เรื่อง ผุดเกิดมาลาร่ำผู้แต่ง อารยา ราษฎร์จำเริญสุขสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216285 เรื่องนี้ทั้งรักทั้งเกลียดทีเดียวเชียวยากจะตัดสินลงไปข้างใดข้างหนึ่ง แรกอ่าน .. สำนวนชวนให้คิดถึงวีรพรแต่เรากลับไม่ชอบ รู้สึกอ่านยากกว่าเปิดหน้าแรกมา มีตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดแต่เราอ่านวนไปวนมาบรรทัดละหลายรอบนึกว่าตัวเองอ่านตกหล่นไป .. ถ้อยคำไม่เป็นธรรมชาติมัวแต่อ่านสะดุดจนลืมรับสารที่ถูกสื่อมาเป็นแรกพบที่ไม่ประทับใจและเราต้องใช้เวลาปรับตัวต่อมาอีกสักหน้าสองหน้า เปลี่ยนวันอ่าน ในวันที่สมาธิดีๆ แล้วเริ่มใหม่สำนวนแบบนี้ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบบังคับตัวเองให้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรมากขึ้นถ้อยคำก็สละสลวยดีขึ้นตามกัน จบร้อยหน้าแรกเราเริ่มหลงใหลสำนวนภาษาที่ขัดหูขัดตาเมื่อคราแรกอ่านภาษาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นการเล่าแบบเนื้อเรื่องครึ่งหนึ่ง ผู้เขียนครึ่งหนึ่งและบางที .. อาจมีผู้อ่านอีกบางเสี้ยวส่วนเรื่องราวที่เป็นดังความหลังของผู้เขียนพาเราย้อนกลับไปยังความหลังของเราวัยเยาว์ การโยกย้าย พ่อและแม่ในทรงจำ ฯลฯความเชื่อมโยงเล็กน้อยค่อยสานต่อเรื่องราวจากอดีตเคลื่อนไปข้างหน้าจากวัยเด็ก .. ล่วงสู่วัยสาว .. สู่ร่วงโรย หลายคาบครานวนิยายถูกแทรกด้วยเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ซ้อนทับโลกจริงเข้ากับจินตนาการบรรเจิดคล้ายชีวประวัติที่ผู้เขียนอยากบันทึกไว้ทั้งหมดหากก็ยังอยากปกปิดบิดพลิ้วบางส่วน สำนวนโดยทั้งเรื่องสลับไปสลับมาไม่สม่ำเสมอภาษาตอนต้นประดิษฐ์เกินไปไม่เป็นธรรมชาติ ต่อเมื่อดำเนินมาถึงกลางเรื่องภาษาเหล่านั้นจึงได้ลดทอนความพิลาศพิไลลงซึ่งมันดูจริงกว่า สัมผัสได้มากกว่าในตอนแรกแต่ภาษาที่ว่านี้ ก็ไม่ได้คงที่แบบนั้นไปตลอดผู้เขียนสลับสำนวนไปมาระหว่างเล่าเรื่องซึ่งเราจับนัยยะสำคัญระหว่างความแตกต่างนี้ไม่ได้ ในแบบอย่างของการเล่าเราเกลียดช่วงเวลาของการทำแท้ง (ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า) ที่สุดผู้เขียนเชื่อมโยงการทำแท้งกับการทำลายล้างภาพจำฝังใจเมื่อวัยเด็กความทุกข์ ความขาดรัก ความโหยหา ความถือดี ฯลฯเหตุการณ์เลวร้ายในบ้านไร้แม่เป็นการเล่าเรื่องที่เราอยากรู้เรื่องหากเมื่อเล่าผนวกไปกับการทำแท้งเราทั้งอยากและไม่อยากอ่านไปพร้อมกัน ในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้เขียนผูกตัวละครเอาไว้กับความตายระหว่างอ่าน เราทดลองสืบค้นทาง youtubeและพบว่าหลายชิ้นงานศิลปะที่ผู้เขียนเล่าถึงเป็นชิ้นงานที่ผู้เขียนสร้างขึ้นจริงซึ่งพอได้ดูแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวมันสร้างความรู้สึกรุนแรงมากกว่าการอ่านเสียอีกมันปะปนไปกับความตกใจว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ .. มันถูกสร้างขึ้นจริง ..จินตนาการจากการอ่านของเราไปไม่ถึงเอาเสียเลย เมื่ออ่านจนจบ เราพบว่าผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นหนังสือที่ทำใจรักได้ยากมันมีหลายความรู้สึกปะปน สิ่งที่ชอบสำหรับหนังสือเล่มนี้คือมันทำให้เราหวนคิดถึงวัยเด็กของตนเองด้วยเช่นกันควบขนานไปกับเรื่องราวของผู้เขียนเราทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของตนเองในตลอดห้วงช่วงชีวิต ..อาจมีบางเหตุการณ์สอดคล้องเชื่อมโยงชวนให้นึกถึงและนั้นเป็นส่วนที่ทำให้เราชอบมัน  

