เรื่อง จอมโจรหนังสือผู้เขียน มาร์กัส ซูซัคผู้แปล บีจาสำนักพิมพ์ เพิร์ล พับลิชชิ่งเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740561873 จะมีเหตุการณ์ใดที่มีคนตายมากพอและเย้ายวนชวนให้ยมทูตปรากฏตัวได้มากไปกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวในเยอรมันเล่า .. นั่นล่ะ .. เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้น ในช่วงเวลานั้น ..ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ แอนน์ แฟร้งค์ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่บนอาคารสำนักงานของพ่อที่ฮอลแลนด์ ช่วงเวลาเดียวกันกับที่บทสนทนาแห่งมิตรภาพระหว่างบรูโน กับชมูเอล กำลังลอยข้ามรั้วลวดหนามไปมา ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ชายคนหนึ่งซุกซ่อนตัวอยู่ภายใต้ห้องใต้ดินเจ็บป่วย เหน็บหนาว และไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ชาวยิวอีกมากมายนับแสนนับล้านกำลังเรียงแถวเข้าสู่ค่ายกักกันและไปสิ้นสุดที่ห้องรมแก๊สอันแสนโหดร้าย มันคือช่วงเวลาเดียวกันกับที่เด็กเยอรมันคนหนึ่งกำลังนั่งรถไฟพร้อมแม่และน้องชาย เพื่อไปยังบ้านที่ไม่ใช่บ้านตัวเองไปอยู่กับครอบครัวที่ไม่ใช่ครอบครัวของตัวเอง ..และสุดท้ายแล้ว เหลือตัวเธอเพียงคนเดียวกับพ่อที่ไม่ใช่พ่อ แม่ที่ไม่ใช่แม่และครอบครัวที่ไม่ใช่ครอบครัว ..แต่กลายมาเป็นครอบครัว จอมโจรหนังสือ เล่าเรื่องผ่านสายตาของผู้ที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกซึ่งผู้นั้นก็คือยมทูต ผู้ที่พรากวิญญาณของมนุษย์ทุกคนออกจากร่างเมื่อวาระสุดท้ายในชีวิตของพวกเขามาถึง แน่นอนว่ายมทูตไม่ได้เล่าเรื่องของตัวเองเขากำลังเล่าเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่ง .. ลีเซล เมมิงเกอร์สมาชิกใหม่แห่งถนนฮิมเมล เมืองโมลช์คิงสมาชิกใหม่ของครอบครัวฮูเบอร์มานซึ่งมีโรซ่าเป็นมามา และฮานส์เป็นปาปา ลีเซล เมมิงเกอร์ เป็นเด็กหญิงที่ไม่รู้หนังสือเธอหัดอ่านจากหนังสือคู่มือการทำศพ ..หนังสือเล่มแรกที่เธอขโมยมาเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเสียชีวิตของน้องชายมันเป็นทั้งหนังสือเล่มแรกที่เธอหัดอ่าน ..และหนังสือเล่มแรกที่เธอหัดขโมย ในตอนเปิดเรื่องนั้น ผู้เขียนเล่าเรื่องได้น่าสนใจมีจังหวะการจัดหน้าที่แปลกดีทำให้จังหวะการอ่านแปลกไปด้วยไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าแต่คล้ายการดูภาพเคลื่อนไหว ที่มีการซูมเข้าซูมออกเพื่อกำหนดจุดสนใจหรือเป็นภาพนำสายตาไปสู่เรื่องที่ต้องการจะเล่า ผู้คนมากมายรอบตัว คนเยอรมัน คนยิวรูดี้ สไตเนอร์, แมกซ์ แวนเดนเบิร์ก,นายทหาร พ่อแม่ที่ลูกถูกส่งไปเป็นทหาร พ่อแม่ที่สูญเสียลูกไปในสงคราม และพ่อแม่ที่ได้ลูกชายกลับคืนมาจากสงครามมิตร ศัตรู เด็ก Read More →

