เรื่อง เพื่อนรักจากจินตนาการพ็อบบี กับ ดินแก็นผู้แต่ง เบน ไรซ์ผู้แปล รัตนา รัตนดิลกชัยสำนักพิมพ์ bliss publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9789743121968 เพื่อนรักจากจินตนาการ เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ตั้งคำถามตอกหน้าผู้ใหญ่ที่เผลออ่านผ่านเรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่มีพ่อผู้ได้รับสัมปทานเหมืองโอปอลและยังไม่ประสบความสำเร็จในการขุดค้นหาแร่ชนิดนี้นักนอกจากพ่อ ครอบครัวนี้ยังประกอบไปด้วยแม่ พี่ชาย และน้องสาว เพื่อนในจินตนาการตามชื่อเรื่องนี้ มีชื่อว่าพ็อบบีกับดินแก็นพวกเขาเป็นเพื่อนรักของผู้เป็นน้องสาวเนื้อเรื่องที่เล่าไปอย่างเรียบง่ายและชวนติดตามได้ตั้งคำถามเราถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เราเชื่อ กับสิ่งที่มีอยู่จริง .. แรกเริ่มเดิมทีหนังสือเล่มนี้ทำให้เราทึ่งกับความเลยเถิดของการสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงให้มีจริงขึ้นมาในสายตาของคนกลุ่มใหญ่ในเรื่องเราทึ่งในการเล่นใหญ่และไปให้สุด หนังสือเล่มบางๆ อ่านง่ายๆ ทำให้เราตะลุยอ่านมันรวดเดียวจนจบเพื่อที่จะได้หาคำตอบว่า ผู้เขียนจะพามันไปจบลงที่ตรงไหนและใช่ .. ตอนจบมันทำให้เราอึ้งจริงๆ ขึ้นชื่อว่าจินตนาการมันคือการยอมรับไปแล้วว่าไม่มีอยู่จริง .. ใช่หรือเปล่า?เพื่อนในจินตนาการของเด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีอยู่จริงในสายตาของพี่ชายแต่มันจริงเหลือเกินสำหรับเธอและมันค่อยๆ จริงมากขึ้นในสายตาของพ่อและแม่ของเพื่อนบ้าน และของผู้คนในชุมชน .. สิ่งไม่จริง ที่ผู้คนเชื่อว่ามันมีอยู่จริงนั้นในวันหนึ่ง มันจะมีจริงขึ้นมาได้หรือเปล่า?และท้ายที่สุดแล้ว มันมีอยู่จริง จริงๆ หรือเปล่า? คำถามจากวรรณกรรมเยาวชนเล่มบางๆ เล่มหนึ่งทำให้เราย้อนกลับมาถามคำถามเดียวกันว่าในวัยที่ข้ามพ้นวัยเด็กกับเพื่อนปลอมๆ ในหัวมานั้นยังคงหลงเหลืออะไรในจินตนาการของเรา .. ที่เป็นจริงอยู่บ้างไหม เคยมีอะไรบ้างหรือไหม ที่มีอยู่แต่เพียงในจินตนาการแต่เราเชื่อมั่น ศรัทธาต่อมันอย่างล้นเหลือสิ่งสิ่งนั้น ต่างจากเพื่อนในจินตนาการของเด็กหญิงตรงไหน?บางที โลกของเด็ก ก็เป็นเพียงโลกจำลองของผู้ใหญ่ที่ท้ายที่สุดแล้วมันก็คือโลกใบเดียวกัน  

เรื่อง ปกติคือไม่รักNORMAL PEOPLEผู้แต่ง แซนลี รูนีย์ผู้แปล ณัชชานันท์ กล้าหาญสำนักพิมพ์ แซลมอนเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162985355 เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว คือแมรีแอนน์ กับคอนเนลล์ทั้งสองคนนี้เป็นเด็กไฮสคูลโดยความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้คือแมรีแอนน์อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ และแม่ของคอนเนลล์เป็นแม่บ้านทำความสะอาดคฤหาสน์แห่งนี้ ทั้งสองคนเป็นเด็กที่เรียนดีระดับท้อปแมรีแอนน์เป็นตัวของตัวเองตัวตนของเธอที่โรงเรียน