เรื่อง ปีแสงผู้แต่ง ดุจดาว วัฒนปกรณ์สำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272195 ปีแสง เริ่มต้นด้วยจุดด่างพร้อยและรอยร้าวมันเป็นบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยา .. ที่นักจิตวิทยาวิเคราะห์ตนเองมันคืออัตชีวประวัติ ..เป็นชีวประวัติที่ไม่ได้เต็มไปด้วยถ้อยคำสรรเสริญ อวดโอ้มันเป็นชีวประวัติที่มีแต่ความบิดเบี้ยว แหว่งวิ่น เผยบาดแผล เปิดเปลือยปุ่มปมในส่วนลึก หนังสือเล่มนี้ตอกย้ำให้เรารู้ว่าพ่อ แม่ และครู ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่ใช่มนุษย์พ่อ มนุษย์แม่ มนุษย์ครู..ไม่ใช่สายพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อเป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นครูโดยเฉพาะเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความเชื่อ มีค่านิยม มีปม มีกรอบสามารถคิดผิด ตัดสินใจผิด และทำผิดได้เหมือนๆ กับมนุษย์คนอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ก็ต่อเมื่อเราเติบโต มีวุฒิภาวะเพียงพอซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น .. เราก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีปม มีกรอบในจิตใจไม่ต่างกันและบางครั้ง ทั้งที่เรารู้อย่างนั้นแล้วมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะตระหนัก เข้าใจ ให้อภัย หรือยอมรับมันได้   หลายครั้งที่ผู้เขียนเล่าถึงปมวัยเด็กของตนเองปัญหาชีวิตของตนเองผนวกไปกับประสบการณ์การเรียนจิตวิทยาการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาของผู้เขียนกับเรื่องที่เรียนทำให้คนอ่านเองก็รู้สึกเหมือนได้ตรวจสอบจิตใจตัวเองไปด้วย ปีแสง เป็นหนังสืออีกเล่มที่ดึงดูดเราเอาไว้แทบจะตลอดเวลาเป็นอีกเล่มที่เราอ่านแทบจะรวดเดียวจบและเป็นอีกครั้งที่ได้พูดว่า นี่เป็นเล่มแห่งปีสำหรับเรารู้สึกดีจัง ที่ช่วงนี้มีแต่หนังสือดีๆ เข้ามาในชีวิต 🙂  

เรื่อง Lots of Love7,300 วันที่เรารักกันผู้แต่ง ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคงสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163271334 Lots of Love เล่าเรื่องราวประจำวันของคู่ชีวิตที่คนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งส่วนอีกคน .. เคียงข้าง เป็นทุกอย่างในชีวิตความรัก ความเศร้า ความอดทน สูญเสียความอดทน การอยู่รอดความสุขเล็กๆ น้อยๆ กำลังใจ ฯลฯ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเรื่องราวในแต่ละวัน ถ้อยคำสวยงาม ให้อารมณ์พลิ้วไหว อ่อนหวานละเมียดละไม ละเอียดอ่อนทางความคิด และความทรงจำทั้งของหมวย และของอิท ..ซึ่งได้ทิ้งข้อความเอาไว้ผ่านสมุดบันทึก จดหมาย หรือโปสการ์ดและผู้เขียน (หมวย) นำบางส่วนมาเล่าไว้ในเล่มนี้ ตลอดเวลาที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้กราฟของอารมณ์ค่อยๆ ไต่ระดับลงไปอย่างช้าๆเรารู้อยู่แล้วว่าหนังสือเล่มนี้เศร้า แต่ก็ไม่ได้เศร้าตั้งแต่แรกอ่านเราเริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ตามอารมณ์ของผู้เขียนไปอย่างช้าๆและโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจก็สั่นไหว น้ำตาก็ไหลออกมาเงียบๆไม่ใช่เศร้าฟูมฟาย มันเป็นเศร้าที่หน่วงๆ อยู่ในหัวใจ   เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนรักไปได้ดีมากความทรงจำค่อยๆ ถูกทบทวน เรียบเรียง และถ่ายทอดขณะที่ปลอบโยนหัวใจผู้เขียน ก็ได้ปลอบโยนหัวใจผู้อ่านไปด้วยพร้อมกันเป็นกำลังใจที่ดี .. เป็นความอบอุ่น อ่อนโยน ที่เกิดขึ้นในหัวใจขณะอ่านเป็นความดีงามที่ควรค่าแก่การอ่านไม่ว่าเราจะเคยมีประสบการณ์ร่วมหรือไม่ก็ตาม ..  