เรื่อง บันทึกลับของ แอนน์ แฟร้งค์ผู้เขียน แอนน์ แฟร้งค์ผู้แปล สังวรณ์ ไกรฤกษ์สำนักพิมพ์ ผีเสื้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9789741405169 แม้จะอ่านหนังสือมาตลอดชีวิตแต่เชยมาก ที่เราเพิ่งจะได้อ่าน บันทึกลับของ แอนน์ แฟร้งค์ เล่มนี้ บันทึกลับของ แอนน์ แฟร้งค์เป็นหนังสือที่ถูกพิมพ์ขึ้นจากเนื้อหาในสมุดบันทึกเล่มจริงของเด็กหญิงเชื้อสายยิวคนหนึ่งนามว่า แอนน์ แฟร้งค์(หรืออันเน่อ ฟรังค์ หรืออันเนอลีเซอ มารี ฟรังค์ ในภาษาเยอรมัน)แอนน์เป็นเด็กหญิงชาวยิวในเยอรมันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่ฮิตเลอร์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศหลังจากวันที่ฮิตเลอร์ขึ้นครองอำนาจอ๊อตโต้ แฟร้งค์ พ่อของแอนน์ได้ตัดสินใจอพยพครอบครัวออกจากประเทศเยอรมันไปตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์) วันเวลาผ่านไปร่วมสิบปีแอนน์เติบโตขึ้น ณ ประเทศแห่งนี้ จนถึงวันที่เธออายุครบ 13 ขวบเธอได้รับของขวัญเป็นสมุดบันทึกปกสีแดงลายสก็อตมันเป็นของขวัญที่เธอรักมาก และเป็นของขวัญที่กลายมาเป็นสมุดบันทึกเล่มสำคัญที่ได้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ นับตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1942 วันแรกที่เธอเขียนลงไปในสมุดบันทึกผ่านวันเวลาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ตกเป็นของเยอรมนี(ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2)วันที่ครอบครัวของเธอตัดสินใจอพยพเข้าไปอยู่ใน “ที่ซ่อนลับ”ที่ได้เตรียมการไว้ก่อนแล้วมันเป็นพื้นที่ส่วนลับที่ซ่อนอยู่ชั้นบนของสำนักงาน ที่ทำงานของอ๊อตโต้ แฟร้งค์ผ่านการช่วยเหลือของเพื่อนร่วมงานหลายคน ได้แก่วิคตอร์ คูเกล้อร์, โยฮานเนส ไคล์แมน, อลิซาเบธ (เบ๊ป) วอสคุยล์, เมี้ยป ซานทรูสชิทซ์ กีส์, Read More →

เรื่อง ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผู้แต่ง ภาณุ ตรัยเวชสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740214748 สาธารณรัฐไวมาร์ คือประเทศเยอรมันนี ในช่วงเวลาระหว่างหลังสงครามโลกครั้งที่ 1และก่อนที่ฮิตเลอร์จะกลายเป็นผู้นำประเทศเป็นช่วงระยะเวลาเพียง 14 ปี ที่เยอรมันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีความสับสนอลหม่าน มีทั้งพรรคประชาธิปไตย พรรคคอมมิวนิสต์และผู้คนอันแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย กันออกไปไม่รู้จบ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เล่าถึงฮิตเลอร์เป็นหลัก(มีเพียงตอนต้นนิดหน่อย กับอีกครึ่งหลังของบทสุดท้าย)และไม่ได้เรียงตามไทม์ไลน์ไปตลอดทั้งเล่ม หนังสือถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ด้วยผู้คนที่มีบทบาทต่างๆ ในสังคมมีความเชื่อ มีแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างกันไปทั้งนักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักดนตรี นักกีฬา นักคิด นักเขียน แม้กระทั่งอาชญากร ฯลฯ ในฐานะของคนไม่มีพื้นฐานมาก่อนเราไม่สามารถเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่ออ่านจบ เราตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้ว ฮิตเลอร์ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำเยอรมันได้อย่างไรเราเห็นแต่ภาพเหตุการณ์เป็นเพียงส่วนๆ เป็นช่วงๆไม่สามารถเล่าเรื่องซ้ำตั้งแต่ต้นจนจบได้เลยในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ได้เป็นหนังสืออ่านง่าย อ่านสนุก สำหรับมือใหม่เราจะต้องมีพื้นฐานมาบ้าง, อ่านไปจดช็อตโน้ตไปหรืออาจจะต้องอ่านมันซ้ำใหม่อีกรอบเท่านั้น ในตอนต้น ผู้เขียนปูพื้นฐานให้กับคนอ่านด้วยเรื่องราวแต่หนหลัง ก่อนที่เยอรมันจะกลายเป็นสาธารณรัฐไวมาร์แนะนำผู้คนชื่อแปลกๆ ประหลาดๆ เป็นภาษาเยอรมันเต็มไปหมด หลังจากปูพื้นด้วยเรื่องเล่าที่วุ่นวาย ยุ่งเหยิง (ต่อการเข้าใจ)ผู้เขียนก็ค่อยๆ หยิบยกสังคมแต่ละมุม ภายใน 14 ปีของไวมาร์ขึ้นมาแสดงให้เราได้เห็น ว่าในขณะนั้น ใครกำลังทำอะไรอยู่บุคคลจากวงการต่างๆ ถูกนำมาเป็นผู้เล่าเรื่องเป็นรายคนเริ่มต้นจากตัวฮิตเลอร์เอง, ออตโต ฟอน บิสมาร์ค, ฟรีดริคช์ Read More →

เรื่อง จักรวรรดิโบราณที่สาบสูญและชนเหี้ยมโหดในประวัติศาสตร์ผู้แต่ง เอกชัย จันทราสำนักพิมพ์ ยิปซีเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167071473 จักรวรรดิโบราณที่สาบสูญ และชนเหี้ยมโหดในประวัติศาสตร์เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมดาๆ ที่เล่าถึงอาณาจักรโบราณต่างๆไม่ได้เกี่ยวข้องกับกับความเหี้ยมโหด โหดร้ายตามชื่อเรื่องนัก ผู้เขียนเล่าถึงอารยธรรมโบราณต่างๆ ในชุมชนดั้งเดิมตามประวัติศาสตร์ที่เราอาจเคยได้ยินชื่อมาบ้าง หรือไม่เคยได้ยินบ้างอย่างเช่น ชาวสุเมเรียน จากเมโสโปเตเมีย ลุ่มแม่น้ำไทกริส ยูเฟรติส, อัสซีเรีย,บาบิโลน (อาณาจักรบาบิโลเนียน), ชาวฮิตไทต์, ชาวเคลต์, ฮันนิบาล บาร์กา, ชาวคาร์เธจ, ชาวฟินิเชียน, ชาวฮั่น ที่ไม่ใช่คนจีน, ชาววิซิกอท, อาณาจักรแฟรงค์,แองโกล – แซ็กซอน, ไวกิ้ง, เปอร์เซีย, อนาโตเลีย หรือเอเชียไมเนอร์ (เอเชียน้อย),จักรวรรดิไบแซนไทน์ ฯลฯ ในช่วงแรกๆ แต่ละบทแยกตัวเป็นเอกเทศ ไม่เกี่ยวโยงกันภายในบทนั้น ผู้เขียนจะเล่าเรื่องราวของเผ่าพันธุ์ต่างๆตามหัวข้อของบทนั้น ด้วยข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้ให้ครอบคลุมที่สุดแต่ละบทไม่มีรูปแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลจะนำพาเราไปหาอะไรบ้างมีเพียงบางบท ที่เนื้อหาเกี่ยวโยง ต่อเนื่องกันพอให้เราได้เห็นเส้นสายการเปลี่ยนแปลงจากอาณาจักรหนึ่งไปสู่อีกอาณาจักรหนึ่ง เนื้อเรื่องในแต่ละบทไม่เนียนลื่นเป็นผืนเดียวกันผู้เขียนเล่าเพียงคร่าวๆ และกระโดดเรามองไม่เห็นภาพรวมของปวศทั้งหมดให้ความรู้สึกคล้ายการอ่าน short note เตรียมสอบ ถ้าไม่มีพื้นฐานอยู่ก่อน คงวาดภาพตามได้ยากสำหรับเราที่ไม่มีพื้นฐานความรู้พวกนี้มาก่อน เราว่าอ่านยากเหมือนกันนะคือชื่อประหลาดเต็มไปหมด โผล่มาพรวดเดียว ต้องค่อยๆ แกะไปไม่ได้อ่านสนุกๆ เพลินๆ อย่างที่ตั้งใจ Read More →

