เรื่อง ฆาตกรรมคืนฝนดาวตกผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165151467 ค่ำคืนที่สามพี่น้องวัยประถมหนีออกจากบ้านเพื่อไปดูฝนดาวตกเพอร์ซีอุสด้วยกัน ..ในค่ำคืนนั้น เป็นคืนเดียวกันกับคืนที่พ่อกับแม่ของพวกเขาถูกฆ่าตายการกลับบ้านมาพร้อมๆ กับที่ได้รู้ว่า พวกเขาเหลือกันเพียงสามคนในโลกมันได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปจากเดิม .. ตลอดกาล จากครอบครัวเล็กๆ ที่มีกันเพียง 5 คน พ่อแม่ลูกกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์เติบโต และมีชีวิตกันเพียงลำพัง ทำให้สามพี่น้อง โคอิจิ, ไทสึเกะ, และชิซึนะ อะริอาเกะ ผูกพันกันมากกว่าใคร สังคมที่ได้พบเจอ หล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพสามพี่น้องเปลี่ยนรูปแบบการต้มตุ๋นไปเรื่อยๆ ต่างฝ่ายต่างมีบทบาทที่ชัดเจนพวกเขาฉลาด อุตสาหะ และเชี่ยวชาญ .. จนน่าเสียดายว่าน่าจะใช้มันไปเพื่ออาชีพสุจริตสักอย่าง แต่ก็นั่นแหละ ผู้เขียนมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลเสมอคนอ่านจึงได้อ่านกรรมวิธีการตกเหยื่อหลากหลายรูปแบบซึ่งล้วนแล้วแต่น่าทึ่งว่า คุณเคโงะช่างสรรหามาเล่า ในช่วงต้น เนื้อเรื่องปูมาเพื่ออธิบายเรื่องราวข้างต้นก่อนจะพาเราเข้าสู่ช่วงสำคัญของเรื่องและตัวละครสำคัญก็ได้เปิดเผยตัว .. ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก ของคุณเคโงะเล่มนี้มีกลิ่นอายแตกต่างไปจากเล่มอื่นๆ ของเขาอย่างเห็นได้ชัดผู้เขียนซ่อนความโรแมนติกเอาไว้อย่างที่ไม่เคยมาก่อนถึงอย่างนั้น โทนของเรื่องก็ไม่ได้หวานแหววเช่นเดียวกับนิยายโรแมนติกทั่วไปผู้เขียนยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ซึ่งในเรื่องนี้เน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องยังคงเล่นกับความรู้สึกกดดัน ดราม่า แม้ว่าไม่มากเท่าเล่มอื่น เราว่าผู้เขียนเข้าถึง และอธิบายความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ชัดเจนดีจังบางความรู้สึก ถ้าเกิดกับตัวเราเอง บางครั้งเราจะสรุปตัดสินมันไปเลยโดยที่ไม่ได้คลี่คลายให้เห็นรายละเอียดแต่ผู้เขียนหยิบมันออกมาตีแผ่ ลึกซึ้ง  หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างหนา (เกือบ 500 หน้า)แต่สำหรับเรา ถือว่าอ่านได้เพลินๆ ไม่หนืด ไม่เนือยนะระหว่างที่อ่านจนถึงความรู้สึกตอนอ่านจบ เราชอบหนังสือเล่มนี้มากแต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน (คือเพิ่งอ่านจบเมื่อคืน) Read More →

เรื่อง ความลับนครรุ่งอรุณผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล พีรวัธน์ เสาวคนธ์สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165151078 ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเราจะต้องกลืนน้ำลาย ทำในสิ่งที่เราเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนโง่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับวาตาเบะก็เริ่มต้นเช่นนั้น ความลับนครรุ่งอรุณ เล่าเรื่องราวความลับของชายที่แต่งงานแล้วแต่คิดจะหาเศษหาเลยนอกบ้านมันไม่ได้เกิดขึ้นจากกมลสันดานมันเริ่มต้นอย่างธรรมดาสามัญ เสียจนตัวเขาเองค่อยๆ ก้าวผิดทางไปอย่างไม่รู้ตัวทีละน้อย ทีละน้อย .. ถลำลึก จนยากจะถอนตัวจากที่คิดว่าจะห้ามใจได้ กลับกลายเป็นเรื่องจริงจัง จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์อย่างละเอียดอ่อนมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าข้างตนเองบนมาตรฐานเดียวกัน ถ้าคนอื่นทำ สิ่งนั้นจะผิดมากแต่เมื่อตนเองทำ เข็มของมาตรวัดจะผ่อนลงอย่างลำเอียงแม้รู้ว่าผิด แต่ก็มีเหตุผลให้กับความผิดของตนอยู่เสมอเราพร้อมจะชี้นิ้วตัดสินทุกคนหากไม่เคยพร้อมที่จะเป็นผู้ถูกตัดสิน ความรู้สึกระหว่างอ่าน คือความรู้สึกอึดอัดขัดใจเพราะตัวละครกำลังเดินไปสู่ทางที่ผิดรู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังถลำลึกลงไปทุกที ระหว่างที่เรากำลังรู้สึกอึดอัดกับเนื้อเรื่องนี้เองผู้เขียนก็ค่อยๆ เปิดเผยเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อราว 15 ปีก่อน ชู้รักของวาตาเบะ –เคยพัวพันกับเหตุการณ์ฆาตกรรมในบ้านของเธอเอง แต่นิยายเรื่องนี้ไม่ได้ลงลึกไปในการสอบสวนปมของเรื่องเน้นหนักลงไปที่จิตใจของผู้ชายโลเลคนหนึ่งตอนที่กำลังคิดว่าจะสนุก เรื่องก็กลับเนือย และอึดอัดอีกครั้งกลับไปกลับมาเช่นนี้ตลอดทั้งเล่ม หลังจากที่เรากำลังคิดว่า เราคงจะรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องนี้แหละเรื่องก็ดำเนินมาจนกระทั่งถึงตอน 40 – 50 หน้าสุดท้าย .. ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนไปมันเป็นการหักมุมที่เปลี่ยนความรู้สึกคนอ่านได้อย่างสุดยอดจริงๆจากที่หนืดๆ เนือยๆ กลายเป็นทึ่งแล้วกราฟความชอบก็พุ่งขึ้นในพริบตา ผ่านช่วงต้นไปให้ได้ค่ะ .. แล้วสุดท้าย คุณจะประทับใจกับมัน 🙂  

เรื่อง ปริศนาหน้ากากมนุษย์ผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล พีรวัธน์ เสาวคนธ์สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165150446 ปริศนาหน้ากากมนุษย์ เปิดฉากด้วยการตายของว่าที่เจ้าสาวมันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด การแต่งงานถูกล้มเลิกไป หากความสัมพันธ์ระหว่างว่าที่เจ้าบ่าว กับครอบครัวของเจ้าสาวยังคงดำเนินไปด้วยดี หลังจากนั้นไม่นาน เป็นเวลาของการพักผ่อนประจำครอบครัวแต่เดิมมา ครอบครัวโมริซากิของฝ่ายเจ้าสาว จะมีช่วงเวลาที่ได้ไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศหรูหราแห่งหนึ่งเมื่อถึงช่วงเวลาเดิมในปีนี้ ทุกคนก็ยังลงมติกันว่าจะทำเช่นเดิมเพื่อเป็นการระลึกถึงโทโมมิ เจ้าสาว หรือลูกสาวที่จากไปว่าที่เจ้าบ่าว และกลุ่มคนสนิทจำนวนหนึ่ง ถูกเชิญให้มาในครั้งนี้ด้วย ..แล้วละครโรงเล็กก็เริ่มต้นขึ้น!! บุคคลที่มาอยู่รวมกันในบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ ได้แก่ครอบครัวโมริซากิ 3 คน คือโนบุฮิโกะ พ่อ, อัตสึโกะ  แม่, โทชิอากิ พี่ชายชิโนะ ยูกิเอะ หลานสาว, คิโดะ โนบุโอะ หมอประจำตัว, ชิโมโจ เรย์โกะ เลขาสาวอางาวะ เคย์โกะ เพื่อนสนิทของโทโมมิเมื่อรวมคาชิมะ ทาคายูกิ ว่าที่เจ้าบ่าวเข้าไปด้วย ก็รวมทั้งสิ้น 8 คน แล้วเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยหนึ่ง