เรื่อง Paper Cut รักกลายเป็นกระดาษเพลง วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้น ฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์ / ปอ เปรมสำราญ / ภวิล เฟย์ / โบนิตา อาดาสำนักพิมพ์ P.S.เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168166093 Paper Cut เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นประกอบเพลงซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 เพลงเจ้าของเพลงคือคุณเจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้นเอง ก็มีด้วยกัน 4 เรื่องเช่นกันถูกเขียนขึ้นจากนักเขียน 4 คน แต่เล่มที่เราซื้อเป็นแบบที่ไม่ทีแผ่นซีดีมาด้วยทำให้อรรถรสที่ควรเต็มปรี่ พร่องไปส่วนหนึ่งอดฟังว่าเพลงแต่ละเพลงที่ประกบคู่เข้ากันกับแต่ละเรื่องสั้นนั้นร้องอย่างไรเหลือเพียงเนื้อเพลงให้อ่าน กับส่วนที่เป็นเรื่องสั้นเท่านั้น เรื่องสั้นทั้งหมดว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ความรัก ความเลิกรัก ความสุข และความเคยสุข ฯลฯของผู้คนวัยหนุ่มสาว เนื้อหาโดยรวมไปในทางหม่น หน่วงซึ่งคงจะไปกันได้ดีกับอารมณ์เพลงของคุณเจี๊ยบ วรรธนา เรื่องแรก : หากดวงจันทร์ที่คุณรู้จักไม่มีอยู่จริงโดย : ฉัตรรวี เสนธนิลศักดิ์เพลง : CMYK Mojitoเล่าเรื่องความรักได้ลึกลับ แฟนตาซี และโรแมนติก เรื่องสั้นเรื่องที่สอง : Monsoonโดย Read More →

เรื่อง Kashmir If You Canผู้แต่ง แพร ฉัตรพรสำนักพิมพ์ บันในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162981845 / 915.4 ตอนที่แพรออกหนังสือเล่มนี้ เราตื่นเต้นและดีใจมากเพราะเคยติดตามรีวิวการท่องเที่ยวในแบบฉบับของเธอมาก่อนหน้าแล้ว เราเองก็เป็นคนที่ชอบจดบันทึกเหมือนกันติดอยู่ตรงที่ไม่มีฝีมือวาดรูปจึงได้แต่ติดตามและชื่นชมผลงานของเธอมาเรื่อยๆแอบ save รูปไว้เป็นแรงบันดาลใจก็หลายหน และแล้ว เมื่อผลงานที่ชื่นชอบกลายมาเป็นหนังสือเราจึงได้แต่กรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจนั่นแหละ เป็นเหตุผลที่เราซื้อหนังสือเล่มนี้ Kashmir If You Can เป็นบันทึกการเดินทางในรูปแบบที่ว่าคือเป็นสมุดบันทึกเล่มน้อย ที่เก็บสะสมภาพถ่าย ภาพวาด ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆ กลีบดอกไม้ใบหญ้าซองขนม เรื่องราว และความทรงจำ ฯลฯ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเสมอมาหยิบมาอ่าน หรือแม้เพียงแค่เปิดดูหัวใจก็จะซู่ซ่า เลือดก็จะสูบฉีด ..อยากออกเดินทาง และอยากจดบันทึก ..และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้บันดาลให้เกิดขึ้นกับเราค่ะ 🙂