เรื่อง จิบพม่าตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ประวัติศาสตร์ระหว่างบรรทัดในร้านน้ำชาผู้แต่ง เอ็มม่า ลาร์คินผู้แปล สุภัตรา ภูมิประภาสสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740215240 จิบพม่าตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ เป็นทั้งบันทึกการท่องเที่ยวที่บันทึกภาพฉากของประวัติศาสตร์พม่าในยุคล่าอาณานิคมและบันทึกชีวประวัติของนักเขียนคนหนึ่งซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ที่พม่า ในช่วงเวลานั้น จอร์จ ออร์เวลล์ หรือชื่อจริงคือเอริก อาร์เธอร์ แบลร์เคยใช้ชีวิตอยู่ที่พม่าเป็นเวลา 5 ปี ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจของจักรวรรดิเขาเริ่มต้นด้วยการฝึกในโรงเรียนตำรวจของรัฐบาลอังกฤษ (ที่มัณฑะเลย์)และได้รับคำสั่งให้ย้ายไปยังเมืองต่างๆ ของพม่า ภายหลังการฝึกสิ้นสุดเริ่มต้นการเป็นตำรวจครั้งแรกที่เมืองเมียวเมียะ เมย์เมี้ยว และต่วนเต .. พื้นที่ลุ่มน้ำ ชื้นแฉะ น่าหดหู่ย้ายครั้งหนึ่งไปร่างกุ้ง .. สิเรียม และอินเส่ง ..เมืองอันเป็นแหล่งรวมอารยธรรมความสะดวกสบายย้ายอีกครั้งไปที่เมืองเมาะละแหม่ง เมืองที่เขาเคยมีความทรงจำวัยเด็กและครั้งสุดท้ายที่กะต่า .. อันเป็นฉากของ พม่ารำลึก ที่เราเพิ่งอ่านจบไป จอร์จ ออร์เวลล์ อยู่ในพม่าในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับยุคล่าอาณานิคมของประเทศอังกฤษคือนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1922 – 1927ชีวิตในช่วงนั้น สร้างแรงบันดาลใจให้เขา (ออกจะเป็นแรงบันดาลใจในด้านลบ)แต่มันก็ทำให้เขาสร้างงานเขียนออกมามากมาย และหลายสิบปีต่อมางานเขียนของ จอร์จ ออร์เวลล์ก็กลายเป็นพลัง สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง(ในปี ค.ศ. 2004) จิบพม่าตามหาจอร์จ ออร์เวลล์ เล่มนี้ก็เกิดขึ้นเอ็มม่า Read More →

เรื่อง พม่ารำลึกผู้แต่ง จอร์จ ออร์เวลล์ผู้แปล บัญชา สุวรรณานนท์สำนักพิมพ์ ไต้ฝุ่นเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144429 อ่าน พม่ารำลึก เล่มนี้ ต้องถอดตัวเองออกจากหนังสือให้ได้ก่อนเราต้องเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับตัวละครใดตัวละครหนึ่งหรือความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่ง เรื่องของเรื่องก็คือผู้เขียนเปิดเรื่องด้วยการเปิดตัวละครชาวพม่าคนหนึ่ง นามว่าอูโพจีงอูโพจีงเป็นชายวัยใกล้เกษียณที่ผ่านชีวิตข้าราชการพม่า (ภายใต้การปกครองของอังกฤษ)มาด้วยเล่ห์กระเท่ห์ คดโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวง สับปลับ กินสินบนเรียกได้ว่าถ้าอินกับอีตานี่ตั้งแต่ต้นเล่ม เราไม่มีทางไปไหนรอด!! หลังจากที่รวบรวมสติและสมาธิ ยับยั้งความเกลียดที่มีต่ออูโพจีงได้แล้วก็มาเริ่มอ่านด้วยกันค่ะ ;P ฉากหลังของ พม่ารำลึก เล่มนี้ ช่วยบันทึกชีวิตของชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศพม่าในช่วงที่พม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ (ราวปี ค.