คือการนัดพบปะของครอบครัวและกลุ่มคนสนิทที่เพิ่งสูญเสียสมาชิกคนหนึ่งไปกับอีกหนึ่ง สองโจรปล้นธนาคาร ที่บังเอิญเลือกบ้านพักตากอากาศหลังเดียวกันนี้เป็นที่หลบซ่อนตัว สถานการณ์ที่บีบบังคับ การต้องอยู่รวมกันในสภาพถูกควบคุมตัวความคลางแคลงในใจของทุกคนเกี่ยวอุบัติเหตุที่ทำให้สูญเสียโทโมมิกลายไปเป็นการไขปริศนาการตายของหญิงสาวไปได้ไงไม่รู้เรื่องราวมันบังเอิญประจวบเหมาะ บังเอิญเสียจนเราอดคิดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าโจรสองคนที่มานี้ ถูกจ้างมาเพื่อคลี่คลายคดีฆาตกรรมด้วยซ้ำ ปริศนาหน้ากากมนุษย์ Read More →

เรื่อง จดหมายจากฆาตกรผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล เสาวณีย์ นวรัตน์จำรูญสำนักพิมพ์ Maxx Publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163711434 บีบหัวใจ รู้สึกว่าตอนที่อ่าน หายใจได้ไม่ทั่วท้องเลยจุกตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว จดหมายจากฆาตกร ไม่ใช่นิยายสืบสวนเหมือนที่ผ่านมาแม้จะมีคนตาย แม้จะมีฆาตกรแต่ผู้ร้ายก็ถูกจับในเวลาอันสั้นสิ่งที่หนังสือถ่ายทอด คือเรื่องราวชีวิตของคนสองคนต่อจากนั้นต่างหาก ในตอนต้นเรื่อง .. เจตนาของฆาตกรในฉากฆาตกรรม –ถูกถ่ายทอดละเอียดลออในหน้าหนังสือทำให้ความรู้สึกหม่นเศร้าเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้วิธีเล่าของผู้เขียนทำให้เรื่องราวบีบคั้นความรู้สึกคนอ่านมันหดหู่ เสียดาย เสียใจ แม้ว่าแรงจูงใจในการฆาตกรรม จะทำขึ้นเพื่อคนอื่นเป็นความปรารถนาดี ที่เลยเถิดไปจนเป็นเรื่องใหญ่แต่ความปรารถนาดี ที่เริ่มต้นด้วยวิธีที่ผิด และจบลงด้วยความผิดก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเห็นใจ หรือยกโทษให้ได้เลยแต่ผู้เขียนก็ชวนให้เรารู้สึกเศร้า สงสารฆาตกรและครอบครัวจนได้ ตัวละครหลักของเรื่องนี้ มีกันแค่สองคน คือซึโยชิ กับนาโอกิ .. พี่ชายกับน้องชายสองคนที่ยืนอยู่บนคนละฝั่งสังคม ไม่อาจพบเจอมีเพียงจดหมายที่ถูกส่งออกมาเดือนละหนึ่งฉบับ วันที่คนในครอบครัวกลายเป็นฆาตกรการถูกตราหน้าว่าเป็นน้องชายของฆาตกร กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเป็นจุดด่างพร้อมที่ลบไม่ออก ลืมไม่ได้มันพ่วงไปกับทุกเหตุการณ์ในชีวิตของนาโอกิ แม้เนื้อหาจะดูบีบคั้น กดดันแต่ในความจริงแล้ว มันยังมีความอบอุ่นสอดไส้อยู่จางๆทุกครั้งที่ตัวละครตกต่ำ หมดกำลังใจผู้เขียนจะโรยด้ายเส้นบางๆ ลงมาจากเบื้องบนให้ตัวละครได้ยึดเกาะ เพื่อข้ามผ่านความยากลำบากนั้นไปอีกนิดผู้เขียนจะค่อยๆ วาดความหวังลงในใจของทั้งน้องชายและคนอ่านในขณะที่ความหวังสวยงามกำลังดำเนินไปเรื่อยๆผู้เขียนก็ทลายมันลงครั้งแล้วครั้งเล่ายิ่งนาโอกิอยากจะลบตัวตนของพี่ชายออกไปมากเท่าไรจดหมายที่ถูกส่งมาหาทุกเดือนกลับยิ่งเป็นเสมือนการตอกย้ำการมีอยู่ของเขา ตัวละครเข้มแข็ง พ่ายแพ้ และกอบกู้ตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าละทิ้งความฝัน ละทิ้งความรัก เพียงเพื่อที่จะมีชีวิตที่เรียบง่าย ธรรมดา ที่เป็นสุขแต่เพียงแค่นั้นก็ยังยากลำบากเหลือเกิน ในขณะเล่าเรื่อง ผู้เขียนถ่ายทอดมุมมองรอบด้านทั้งฝ่ายของฆาตกร และญาติของฆาตกรที่ดำเนินเรื่องเป็นหลักฝ่ายของผู้คนรอบข้าง .. ที่ได้รับรู้ว่าคนใกล้ตัวเป็นญาติของนักโทษคดีอุกฉกรรจ์และสุดท้าย คือฝ่ายของผู้สูญเสีย ผู้เขียนถ่ายทอดค่านิยมที่ถูกสั่งสอนฝังหัวกันมากับความคิดอันจริงแท้ที่เกิดขึ้นภายในความคิดความรู้สึกทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันในจิตใจเพื่อกลายเป็นการแสดงออกแบบครึ่งๆ Read More →