เป็นเด็กโดดเดี่ยวเธอไม่มีเพื่อน ไม่คบเพื่อน และก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนกับเรื่องแบบนี้ ที่บ้าน แมรีแอนน์พูดคุยกับคอนเนลล์อย่างเป็นปกติคอนเนลล์สามารถเล่าเรื่องอะไรให้เธอฟังก็ได้โดยที่มั่นใจได้ว่า เธอจะรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ล้อเลียน ไม่ขยี้ปม ไม่เล่าต่อ แล้วแมรีแอนน์ก็เป็นฝ่ายสารภาพรักคอนเนลล์ทั้งคู่เริ่มจูบกันในวันหนึ่งมันมีบรรยากาศแบบนิยายรักหวานๆ เรื่องหนึ่งแต่เรารู้แหละ ว่ามันเพิ่งจะเริ่มเรื่องและก็มีเรื่องราวอีกมายมายรอให้เราอ่านต่อจากนี้ ปกติคือไม่รัก เป็นนิยายที่ดูจะดำเนินเรื่องเร็วเราเริ่มมองเห็นได้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่าทำไมผู้เขียนจึงได้รับการนิยมชมชอบว่าเขียนเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ดีเธอมีวิธีเล่าที่ไม่เหมือนใครเลย เธอเล่าเรื่องกระโดดข้ามไปข้างหน้า ไม่ได้ต่อเนื่องวันต่อวันอาจเล่าของวันนี้ ข้ามไปอีกสัปดาห์ อีกสามสัปดาห์ อีกเดือนนึง อะไรแบบนี้แต่ทำให้เรามองเห็นตัวตนของตัวละครมองเห็นพัฒนาการของตัวละครได้แจ่มแจ้ง อย่างแมรีแอนน์ ที่มีตัวตนที่โรงเรียนเป็นอย่างหนึ่ง ที่บ้านเธอเป็นอีกอย่างหนึ่งซึ่งทั้งสองแบบก็เป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอทั้งคู่แต่ผู้เขียนก็ทำให้รู้สึกได้ว่า คนเรามีความจริงที่แตกต่างกันมากกว่าหนึ่งแบบอยู่ภายใน ประเด็นสำคัญที่หนังสือเล่มนี้พูดถึงคือเส้นทางที่จะทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกแย่ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองตีค่าตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริงเส้นทางที่จะทำให้คนคนหนึ่งหลงทางไม่มีความสุข และไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตถูกประกอบกันขึ้นเป็นความรู้สึกเหล่านั้นครอบครัว เพื่อน ผู้คนรอบข้าง ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราคิดหรือรู้สึกเช่นไรแต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือความคิดและการตัดสินใจทำของตัวเราเองต่างหาก ในช่วงต้นเรื่อง ทั้งสองคนต่างดูเป็นวันรุ่นปกติแต่เมื่อผ่านวันเวลามาระยะหนึ่ง ความวายป่วงก็ค่อยๆ ทับถม หนักหน่วงเราว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคน มันเกิดจากระบบความคิดภายในมากกว่าภายนอกมันเกิดจากกลไกการจัดการตัวเองภายในที่ฝังรากลึกมาก่อนเก่าและค่อยๆ เผยผลของมันมากขึ้น และมากขึ้น คอนเนลล์ไม่ได้เพอร์เฟ็คและยิ่งชัดเจนว่าแมรีแอนด์ยิ่งไม่เพอร์เฟ็คพวกเขาต่างเป็นคนธรรมดาที่ชำรุด เว้าแหว่งเข้าใจกัน ไม่เข้าใจกัน ทั้งยังไม่เข้าใจตัวเองใช้ชีวิตกันไปท่ามกลางความสับสนคาบเกี่ยวกันไประหว่างคำว่าเพื่อน และอีกบางสิ่งที่ให้นิยามไม่ได้ไม่ยอมรับ ไม่เป็น ไม่มีคำอธิบายในสิ่งที่เป็นหรือไม่เป็น จริงๆ มันก็ออกจะเป็นความรักที่ต่างชนชั้น ต่างฐานะเป็นพล็อตโบราณๆ Read More →

เรื่อง ทุกวันเป็นวันที่ดี ความสุข 15 ประการที่การชงชาสอนฉัน ผู้แต่ง โมริชิตะ โนริโกะ ผู้แปล สิริพร คดชาคร สำนักพิมพ์ บิบลิ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168293324 เรื่องเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย ของชีวิตนักศึกษาวัยเพิ่งจะ 20 คนหนึ่ง โมริชิตะ โนริโกะ ถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนชงชาของตนเอง ที่เริ่มต้นในวัยที่ยังเป็นนักศึกษา เธอเป็นนักศึกษาปีท้ายๆ ในมหาวิทยาลัย ที่ยังไม่มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนนัก แล้วในวันหนึ่ง การเรียนชงชาก็เข้ามาในชีวิตของเธอ ทุกวันเป็นวันที่ดี : ความสุข 15 ประการที่การชงชาสอนฉัน แม้ชื่อของหนังสือเล่มนี้ จะดูเป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเอง และเนื้อแท้ของเรื่อง ถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน แต่เรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของเรื่องแต่ง การเล่าเรื่องลื่นไหลเหมือนอ่านนิยายธรรมดาๆ เรื่องหนึ่ง เราไม่รู้สึกถึงการถูกบอกถูกสอนตรงไหนเลย เรื่องเล่าต่างๆ ผ่านเข้ามาสู่ตัวเราอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อหนังสือเริ่มต้นเรื่องด้วยการเริ่มต้นเรียนชงชาของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ทัศนคติของเด็กคนนั้นจึงไม่แตกต่างจากทัศนคติของผู้อ่าน ที่มีความรู้เรื่องการชงชาเพียงน้อยนิด ไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน ภาพที่เห็น ก็เป็นเพียงภาพรวมภายนอก เช่นเดียวกันกับที่คนทั่วไปเห็น อาจตัดสิน จัดระดับ หรือใส่กรอบให้กับมันไปแล้ว จวบจนเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เราจึงได้เห็นความคิดของผู้เขียนที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป และเราเองก็เริ่มทำความเข้าใจเรื่องราวของการชงชาไปด้วย Read More →

เรื่อง เลือดข้น คนจาง ผู้แต่ง ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216629 เลือดข้น คนจาง เป็นเรื่องราวของครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ครอบครัวใหญ่ตระกูลหนึ่ง ครอบครัวนี้ประกอบไปด้วยลูกชาย 3 คน ลูกสาว 1 คน (และลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้วอีก 1 คน) ทุกคนต่างแต่งงาน มีครอบครัว มีลูกชายลูกสาวแตกต่างกันไป แต่ยังอาศัยอยู่ในเขตบริเวณใกล้เคียงกัน มองจากภายนอก นี่คือตระกูลที่กลมเกลียว และสุขสมบูรณ์ตระกูลหนึ่ง เรื่องเริ่มต้นจากการตายของอากง ประมุขใหญ่ที่สุดของบ้าน ในวันเปิดพินัยกรรม รอยร้าวเล็กๆ ของตระกูล ก็เริ่มผลิรอยให้เห็นชัดเจน ก่อนที่จะมาแตกหักอย่างรุนแรงอีกครั้ง ภายหลังการตายของประเสริฐ พี่ชายคนโตของบ้าน เงื่อนงำการตายของประเสริฐ กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่ทำให้รอยร้าวลึกล้ำภายในของตระกูล