เรื่อง ฆาตกรรม หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์สำนักพิมพ์ ไดฟุกุเลขมาตรฐานหนังสือ 9786161403089 ฆาตกรรม หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ เป็นหนังสือเล่มแรกในนิยายสืบสวนชุด คางะ เคียวอิจิโร่ ซึ่งแฟนผู้เขียนหลายคนน่าจะรู้จักกันดีเรื่องเปิดขึ้นมาในขณะที่คางะยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสุดท้ายและกำลังจะเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อนสนิทของเขานี่เองนักศึกษาที่เป็นเพื่อนเก่ากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย รวม 7 คนและในเวลานี้ ก็เรียนอยู่ ณ มหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งหมดนี้มีจุดเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มๆบ้างเคยอยู่ห้องเดียวกันตอน ม.ปลายบ้างเคยอยู่ชมรมเดียวกันตอน ม.ปลายบ้างก็เรียนอยู่คณะเดียวกันบ้างก็อยู่ชมรมเดียวกันในมหาวิทยาลัยและบ้างก็คบหาเป็นแฟนกัน แล้วการตายก็เกิดขึ้น .. ในห้องที่อาจจะเรียกได้ว่าห้องปิดตายเป็นปริศนาที่ทั้งตำรวจ และกลุ่มเพื่อน ไม่มีใครคาดเดาได้ทั้งการฆ่าตัวตาย .. ซึ่งไร้แรงจูงใจหรือการฆาตกรรม .. ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบในเล่มนี้ก็คือมันสมจริง ที่เมื่อมีเหตุการณ์ตายขึ้นในกลุ่มเพื่อนสนิทมันยากที่จะเชื่อว่าเพื่อนเราตายจริงๆและยิ่งยากกว่านั้นที่จะเชื่อว่าเพื่อนเราคนใดคนหนึ่ง (หรือหลายคน) เป็นฆาตกรเราล้วนอยากจะเชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นการฆ่าตัวตาย ..แต่ตรรกะในใจลึกๆ ก็ยังค้านความรู้สึกนั้นความระแวง ความไม่แน่ใจ มิตรภาพที่กำลังจะพังทลาย ..ทั้งหมดมันค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ทั้งที่ไม่ได้เป็นความตั้งใจของใครเลย บทบาทหลักของเล่มนี้ อยู่ที่เพื่อนที่ชื่อซาโตโกะมากกว่าคางะเนื้อเรื่องส่วนมาก ถูกเล่าผ่านมุมมองของเธอน้ำหนักของตัวคางะเอง เพิ่งจะฉายแสงเอาในช่วงใกล้จบเป็นการเปิดตัวที่ไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็มีเสน่ห์น่าสนใจ ภายในเรื่อง เล่าถึงชมรมเคนโด้ ชมรมเทนนิสและชมรมชงชาในสมัยมัธยมผู้เขียนลงรายละเอียดเกี่ยวกับการชงชาเอาไว้ค่อนข้างซับซ้อน(สารภาพว่าบางช่วงอ่านข้ามๆ ด้วย Read More →

เรื่อง เด็กสาวฆาตกรผู้แต่ง ริคาโกะ อากิโยชิผู้แปล ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161836535 เด็กสาวฆาตกร เปิดเล่มด้วยบทสนทนาของเด็กสาวมัธยมคนหนึ่งเธอมีชื่อว่าซายูริ สุมิกาวะ เป็นประธานชมรมวรรณกรรมของโรงเรียนเซนต์มารีย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งบทสนทนา ซึ่งจริงๆ ควรเรียกว่าบทสาธยายเพราะเธอพูดเรื่อยมาอยู่คนเดียวตลอดทั้งบทท่ามกลางผู้ฟังราว 5 คน .. ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนหญิงที่อยู่ในชมรมเดียวกัน การเปิดเรื่องแบบนี้ ชวนให้เรานึกถึงครั้งแรกที่อ่าน คำสารภาพ ของ มินะโตะ คะนะเอะให้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกันเลย .. แต่เมื่อเจอเป็นครั้งที่สอง จึงลดความแปลกใจลงการดำเนินเรื่องแบบนี้จบลงเพียงแค่บทแรกบทต่อมา ผู้เขียนเปลี่ยนมาเป็นการเล่าเรื่องด้วยเรื่องสั้นหนึ่งบท คือหนึ่งเรื่อง ซึ่งยังคงวิธีเล่าโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1หากแต่เปลี่ยนมุมมองผู้เขียนกันไป บทละคน สถานที่ที่ซายูริกำลังพูดอยู่นี้ คือห้องชุมนุมอันหรูหราซึ่งกำลังจัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า หม้อไฟในความมืดอันที่จริง กิจกรรมนี้ก็ฟังดูน่าสนุกดีเพราะมีกติกาให้ทุกคนนำของที่ชอบ มาใส่ลงในหม้อไฟซึ่งตั้งตรงกลางโต๊ะห้องซึ่งถูกหรี่ไฟให้มืดไว้นี้ ทำให้ทุกคนมองไม่เห็นของที่คนอื่นนำมาดังนั้น เมื่อคีบอะไรขึ้นมาได้ ก็จะต้องกินสิ่งนั้นให้หมดก่อนจะคีบชิ้นต่อไปและทุกคนในชมรม จะต้องช่วยกันกินของที่ทุกคนนำมาให้หมด แต่จริงๆ แล้ว กิจกรรมที่ว่านี้ ถูกจัดขึ้นหลังจากที่อิทสึมิ ชิราอิชิ ประธานชมรมคนก่อนเพิ่งเสียชีวิตอย่างปริศนาไปเพียงหนึ่งสัปดาห์นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า สมาชิกชมรมคนหนึ่งเป็นคนฆ่าเธอด้วย อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถูกกำหนดให้ทำควบคู่ไปกับกิจกรรมหม้อไฟในความมืดนี้คือการอ่านเรื่องสั้น ที่สมาชิกชมรมแต่ละคนเขียนขึ้นมาเองโดยกำหนดเป็นพิเศษสำหรับครั้งนี้ ให้มีหัวข้อของเรื่องสั้นเอาไว้ด้วยหัวข้อที่ว่านั้นก็คือ “ความตายของอิทสึมิ” ประธานชมรมคนก่อน!! เมื่ออ่านจบบทแรกลง รู้สึกได้ถึงความพิลึกพิลั่น จิตๆ Read More →

เรื่อง คดีฆาตกรรมหมู่บ้านชิราคาวะโกะผู้แต่ง โยชิมุระ ทัตสึยะผู้แปล ธีรตา วิจิตรสำนักพิมพ์ ฮัมมิงบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169244387 คดีฆาตกรรมหมู่บ้านชิราคาวะโกะ ..แน่นอนอยู่แล้วว่าในหนังสือเล่มนี้จะมีฆาตกรรมเกิดขึ้นจะต้องมีคนที่ถูกฆ่า .. แต่มันก็น่าตกใจทีเดียวที่คนที่ถูกฆ่า ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นตัวละครที่ผู้เขียนแนะนำให้เรารู้จักไปแล้วนี่เอง เรื่องเริ่มต้นขึ้นในสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าจิไดฉะสำนักพิมพ์แห่งนี้ตีพิมพ์นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า ความจริงรายสัปดาห์มี ซากุรางิ ไดโกะ เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการมีเจ้าหน้าที่ในสำนักพิมพ์หลายคน แต่ที่สำคัญหนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการที่มีชื่อว่า ยามาอุจิ ชูโซเขามีหน้าที่ดูแลนักเขียนประจำคนหนึ่ง คือ อาจารย์นัตสึคาวะ โยสึเกะ อาจารย์นัตสึคาวะผู้นี้ กำลังเขียนนิยายที่มีชื่อว่า คดีฆาตกรรมบ้านนุเรงามิลงเป็นตอนในนิตยสารความจริงรายสัปดาห์แน่นอนอยู่แล้วว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติแต่เชื่อกันว่า มันถูกอ้างอิงมาจากเรื่องราวที่มีอยู่จริงของสองครอบครัว ซึ่่งอาศัยอยู่ในบ้านแบบกัชโชสึกุริ ในชิราคาวะโกะ คดีฆาตกรรมในนิยาย .. ที่มีรากฐานมาจากคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับคนในพื้นที่ในวันหนึ่ง ผู้เขียนจึงได้รับจดหมายขู่ให้หยุดเขียน มิฉะนั้นจะมีคนตายและสุดท้าย .. ก็มีคนตายเข้าจริงๆ ในบ่ายวันหนึ่ง ได้มีคนพบศีรษะมนุษย์วางอยู่กลางพงหญ้า ริมฝั่งแม่น้ำทามะศีรษะที่คาบนามบัตร