เวียนมาจนถึงช่วงเวลาสิ้นปีอีกครั้งปีนี้ นับเป็นปีที่ 7 แล้ว ที่เราทำบล็อกรีวิวหนังสือ sosotopiaสำหรับ 7 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนรสนิยมในการอ่านหนังสือของเราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดแต่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็วนเวียนอยู่แถวๆ เดิมนี่แหละอาร์ตก็อ่าน ประวัติศาสตร์มี นวนิยายก็ดี ชีวประวัติก็ได้ด้วย จากประวัติศาสตร์ตกค้างเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาล่วงเข้ากลางปีด้วยหนังสือที่ใหม่ขึ้นมาหน่อยเป็นหมวดท่องเที่ยว และหมวดอาหารการกินอยู่นิดหนึ่งแล้วก็เบนไปเฟมินิสต์อีกนิสแล้วก็กลายเป็นหมวดหนังสือแปลโซนเอเชีย ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ยาวไปและคงจะยาวข้ามปีไปจนกว่าจะหมดบ้าน ส่วนปีหน้า ที่ตั้งใจจะอ่านอะไรจริงๆ จังๆ นั้น ไม่มีเลยซึ่งแปลกมาก เพราะทุกปีเราจะมีความตั้งใจเอาไว้ล่วงหน้าเลยว่าอยากอ่านอะไรปีหน้า คงจะเป็นช่วงเวลาของการตามใจตัวเองไปวันๆไม่มีการวางแผนใดๆ ทั้งสิ้น เอาจริงๆ อยู่ๆ เราก็รู้สึกอยากอ่านหนังสือซ้ำ!ตอนเด็กๆ การอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำๆ เป็นเรื่องปกติเราเริ่มสะสมหนังสือตั้งแต่ชั้นประถมแม้ว่าจะชอบอ่านหนังสือเพราะแม่ และพ่อก็ชอบอ่านหนังสือแต่ที่บ้านไม่ค่อยมีหนังสือสักเท่าไรเนื่องจากเราย้ายบ้านกันบ่อยหนังสือที่มี จึงมีเพียงไม่กี่เล่มของแม่ .. ซึ่งไม่อยู่ในความสนใจแบบเด็กๆ ของเราตอนนั้นกับหนังเล่มใหม่ๆ ที่เราค่อยๆ เลือกหามาเองหนังสือที่มีไม่มากจากค่าขนมอันน้อยนิดนั้นถูกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นสิบรอบแม้จะรู้เรื่องทั้งหมด แม้จะจำบทสนทนาได้แต่ก็ยังมีความสุขที่จะอ่านซ้ำอยู่เสมอ นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้หยิบเล่มเก่าๆ มาอ่านนานเท่าไรแล้วนะ ที่หนังสือใหม่กองพะเนินพวกนี้ไม่เคยถูกอ่านซ้ำ!จู่ๆ ก็มีความคิดว่า น่าจะมีสักปี ที่เราจะอ่านแต่เล่มที่เราเคยอ่านไปแล้วว่าแต่ .. เป็นเมื่อไรดีนะ? บ่นมาเสียนาน .. มาเข้าสู่ธรรมเนียมสรุปปีกันจริงๆ เสียทีดีกว่าค่ะปีนี้ จากที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าเราจะอ่านช้าช้า และซื้อน้อยน้อยตั้งเกณฑ์เอาไว้ใน goodread ว่า เราจะอ่านหนังสือให้ได้ 37 Read More →

