในครอบครัวลูกชายวัยรุ่นที่ไม่เชื่อฟัง ภรรยาที่เอาแต่ใจ ขี้บ่น ชวนทะเลาะและมารดาชราที่เป็นโรคสมองเสื่อม แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา .. เร่งให้เขารีบกลับบ้านเพื่อไปพบกับศพเด็กผู้หญิงในสวนบ้านของตัวเอง!! หลังจากพบศพ โทนของเรื่องที่หม่นอยู่ก่อนแล้ว ก็กลับดาร์กลงไปอีกเท่าตัวทั้งความกดดัน ทั้งการต่อสู้ภายในระหว่างความถูกต้องกับการพยายามที่จะปกป้องรักษาครอบครัว ภายในเล่ม ผู้เขียนจับประเด็นของสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นใส่ลงมาด้วยลงรายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุในบ้าน กับคนในครอบครัวในความสัมพันธ์แบบพ่อแม่ลูกนั้นเมื่อรับบทบาทเป็นพ่อแม่ เราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อลูกกลับกันเมื่อเรารับบทเป็นลูก พ่อแม่ก็เคยทำเช่นนั้นกับเราเช่นกันสิ่งที่เราทำเพื่อลูกนั้นคือความรักความเสียสละอันยิ่งใหญ่แต่กับสิ่งพ่อแม่ทำให้เรา เรากลับมองไม่เห็นคุณค่าไม่รู้สึกรู้สา ทั้งๆ ที่ความรักที่เรามีต่อลูกก็คือความรักแบบเดียวกันกับที่พ่อแม่มีต่อเรา นอกจากเรื่องของความสัมพันธ์ของครอบครัวมาเอะฮาระผู้เขียนยังได้เล่าเรื่องคู่ขนานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณตำรวจคางะซึ่งเขาเองก็มีปมความหลังที่ไม่เข้าใจกันกับพ่อของเขาเองเช่นกันเราได้เห็นปมนี้รางๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้ว(จากเล่ม ฆาตกรรม หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ ) กับปมฆาตกรรม ผู้เขียนได้เฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ช่วงต้นของเรื่องเนื้อหาต่อจากนั้นจึงเป็นพื้นที่ของการคิดหาทางแก้ไขของครอบครัวต้นเหตุคนธรรมดาๆ ที่บังเอิญมีคนตายอยู่ในบ้านจะวางแผนหาทางแก้ไขปัญหาตรงหน้าและรักษาครอบครัวที่กำลังจะพังทลายด้วยวิธีใดและคู่หูตำรวจที่มีสายเลือดเดียวกันที่จำเป็นต้องมาจับคู่ร่วมงานกัน จะไขคดีนี้ออกมาได้อย่างไร ผู้เขียนถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่พยายามจะซุกซ่อนความผิดขณะที่พยายามจะโกหกต่อไป ก็รู้สึกทนทุกข์ทรมานมีทั้งความรู้สึกที่อยากจะก้าวไปข้างหน้าและย้อนกลับถอยหลัง ต่อสู้กันอยู่ภายใน เราเชื่อว่า หลังจากอ่านไปไม่นานแฟนเคโงะหลายคนคงจะพอเดาทางของเรื่องนี้ได้ดังนั้น ฉากที่เรารออ่านเลยก็คือ ตอนที่ฆาตกรถูกจับกุมต่อเมื่ออ่านจนถึงตอนนั้นจริงๆ เรากลับพบว่าปมที่ผู้เขียนซ่อนเอาไว้ลึกล้ำกว่านั้น .. หักมุมไปกว่าเดิมได้อีก ฉากจบคดีประจำเล่ม จบเราไว้ด้วยความรู้สึกประมาณหนึ่งแต่ฉากจบของเล่มจริงๆ คือประเด็นของคางะกับพ่อต่างหากตอนที่ปิดเล่ม น้ำตาเราไหลพรากแม้ว่าประเด็นหลักผู้เขียนจะหลอกเราไม่ได้นักแต่เราว่าประเด็นรองนี้หลอกเราได้สนิทใจ ..คนแบบคางะ ก็ต้องมีพ่อแบบทาคามาสะนี่แหละ เหมาะสมแล้ว ปล. 1 Read More →