เปิดเผยตัวตนเหยื่อชัดเจนนั้นได้กลายเป็นกระแสข่าวดังเมื่อมีข่าวลือว่ามันเชื่อมโยงกันกับนิยายสืบสวนเรื่องหนึ่งที่กำลังถูกตีพิมพ์ลงเป็นตอนอยู่ในนิตยสารที่ผู้ตายทำงานอยู่ คดีอันครึกโครมนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของสารวัตรชิงากิ และนักสืบวาคุอิระหว่างเล่า ผู้เขียนแอบใส่เคมีบางอย่างระหว่างตำรวจคู่นี้ด้วยอ่านแล้วแอบคิดถึงนิยายของปราบต์หลายเรื่อง ;Pเสียดายที่ผู้เขียนไปได้ไม่สุด ใส่มาเพียงครึ่งๆ กลางๆ ค้างเอาไว้อย่างนั้นแต่เมื่ออ่านประวัติผู้เขียนท้ายเล่มกลับพบว่าคดีของตำรวจคู่หูสองคนนี้มีเป็นซีรี่ส์ด้วยซึ่งก็เป็นซีรี่ส์แยกออกไปจาก นิยายชุดมรดกโลกของญี่ปุ่นที่ คดีฆาตกรรมหมู่บ้านชิราคาวะโกะ เป็นผลงานลำดับแรกในชุด เนื่องมาจากว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมา –เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นและผู้เขียนน่าจะเป็นคนละเอียดพอใช้เรื่องจึงดำเนินไปอย่างเนิบนาบ ให้ความสำคัญกับทุกสิ่งอย่างผู้เขียนบอกชื่อและนามสกุลตัวละครทุกตัว ไม่ว่าจะมีความสำคัญลำดับไหนก็ตามบางตัว โผล่มาเพียงครั้งเดียวด้วยซ้ำมันทำให้เราไม่สามารถเดาได้เลยว่าตัวละครใดสำคัญหรือไม่และใครน่าจะเป็นฆาตกรได้บ้าง นอกจากนี้ Read More →

เรื่อง ซากศพสีฟ้าผู้แต่ง โอตสึ อิจิผู้แปล รัตน์จิต ทองเปรมสำนักพิมพ์ ฮัมมิงบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169244394 มาซาโอะ เด็กชายร่างอวบ และขี้อายเพิ่งจะขึ้นชั้นประถมปีที่ 5 พร้อมกับเพื่อนนักเรียนทั้งชั้นพวกเขาทั้งหมดมีคุณครูประจำชั้นคนใหม่ .. ซึ่งเป็นครูที่เพิ่งจบมาหมาดๆครูที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเป็นครูที่ดี ..เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นที่ตรงนั้น ซากศพสีฟ้า ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกสังคมเล็กๆ ในห้องเรียนบูลลี่ อันที่จริงแล้ว เนื้อเรื่องหลักของหนังสือเล่มนี้มีเพียงนิดเดียวพื้นที่ที่เหลือเกือบทั้งหมด .. คือพื้นที่ที่ผู้เขียนใช้เพื่อบอกเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วระยะ 1 เทอมคือพื้นที่ที่ผู้เขียนค่อยๆ เปลี่ยนจากเด็กขี้อายคนหนึ่งให้กลายเป็นเด็กที่ถูกเพื่อนๆ ในห้องทอดทิ้ง รังแก และทำร้ายจิตใจคือพื้นที่ที่ผู้เขียนใช้ถ่ายทอดความรู้สึกอัดอั้น กดดัน ของตัวละครหลัก ผู้เขียนเล่าเรื่องที่มาซาโอะถูกบูลลี่ได้ชวนหัวร้อนมากวิธีเล่าค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้นมันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างความเข้าใจผิดแล้วมันค่อยๆ ถูกทำให้เติบโตก่อนจะลุกลามไปจนกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผู้เขียนสร้างความรู้สึกได้ชัดเจน เห็นภาพมากเล่นกับอารมณ์และความรู้สึกคนอ่านได้สุดจริงๆ โหดมากความรู้สึกของมาซาโอะ ชัดเจนในความรู้สึกของคนอ่าน เขาสามารถดึงความรู้สึกร่วมของเราออกมาได้ถึงที่สุดและพอคิดดูดีๆ มันน่ากลัวมากที่เราโกรธแค้นคนที่ทำกับมาซาโอะมันน่ากลัวมากที่เราคอยเอาใจช่วยให้มาซาโอะทำในสิ่งที่เขาคิดจะทำให้สำเร็จมันน่ากลัว .. ที่ผู้เขียนน้อมนำให้เราเปิดเผยด้านมืดออกมา   สิ่งที่มาซาโอะถูกกระทำทีละเล็กทีละน้อยในทุกวัน ..มันได้สร้างปีศาจขึ้นมาแล้ว!!

