เรื่อง คอนเชตตา คอนเชตตา Stream of Concetta ผู้แต่ง ลาดิด (LADYS) เรื่องเริ่มเล่าจากสองฝั่ง หนึ่งคือนักเขียนหญิงวัย 25 ที่กำลังหมดไฟในการเขียน และหมดไฟเสน่หาที่จะใช้เพื่อรัก เมื่อไร้รัก ไร้แรงขับ ตัวหนังสือก็หยุดนิ่ง อีกหนึ่ง คือโสเภณีหญิงสูงวัย ที่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ลุ่มลึก มีอำนาจต่อจิตใจล้นเหลือเหนือผู้ว่าจ้าง เธอกลายเป็นแรงบันดาลใจของนักเขียน คือหนทางที่จะนำพาเธอไปหาคอนเชตตา เป็นเล่มมีด เป็นกรรไกร เป็นด้ามขวาน ที่ปลดปล่อยเธอจากเถาวัลย์พันธนาการ นอกจากการเล่าผ่านสองฝั่ง เรื่องยังปะปนไปด้วยบทสนทนาที่กลมกลืนไปกับคำบรรยาย เรื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยมวลอารมณ์มากกว่าพล็อต มันไหลลื่น หากแต่ก็อยู่กับที่ เหมือนถูกตัดตอนออกมาจากนิยายเรื่องยาวสักเรื่อง คอนเชตตา คอนเชตตา ไม่ดึงดูดเราเท่าเล่มอื่นๆ มันมีความโรแมนติกแทรกเข้ามา การที่นักเขียนเขียนถึงนักเขียน เราอดคิดไม่ได้ว่า เค้าโครงบางส่วนอาจแตกขยายผ่านจินตนาการ ออกมาจากสัดส่วนเสี้ยวอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงขณะเขียน และมันยิ่งโรแมนติกสำหรับเรา คอนเชตตาสำหรับเรา เราว่าเธอเหมือนก้อนถ่านก้อนหนึ่ง .. และมันน่าเศร้านิดๆ

เรื่อง คุณคริมสันส์นั้นสุขสบาย The Crimsons’ ผู้แต่ง ลาดิด (LADYS) ถลอกถลกชั้นเนื้อภายในจิตใจของคนสองคน ที่พูดได้ยากว่ารักกัน หากแต่ก็รักกัน ไปพร้อมๆ กับหมุนวนกันไปในโลกของทุนนิยม โลกที่ต่างคนต่างก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ชั่งตวงวัดความรักตัวเอง กับความรักที่มีให้ฝ่ายตรงข้าม แม้กับตัวเองก็ไม่อาจให้คำตอบได้ ว่าเสแสร้างหรือจริงใจ ทางเลือก ทางไม่เลือก .. แม้คำบรรยายจะบอกอยู่บ่อยๆ ว่าคุณคริมสันส์นั้นเอื้ออารี มีจิตใจเมตตา แต่การบรรยายอย่างอื่นโดยรอบ ถึงความหวาดกลัวที่ทุกคนมีต่อคุณคริมสันส์ หรือการพยายามหาเงิน เพื่อที่จะหนีออกจากคณะละครสัตว์ของคุณคริมสันส์ ก็ขัดแย้งกับประโยคบอกเล่าที่ปูมา ลาดิดยังคงเล่าเรื่องได้น่าติดตาม เธอบอกเราเฉพาะเรื่องที่ควรบอก และปล่อยให้เราค้นหาเหตุผลของการกระทำแปลกๆ ของตัวละคร ผ่านการติดตามเนื้อเรื่องไปอย่างกระชั้นชิด เอกลักษณ์ของลาดิด คือแรงดึงดูด หนังสือของเธอ อ่านสนุก น่าติดตาม เล็ก กระชับ เรียบง่าย แต่พุ่งตรงเข้าประเด็น มีผลต่อหัวใจ มันถูกวางแผน ถูกจัดวางมาแล้ว ดำเนินเรื่องเนิบเรื่อย .. จนถึงจุดหนึ่ง ที่เธอจะฟาดเรา เหมือนแส้ที่แอนน์ฟาดรูบี้ทุกตัว เราเป็นสิงโตตัวนั้น .. เราเป็นสิงโตตัวหนึ่ง .. ของคุณคริมสันส์ และคุณคริมสันส์นั้นสุขสบาย