  เรื่อง ตายวันแต่งผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์สำนักพิมพ์ ไดฟุกุเลขมาตรฐานหนังสือ 97861614480261 หนังสือบางเล่ม เราไม่ควรรู้อะไรมากก่อนอ่านเป็นดีที่สุดแต่กับหนังสือบางเล่ม .. อย่างเช่นเล่มนี้อ่านสปอยล์ไว้สักหน่อยก็น่าจะดี ตอนที่เราอ่าน ใครฆ่าเธอ จบหลังเขียนรีวิวของตัวเองเสร็จก็อดอ่านรีวิวของนักอ่านคนอื่นๆ ด้วยไม่ได้และมีบางรีวิวที่เปรียบเทียบเรื่องนั้นกับเล่มนี้ดังนั้น .. ถ้าตอนจบจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันแล้วล่ะก็ขอแอบอ่านรีวิวล่วงหน้า สปอยล์ตัวเองสักหน่อยเพื่อจะได้จับสังเกตระหว่างอ่าน ให้มันจบในรอบเดียวไม่ต้องมางงตอนจบ และเปิดย้อนหาคำตอบให้วุ่นวาย ดังนั้น จะขอบอกใบ้ไว้นิดเดียว ตรงบรรทัดต่อจากนี้ .. ระหว่างอ่าน จับสังเกตุขวดยาและจำนวนยาไว้สักหน่อยก็ดีค่ะ 🙂 ตายวันแต่ง เปิดเรื่องขึ้นในตอนที่วันแต่งงานกระชั้นเข้ามาการเตรียมงานดำเนินไปอย่างเป็นลำดับคัมบายาชิ มิวาโกะ ว่าที่เจ้าสาวที่เหลือญาติสนิทเพียงคนเดียวคือพี่ชาย คัมบายาชิ ทาคาฮิโระฝ่ายเจ้าบ่าวคือ โฮดากะ มาโกโตะ นักเขียนนิยายชื่อดัง ที่ผันตัวมาทำภาพยนตร์ วิธีเล่าเรื่องที่ใช้ ค่อนข้างจะพิเศษไปกว่านิยายเรื่องอื่นๆผู้เขียนเล่าเรื่องผ่านตัวละครสามคนเนื้อเรื่องดำเนินไปข้างหน้า ผ่านสายตาตัวละครทั้งสาม สลับกันไปในแต่ละบท ตัวละครทั้งสามนี้ คนแรกคือพี่ชายเจ้าสาว คัมบายาชิ ทาคาฮิโระ นี่ล่ะอีกคนหนึ่ง ยูกิซาสะ คาโอริ เป็นบรรณาธิการผู้ดูแลเจ้าสาว ซึ่งเป็นกวีดาวรุ่งบรรณาธิการสาวผู้นี้ยังเป็นผู้แนะนำให้เธอได้รู้จักกับเจ้าบ่าวด้วยคนสุดท้าย สึรุงะ นาโอยูกิ เพื่อนคนสนิทของเจ้าบ่าวทำหน้าที่คล้ายเลขา ทำงานทุกอย่างที่เขาสั่งรวมไปถึงการการตามสะสางปัญหาทั้งหมดของเขาด้วย ประเด็นสำคัญของวิธีเล่านี้ก็คือทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วก็เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรครั้งนี้ทั้งสิ้น เพราะว่าหนังสือชื่อเรื่องว่า ตายวันแต่งเราจึงไม่สนใจอะไรนอกจากว่า Read More →

และแล้วก็มีโอกาสแวบไปงาน winter book fest 2020 มาจนได้เป็นการเดินงานหนังสือที่เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยนับไปนับมา น่าจะเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราได้มาเดินงานหนังสือที่สามย่านมิตรทาวน์นี้เราว่าครั้งนี้ สำนักพิมพ์คับคั่งที่สุดนะแต่จำนวนคนเดิน ยังคงโล่งๆ เดินสบาย(เราไปในเช้าวันเสาร์ของช่วงหยุดยาวปลายปี) การเดินงานครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกได้ว่า งานหนังสือครั้งนี้ หลายสำนักพิมพ์เรียงหนังสือไม่สวยเป็นตั้งเลยซึ่งแทบจะไม่เคยพบในงานหนังสือครั้งไหนเหมือนเพิ่งมีพายุมนุษย์พัดเข้ามารื้อตั้งหนังสือถ้วนทุกบูธซึ่งเป็นหลายบูธมาก ไม่เฉพาะเจาะจงที่บูธใดบูธหนึ่งแปลกดี .. บางทีอาจเป็นเพราะเรามาเช้าเกินไปทำให้น้องๆ ยังไม่ได้จัดบูธที่ปิดค้างไปตั้งแต่เมื่อคืนวาน นอกจากหนังสือ งานครั้งนี้นับว่าจัดกิจกรรมที่น่าสนใจเอาไว้มากมายน่าสนใจและน่าประทับใจพอกับตอนที่เดินงาน lit fest เลยทั้งการปักผ้า การเพ้นท์ภาพสีน้ำมัน การระบายสีปฏิทิน การเบลนด์กลิ่นน้ำหอมที่เหมาะกับการอ่านหนังสือ ฯลฯเสียดายอย่างเดียวที่แต่ละกิจกรรมกระจายกันไปจัดในช่วงวันธรรมดาวันเสาร์อาทิตย์มีแต่กิจกรรมบนเวทีเสวนาเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีซุ้มสำหรับห่อของขวัญเพราะงานในครั้งนี้ควบรวมไปกับการจัดงานหนังสือคือของขวัญไปด้วยเราสามารถซื้อหนังสือเสร็จ แล้วนั่งห่อด้วยมือตัวเองพร้อมส่งมอบให้ผู้รับได้เลยนอกจากนี้ อีกอย่างที่น่ารักมากก็คือ คัพเค้กหน้าปกหนังสือซึ่งสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน และน่ารักมากทุกๆ วัน โดยภาพรวม เราชอบงานหนังสืองานนี้นะเสียดายที่ไปได้เพียงวันเดียว ..อันที่จริงต้องเรียกว่าแวบเดียวด้วยซ้ำเป็นกำลังใจให้ผู้จัดงาน ให้จัดงานดีๆ แบบนี้ต่อไปอีกนะคะ 🙂 สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไป ..งานยังมีจัดต่อไปจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ปิดงานที่ 3 ทุ่มตรง ณ สามย่านมิตรทาวน์ (ชั้น 5)หาโอกาสไปกันให้ได้นะคะ 🙂  