เรื่อง เกาหลีใต้ ที่เห็นและไปอยู่HOME AWAY FROM HOMEผู้แต่ง ปิยฤทธิ์ ปัญจธรรมวิทย์สำนักพิมพ์ แซลมอนในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162984990 / 895.914 เกาหลีใต้ ที่เห็นและไปอยู่ เป็นหนังสือบอกเล่าความผูกพันระหว่างผู้เขียนกับผู้คน บ้าน และประเทศเกาหลี เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นจากคนธรรมดาๆ ที่ใช้ชีวิตไปวันๆจับพลัดจับผลูให้ไปรู้จักโฮสเทลแห่งหนึ่ง .. และเขาก็เริ่มตกหลุมรักมันโฮสเทลใกล้บ้าน ที่เป็นเหมือนขุมพลังงานที่ผู้เขียนรับมา ขับเคลื่อนชีวิต และเสริมสร้างประสบการณ์อันกลายเป็นพลังงานแหล่งใหม่ ส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังคนอ่าน ผู้คนในโฮสเทลได้บ่มเพาะความกล้าเล็กๆ ให้แซงหน้าความกลัวแล้วเรื่องราวต่อจากนั้น ก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ใช่แล้วค่ะ ผู้เขียนตัดสินใจออกเดินทางในที่สุดเขาเลือกที่จะไปประเทศเกาหลีที่สำคัญคือ .. หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เล่าถึงการเดินทางไปเกาหลีในรอบเดียวเราเหวอมาก ที่อ่านไปได้ไม่กี่บท เล่าถึงเกาหลีไปได้ไม่เท่าไรผู้เขียนก็นั่งเครื่องบินกลับบ้านเสียแล้ว .. อ้าว! แล้วที่เหลืออีกเกินครึ่งเล่มเล่า!!มาเข้าใจก็ต่อเมื่อเปิดหน้าถัดไป ..อ้อ .. นี่มันแค่อินโทร!! ระหว่างเล่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเองและผองเพื่อนที่เกาหลีผู้เขียนจะสอดแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของประเทศเกาหลีเอาไว้เป็นระยะๆเราเพิ่งรู้ว่าเด็กมัธยมปลายของเขาต้องเรียนหนักมาก (แบบมากๆๆๆ)นอกจากนี้ วิธีฟื้นตัวและสร้างตัวหลังสงครามโลกครั้งหลังสุดก็แทบจะเป็นภาพเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น แม้โดยตลอดทั้งเล่ม จะมี mood and tone ไปในทางสนุกสนานเฮฮาเที่ยว (จริงๆ คือการใช้ชีวิต) ในเกาหลีอย่างไม่มีแผนผ่านแต่ละวันไปวันๆ พบปะสังสรรค์กับเพื่อน Read More →

เรื่อง MY BEST FRIEND IS MEผู้แต่ง พวงสร้อย อักษรสว่างสำนักพิมพ์ แซลมอนในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162982972 / 895.914 แปลกดี หนังสือบางเล่มที่คิดว่าจะอ่านจบได้ในไม่นานกลับใช้เวลาเสียเนิ่นนานแต่กับหนังสือบางเล่ม ที่คิดว่าคงจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกลับอ่านมันจบในรวดเดียว MY BEST FRIEND IS ME มีรูปลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนชัดเจนตัวเล่มและภาพประกอบให้ความรู้สึกทึมๆ แบบเยอรมันบทตอนเล่าประสบการณ์การไปเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมันรูปแบบคล้ายสมุดบันทึก เป็นการคุยกับตัวเองสำนวนห้วนกระชับ เหมือน status ใน facebookแต่พอเราเริ่มชินกับภาษาห้วนๆ นั้นแล้วก็รู้สึกว่ามีความน่ารักซ่อนอยู่เหมือนกันห่างเหินนิดๆ เป็นมิตรหน่อยๆ การเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้สวยหรูดูดีแบบภาพฝันโดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาที่สามนอกเหนือไปจากภาษาแม่และภาษาอังกฤษผู้เขียนถ่ายทอดความโหดหินได้ชวนท้อในขณะเดียวกัน .. เราก็เอาใจช่วยให้เธอผ่านพ้นวิกฤตการศึกษาไปให้ได้นอกจากนี้ สังคมและเพื่อนพ้อง ก็มีความวิกฤตไม่น้อยไปกว่ากันเรารู้สึกได้ถึงความแปลกแยก ไม่เข้าพวก .. ความเหงาแทรกซึมอยู่จางๆ ระหว่างบรรทัด สำหรับ MY BEST FRIEND IS ME ปกนี้ เป็นการพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่สองโดยส่วนตัว เราว่าเราชอบปกใหม่มากกว่าปกแรกเยอะเลย.. แรกเห็นเราคิดแค่นั้น ..ต่อเมื่อได้อ่านจนจบจึงได้เข้าใจว่ากุหลาบดอกนี้คือความงดงาม และความเข้มแข็ง อดทนท่ามกลางความทึมเทาของเยอรมันท่ามกลางความยากลำบากในต่างแดนดอกกุหลาบดอกนี้พยายามฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อผ่านพ้นและยังคงความสวยงามอยู่อย่างนั้น อ่านหนังสือแบบนี้ .. เหมือนได้คุยกับตัวเองเหมือนกันนะ ปล. เล่มนี้สำนักพิมพ์แซลมอนให้มาอ่านขอบคุณมากๆ Read More →

เรื่อง Nowhere Girlผู้แต่ง Juli Baker and Summerสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163271945 Nowhere Girl เป็นสมุดบันทึกที่บอกเล่าห้วนๆเน้นภาพประกอบมากกว่าภาษาเขียนให้อารมณ์ความรู้สึกลุยๆผู้เขียน เขียนเล่าด้วยลายมือทั้งเล่มแม้ตัวอักษรค่อนข้างใหญ่ แต่เราก็ยังต้องเพ่งอยู่ดีเสียดายที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตอนที่สายตาล่วงวัยมาไกลถ้าเป็นตอนวัยรุ่น เราคงอินกับวิธีเล่าเรื่องแบบนี้ได้มากกว่านี้ แต่ถึงจะมีปัญหาในการอ่านอยู่บ้าง เนื้อเรื่องก็ยังทำให้อ่านได้เพลินๆ ดีเนื้อหามองโลกด้วยทัศนคติน่ารักสดใสภาพประกอบแน่นๆ ซึ่งเป็นสไตล์ที่เราชอบตั้งใจเอาไว้ว่า ถึงจะเปิดอ่านไม่บ่อย แต่คงได้เปิดดูรูปซ้ำบ่อยๆ เป็นแน่ Nowhere Girl เป็นสมุดบันทึกการเดินทางไปฝึกงานของผู้เขียนเริ่มตั้งแต่วันก่อนออกเดินทาง จวบจนกระทั่งวันที่ฝึกงานวันสุดท้ายเราได้เห็นพัฒนาการการเติบโตขึ้นของเด็กสาวจากครอบครัวอบอุ่นที่ต้องมาใช้ชีวิตคนเดียว ได้ทำอะไรด้วยตัวคนเดียวได้ตัดสินใจ ได้พบสถานการณ์ ได้รับผิดชอบ ได้อิสระ และได้ใช้ชีวิต ตอนที่อ่านไปได้สักพักนึงแล้ว เราไม่คาดหวังอะไรกับเล่มนี้มากนักนะเนื้อหาอ่านได้เพลินๆ ภาพประกอบสวยๆ แค่นั้นก็พอแล้วแต่เมื่อเราอ่านมันจนจบเข้าจริงๆ .. รู้สึกฟีลกู๊ดนะเป็นเล่มที่อ่านจบแล้วประทับใจ อิ่มเอม น่ารักกว่าที่คิดการมองโลกของผู้เขียนด้วยแหละ ที่ทำให้มันน่ารักขนาดนี้ดีใจที่ได้อ่านค่ะ 🙂