เรื่อง อดาไลน์ และเรื่องสั้นอื่นๆ Adaline and Other Short Stories ผู้แต่ง ลาดิด (LADYS) นี่เป็นหนังสือของคุณลาดิดเล่มที่สอง ที่เราได้อ่าน เปลี่ยนรูปแบบจากเล่มแรก ที่เป็นนิยาย มาเป็นอดาไลน์ที่เป็นรวมเรื่องสั้น ซึ่งเป็นแนวที่ไม่ถนัดของเราเลย แต่ .. สำนวนของคุณลาดิดก็ยังคงทำได้ดีเช่นเคย เราชอบเรื่องแรกๆ โดยเฉพาะเรื่องรอยสัก (สักและสารภาพแสนซ้ำซาก) เรื่องนั้นจบได้จี๊ดมากกกกก เราว่าในเล่มนี้ ลาดิดใส่ความคมคาย เสียดสี และซ่อนสัญลักษณ์ เอาไว้มากมาย แต่ละเรื่อง ปะปนไปด้วยเรื่องราวของความสัมพันธ์ .. เราหันมุมหนึ่งแก่กัน ขุดฝังอีกหนึ่งมุมไกลห่าง ยิ่งทุกข์ ยิ่งเป็นแผล เป็นปุ่มปมในใจ ยิ่งเก็บไว้ลึกสุดลึก อนุญาตให้เห็น ให้รู้จักกันเพียงเท่านั้น และไม่เห็น ไม่รู้จักกันอีกไม่รู้เท่าไร .. แต่เราก็รักกัน ชื่นชมกัน เกลียดกัน ทะเลาะกัน ฯลฯ จากมุมเดียวเสี้ยวนั้น .. นอกจากเรื่องของความสัมพันธ์ ในเล่มนี้ยังมีเรื่องราวของความแตกต่างระหว่างชนชั้น และเรื่องอื่นๆ อีกนิดหน่อย โดยมาก มันเป็นเรื่องราวของความรัก Read More →

เรื่อง มาการงก็คือมาการง ผู้แต่ง ฟูมิเอะ คนโด ผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศ สำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน สำนักพิมพ์ในเครือ ไต้ฝุ่นสตูดิโอ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144825 ไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า เรารู้สึกว่าในเล่มที่สาม ของหนังสือในชุดบิสโทรปามาลเล่มนี้ เข้มข้น จัดจ้านกว่าเล่มอื่นๆ จากที่เคยเล่าเรื่องสืบสวนเบาๆ นวลๆ เล่มนี้เล่าเรื่องหนักแน่น เศร้ากว่า สุขกว่า สนุกกว่า และใส่ประเด็นน่าสนใจในสังคมเข้ามามากกว่าที่เคย ตอนแรก หม้อนกกระสา .. เราชอบตอนแรกจัง มันอบอุ่น มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ เป็นปมคาใจที่มีต่อคนที่แสดงความรู้สึกไม่เก่ง ถ้าไม่ได้มารับประทานอาหารที่บิสโทรปามาล ถ้าไม่ได้พบกับเชฟมิฟุเนะ ลูกค้าคนนี้ก็คงจะยังค้างคาใจอยู่ต่อไปไม่รู้จบ ดีจังที่เธอปลดล็อกมันลงได้ ตอนต่อมา ทาร์ตสีน้ำเงิน นี่ก็นับเป็นหนึ่งตอน ที่เรารู้สึกว่าเข้มข้นขึ้น มีประเด็นที่ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ ที่ถ้าการกระทำของเรา สนับสนุนการนอกใจของลูกค้า เราจะรู้สึกเช่นไร และเราควรปฏิบัติเช่นไร เป็นเรื่องที่ช่างซับซ้อน และคงต้องหาสมดุล หาตรงกลางของมัน ความละเอียดอ่อนในงานบริการแบบนี้ มันญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ตอนที่สาม ขาหมูสมรู้ร่วมคิด เรื่องนี้น่ารัก แบบเหวอๆ หน่อย เรื่องของผู้ชายเขาอ่ะเนอะ 5555 Read More →

