เรื่อง โดรายากิ ขนมนี้ทำด้วยใจเรื่อง Durian Sukegawaผู้แปล ธีราภา ธีรรัตนสถิตสำนักพิมพ์ Maxx Publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163711168 สึจิอิ เซ็นทาโร่ เป็นผู้จัดการร้านโดรายากิที่ชื่อว่า โดราฮารุเขาเป็นทั้งผู้จัดการ และพนักงานคนเดียวในร้านมีหน้าที่ทำขนมโดรายากิ และเปิดขายในตอนสายๆ ของทุกวันร้านโดราฮารุ เป็นร้านขนมธรรมดาๆและเซ็นทาโร่ก็ทำขนมแบบขอไปที เขาใช้วัตถุสำเร็จรูป และไม่เคยใส่ใจในขนมที่ตัวเองขายจวบจนกระทั่งวันหนึ่ง ..วันที่มีคุณยายประหลาดอายุ 76 ปี มาของานในร้านขนมคุณยายโยชิอิ โทคุเอะ มาตื้อทุกวัน จนเซ็นทาโร่ต้องยอมรับเธอเข้าทำงานและนับตั้งแต่วันนั้น ร้านโดราฮารุก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จุดเหมือนกันของตัวละครที่เต็มไปด้วยความแตกต่างอย่างตัวละครชายที่ทำหน้าที่ขายขนมไปวันๆแต่มีเบื้องหลังที่ไม่อาจบอกใครได้กับคุณยายที่เคยป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งไม่อาจบอกได้แม้แต่ชื่อโรคการถูกจองจำอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ในระยะเวลาหนึ่งจุดร่วมเพียงเล็กน้อยนี้เอง ที่เชื่อมโยงคนทั้งสองให้เข้าหากัน หนังสือเรื่องนี้ออกจะหดหู่กว่าที่คิดเนื้อเรื่องนั้นไม่เท่าไร แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคร้ายที่ผู้เขียนแทรกเข้ามาในเรื่องนั้น มันชวนให้หดหู่ไม่น้อย โดรายากิ ขนมนี้ทำด้วยใจ มีพล็อตเรื่องค่อนข้างชัดเจนผู้เขียนมีข้อความที่ต้องการจะสื่อถึงผู้อ่านอยู้แล้ว ..และให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากจนลดทอนรายละเอียดของตัวละครออกไปในฐานะคนอ่าน เราไม่รู้สึกผูกพันกับตัวละครมากเท่าไรก็เลยไม่ค่อยจะเข้าถึงความรู้สึกที่ผู้เขียนต้องการจะพาเราไป ในตอนเริ่มต้นนั้น ผู้เขียนทำได้ดีทีเดียวมีชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนระหว่างเล่าเรื่องหนึ่งไปเรื่อยๆอีกหนึ่งเรื่องอันเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังของตัวละครก็ค่อยๆ เปิดเผยออกมาเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าน่าสนใจ ชวนให้ติดตาม แต่หลังจากนั้น เรารู้สึกว่าตัวละครไม่ก้าวหน้าไปไหนปมที่เผยเอาไว้นิดๆ ก็มีอยู่เพียงเท่านั้นเรื่องราวย่ำซ้ำอยู่กับที่ ผู้เขียนเบี่ยงประเด็นไปยังเรื่องอื่นปล่อยปมที่เปิดทิ้งค้างไว้อย่างนั้น เราอาจจะคาดหวังกับหนังสือเล่มนี้มากไปหน่อยเพราะได้ยินคำชมมามาก ก่อนจะตัดสินใจซื้อและอ่าน โดรายากิ ขนมนี้ทำด้วยใจ มีโทนเรื่องที่ค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับวรรณกรรมญี่ปุ่นเล่มอื่นที่เราอ่านในช่วงนี้ สิ่งที่เราได้รับจากผู้เขียน มีเพียงถ้อยคำที่ว่าเป้าหมายในชีวิตนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการมีชีวิตอยู่หรอกจงมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเสียทีก็ตาม? Read More →