เรื่อง เจตนาร้ายผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์สำนักพิมพ์ ไดฟุกุเลขมาตรฐานหนังสือ 9786161403157 เจตนาร้าย เป็นหนังสือเล่มที่ 4 ในชุดคางะ ของคุณนักเขียนวิธีเล่าเรื่องในเล่มนี้โดดเด่น แตกต่างไปจากเล่มอื่นตรงที่ผู้เขียนใช้วิธีเล่าเรื่องด้วยบันทึกตลอดทั้งเล่มเป็นบันทึกจากผุ้พบศพซึ่งเป็นเพื่อนสนิทสลับไปกับบันทึกของคุณตำรวจคางะเพื่อนผู้ตายที่จดบันทึกเล่าเรื่องนี้ชื่อว่า โนโนกูชิ โอซามุเป็นอดีตครูในโรงเรียนเดียวกันกับที่คางะเคยเป็นครูมาก่อนความเกี่ยวพันเช่นนี้ จึงทำให้เรามีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของคางะในช่วงที่เว้นว่างหลังจากเรียนจนมัธยมปลาย (ในเล่มแรก)กับช่วงเวลาที่เขากลายเป็นตำรวจแล้ว (ในเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไป) โนโนกูชิ โอซามุ อยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็กดังนั้นจึงน่าเชื่อถือ ถ้าจะจดบันทึก –เหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตเช่นครั้งนี้แต่ออกจะสะดุดใจอยู่นิดหน่อยที่จดละเอียดถึงขนาดบันทึกบทสนทนาระหว่างผู้คนเอาไว้ด้วยคนเราจะจำบทสนทนายาวๆ ได้ขนาดนั้นจริงหรือคนส่วนมากก็น่าจะแค่สรุปเนื้อหาที่พูดลงในบันทึกมากกว่าไม่ใช่หรือ?และแม้กระทั่งคางะเอง ก็ยังจดบันทึกด้วยวิธีเช่นเดียวกันนี้เป็นวิธีเล่าที่ออกจะเชื่อยากอยู่สักหน่อย คดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นกับนักเขียนชื่อดัง ฮิดากะ คูนิฮิโกะซึ่งอยู่คนเดียวในที่เกิดเหตุ อันเป็นบ้านของเขาเองเป็นบ้านที่ตั้งใจจะอยู่เป็นวันสุดท้าย ก่อนจะไปตั้งรกรากที่แคนาดาภายในบ้าน แทบจะกลายเป็นบ้านที่ว่างเปล่าหลงเหลือเพียงเครื่องมือในการเขียนนิยายตอนล่าสุดส่งสำนักพิมพ์ให้เสร็จก่อนเดดไลน์ ผู้เขียนเฉลยตัวฆาตกรภายในเวลาไม่นานแต่ใช้เวลาค้นหาแรงจูงใจอีกสักระยะหนึ่งแต่ทั้งหมดนั้นจบภายในครึ่งเล่ม!!เนื้อหาหลังจากนั้น คือการสับขาหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าตัวอย่างของคำว่าคดีพลิกเลยเรื่องราวมันพร้อมจะพลิกกลับไปกลับมาตลอดซับซ้อนจนอยากถามว่าจะซับซ้อนไปไหนซับซ้อนจนต้องร้องขอชีวิต ตอนจบในเล่มนี้เราไม่ฟินนะมันเหนื่อยในการตามสิ่งที่คิดว่าน่าจะจบได้แล้ว แต่ไม่จบเสียทีตอนจบก็แค่โล่งอกที่มันจบเสียทีเราชอบเหตุผลที่มันจบลงในครึ่งเล่มแรกมากกว่าเหตุผลจริงๆ ที่ผู้เขียนเลือก .. เสียดายชีวิตคนคนหนึ่ง .. ถึงมันจะเป็นไปได้จริงก็เถอะ ปล.1 เล่มนี้ เป็นเล่มที่สองในปีนี้แล้ว ที่พูดถึงการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนตอนที่รู้ว่าเรื่องราวไปในทางนี้ ตกใจเหมือนกันและประเด็นการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนของญี่ปุ่นร้ายแรงกว่าที่เราเคยรู้ในบ้านเราหลายเท่าทั้งความรู้สึกของคนที่แกล้ง และถูกแกล้ง ปล.2 แมวบนหน้าปกนี้มันช่าง!!!