เรื่อง ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่เมื่อวันวานผู้แต่ง คิซาระ อิซึมิผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์สำนักพิมพ์ Bibliเลขมาตรฐานหนังสือ 9786169352563 ดีงามมาตั้งแต่คำนำที่อ่านแล้วทั้งเย้ายวนและฮึกเหิมไปพร้อมๆ กันจนกระทั่งถึง “บันทึกจากผู้แปล” หลังจบบทสุดท้ายที่ชวนให้หวนคิดถึงวันเวลาเก่าๆ อันแสนสุข ในค่ำคืนที่ต้องเดินจากโรงพยาบาลกลับบ้านในช่วงเวลาที่คาซึกิกำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะที่รักษาไม่หายแล้วพ่อและภรรยาของเขาต้องเดินกลับบ้านด้วยถนนสายนั้นเป็นประจำ ในช่วงเวลาที่แสนจะเหนื่อยและท้อร้านขนมปังที่เปิดขายจนดึกดื่น และกลิ่นขนมปังอันอบอุ่น ..ก็เป็นสิ่งที่ชุบชูจิตใจสองคนนี้ขึ้นมา ทีแรกก็เข้าใจว่า .. อ้อ .. เนื้อเรื่องจะเล่าถึงร้านขนมปังร้านนี้นี่เองแต่ไม่ใช่ค่ะ!! เรามาเข้าใจเอาในตอนจบนี้เองว่าทั้งขนมปังของพรุ่งนี้ ทั้งแกงกะหรี่เมื่อวันวาน .. มันเป็นตัวแทนระหว่างตัวละครสองตัว ที่เคยพบกันมาตั้งแต่เด็ก?เป็นตัวแทนของความรู้สึกอบอุ่นหนังสือเล่มนี้โดดเด่นตรงนี้นะ ..เราชอบจุดสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เขียนใส่เอาไว้ในเรื่องเพื่อให้คนอ่านค่อยๆ พบความเชื่อมโยงระหว่างตัวละครระหว่างเรื่องราว .. ระหว่างความรู้สึก .. ผู้เขียนมีอารมณ์ขัน และผู้แปลก็มีสำนวนแปลน่ารักชั้นเชิงในการเล่าเรื่องเทพมากขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่เมื่อวันวานเป็นเรื่องราวเรียบง่าย ที่เล่าเรื่องที่ไม่เรียบง่ายเลยมันเล่าถึงชีวิตของตัวละครต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคาซึกิภายหลังจากที่ตัวเขาตายลงไปจะเรียกว่าเป็นการเรียนรู้ และการปรับสภาวะจิตใจของผู้คนที่ได้ผ่านการสูญเสียในชีวิต .. ก็พอจะได้ ทั้งที่เรื่องน่าจะหนัก หากผู้เขียนกลับเขียนได้เบาแต่พอจะบอกว่าเบา ก็กลับรู้สึกว่ามันช่างลึกซึ้งแถมยังแทรกอารมณ์ขันลงไปก็ได้ด้วยเป็นหนังสือที่น่าทึ่งจริงๆ กลไกในการดำเนินเรื่อง ..ผู้เขียนซ่อนสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ ไม่สลักสำคัญ แต่ทำให้เรารู้สึกบรรยายถึงความเศร้า โดยไม่ต้องมีคำว่าเศร้าเล่าถึงความสุขโดยไม่ต้องมีคำว่าสุขการกระทำบางอย่างของตัวละคร สามารถบ่งบอกสิ่งที่พวกเขารู้สึกต้องใช้ทั้งความละเอียดอ่อน และความช่างสังเกตผู้เขียนจึงถ่ายทอดมันออกมาได้ดีงามแบบนี้ แม้จะมีความลึกซึ้งในวิธีเล่า แต่ก็อยู่ในโหมดเนิบนิ่งทว่าทั้งที่เรียบๆ นิ่งๆ มาโดยตลอดตอนท้ายเล่มกลับมาโรแมนติกใส่เราซะงั้นเป็นโรแมนติกที่ทำให้น้ำตาซึมด้วยยิ่งอ่านยิ่งรักเลยค่ะ เล่มนี้ Read More →