วันเวลาเวียนมาครบปีได้เวลามาจัดอันดับหนังสือที่ชอบที่สุดที่ได้อ่านไปในปีนี้กันอีกครั้งจากหนังสือที่อ่านไปทั้งหมดในปีนี้ 71 เล่มนับเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ทำ sosotopia มาแต่เราเฉยๆ นะ เพราะตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า ปีนี้จะอ่านน้อยๆ ถึงจะอ่านมากหรืออ่านน้อยยังไงเราก็ยังค้นพบหนังสือดีๆ ได้สักปีละประมาณ 10 เล่มเสมอ 🙂มาดู 10 เล่มที่ชอบที่สุดในปีนี้กันดีกว่าค่ะแต่บอกก่อนนะ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบเพราะเรียงไม่ได้จริงๆ จ้ะ 🙂 มาเริ่มที่เล่มแรกกันเลยค่ะ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ และเขียนรีวิวเสร็จเราไปลองอ่านรีวิวใน goodread ดูพบว่า ยิ่งชอบหนังสือเล่มนี้มากขึ้นไปอีกเพราะมันทำให้คนอ่านตีความต่างกันไปในแต่ละมุมมองยิบย่อยของตัวเองมันเป็นหนังสือที่ทำให้คนเราได้มองตัวเอง ได้ถกกับตัวเองจากหนังสือเล่มบางๆ เล่มเดียวผู้คนอ่าน และมีมุมมองต่อตัวละครไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆไม่ได้มีข้อสรุป มันแตกยอดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบซึ่งเราว่ามันเป็นอีกหนึ่งข้อดีสำคัญของหนังสือเล่มนี้นะ เล่มที่สอง ลอดลายมังกร ลอดลายมังกร เป็นหนังสือเก่าที่ผ่านการพิมพ์มาไม่รู้กี่ครั้งแล้วถูกทำละครรีเมคแล้วรีเมคอีกก็หลายครั้งแต่เมื่อเราหยิบมาอ่านในปีนี้ .. แล้วชอบก็ช่วยไม่ได้ที่มันจะติดโผหนังสือที่ดีงามที่สุด 10 เล่มแห่งปีสำหรับเรา ลอดลายมังกร เป็นหนังสือคลาสสิกที่ใช้วิธีเล่าเรียบง่ายมากแต่กลับเล่าเรื่องที่มีตัวละครล้นหลามข้ามผ่านช่วงชีวิตบุคคลคนหนึ่งหลายสิบปีเกิดเหตุการณ์ผันผวนมากมาย แต่โทนเรื่องก็ยังคงขรึมขลังเก็บซ่อนแง่มุมต่างๆ ให้เราค้นพบด้วยตัวเองระหว่างอ่านควรค่าแก่การเป็นหนังสือดีประจำปีนี้ที่สุดค่ะ เล่มที่สาม จอมโจรหนังสือ มันเป็นหนังสือเล่มหนา ที่ดูดดึงเราไว้ได้ตลอดการอ่านอย่างที่บอกไปในรีวิวหนังสือเล่มนี้มันสงบ อบอุ่น ทว่าเศร้าสร้อยเราชอบทุกอย่างที่เป็นมัน .. ความชอบนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อยและเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้งที่พลิกหน้ากระดาษผู้เขียนทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ .. Read More →

ตั้งใจจะทำ 1 เล่ม 1 บรรทัด มาตั้งแต่ต้นปีช่วงต้นปีก็จะคึกคักฮึกเหิมหน่อยทุกครั้งที่อ่านจบ ก็จะทำบทสรุป 1 บรรทัดเอาไว้เลยแต่พอเวลาผ่านไป ความขยันก็ลดลงและโละทุกอย่างไปท้ายปีตามคาดค่ะ เมื่อช่วงเวลาเหล่านั้นมาถึง เราก็เหลือความทรงจำเพียงน้อยนิดต้องย้อนกลับไปอ่านรีวิวตัวเองซึ่งบางครั้งก็เขียนไว้อย่างกำกวม เพราะหลบสปอยล์ 555วิธีทวนความทรงจำครั้งนี้ เราลองทำจากเล่มล่าสุดก่อนแล้วค่อยๆ ถอยหลังทีละเล่ม กลับไปสู่อดีตพบว่าเราจำย้อนหลังไปได้ไม่กี่เล่มอยู่ดีทั้งที่ปีนี้ตั้งใจจะอ่านน้อยๆ เพื่อดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องแต่สุดท้ายก็ได้ประมาณนึงมีเพียงบางเรื่องที่ยังตราตรึงในหัวใจส่วนบางเรื่อง ต้องเค้นตั้งนาน แอบเปิดโพยดูด้วยกว่าจะได้เค้าลางมนุษย์เราเลือกจำจริงๆ น่ะแหละ ถึงจะอ่านแล้วลืมแต่เราก็เชื่อว่ามันยังตกตะกอนอยู่ภายในไม่เสียเปล่าหรอก อะไรไม่ดีก็คัดกรองทิ้งไปอะไรดีๆ ก็ซุกซ่อนอยู่ในตัวเรานี่แหละรอวันขบคิด แตกฉานอ่านเถอะ ถึงแม้ว่าอ่านแล้วเราจะลืมมันในวันหนึ่งก็ตาม สิริรวม สุดท้ายแล้วปีนี้เราก็อ่านไปได้ทั้งหมด 71 เล่มเป็นมวลรวมระหว่างหนังสือประวัติศาสตร์ที่ตกค้างมาจากปีก่อนมีหนังสือเกี่ยวกับอาหารกรุบกริบ เฟมินิสต์อีกนิดหน่อยแล้วที่เหลือล้วนๆ ก็เป็นนิยายแปลจากญี่ปุ่นเกาหลีเป็นเคโงะไปมหาศาล แต่ก็ยังเคลียร์ของคุณเค้าไม่หมดเสียทีนั่นล่ะค่ะ ทั้งหมดของปีนี้ ที่เราจะมาเล่าย่อๆ รวดเดียว 1 เล่ม 1 บรรทัด พร้อมกันหรือยังคะ ..ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเล้ยยยย!! ราชมรรคาเล่าประสบการณ์ที่เคยขโมยวัตถุโบราณในเขมรของตัวเอง แต่แปลงเป็นนิยายเสียหน่อย 4 ปี นรกในเขมรเมื่อเขมรกลายร่างเป็นคอมมิวนิสต์ ผ่านชีวิตของหญิงชาวญี่ปุ่นที่บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดทาง หนีไฟนรกดิ้นรน และเดินทางเพื่อหาอิสรภาพ หลังสงครามกลางเมืองสงบ แก้วรัดเกล้าตระเวนสำรวจปราสาทหินบังหน้า เพื่อตามหาเจ้าพี่ จำหลักไว้ในแผ่นดินรักสามเส้าของเจ้าหญิงเขมร หมอสาว Read More →

เรื่อง ปมปริศนาปีกกิเลนผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล พลอยทับทิม ทับทิมทองสำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165154543 เวลาอ่านนิยายของเคโงะ เรามักรู้สึกเสียดายความตายของตัวละครคนบางคนนี่ไม่น่าตายจริงๆ นะ เหตุผลในการตายมันช่างจิ๊บจ๊อยเสียดายชีวิตของเขา เสียดายคุณความดีที่เขาน่าจะได้อยู่ทำ หากมีชีวิตต่อไปแต่เราก็ไม่รู้หรอกว่า ในความจริงแล้ว –มีคนจริงๆ ที่ตายอย่างน่าเสียดายแบบนี้มากน้อยเพียงใด สำหรับ ปมปริศนาปีกกิเลน เล่มนี้ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยสเกลใหญ่แค่ตำรวจก็ยกกันมาแทบทั้งโรงพักแล้วไหนจะมีตำรวจจากส่วนกลางด้วยอีกสำหรับตัวละคร ก็มีทั้งจากฝั่งของเหยื่อ และฝั่งของผู้ต้องสงสัยที่คุณตำรวจคางะจะต้องสืบค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลสองคนนี้ ภายในเล่ม มีประเด็นลวงที่พาตำรวจไปผิดทางอยู่หลายประเด็นแต่เพราะตัวเล่มค่อนข้างหนา วิธีเล่าเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆทำให้เราไม่รู้สึกถึงความหักมุมอย่างชัดเจน ปมปริศนาปีกกิเลน เริ่มต้นเรื่องด้วยความตายของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกแทง แต่แทนที่จะขอความช่วยเหลือกลับพยายามเดินไปยังรูปปั้นกิเลนบนกึ่งกลางสะพานนิฮมบาชิและล้มลงที่ตรงนั้น ตอนที่อ่านคำโปรย คำรีวิว หรือแม้แต่อ่านเองในช่วงต้นเรื่องอดนึกไปถึงลัทธิแปลกๆ บางอย่าง นึกว่าผู้เขียนจะเล่นประเด็นนั้นแต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวต่างจากนั้นลิบลับ คดีนี้ ผู้ตายเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ค่อนข้างจะห่างเหินจากครอบครัวนอกจากภรรยา ที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเรื่องลูกชาย ลูกสาว ล้วนแล้วแต่ไม่ได้สนิทกับพ่อทั้งคู่ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ เป็นเด็กกำพร้าที่มีเพียงคู่รักกำพร้าเช่นกันพวกเขาพากันเดินทางมาหาชีวิตที่ดีกว่าในโตเกียว ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในกระแสสังคมเพราะเหยื่อก็เสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยก็โคม่า