ถูกตีแผ่ และถ่างขยาย อดไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องเปรียบเทียบเวอร์ชันหนังสือกับซีรีส์ และเรารู้สึกว่าอรรถรสของการลุ้นระทึก หรือบีบหัวใจนั้น หนังสือทำไม่ได้มากเท่าที่ซีรีส์เคยทำไว้ หนังสือดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนาเป็นส่วนมาก บทบรรยายแทบจะไม่ช่วยสร้างความรู้สึกอะไร ทำให้ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องลดลงไป เพราะเราไม่เห็นภาพนักแสดง ทั้งยังไม่อาจสร้างภาพเหตุการณ์ขึ้นใหม่ ได้ด้วยการจินตนาการจากตัวหนังสือ นอกจากนี้ รูปประโยคยังทำให้เราตัดช้อยส์ – Read More →

เรื่อง เดฟั่น ผู้แต่ง ศิริวร แก้วกาญจน์ สำนักพิมพ์ ผจญภัย เลขมาตรฐานหนังสือ 9786164790346 เรื่องเริ่มต้นอย่างน่าสนใจ จากความทรงจำของเดฟั่นผู้จำอะไรไม่ได้ ลำดับการเล่าเรื่อง มีจังหวะล้ำหน้า โล้หลัง เหลื่อมกันไปในแต่ละบท เราออกจะสับสนไทม์ไลน์นิดหน่อย แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ เหตุการณ์ในเรื่อง ปูพรมมาตั้งแต่ครั้งอดีต ที่ปู่ทวดของเดฟั่นอพยพมาจากไทรบุรี ตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม แต่เนื้อเรื่องหลัก และตัวเดฟั่นเอง มีชีวิตอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 25xx ต้นๆ ช่วงที่คอมมิวนิสต์เริ่มเติบโต เบ่งบาน และค่อยๆ แผ่ขยายเข้ามาในบ้านเรา ฉากของเรื่องเกิดขึ้นทางภาคใต้ของประเทศไทย คาบเกี่ยวกับพรหมแดนมาเลเซียบ้างนิดหน่อย สถานที่และผู้คนในเรื่อง .. น่าจะมีตัวตนอยู่จริง เป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ไม่ถูกจดบันทึก และกำลังเลือนราง พร้อมที่จะถูกหลงลืม เราเข้าใจว่า ความจำไม่ได้ของเดฟั่น ถูกล้อไปกับประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกจดบันทึกเหล่านี้ ผู้คนถูกสถานการณ์บ้านเมืองบีบเค้น ให้ต้องกลายเป็นตัวร้ายของประวัติศาสตร์ และกำลังจะถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ในอีกไม่ช้า รากของเราตื้นเขิน ไม่รู้ที่มา ผู้เขียนใช้ความจำไม่ได้ของเดฟั่น บอกเล่าประวัติศาสตร์ของตัวเขา โดยมีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น .. ประวัติศาสตร์ของประเทศ .. และของโลก การเล่าแบบตัดลำดับเหตุการณ์กลับไปกลับมาเช่นนี้ กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของเรื่องเล่า ในตอนที่เรื่องดำเนินไปจนถึงจุดหนึ่ง เหตุการณ์ขมวดเขม็ง Read More →

เรื่อง แปดขุนเขาผู้แต่ง เปาโล คนเญตติผู้แปล นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐสำนักพิมพ์ อ่านอิตาลีเลขมาตรฐานหนังสือ 9786169348795 แปดขุนเขา เริ่มเรื่องด้วยเสียงเล่าของตัวละคร ซึ่งกำลังเล่าถึงวัยเด็กของตนปิเอโตรเกิดมาในครอบครัวที่มีพ่อและแม่ชอบปีนเขาโดยที่การปีนเขาของพ่อ คือการเดินเพื่อพิชิตบางสิ่งบางอย่างเดินให้เร็วที่สุด แซงคนที่อยู่ข้างหน้าเสมอถ้าเขาไปเดินเขากับพ่อ จะต้องห้ามหยุด ห้ามบ่นหิวหรือเหนื่อยในขณะที่การเดินเขาของแม่ คือการเดินช้าๆ เพื่อชมวิวระหว่างทางมีความสุขกับดอกไม้ ต้นไม้ หรือสายน้ำ ทั้งพ่อและแม่ของเขา เติบโตขึ้นมาจากเมืองชนบทแห่งเดียวกันความรักของพ่อกับแม่เป็นความรักที่ญาติฝ่ายแม่ไม่เห็นด้วยหลังจากแต่งงาน ทั้งสองคนจึงย้ายเข้ามาที่มิลาน ปิเอโตรเกิดและเติบโตขึ้นที่นั่นที่ในเมือง พ่อและแม่ทำงานอย่างขยันขันแข็งแต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อแม่ตัดสินใจที่จะปักหลักที่บ้านสักหลังเป็นบ้านที่ปิเอโตรจะได้มีช่วงชีวิตระยะหนึ่งเติบโตขึ้นที่นี่มันเป็นเมืองแบบที่พ่อและแม่เติบโตมาพ่อกลับไปทำงานในเมือง ในขณะที่แม่กับเขาอยู่ในชนบทแห่งนั้น บรูโน กุลเยลมินาเพื่อนคนแรกของเขา คือเด็กชายคนเดียวในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มิตรภาพระหว่างเพื่อน ค่อยๆ งอกงาม ด้วยการสนับสนุนของแม่ และพ่อในบางครั้งปิเอโตรเริ่มเติบโตมาในแบบของคนภูเขาขณะเดียวกัน ความเป็นเมืองก็อยู่ในตัวเขาด้วย เมื่อปิเอโตร โตพอที่จะปีนเขา เขาจะได้ออกไปกับพ่อและบางครั้งบรูโนก็ไปด้วยพ่อตอนปีนเขา ดูอารมณ์ดีและมีความสุขมากกว่าตอนทำงานในเมือง หนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาคภาคแรก เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของปิเอโตรน้ำเสียงที่เล่าเรื่องมีความอบอุ่นเป็นเสียงของความอนาทร เข้าอกเข้าใจแม้เรื่องที่เล่าจะยังไม่ใช่ความสุขแต่เราก็รู้สึกว่า อย่างน้อย มันมีความสุขอยู่ในความทรงจำต่างๆ ที่ผู้เขียนเล่าถึง แปดขุนเขา เป็นหนังสือที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของคนความสัมพันธ์แบบพ่อกับลูก แบบเพื่อนกับเพื่อนเป็นเรื่องเล่าที่ดำเนินเรื่องไปอย่างเนิบๆ มีบรรยากาศของการหวนระลึกถึงความหลังไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเศร้าความผิดพลาด หรือความสำเร็จเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และไม่อาจหวนคืนเขาเพียงแต่นึกถึงมัน และเล่ามันออกมา วิธีเล่ามีเสน่ห์มากเรารักวิธีเล่าแบบนี้ ภาษาแบบนี้มันแสดงให้เห็นว่าตัวละครมีความละเอียดอ่อนอย่างไรมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาผูกพันกันอย่างไรท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างพ่อกับลูกชายความเหินห่างระหว่างเพื่อนเก่าแก่ที่เคยกลมเกลียว ในตัวคนเรา มีบุคลิก Read More →

เรื่อง เงียบ SILENCE In the Age of Noise ผู้แต่ง Erling Kagge ผู้แปล วรรธนา วงษ์ฉัตร สำนักพิมพ์ โอ้มายก้อด เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167832289 silence เป็นหนังสือปกสวย ภาพประกอบสวย รูปเล่มดี กระดาษดี และสัมผัสดี เราอ่าน silence ในช่วงคาบเกี่ยวปลายปีจนถึงปีใหม่ คาดหวังให้หนังสือเล่มนี้นำพาเราไปสู่อะไรบางอย่าง เป็นการอ่านหนังสือนอกสถานที่ เราหอบหิ้วมันไปอ่านระหว่างกางเต็นท์ที่ต่างจังหวัด นั่งอ่าน (ความ) เงียบ ท่ามกลางเสียงน้ำตกระงมงีม ลมหนาว แดดอุ่น และระบำใบไม้ร่วง เสียงน้ำ เสียงนก และเสียงของความเงียบ ระหว่างที่อ่านบทแรกๆ เรานั่งครุ่นคิด สงสัย และถามตัวเองว่า นี่หรือคือหนังสือที่หลายคนอ่านแล้วบอกว่าดี บางที โลกใบนี้ ในยุคสมัยนี้ อาจเต็มไปด้วยเสียงต่างๆ มากจนเกินไป ความเงียบจึงกลายเป็นของล้ำค่า เป็นของหายาก การพูดถึงความเงียบ จึงกลายเป็นดังการกล่าวคำปรัชญา เราไม่เคยกลัวความเงียบ และชอบที่จะอยู่กับมัน ชอบการทำงานโดยไม่ถูกขัดจังหวะ Read More →

ก่อนจะหมดวันเด็ก มาชวนอ่านวรรณกรรมเยาวชนในดวงใจของเรา ที่บางเล่มเหมาะสำหรับเด็ก และกับบางเล่ม ก็เหมาะกับทุกเพศทุกวัยค่ะ เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เรื่องเล่าจบในตอน ถึงวิถีชีวิตโบราณ ในคืนวันที่คุณตาคุณยายของเรายังเป็นเด็ก ร่มเย็น สุขสงบ เมื่อยังเด็ก ตอนที่เราอ่านเล่มนี้ เรานึกภาพตัวเองตอนโตเอาหลายแบบ แต่นึกไม่ออกเลยว่า เราในทุกวันนี้ มีแบบอย่างจากหนังสือเล่มนี้อยู่มากน้อยเท่าไร ราโมนารักพี่…คนดีที่หนึ่งเลย  อีกหนึ่งความทรงจำในวัยเด็กของเรา มันผูกพันเราเข้ากับการเลือกซื้อหนังสือด้วยตัวเอง และการเริ่มสะสมหนังสือ นอกจากนี้ ความเป็นพี่น้องระหว่างบีซัสกับราโมนา ยังเชื่อมโยงกับความเป็นพี่น้องในชีวิตจริงของเรา เป็นงานเขียนที่เข้าถึงจิตใจเรา – ในตอนที่วัยของเรายังไล่เลี่ยกับบีซัสและราโมนา จำได้ว่า ช่วงเวลาคาบเกี่ยวที่เรากำลังจะโตแซงบีซัสไป เกิดความรู้สึกใจหายขึ้นในชั่วขณะหนึ่งด้วยซ้ำ ^^ ห้าใบเถา จากเรื่องราวของสองสาวพี่น้อง มาสู่เรื่องราวของห้าพี่น้อง ที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด ภาพห้าสาวไล่ขนาดจากเล็กสุดถึงโตสุด แต่งตัวเหมือนๆ กัน เดินเรียงแถวกันไปไหนๆ ทำอะไรอะไรด้วยกัน ฯลฯ เป็นภาพจำอันแสนสุข แม้ตอนเด็กจะชอบทะเลาะกับน้องสาวคนเดียว แต่ตอนอ่านเรื่องนี้ ก็มีโมเม้นท์ อยากจะมีพี่น้องเพิ่มให้ครบห้าคนอยู่เหมือนกัน ^^ เพลงดวงดาว เคยมีสักครั้งไหม ที่ทิ้งร้างหนังสือในดวงใจไปนาน หลายสิบปีผ่านไป และการกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง ทำให้เราค้นพบตัวตนที่เราเป็น .. ในหนังสือเล่มนั้น Read More →

ปีนี้ช่างยาวนาน .. นั่งดูหนังสือที่อ่านตอนต้นปีแล้วนึกในใจว่า นี่คือหนังสือที่เราอ่านเมื่อช่วงต้นปีนี้เองหรือนี่ รู้สึกเหมือนอ่านมันจบลงไปนานมากแล้วเลย มองหนังสือที่อ่าน แล้วก็มองปีนี้ของตัวเอง ดูมันงงๆ สะเปะสะปะ อันที่จริง หนังสือที่อ่านคงไม่เท่าไรหรอก เพราะอ่านอะไรหลายอย่างแบบนี้มาทุกปีอยู่แล้ว คงเป็นความรู้สึกภายในมากกว่า ที่ทำให้รู้สึกไปแบบนั้น เป็นปีที่ผ่านไปแบบไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ไม่มีอะไรเพิ่ม ไม่มีอะไรลด .. เฉยเมย .. สุข ทุกข์ สามัญ .. ปีนี้ เราอ่านหนังสือไปทั้งหมด 