ศ. 1922 – 19277) ผู้เขียนบรรยายฉากและเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างละเอียดลออรวมไปถึงความคิด ค่านิยม อันเป็นสามัญของคนสมัยนั้น ผู้เขียนเล่าถึงสังคมคนอังกฤษทั้งมิสเตอร์ฟลอรี่ พ่อค้าไม้ซุง เจ้าของเรื่องราวทั้งหมดในเล่มนี้นายแม็กเกรเกอร์ รองผู้แทนข้าหลวงแห่งเมือง เจ้าก์ตะดานายเวสต์ฟิลด์ ผู้กำกับการตำรวจนายแล็กเคอร์สตีน ผู้จัดการของบริษัทป่าไม้นายเอลลิส ผู้จัดการของบริษัทป่าไม้อีกบริษัทหนึ่งและนายแม็กซ์เวลล์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฯลฯที่พบปะสังสรรค์กันอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆทนคบกันไปอย่างแกนๆ แบ่งฝ่ายทะเลาะกันเองบ้างรวมกลุ่มกันเหยียดเจ้าถิ่นชาวพม่าบ้าง .. ก่อนที่เราจะบูชาสิทธิและเสรีภาพกันอย่างเต็มขั้นเช่นทุกวันนี้ครั้งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้ ย้อนหลังไปร้อยกว่าปีคนอังกฤษเคยดูถูกเหยียดหยามคนท้องถิ่น (พม่าและอินเดีย)เอาไว้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ถึงเพียงนี้ เมืองเจ้าก์ตะดา ที่ว่านี้ เป็นเมืองสมมติตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศพม่าเทียบกันความเป็นจริงก็คือเมืองกะตา (เมืองกะต่า) ช่วงที่เรากำลังเล่าถึงหนังสือเล่มนี้เรากำลังอ่าน จิบพม่าตามหาจอร์จ Read More →

เรื่อง ต้นธาร วิถีมอญผู้แต่ง องค์ บรรจุนสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744752185 ต้นธาร วิถีมอญ เป็นบทความที่ชวนให้เรานึกถึง เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็กผู้เขียนความทรงจำดีมากเล่าเรื่องราวเก่าๆ เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้น่าสนใจ ชีวิตวัยเด็กของผู้เขียน ซึ่งเป็นคนมอญสมุทรสาครรวมตัวกันอยู่เป็นชุมชน ขนานไปกับคลองปากบ่อลำคลองสายเล็กๆ ที่เชื่อมต่อออกไปได้ถึงแม่น้ำท่าจีนมีวัดปากบ่อหรือวัดสามง่ามเป็นทั้งที่พบปะแลกเปลี่ยนและเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจคนมอญด้วยกันเรียกชาวมอญแถบนี้ว่าเป็น “มอญน้ำเค็ม”หรือบางทีก็เรียกกันว่า “มอญน้ำกร่อย” คนมอญบ้านปากบ่อนี้อพยพมารวมตัวกันตั้งแต่เมื่อราวร้อยกว่าปีก่อนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3)อพยพมาจากตำบลบางกระเจ้า และตำบลบ้านบ่อส่วนหนึ่งกับชุมชนมอญริมแม่น้ำท่าจีนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งชาวมอญเหล่านี้ยังคงรักษาขนมธรรมเนียมประเพณีแบบมอญดั้งเดิมเอาไว้ในวิถีชีวิตประจำวันมีบ้างที่เชื่อมต่อผสมผสานไปกับธรรมเนียมชนชาติอื่นๆที่อยู่ร่วมด้วย โดยเฉพาะไทยและจีน เนื้อเรื่องที่เล่าในเล่มนี้ จึงสอดแทรกไปด้วยวิถีชีวิตตามความเชื่อของมอญ (ปนไทยและจีน)นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงครอบครัวที่คนในครอบครัวมีฝันและหวังไปกันคนละทางซึ่งทั้งหมดทั้งมวล อาจมีเศษเสี้ยวของสาเหตุมาจากชาติพันธุ์ที่ยังไม่สามารถรวมกันขึ้นเป็นประเทศได้ ..ปมยังคงเป็นปมอยู่ในหัวใจมากบ้างน้อยบ้างสุดแท้แต่จิตใจของคน ชีวิตวัยเด็กของผู้เขียนไม่ได้ร่ำรวยอะไรนักเป็นชีวิตที่เกิดมาในบ้านที่กระเบียดกระเสียรหากแต่ก็มานะอดออมและคนไทยสมัยก่อน ต่อให้อดอย่างไร ในน้ำก็ยังมีปลา ในนาก็ยังมีข้าวเสมอผู้เขียนเติบโตขึ้นมาอย่างเด็กบ้านสวนมีบ้านของพ่อและแม่ ที่ร่วมแรงกันก่อร่างขึ้นมามีสวนพุทรา ที่ภายหลังกลายเป็นสวนมะพร้าว ทำน้ำตาลมะพร้าวและยังปลูกพืชผักสวนครัว ผลไม้อื่นๆ เอาไว้อีกมากมีลำคลองน้ำกร่อยไหลผ่าน ปลูกพืชบางชนิดได้งาม แต่ก็ปลูกพืชบางชนิดก็ไม่ได้เลย ..