ไม่สามารถให้ปากคำได้เมื่อยังไม่สามารถตอบคำถามที่มาที่ไปของคดีได้เนื้อหาของข่าวจึงถูกขุดคุ้ยไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านมีการวิพากษ์ มีผู้ถูกตัดสิน ทั้งๆ ที่คดียังไม่คลี่คลาย ระหว่างเล่าเรื่อง เราเห็นภาพความต่อเนื่องระหว่างเล่มนี้กับเล่ม ฆาตกรรมปริศนาตำรวจหน้าใหม่ อย่างชัดเจนในการสืบคดี คางะยังพาเราเดินเท้าในย่านเดิม แต่ไกลกว่าเดิมเราว่าเล่าเรื่องแบบนี้ กระตุ้นความอยากเที่ยวได้มากกว่า –การพยายามบรรยายความสวยงามของสถานที่ ยัดเยียดเข้ามาในเรื่องเสียอีก อ่านนิยายของ Read More →

เรื่อง ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล จุฬาลักษณ์ กรณ์สกุลสำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165155328 ปล่อยให้หนังสือเล่มนี้ผ่านตามาเป็นสิบปีถ้าไม่ได้จะอ่านเซ็ตคางะ คงไม่คิดซื้อเล่มนี้มาอ่านแน่ๆทั้งหมดนี้ .. มันเป็นเพราะปกแท้ๆ!! ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ เป็นนิยายสืบสวนในชุดนักสืบคางะ ลำดับที่ 8 แล้วล่ะค่ะ ฆาตกรรมปริศนากับตำรวจหน้าใหม่ เปิดเรื่องที่ร้านขายข้าวเกรียบอามาคาระ ในย่านนิงเงียวโจแนะนำตัวละครกลุ่มเล็กๆ ประกอบไปด้วยหลานสาว (ลูกสาว), พ่อ, และย่าตำรวจหน้าใหม่นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน .. คุณตำรวจคางะ เคียวอิจิโร่ที่เพิ่งจะถูกย้ายมาประจำอยู่ที่สถานีตำรวจนิฮมบาชินี่เอง เมื่อจบหนึ่งตอน แม้คดีจะดูไม่คืบหน้า .. แต่ความรู้สึกภายในใจคนอ่านนั้นจบ และคืบหน้าไปอีกหน่อย 🙂แล้วผู้เขียนก็เริ่มตอนใหม่ในอีกหนึ่งครอบครัวซึ่งล้วนแต่เป็นครอบครัวของร้านค้าในย่านเดียวกันการสำรวจลึกถึงความสัมพันธ์ภายในของแต่ละร้าน ในแต่ละบททำให้เราอดย้อนมองความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเราเองไม่ได้ การที่ครอบครัวซึ่งเคยรักใคร่สนิทสนมกันดี ค่อยๆ จืดจางลง เมื่อวันเวลาผ่านไปและช่วงวัยของสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนแปลงกลายเป็นแต่ละคนมีเรื่องพูดกันน้อยลงเข้าใจกันน้อยลง และรู้จักกันน้อยลงเยื่อใยของความรักนั้นจืดจางลงด้วยหรือไม่พวกเขายังรักกันอยู่เหมือนเดิมไหม .. บนความไม่เข้าใจนั้นครอบครัวที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็มีไม่น้อยมันอาจจะเกิดขึ้นกับทุกครอบครัวด้วยซ้ำขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะข้ามผ่านมันพ้นหรือไม่ หลายครอบครัวที่มีบทบาทในเรื่องนี้ล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ดังว่า ..พ่อบางคนมีฟอร์มในแบบของพ่อลูกบางคนบอกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจภรรยาบางคนคิดว่าสามีนอกใจฯลฯ นอกจากนี้ ตัวละครอื่นๆ ต่างก็มีความลับและมีเหตุผลในการเก็บความลับนั้นเอาไว้คนคนหนึ่งมีเแง่มุมต่างๆ มากมายเหลือเกินเวลาที่เรามองเขา .. ตัดสินเขา .. เรามองเขาจากมุมไหนกันนะถ้าเรื่องนี้ไม่มีคุณตำรวจคางะ .. เราคงจับแพะได้เป็นฝูง .. มีแต่คนน่าสงสัยทั้งนั้น ในช่วงท้ายเล่ม ความสัมพันธ์ยิ่งเขยิบขมวดเข้าไปใกล้ตัวผู้ตายมากขึ้นความค้างคาใจต่อคนเป็น .. Read More →