55 เล่ม ยังคงน้อยลง น้อยลง และน้อยลงไปในทุกปี ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง เพราะไม่ได้คาดหวังจะอ่านหนังสือให้ได้มากๆ อยู่แล้ว จำได้ว่า เมื่อต้นปี เราตั้งใจจะอ่านหนังสือที่อยากอ่าน ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ ทั้งแนวทางหรือปริมาณ แนวหนังสือที่อ่านก็เลยออกมาประมาณนี้ .. มั๊ง อย่างที่บอกว่า ปีนี้ไม่ได้ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือกี่เล่ม เช่นเดียวกันกับการซื้อหนังสือ .. เราก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้เช่นกันว่า จะซื้อหนังสือเท่าไร ยังไง แต่ถึงแม้จะไม่ได้คาดหวัง ผลของมันก็ยังเกินความคาดหวังไปไกลเกินไปแล้ว!! สรุปคือ ปีนี้เรามีหนังสือเข้าบ้านสิริรวม 91 เล่ม Read More →

กลับมาจัดอันดับหนังสือโปรดแห่งปีกันอีกแล้วค่ะปีนี้เราอ่านหนังสือไปทั้งหมด 55 เรื่อง(กับนิยายออนไลน์อีก 1 เรื่อง)โดยทั้งหมดนี้ เป็นงานแปล และงานเขียนของนักเขียนไทยในจำนวนสูสีกันงานแปลส่วนมาก มาจากฝั่งตะวันออก มากกว่าตะวันตกและทั้งหมดเน้นหนักไปที่ fiction มากกว่า non-fiction จากจำนวน 55 เรื่องที่ว่านี้เราคัดเลือกเล่มที่ชอบมากๆ ในปีนี้มาได้ 5 เล่มค่ะ 🙂 โดยที่ ทั้ง 5 เล่มนี้ ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นหนังสือที่พิมพ์ในปีนี้(เป็นเล่มที่เราอ่านในปีนี้ค่ะ)นอกจากนี้ ลำดับที่โพสต์ ก็ไม่ได้เรียงตามความชอบด้วยมาดูกันค่ะว่า 5 เล่มที่เป็นที่สุดของเราในปีนี้ มีเล่มไหนกันบ้าง เล่มแรก วันที่แม่ไม่อยู่ อาจเป็นเพราะหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของนักเขียนเกาหลีและผู้หญิงในชนชาติฝั่งตะวันออก มักจะมีค่านิยมที่คล้ายคลึงกันทำให้หนังสือเล่มนี้สัมผัสหัวใจเราได้มากทีเดียว วันที่แม่ไม่อยู่ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้เราคิดถึงแม่ค่ะแม่ในเรื่อง มีความเชื่อมโยงกับแม่ในความทรงจำของเราในบางเสี้ยวส่วนเราเชื่อว่า ถ้าคนไทยอีกหลายคนได้อ่านมันก็จะต้องคิดถึงแม่ของตัวเองเช่นกัน และอาจจะรักมันเหมือนกับที่เรารักยกให้เล่มนี้เป็นหนึ่ง (ในห้า) ในดวงใจของเราในปีนี้ค่ะ เล่มที่สอง ชายชื่ออูเว ชายชื่ออูเว เป็นอีกเล่มที่ผู้เขียนทำให้เรารู้สึกจับหัวใจเป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้เรารู้สึก ..เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องได้ดี และทำให้คนอ่านเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดอันละเอียดอ่อน ที่ตัวละครปิดกั้นไว้อย่างมิดชิดฝีมือการเขียนขั้นเทพมากค่ะ เล่มที่สาม นกกระจอกเทศกับสิ่งที่หลงหาย และพี่ชายของฉัน วรรณกรรมเยาวชนมักจะติดโผหนังสือแห่งปีของเราในทุกปีเสมอๆไม่เคยรู้ และไม่เคยยอมรับเลยว่าเราชอบอ่านวรรณกรรมเด็กตอนเด็กๆ ยังไม่ค่อยได้อ่านเลย (อ่านนิยายมาตั้งแต่เด็กค่ะ) แปลกดีที่ยิ่งโตก็ยิ่งค้นพบว่า Read More →