ทั้งหมดนี้คือสังคมที่ผู้เขียนเติบโตมา ต้นธาร วิถีมอญ เป็นหนังสือที่มีภาษาเรียบง่าย เป็นกันเองไม่ได้ใช้ศัพท์แสงซับซ้อนให้ต้องแปล แม้เนื้อเรื่องจะเรื่อยๆ สนุกบ้าง เฉยๆ บ้างมาตลอดเล่มแต่เมื่ออ่านมาถึงสองบทสุดท้าย เรากลับชอบมันมากๆผู้เขียนจบเล่มลงด้วยความน่าประทับใจ และกินใจซึ่งนอกจากจะชวนให้เราคิดถึงชีวิตวัยเยาว์ของตนเองแล้วผู้เขียนยังทำให้เราเข้าใจถึงหัวใจของชนที่มีชาติ แต่ไร้ประเทศที่ตั้งผู้คนร่วมเผ่าพันธุ์อยู่กันอยากกระจัดกระจายวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ถูกผสมผสานกลมกลืนไปกับเผ่าพันธุ์ร่วมถิ่นที่อยู่ เป็นหนังสือที่เล่าวิถีชีวิตตนเองธรรมดาๆแต่ชวนให้เราหวนคิดถึงความหลังเหลือเกินค่ะ  

เรื่อง ลอดลายมังกรผู้แต่ง ประภัสสร เสวิกุลสำนักพิมพ์ ดอกหญ้าเลขมาตรฐานหนังสือ 9746016512 ลอดลายมังกร เป็นเรื่องที่อยู่ในความทรงจำเรามาตลอดแต่อยู่ในรูปของละครมากกว่าหนังสือ (เวอร์ชั่นอาตู่ นพพลนู่นเลย)จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อหนังสือมาแล้ว (หลังจากดูละคร)เหมือนจะเคยอ่านจบไปรอบหนึ่งด้วย แต่จำอะไรไม่ได้เลยจวบจนกระทั่งหนังสือมันหายไปเล่มนี้เป็นเล่มที่เราซื้อมือสองมาค่ะ เลือกปกเดิมกับที่เคยมีเลย ซึ่งหลังจากอ่านซ้ำรอบนี้แล้วรู้สึกได้ว่าเรื่องในนิยาย แตกต่างไปจากละครที่เราเคยดูพอสมควรไม่ได้ต่างในแง่ของเนื้อหา เพราะจำไม่ได้แต่แตกต่างในแง่ของวิธีเล่าเรื่องสำหรับนิยาย ตัวละครที่เป็นผู้เล่าเรื่องคือหลานสาวคนหนึ่งในตระกูลสือพาณิชย์นภา เป็นลูกของแม่ศิรี กับพ่อนภ ลูกชายคนที่สี่ของปู่ (นายเหลียง)แต่เป็นลูกชายคนที่สองของย่าเนียม ภรรยาคนที่สองของนายเหลียง และอาจเป็นเพราะเรื่องถูกเล่าจากมุมมองของคนรุ่นหลานเนื้อหาจึงไม่เข้มข้นเท่ากับละครที่เขียนให้ตัวละครบทฟาดฟันกันถึงพริกถึงขิงนอกจากนี้เรื่องเล่าก็กระโดดข้ามไปข้ามมาตามจังหวะการเล่าไม่ทอต่อเป็นผืนเดียวกันดังเช่นละครเนื้อหาของเรื่องเน้นหนักไปที่รุ่นลูกรุ่นหลาน มากกว่าตัวของนายเหลียงเองผู้เขียนได้กระจายบทไปให้กับตัวละครลูกหลานในตระกูลครบถ้วนทุกคนทำให้ความเด่นของตัวนายเหลียงลดลงไป แต่ด้วยวิธีการเล่าเรื่องคนในครอบครัวนี้เองทำให้ตัวละครในหนังสือไม่ได้ดีสุดและร้ายสุดเท่ากับในละครแต่ละคนมีความเป็นมนุษย์จริงถึงจะร้าย ก็ร้ายแบบมีที่มาที่ไป มีเหตุผลหรือไม่อีกบางที การที่เราไม่รู้สึกว่าตัวละครในเรื่องร้ายเท่าที่เคยจำได้อาจเป็นเพราะค่านิยมแห่งความดีเลวในยุคสมัยนี้ก็เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนเสียแล้ว ลอดลายมังกร เป็นหนังสือที่เล่าถึงชีวประวัติของนายเหลียง สือพาณิชย์นักธุรกิจชาวจีนที่เริ่มต้นเช่นเดียวกับชาวจีนอีกหลายสิบหลายร้อยคนที่เข้ามายังแผ่นดินไทย ในราวปี พ.