เรื่อง ยอดมนุษย์วายป่วง ผู้แต่ง เฟรียดริค บัคมัน ผู้แปล โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล สำนักพิมพ์ แมร์รี่โกราวด์ พับลิชชิ่ง เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169376354 เพราะตอนที่เราอ่าน เราชอบที่เราค่อยๆ รู้จักตัวละครแต่ละตัว .. ทีละนิด ตามที่ผู้เขียนค่อยๆ เปิดเผยออกมา มันเป็นความรู้สึกที่ดี และเราก็อยากให้ทุกคนที่อ่านเล่มนี้ ได้รับรู้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน ดังนั้น รีวิวนี้อาจจะไม่ได้เล่าอะไรเท่าไรนัก มันอาจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกขณะอ่าน มากกว่าเนื้อหาสำคัญของเรื่อง .. ยอดมนุษย์วายป่วง เล่าถึงหมู่มวลผู้ไม่ปกติ หรือไม่บางที บนโลกนี้ก็ไม่มีใครปกติ? ผู้เขียนเริ่มต้นเล่มแสนจะดีงาม ทั้งสำนวน ทั้งวิธีเล่าเรื่อง เขาจูงเราเดินตามต้อยๆ พยักหน้าหงึกๆ ใช่ เราเป็นแบบนั้นแหละ เสแสร้งว่าเก่งกาจ บนโลกที่โคตรยาก ไม่ว่าจะบทบาทลูก บทบาทสามีภรรยา ไปจนกระทั่งบทบาทของพ่อแม่ (นอกจากผู้เขียน ผู้แปลก็แปลดีมากเช่นกัน) ผู้เขียนเขียนเก่งจัง เขาฮุคเราตั้งแต่หน้าแรก ทำให้เราขำมาเรื่อยๆ แล้วก็ทำให้เราร้องไห้ครั้งที่หนึ่ง .. อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว .. หลังจากจบบรรทัดสุดท้ายของหน้าสี่สิบกว่าๆ ตัวละครหลักในเล่ม ผุดเพิ่มขึ้นจากเล่มก่อนๆ เป็นเท่าตัว จากที่เราจะต้องรับมือกับความป่วนของ Read More →

ปีนี้เป็นปีแห่งการไปงานหนังสือ เราไปงานหนังสือมาทั้งหมด 15 งาน (ถ้านับครบ ไม่ตกหล่นนะคะ) สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 เทศกาลหนังสือฤดูร้อน ครั้งที่ 2 books & beers festival 2022 I เทศกาลอ่านและดื่มอย่างรื่นรมย์ the commons used book fest Iสมบัติผลัดกันอ่าน สนามอ่านเล่น ตอน สนามกระชับมิตร เทศกาลหนังสืออิโรติก I Bangkok Erotica Book Fest 2022 จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 13 มหแบหนังสือแห่งชาติ 2022 มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 เปิดคลัง นานมีบุ๊คส์ 2022 สมานมิตรฯ Return มหกรรมนิยายนานาชาติ และมหกรรมนิยายวายระดับชาติ 2022 ซีเอ็ดฯ เปิดคลังพังกระบะ Big Bad Read More →