เรื่อง นิ้วสีแดงผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล วงศ์สิริ สังขวาสี มิยาจิสำนักพิมพ์ ไดฟุกุเลขมาตรฐานหนังสือ 9786164480247 ในช่วงเวลาเย็นย่ำอันน่าเบื่อมาเอะฮาระ อาคิโอะ พนักงานบริษัทวัยใกล้เกษียณยังคงถ่วงเวลาเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ที่ทำงานเขาไม่อยากรีบกลับบ้านไปพบกับความน่าเบื่อภายในครอบครัวลูกชายวัยรุ่นที่ไม่เชื่อฟัง ภรรยาที่เอาแต่ใจ ขี้บ่น ชวนทะเลาะและมารดาชราที่เป็นโรคสมองเสื่อม แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา .. เร่งให้เขารีบกลับบ้านเพื่อไปพบกับศพเด็กผู้หญิงในสวนบ้านของตัวเอง!! หลังจากพบศพ โทนของเรื่องที่หม่นอยู่ก่อนแล้ว ก็กลับดาร์กลงไปอีกเท่าตัวทั้งความกดดัน ทั้งการต่อสู้ภายในระหว่างความถูกต้องกับการพยายามที่จะปกป้องรักษาครอบครัว ภายในเล่ม ผู้เขียนจับประเด็นของสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นใส่ลงมาด้วยลงรายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุในบ้าน กับคนในครอบครัวในความสัมพันธ์แบบพ่อแม่ลูกนั้นเมื่อรับบทบาทเป็นพ่อแม่ เราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อลูกกลับกันเมื่อเรารับบทเป็นลูก พ่อแม่ก็เคยทำเช่นนั้นกับเราเช่นกันสิ่งที่เราทำเพื่อลูกนั้นคือความรักความเสียสละอันยิ่งใหญ่แต่กับสิ่งพ่อแม่ทำให้เรา เรากลับมองไม่เห็นคุณค่าไม่รู้สึกรู้สา ทั้งๆ ที่ความรักที่เรามีต่อลูกก็คือความรักแบบเดียวกันกับที่พ่อแม่มีต่อเรา นอกจากเรื่องของความสัมพันธ์ของครอบครัวมาเอะฮาระผู้เขียนยังได้เล่าเรื่องคู่ขนานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณตำรวจคางะซึ่งเขาเองก็มีปมความหลังที่ไม่เข้าใจกันกับพ่อของเขาเองเช่นกันเราได้เห็นปมนี้รางๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้ว(จากเล่ม ฆาตกรรม หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ ) กับปมฆาตกรรม ผู้เขียนได้เฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ช่วงต้นของเรื่องเนื้อหาต่อจากนั้นจึงเป็นพื้นที่ของการคิดหาทางแก้ไขของครอบครัวต้นเหตุคนธรรมดาๆ ที่บังเอิญมีคนตายอยู่ในบ้านจะวางแผนหาทางแก้ไขปัญหาตรงหน้าและรักษาครอบครัวที่กำลังจะพังทลายด้วยวิธีใดและคู่หูตำรวจที่มีสายเลือดเดียวกันที่จำเป็นต้องมาจับคู่ร่วมงานกัน จะไขคดีนี้ออกมาได้อย่างไร ผู้เขียนถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่พยายามจะซุกซ่อนความผิดขณะที่พยายามจะโกหกต่อไป ก็รู้สึกทนทุกข์ทรมานมีทั้งความรู้สึกที่อยากจะก้าวไปข้างหน้าและย้อนกลับถอยหลัง ต่อสู้กันอยู่ภายใน เราเชื่อว่า หลังจากอ่านไปไม่นานแฟนเคโงะหลายคนคงจะพอเดาทางของเรื่องนี้ได้ดังนั้น ฉากที่เรารออ่านเลยก็คือ ตอนที่ฆาตกรถูกจับกุมต่อเมื่ออ่านจนถึงตอนนั้นจริงๆ เรากลับพบว่าปมที่ผู้เขียนซ่อนเอาไว้ลึกล้ำกว่านั้น .. หักมุมไปกว่าเดิมได้อีก ฉากจบคดีประจำเล่ม จบเราไว้ด้วยความรู้สึกประมาณหนึ่งแต่ฉากจบของเล่มจริงๆ คือประเด็นของคางะกับพ่อต่างหากตอนที่ปิดเล่ม น้ำตาเราไหลพรากแม้ว่าประเด็นหลักผู้เขียนจะหลอกเราไม่ได้นักแต่เราว่าประเด็นรองนี้หลอกเราได้สนิทใจ ..คนแบบคางะ ก็ต้องมีพ่อแบบทาคามาสะนี่แหละ เหมาะสมแล้ว ปล. 1 Read More →