ศ. 24xx ปลายๆเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากซัวเถาในแบบที่เราเรียกกันว่าเสื่อผืนหมอนใบ นอกจากหนังสือจะพูดถึงความขยัน อดออมและความมีคุณธรรมของอาเหลียงแล้วลอดลายมังกร ยังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวความแตกต่างของคนแต่ละรุ่นที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งต้นด้วยคนรุ่นปู่ย่า ที่มากประสบการณ์ทางธุรกิจคนรุ่นถัดมา ที่เชื่อฟังผู้ใหญ่และในตอนปลายของรุ่นนั้น ก็เริ่มไปสู่ความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยเด็กวัยรุ่นยุคนั้น เป็นวัยที่พลุ่งพล่านไปด้วยความคิดริเริ่ม เชื่อมั่นในตนเองและเร่งร้อนที่จะทำตามความคิดและความรู้ที่ตนเพิ่งจะได้ร่ำเรียนมา นอกจากนี้ ผู้เขียนยังแทรกกลิ่นอายของบรรยากาศในประวัติศาสตร์อย่างเช่นในยุคสงคราม ยุคเผด็จการ ยุคคอมมิวนิสต์หรือยุคที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจต่างๆ ฯลฯ จุดเด่นของ ลอดลายมังกร สำหรับเราอยู่ที่วิธีการผูกเรื่องส่วนสำนวนนั้นเรียบง่ายไม่หวือหวาและแม้ว่าจะเล่าเรื่องเนิบๆ เรื่อยๆ มาโดยตลอดแต่ผู้เขียนก็มาทำเราบาดใจในตอนจบนี่เองเขียนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ง่ายเลยเล่าเรื่องซับซ้อน ตัวละครมากมาย ได้อย่างเรียบง่าย งดงามขณะเดียวกันก็จบลงอย่างกินใจ อย่างที่เราไม่ได้นึกไปถึง แม้จะเริ่มต้นอย่างตะหงิด Read More →

  เรื่อง มนุษย์ร้านสะดวกซื้อผู้แต่ง มุราตะ ซายากะผู้แปล พรรณวิมล จิตราวิริยะกุลสำนักพิมพ์ อนิแม็กบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786163375414 คิดว่าไม่ได้สปอยล์นะ ..แต่ก็เปิดเผยเนื้อเรื่องไม่น้อยเช่นกันสิ่งสำคัญของเรื่องนี้ (สำหรับเรา) ไม่ใช่การรู้เนื้อหาของเรื่องหรือไม่หรอกแต่อยู่ที่ความคิดที่แตกยอดออกไปอย่างไม่สิ้นสุด .. หลังอ่านจบต่างหาก มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ เปิดเรื่องได้ดึงดูดมากเลยผู้เขียนใช้เพียงบทบรรยายฉากกิจวัตรในร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆแต่แสดงให้เห็นถึงความชำนาญของพนักงานร้านสะดวกซื้อมืออาชีพอย่าง ฟุรุคุระ เคโกะ ได้ชัดเจน เห็นภาพ และน่าทึ่งส่งผลให้เรารู้สึกในแง่บวกต่อพนักงานคนนี้ทันทีและการที่คนอ่านรักตัวละครหลักในเรื่องที่เขากำลังอ่านอยู่ ..ก็นับเป็นความสำเร็จขั้นต้นแล้ว สำหรับนิยายสักเรื่อง เคโกะเป็นตัวละครหญิงสาวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวเธอมีชุดความเข้าใจ และตรรกะที่ต่างไปจากคนทั่วไปซึ่งเธอก็เปิดเผย และแสดงความคิดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาหากปฏิกิริยาตอบกลับจากคนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวประหลาดเคโกะจึงปรับตัว เธอเลิกแสดงออกตามสิ่งที่คิดแต่เลือกที่จะเลียนแบบมนุษย์คนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวแทนนั่นทำให้เธอใช้ชีวิตได้เป็นปกติขึ้น แต่ภายในแล้วไม่ใช่เลย .. เธอยังคงรู้สึกแปลกแยกกับคนอื่นๆ เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำแค่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เหมาะสม และทำให้เธอปลอดภัย โดยรวมแล้ว พล็อตของเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อนแต่ด้วยวิธีเล่าอย่างละเอียด อย่างเข้าอกเข้าใจทำให้เราเชื่อได้ว่าโลกนี้มีคนอย่างเคโกะอยู่จริงๆจนเลยเถิดไปเป็นว่า เคโกะอาจมีตัวตนอยู่จริง .. ที่ไหนสักแห่ง และถึงแม้ว่าเรื่องจะดำเนินไปเหมือนกับไม่มีพล็อตสลักสำคัญแต่เราก็อยากรู้ (มาก) ว่าเรื่องราวมันจะจบลงยังไง .. หนังสือบางเล่มให้ความรู้สึกอึดอัดขณะอ่านแม้ว่าเนื้อเรื่องจะสนุก แต่เราก็ต้องหยุดพักเหนื่อยเป็นระยะ อ่านต่อเนื่องไม่ได้แต่กับ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ เล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ความรู้สึกสบายใจ เป็นกันเองมากเลยทั้งที่ผู้เขียนเล่าต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้แบ่งเป็นบทย่อยๆซึ่งการที่มันไม่ถูกแบ่งเป็นบทย่อย กลับทำให้เราอ่านต่อเนื่องเพลินจนลืมพักรู้ตัวอีกทีก็จบเล่มซะแล้ว ตอนที่เราอ่านเล่มนี้บางทีก็รู้สึกเหมือนร้านสะดวกซื้อแห่งนี้เป็นดิสโทเปียขนาดย่อมๆ เหมือนกันนะถ้ามนุษย์ยุคก่อน .. ไม่ต้องมาก แค่ย้อนหลังไปสักร้อย สองร้อยปีคงรู้สึกว่าคนยุคเรานี้เหมือนโรบอทใช้ชีวิตตามกฏเกณฑ์กำหนด ตามๆ Read More →

เรื่อง รุ้งไม่จางผู้แต่ง รัศมีจันทร์สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162142017 รุ้งไม่จาง เป็นนิยายเรื่องแรกของรัศมีจันทร์ ที่เราได้อ่านค่ะมันเป็นหนังสือที่เรามีโอกาสได้อ่านมันเข้าโดยบังเอิญ .. หรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตดีนะ? เราได้รับหนังสือเล่มนี้ได้รับมาจากคู่ Book Blind Dateประจำเดือนแห่งความรักในปี 2020 นี้จากกลุ่มอ่านหนังสือ กองดองเธอนั้น อ่านมันเถอะนะ รุ้งไม่จาง เล่าเรื่องของหญิงสาวกำพร้าครอบครัวคนหนึ่ง นามว่า ธารดาการกำพร้าของธารดานั้น สร้างบาดแผลหลายประการให้เธอทำให้เธอมีบุคลิกภาพที่กร้านแข็งและปิดกั้นตนเองจากความรู้สึกดีๆ ทุกประการ ตัวละครอีกคนหนึ่ง โด่ง หรือดลภาค รุ่งพิพัฒกิจคือเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเพื่อนต่างเพศ และต่างฐานะ ที่ร่วมหุ้นเปิดบริษัทด้วยกันแต่ยังค่ะ เขาคนนี้ยังไม่ใช่พระเอกพระเอกของเรื่องนี้ ไฮโซววววกว่านั้นอีกหลายเท่า เรืองรอง เรืองเทพ พระเอกของเรื่องเป็นลูกชายของกรรมการผู้จัดการ เจ้าของธนาคารใหญ่หล่อ รวย โสด นิสัยดี อบอุ่น อ่อนโยน ครบเซ็ต รุ้งไม่จาง สำหรับเรา ถือว่าเป็นนิยายรสชาติแปลก แบบที่เราไม่ค่อยได้อ่านนักเรียกได้ว่า มันเปิดโลกใหม่สำหรับเราซึ่งจริงๆ แล้วก็อดนึกดีใจไม่ได้ว่าเมื่อยุคสมัยที่เรายังเด็ก ไม่มีหนังสือทำนองนี้ให้อ่านมากนักไม่อย่างนั้นมันคงสร้างค่านิยมอีกอย่างหล่อหลอมให้เราเป็นคนอีกแบบ .. ในรูปแบบที่เราไม่ค่อยอยากเป็นนัก ตัวละครธารดาในเรื่องนี้ ถูกวาดภาพให้เป็นผู้หญิงเก่งที่ใช้ชีวิตรักอย่างกล้า บ้าบิ่น และทิ้งขว้างเป็นผู้หญิงเก่ง ที่สูบบุหรี่และพูดคำหยาบ .. Read More →