เรื่อง London Book Sanctuaryผู้แต่ง ฟาน ปีติสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272171 แม้จะเริ่มต้นอย่างเทพนิยายแต่เนื้อหาภายในเล่มก็ไม่ได้มุ้งมิ้งอย่างที่เราคิด(คำนำทำเราเขว) นอกเหนือไปจากภาพประกอบอันดีงาม โดดเด่นบทสัมภาษณ์เจ้าของร้านหนังสือแต่ละร้านก็ดีไม่แพ้กันฟาน ปีติ สามารถพาเราไปเห็นถึงความรักหนังสือของเจ้าของร้านแต่ละคนในแต่ละมุมมอง แต่ละรูปแบบที่เป็นตัวตนของพวกเขาเองเราได้ฟัง (อ่าน) แง่มุมต่างๆ ของหนังสือในแบบของพวกเขา เธอรู้ว่าควรจะถามอะไร มากน้อยแค่ไหน จับประเด็นได้ดี เรื่องราวมีเสน่ห์ พอเหมาะพอเจาะ ฟาน ปีติเก่งมากที่ไม่ทำให้เรารู้สึกซ้ำเลยทั้งๆ ที่คนเปิดร้านหนังสือเหมือนๆ กันน่าจะมีกรอบความคิดที่ไม่ต่างกันแต่เธอก็ทำให้มันต่าง ด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆและแง่มุมความความสนใจที่ต่างกันออกไปของผู้คนแต่ละร้านมีเอกลักษณ์ของตัวเองพวกเขามีคำบางคำที่ต้องการจะบอกจะสื่อผ่านร้านหนังสือของพวกเขาแรงผลักดัน แรงบันดาลภายในที่สร้างสรรค์ร้านหนังสือได้ไม่ซ้ำกันไปทั่วกรุงลอนดอนเธอนำเสนอมันออกมาได้ดีมาก London Book Sanctuary เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจปลุกความฝันที่หลับอยู่ในจิตใต้สำนึกนานมาแล้ว เราเคยอยากมีร้านหนังสือเล็กๆหนังสือเล่มนี้ช่วยร่างภาพให้มันชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง  

เรื่อง London Museumผู้แต่ง โอ๊ต มณเฑียรสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272027 ยังคงตามอ่านงานของโอ๊ต มณเฑียร อย่างต้องมนตร์หนังสือเล่มต่อมาของเขาเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์ในลอนดอนเราไม่ประหลาดใจแล้วที่ได้รู้ว่าในลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมายเพราะยิ่งนานวันยิ่งได้รู้ว่า โลกเราเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์เพียงแต่พิพิธภัณฑ์ที่ผ่านสายตาของโอ๊ต มันพิเศษกว่าที่อื่นๆ ขณะท่องไปในเล่มเราตื่นตาตื่นใจไปกับพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งที่เขาเล่าหลายแห่งเราตื่นเต้นไปด้วย ใจเต้นอย่างไม่น่าเชื่อรู้สึกเหมือนได้ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ไปกับเขาด้วยตัวหนังสือของโอ๊ตมีชีวิต มีความรู้สึกและมีพลังงานขับเคลื่อนให้เราโลดแล่นไปกับเรื่องเล่า โลกของพิพิธภัณฑ์เปิดกว้างกว่าที่เรารู้จักออกไปอีกหลายแบบพิพิธภัณฑ์หลายแห่งมีกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แบบที่เราคิดว่าช่างกล้าคิดและก็กล้าทำกันจริงๆและอดนึกภาพพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในบ้านเราลองมีกิจกรรม หรือกล้าคิดออกแบบกิจกรรมแหวกแนวแบบนั้นดูบ้าง ตอนที่เราชอบมากเลยก็คือ ดู ‘อาร์ต’ ยังไงให้ ‘อินมันมีความเข้มข้นของเนื้อหาที่โอ๊ตเคยแทรกเอาไว้อย่างละนิดละหน่อยในบทอื่นมันบอกกับเราว่า การดูพิพิธภัณฑ์ ไม่ต้องสูงส่งปีนบันไดดูไม่ต้องทรงภูมิมีความรู้เยอะแยะ แค่ใช้ความรู้สึก ใช้ตัวเรา ใช้ใจเราภาษาที่อธิบายเข้าใจง่ายและใช้ได้จริงในฐานะของคนที่แทบจะไม่ได้เรียนศิลปะมาเลยอ่านแล้วโดนใจโชะ โชะ โชะ พูดได้เต็มปากว่า .. นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่เรารักค่ะ 🙂