เรื่อง ห้องอาหารนกนางนวลผู้แต่ง มูเระ โยโกะผู้แปล สิริพร คดชาครสำนักพิมพ์ แซนด์วิชเลขมาตรฐานหนังสือ 9786169342212 การที่คนเราอยากเปิดร้านอาหารในต่างประเทศเตรียมตัวทุกอย่างไปทีละนิด ค่อยๆ พร้อมทีละหน่อยแต่สุดท้ายก็ติดปัญหาเรื่องเงินด้วยความที่ตัวเอกมีดวงเสี่ยงโชคมาตั้งแต่เด็กจึงตะลุยซื้อล็อตเตอร์รี่ทีละเยอะๆจนในที่สุดก็ถูกรางวัลหนึ่งร้อยล้านเยน .. มีเงินไปทำร้านที่ฟินแลนด์อย่างที่ฝันไว้จนได้!!นี่มันช่างเป็นพล็อตที่เอาแต่ใจคนเขียนที่สุดไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีความสมเหตุสมผลใดๆ เลย!! ห้องอาหารนกนางนวล เล่าเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวญี่ปุ่นในต่างแดนเริ่มต้นที่ ฮายาชิ ซาจิเอะ ผู้ตั้งใจมาเปิดร้านอาหารที่ฟินแลนด์ซาเอกิ มิโดริ หญิงสาวที่ทำงานสบายๆ มาโดยตลอดยี่สิบกว่าปีจนกระทั่งวันที่บริษัทปิดตัว ความรู้สึกเคว้งคว้างๆ แปลกๆ –จึงดลบันดาลใจให้เธอเลือกหนีออกจากญี่ปุ่นมายังประเทศที่บังเอิญจิ้มได้มั่วๆ บนแผนที่!!และคนสุดท้ายคือ ชินโด มาซาโกะ ที่อายุราว 50 ปีเธอไม่ได้แต่งงาน และดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยมาโดยตลอดเมื่อพวกเขาเสียชีวิตไปแถมน้องชายยังมาทวงบ้านหลังที่เธอเคยอยู่กับพ่อและแม่ตัวเธอจึงอยากจะหนีไปจากสถานการณ์ตรงหน้าและอยากลองทำอะไรตามใจตัวเองดูสักครั้ง ผู้เขียนค่อยๆ เปิดตัวหญิงสาว (บ้างไม่สาวบ้าง) ทั้งสามทีละคนกับตอมมิ ฮิรุโตะเน็น เด็กหนุ่มชาวฟินแลดน์ที่ช่วยเพิ่มความโฉ่งฉ่างให้กับเนื้อเรื่องเรื่องเล่าด้วยจังหวะเรียบๆ เรื่อยๆ เบาๆ อ่านไปแบบไม่มีอะไรให้คิดมากมีตัวละครประกอบที่น่าสนใจผ่านเข้ามาในเรื่องบ้างและร้านอาหารที่ไร้ร้างลูกค้า ก็ค่อยๆ เติบโต ห้องอาหารนกนางนวล เป็นหนังสือจาก มูเระ โยโกะซึ่งเขียนหนังสือเล่มเดียวกับที่เราเพิ่งอ่านจบไป(วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว)เมื่อหยิบมาอ่านต่อกัน ทำให้เรารู้สึกเลยว่าเนื้อในของสองเรื่องนี้เหมือนกันมากกกกกผู้เขียนแค่เพียงเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนองค์ประกอบ เปลี่ยนฉาก ตัวตนของซาจิเอะ  แทบจะไม่ต่างกันเลยกับอากิโกะ (จากเรื่องก่อน)เธอทั้งสองคนรักอาหารรสอ่อน เน้นรสชาติของวัตถุดิบดั้งเดิมรักความเรียบง่าย ทำอาหารด้วยใจขณะเดียวกันก็นึกดูถูกอาหารที่ปรุงรสจัด(หนังสือไม่ได้บอกตรงๆ Read More →

เรื่อง วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมวผู้แต่ง มูเระ โยโกะผู้แปล สิริพร คดชาครสำนักพิมพ์ แซนด์วิชเลขมาตรฐานหนังสือ 9786169342205 บอกไม่ถูกว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไรเพราะมันไม่เกี่ยวกับอะไรเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งแต่ผู้เขียนเล่าถึงหลายประเด็นที่ผุดขึ้นมาในเรื่องและเกิดขึ้นรอบๆ ตัวของอากิโกะ หญิง (ไม่) สาว เจ้าของเรื่องราวนี้ วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว เล่าถึงอากิโกะหญิงวัย 50 ปี ที่เพิ่งสูญเสียแม่ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปแม่ได้ทิ้งร้าน (ที่อากิโกะไม่ชอบเลย) เอาไว้ให้เป็นมรดกแต่เดิมนั้น เธอมีงานประจำอยู่แล้วในสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งแต่วันดีคืนดีก็ถูกย้ายตำแหน่ง ถูกกดดันให้ลาออกกลายๆเธอจึงตัดสินใจลาออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเจ้าของร้านอาหารในแบบของตัวเอง ..ร้านที่ไม่เหลือเค้าโครงของร้านเดิมเอาไว้เลย ร้านอาหารในแบบที่อากิโกะตัดสินใจทำนั้นเป็นร้านอาหารที่ขายเพียงไม่กี่เมนูก็ตามชื่อเรื่องนั่นแหละ คือขายขนมปัง ซุป (ยกเว้นแมว 5555)แต่เมนูที่ว่านี้จะเปลี่ยนไปในทุกวันขนมปังจะมีให้เลือกวันละ 2 ชนิด ซุปก็จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ส่วนแมวที่ว่านี้นั้นมีชื่อว่าทาโระแท้ที่จริงแล้ว ทาโระไม่ได้อยู่ในร้านด้วยมันรอออย่างสงบเสงี่ยมอยู่บนชั้น 3 ของร้านเป็นสิ่งมีชีวิตที่เฝ้ารออย่างอดทน .. รอเวลาที่อากิโกะเลิกงานและได้กลับขึ้นมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างแสนสุขนอกจากเป็นแมว มันยังเป็นที่พักพิงใจให้กับอากิโกะหลังเลิกงานด้วย ในเรื่องราวที่ดำเนินไปของร้านอาหารเปิดใหม่นี้นั้นเรารับได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างอากิโกะ กับชิมะจังระหว่างนายจ้างที่น่ารัก อบอุ่น แต่แน่วแน่ มั่นคงกับลูกจ้างที่รับผิดชอบ รู้หน้าที่ และรักร้านนี้เหมือนเป็นร้านของตัวเอง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตผ่านโลก และเข้าใจโลกมาแล้วช่วงหนึ่งกับหญิงสาววัยเยาว์กว่า .. ที่เปรียบเสมือนลม โกรธง่ายหายเร็วชิมะจังไม่พอใจลูกค้าบางประเภทที่ไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์ของร้านหรือลูกค้าบางคนที่เรื่องมากเอาแต่ใจแต่อากิโกะกลับยิ้ม และยอมรับกับความเรื่องมากของลูกค้าเพราะเข้าใจในความเฉพาะเจาะจงที่เข้าใจยากของร้านตัวเอง แต่ในความแน่วแน่ มั่นคง Read More →

เรื่อง ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือผู้แต่ง นัตสึคาวะ โซสุเกะผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัยสำนักพิมพ์ Bibliเลขมาตรฐานหนังสือ 9786169352532 เรื่องมันเริ่มขึ้นหลังจากที่ปู่ของรินทาโร่ตายแล้วจู่ๆ ก็มีแมวพูดได้โผล่ออกมามันก็พาให้รินทาโร่เดินผ่านทางเดินในบ้านของเขาเองทางเดินที่สองข้างทางขนานไปด้วยชั้นหนังสือสูงทางเดินในบ้าน .. ที่ทอดยาวออกไปสุดตา .. ราวกับไม่รู้จบเขากับเจ้าแมวเดินเข้าไปในเขาวงกต เพื่อทำภารกิจบางอย่างที่เจ้าแมวร้องขอ .. ในเรื่องนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่รักหนังสือแต่เขามีมุมมองแปลกๆ และกระทำการแปลกๆ กับหนังสือเหล่านั้นและรินทาโร่ถูกมอบหมายให้แก้ไขสถานการณ์ที่ว่านั้น ทั้งๆ ที่ตัวละครหลักในเรื่องนี้ชอบหนังสือและเราเองก็ชอบหนังสือแต่เรากลับรู้สึกไม่ค่อยเชื่อมโยงกับตัวละครเหล่านี้สักเท่าไร ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ เป็นวรรณกรรมแฟนตาซีเป็นแฟนตาซีที่ทำให้เรารู้สึกเฉยๆไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือประทับใจเป็นพิเศษมีความเป็นวรรณกรรมเยาวชนอาจเหมาะกับเด็กๆ มากกว่าผู้ใหญ่ และเพราะความที่เป็นวรรณกรรมเยาวชนนี้เองที่ทำให้การโต้เถียงกันในเชิงตรรกะ ถูกลดทอนความเข้มข้นและความสมจริงลงไป เรารู้สึกว่าผู้เขียนมีคำตอบสำเร็จรูปอยู่แล้วหนังสือไม่เปิดทางให้คิด เขาบอกเราในสิ่งที่เขาคิดมาแล้วเป็นคำตัดสิน เป็นบทสรุปที่อยู่ในกรอบ

เรื่อง แรกรักผู้แต่ง อินุอิ คุรุมิผู้แปล ปาวัน การสมใจสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161826192 หนังสือเล่าถึงความรักแบบหนุ่มสาวที่เริ่มต้นจากความยังเอิญ และการนัดเดทเป็นกลุ่มคู่หนึ่งในนั้นถูกใจกันตั้งแต่แรกพบ และสานต่อความสัมพันธ์กันต่อมาพวกเขาพบกัน แลกหนังสือกันอ่าน ดื่มกิน พูดคุย และมีความสัมพันธ์กันความรักเติบโตขึ้นแลัวฝ่ายชายที่เป็นชายหนุ่มจืดๆ ก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ..เรื่องราวยังคงดำเนินไป และเราก็อ่านไป ครุ่นคิดไป .. คาดว่าใครหลายคนที่รู้จักหนังสือเล่มนี้ คงได้ยินคำบรรยายสรรพคุณของมันมาบ้างไม่มากก็น้อยที่เลือกเล่มนี้มาอ่าน ก็เพราะเหตุผลเดียวเลยเราอยากรู้ว่าการหักมุมด้วยประโยคสุดท้ายเพียงประโยคเดียวนั้นมันเป็นยังไงและความรู้สึกแบบไหนที่ทำให้คนอ่านอยากย้อนกลับไปอ่านใหม่ทั้งหมด! เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เบื่อๆ นิดๆหนังสือเล่าเรื่องราวความรักของชายหญิงแบบไม่มีอะไรแปลกมีพัฒนาการไปบ้างระหว่างที่ความรักดำเนินไปอารมณ์ขึ้นลงไปกับการกระทำของตัวละครบ้าง แต่ก็ไม่หวือหวาอะไรจนกระทั่งถึงตอนจบ .. อะไรฟระ!! อืม .. นี่สินะ ที่คนเขาพูดกัน .. แม้จะตั้งใจเกร็งรอความหักมุมอันลือเลื่องนั่นเอาไว้แล้วแต่เราก็ยังจับไม่ได้อยู่ดี งงอยู่ดีแต่อารมณ์อยากอ่านซ้ำนี่ไม่มีนะpantip เท่านั้นที่ช่วยเราได้ .. ทางลัดนี่จะว่าดีก็ดี ไม่ดีก็ไม่ดีเนอะ ผลก็คือ อืม .. เก็ทแล้ว เข้าใจแล้วแต่นอกเหนือจากความหักมุมที่ว่าแล้วเราไม่ค่อยสนุกกับมันเท่าไรเลยเราว่า ถ้าเราจับทริคคนเขียนได้เองอาจทำให้เราฟินกว่านี้ สนุกกว่านี้แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังยืนยันว่า .. เราไม่คิดจะอ่านซ้ำตามคำโปรยอ่ะ .. จบแล้วค่ะ รีวิวแบบไม่สปอยล์ ..ลึกๆ ในใจอยากรีวิวแบบสปอยล์ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกันนะเขียนเป็นไทม์ไลน์เลย .. แต่อย่างที่บอกแหละ เราไม่อยากอ่านมันซ้ำแล้วเอาเป็นว่า ถ้ามีกำลังใจ .. Read More →