เรื่อง To Read or Not Read. That Is My Question. หากโลกนี้ไม่มีหนังสือ ผู้แต่ง Jimmy Liao ผู้แปล วีรนาถ โชติพันธุ์ สำนักพิมพ์ abook เลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272157 ทั้งๆ ที่ชอบหนังสือ แต่ไม่ค่อยประทับใจกับเล่มนี้เท่าไร คุณจิมมี เลี่ยว ในเล่มนี้แตกต่างออกไปจากเล่มอื่นๆ มันมีความเป็นมิตร มีอารมณ์ขันเสียดสีนิดๆ และมีเด็กเต็มไปหมด มันพูดถึงหนังสือในหลากหลายแง่มุม ไม่ได้ชี้นำไปในทางใดทางหนึ่ง แต่นั่นก็ทำให้มันไม่สุด มันเรื่อยๆ ไม่โดนใจเราไปสักทาง หากโลกนนี้ไม่มีหนังสือ เปิดเรื่องขึ้นด้วยตัวละครหนุ่มน้อยคนหนึ่ง พูดกับเราว่า ร้านหนังสือแถวบ้านเขากำลังจะปิด เขารู้ก่อนใครเพื่อนเลย เพราะร้านนั้นเป็นร้านของคุณพ่อของเขาเอง ทุกวันนี้ คนไม่ค่อยซื้อหนังสือตามร้านเล็กๆ กันแล้ว ซื้อออนไลน์ง่ายกว่า แถมยิ่งไปกว่านั้น คนเรายุ่งขึ้น ไม่มีใครมีเวลาอ่านหนังสือกันแล้ว เด็กชายคนนี้ก็เลยจัดเสวนา โดยชวนเพื่อนๆ ที่เคยมาซื้อหนังสือที่ร้าน ให้มาร่วมออกความเห็นด้วยกันว่าทำไมคนถึงไม่อ่านหนังสือกันแล้ว ปรากฏว่าเด็กๆ มากันครบ ทุกคนมาประชุมกัน เด็กชายคนที่เป็นลูกเจ้าของร้านหนังสือที่กำลังจะปิดเล่าว่า ทำไมร้านจึงจะปิด และพ่อของเขา โศกเศร้าเพียงใดเมื่อตัดสินใจจะปิดร้าน พ่อของเขาเป็นนักรวบรวมคำคม Read More →

ปีนี้เราอ่านหนังสือไปทั้งหมด 62 เล่ม นึกคร่าวๆ แบบไม่ต้องไปเปิดดู เราเข้าใจว่าเราอ่านงานแปลจากทางเกาหลีญี่ปุ่นไปเยอะมากกกก แต่พอมานับกันจริงๆ แล้ว กลายเป็นว่า เราอ่านงานแปลของฝั่งตะวันออก ไปแค่ 17 เล่มเอง เป็นงานแปลของฝั่งตะวันตก อีก 13 เล่ม ส่วนที่เยอะมากจริงๆ กลับกลายเป็นผลงานของนักเขียนไทย ซึ่งอ่านไปถึง 32 เล่ม ตกใจเลยที่เราอ่านงานไทยไปเยอะขนาดนี้ ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่ค่อยได้อ่าน ความรู้สึกของคนเรามันเชื่อถือไม่ได้เอาจริงๆ ดังนั้น จึงออกจะแปลกใจเลยว่า พอมาเลือก 10 เล่มแห่งปีของเรา ทำไมจึงมีหนังสือแปลฝั่งตะวันออกติดมาหลายเล่มมาก บางทีการที่เราชอบอาจทำให้เราจดจำ จนเผลอเข้าใจไปว่าอ่านเยอะ .. อืม น่าจะเป็นแบบนั้นมั้ง ถ้ามาลองนับเป็นประเภทของหนังสือกันบ้าง ปีนี้เราอ่าน fiction ไปทั้งหมด 48 เล่ม ซึ่งมีทั้งที่เป็นนิยาย เรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ แล้วก็เป็น non – fiction อีก 14 เล่ม ในบรรดาหนังสือทั้ง 62 Read More →

เรื่อง ดินแดนบันไดงูผู้แต่ง วิสุทธิ์ ขาวเนียมสำนักพิมพ์ ผจญภัยเลขมาตรฐานหนังสือ 9786164790438 เวลาอ่านกลอน มันดีจัง ชีวิตช้า เนิบ เย็นโดยเฉพาะเล่มนี้ ถ้อยคำ สัมผัส ไพเราะและเรารู้สึกว่า .. มันเป็นปรัชญาจัง ผู้เขียนสร้างความประทับใจให้เราตั้งแต่ตอนอ่านสารบัญเพราะแต่ละบทนั้น มีชื่อบทที่คล้องจองร้อยเรียงต่อกันไปตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ผู้เขียนเปิดเล่มเหมือนการปาดป้ายพู่กันวาดโลกซ้อนโลกเหลื่อมเวลาเป็นโลกแห่งอดีตที่ซ้อนทับกับโลกใบที่เราอยู่ทุกห้วงเวลาเชื่อมต่อเป็นโลกใบเดียวกัน บางครั้ง เราไม่อาจอธิบายสิ่งที่เราอ่านได้มันก้ำกึ่งระหว่างความไม่เข้าใจกับความเข้าใจกล่าวคือ เราไม่เข้าใจในเรื่องที่ผู้เขียนเล่า .. ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงสถานการณ์ไหนหากแต่เราก็มีเรื่องของเรา มีสิ่งที่เรานึกถึงเขาเล่าเรื่องราวของเขา .. เราอ่าน และมีเรื่องราวของเราบทกวีของผู้เขียนต่อเติมจินตนาการเรากว้างไกลเราเห็นภาพ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น .. ในบทกวีนั้น ความสนุกน่าจะอยู่ตรงที่ ..เราเห็นภาพอะไร ตอนที่อ่านบทกวีนี้อยู่ ดินแดนบันไดงู เป็นบทกวีที่รวมบทกวีที่เล่าเรื่องของสังคมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ฯลฯมีเรื่องราวของโลกปัจจุบัน ซ้อนทับกันกับบางเรื่องราวในอดีตมีบทตอนที่ต่อต้านสงคราม ด้วยการถ่ายทอดความเลวร้ายจากสงครามให้เราเห็นเด็กๆ ที่ต้องเข้าสู่สนามรบ หัวอกของผู้สูญเสียการบาดเจ็บ ล้มตาย พิการ การอพยพลี้ภัยสงครามและกลับกลายสู่การค้ามนุษย์ ฯลฯ เป็นรวมบทกวี ที่บางบทก็ทำให้ใจฟูแต่บางบทก็ทำให้ใจฟีบ ทำไมไม่รู้ เรารู้สึกเหมือนมีบางบทที่เราได้รับสารอันเดียวกันกับที่ได้รับจากเดฟั่นบางที จุดเริ่มต้นอาจก่อกำเนิดขึ้นมาจากวงสนทนาเดียวกันหรือบางที เราอาจจะจินตนาการไปเอง สรุปกับตัวเองได้เลยว่าว่าที่ซีไรต์ 3 เล่มของปีนี้ที่ผ่านมา เราน่าจะชอบเล่มนี้ที่สุด ดินแดนบันไดงู เป็นหนังสือที่เราชอบมากๆและอยากหยิบมาอ่านอีกซ้ำๆอยากอ่านจนเยิน ก่อนพกมันไปขอลายเซ็นคุณนักเขียน Read More →

เรื่อง ชีวิตไม่ไร้ความหมาย ผู้แต่ง วิกเตอร์ อี. ฟรังเคิล ผู้แปล นพมาส แววหงส์ สำนักพิมพ์ โซเฟีย สำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161848286 ชีวิตไม่ไร้ความหมาย ถูกเขียนขึ้นโดย .. วิกเตอร์ อี. ฟรังเคิล จิตแพทย์ชาวออสเตรีย เขาถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกันของนาซี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาถูกย้ายไปเรื่อยๆ ถึง 4 แห่ง ก่อนที่สงครามจะสิ้งสุดลง หนังสือเล่มนี้ พิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1946 ผู้เขียน เขียนส่วนแรกรวดเดียวจบ โดยใช้เวลาเพียง 9 วัน เราไม่แปลกใจเลย ที่เขาจะใช้เวลาเขียนน้อย เรื่องที่เล่ามันพรั่งพรู เขาเขียนออกมาจากความทรงจำรวดเดียว มันค่อนข้างวกวน ไม่รู้ว่าเป็นที่ผู้เขียนเองหรือผู้แปล แต่ถ้อยคำที่ใช้วกไปวนมาอยู่สักหน่อย หนังสือเล่มนี้ ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรก คือส่วนที่เขาเล่าประสบการณ์ในค่ายกักกันของนาซี ส่วนที่สอง คือรายละเอียดของโลโกเทอราปี ทฤษฎีทางจิตเวช ที่เกิดขึ้นจากการตกผลึกความคิดทั้งหมด ทั้งจากการสังเกตเหล่าผู้คนในค่ายกักกัน และรักษาผู้ป่วยภายหลังสงคราม ในเวลาต่อมา Read More →