เรื่อง ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะผู้แต่ง ซูมิโนะ โยรุผู้แปล ธีราภา ธีรรัตนสถิตสำนักพิมพ์ Maxx Publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163711038 หนังสือเล่มนี้ ถูกหยิบมาอ่านตอนที่เราเข้าร่วมกิจกรรม #คืนวันศุกร์bookclubเงียบๆ ของเพจ nananatteด้วยว่าเป็นเล่มอยู่ในคิวที่กำลังจะอ่านอยู่พอดี หนังสือเรื่องนี้เข้ามาอยู่ในกองดองบ้านเรานานพอสมควรเหตุผลหลักเลยคือเพราะเป็นหนังสือที่มีผู้เขียนคนเดียวกันกับหนังสือเรื่อง ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ซึ่งเราชอบมาก ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ เป็นเรื่องที่ถูกเล่าผ่านมุมมองของตัวละครเด็กชายวัยมัธยมเรื่องราวเป็นพล็อตง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเรื่องของเด็กชายเก็บตัว ที่บังเอิญไปรู้ความลับของเด็กหญิงผู้ร่าเริงเพื่อนร่วมห้อง .. ยามาอุจิ ซากุระ คนนี้ เป็นโรคร้ายซึ่งกำลังจะตายแต่ปิดบังไม่ยอมบอกเพื่อนๆ ในห้อง .. มีเพียงเด็กชายที่รู้ความลับนี้ เพราะเป็นเรื่องราวของเด็กมัธยม ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษาง่ายๆแต่เรากลับไม่ค่อยชอบสำนวนเท่าไร บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไรอาจเพราะว่ามันไม่สละสลวย แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด มันเป็นภาษาง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมีบทสนทนาแทรกอยู่บ้างบางบทบรรยายทำให้นึกภาพตามไม่ออกอ่านได้เรื่อยๆ แต่ไม่ทำให้รู้สึกอิน สิ่งที่เราประทับจากหนังสือเรื่องนี้คือผู้เขียนคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์และความเป็นมนุษย์เอาไว้อย่างละเอียดอ่อนมากเลย มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเล่มนี้ คือตอนจบที่หักมุมเบาๆ มันทำให้เรารู้สึก “เฮือก” ไปเหมือนกันเนื้อเรื่องที่เนือยๆ เอื่อยๆ มาตลอดก็มาเข้มข้นขึ้นอีกนิดในช่วงท้ายนี่เองเหมือนที่เราทนอ่านทั้งเล่มมาโดยตลอด ก็เพื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ ไม่ใช่หนังสือที่แย่แต่ถ้าถูกวัดด้วยความคาดหวังจาก ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว แล้วนับได้ว่าแตกต่างกันมากอยู่ความรู้สึกประทับใจจากเล่มก่อนหน้า แทบจะไม่ปรากฏเลยในเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถ้ามีโอกาสอ่าน ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่ก็ไม่จำเป็นต้องดั้นด้นหามาอ่านอะไร