เรื่อง เธอและแมวตัวนั้นเรื่องต้นฉบับ Makoto Shinkaiเรื่อง Naruki Nagakawaผู้แปล ธีราภา ธีรรัตนสถิตสำนักพิมพ์ Maxx Publishingเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163711250 เธอและแมวตัวนั้น เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 4 เรื่องที่ถูกเขียนขึ้นมาจากอนิเมะของมาโคโตะ ชินไค(ไปแอบดูอนิเมะมาแล้ว มันไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรนะ)เนื้อหาในเล่มนี้เป็นเรื่องราวเดียวกันกับการ์ตูนที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้าเธอและแมวของเธอ เรื่องนี้ ตอนอ่านการ์ตูน เราไม่ค่อยประทับใจเท่าไรนะพอมาได้อ่านหนังสือ ก็รู้สึกว่าดีขึ้นนิดหน่อยตัวหนังสือให้อารมณ์และความรู้สึกแบบที่การ์ตูนทำไม่ได้เลยตอนอ่านการ์ตูน เราไม่อินเลยแต่พอเป็นหนังสือ กลับชอบมันได้มากกว่าคือถ้าให้เรียงตามความชอบ คือชอบเวอร์ชั่นอนิเมะที่สุดรองลงมาคือหนังสือเล่มนี้ และก็เล่มที่เป็นการ์ตูนเป็นลำดับสุดท้าย ตอนที่เริ่มอ่านเรื่องสั้นเรื่องแรก เราชอบวิธีเล่าเรื่องนะชอบการส่งผ่านเรื่องราวผ่านตัวละครสองตัว คือเธอกับแมวผู้เขียนดำเนินเรื่องไปข้างหน้าโดยเล่าผ่านสายตาแมวและเธอสลับกัน สำหรับพล็อต เริ่มต้นคล้ายๆ จะว่างเปล่าและไม่มีอะไรเป็นชีวิตประจำวันของผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งเนื้อเรื่องราบเรียบ มีเพียงมวลความรู้สึกเบาๆ จนกระทั่งผู้เขียนเริ่มเล่าเรื่องสั้นเรื่องที่สอง ก็เริ่มมีความน่าสนใจขึ้นมานิดหน่อยเพราะมันมีส่วนเชื่อมต่อกับเรื่องแรกอยู่แมวและเธอจากทั้งสองเรื่อง อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน เมืองเดียวกันมวลอารมณ์จากเรื่องนี้จึงหนักแน่นขึ้นนิดหน่อยเมื่อผนวกรวมความรู้สึกจากเรื่องแรก ทับถมลงไปก็เริ่มเข้าใจวิถีวิธีของผู้เล่า และเริ่มชอบมันมากขึ้น ในแต่ละเรื่องสั้น .. ในระหว่างที่ชีวิตของเธอๆ ทั้งหลายดำเนินไปสังคมแมวขนาดย่อมๆ ก็ดำเนินไปด้วยเช่นกันผู้เขียนดำเนินเรื่องจากมนุษย์ส่งผ่านไปยังแมวหรือบางครั้งก็มีแมวเป็นตัวเชื่อมเหตุการณ์ระหว่างบทตอนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ระหว่างมนุษย์กับแมวและความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับแมว ผลักดันให้เนื้อเรื่องดำเนินไป ในตอนที่เริ่มอ่าน เรามีส่วนที่ขัดใจอยู่นิดหน่อยคือมุมมองของแมวไม่สมกับเป็นแมวความคิดคำนึงของแมวดูเป็นมนุษย์เกินไป รู้มากเกินไปไม่ชวนให้เราเชื่อได้ว่าแมวมันคิดแบบนั้นจริงๆแต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ ชินกับตรรกะแบบนี้ของผู้เขียนก็จริงๆ แล้ว ใครจะไปรู้ว่าแมวรู้สึกนึกคิดยังไงเล่า? คนเลี้ยงแมว .. แต่แมวต่างหากที่เยียวยาจิตใจของคนวันเวลาผ่าน Read More →

เรื่อง ในครึ่งที่ยังว่าง ของกระเป๋าเดินทางสีฟ้าผู้แต่ง ฟูมิเอะ คนโดผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศสำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูนสำนักพิมพ์ในเครือ ไต้ฝุ่นสตูดิโอเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144740 ในครึ่งที่ยังว่าง ของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า เล่าเรื่องการเดินทางที่เกิดขึ้นรอบๆ กระเป๋าเดินทางสีฟ้าใบหนึ่ง มันเป็นแกนสำคัญของเรื่องเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถูกส่งผ่านจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งด้วยกระเป๋าพิเศษใบนี้ หนังสือเริ่มเรื่องอย่างเนิบๆ (ถ้าเทียบกับ คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง) มันเริ่มต้นขึ้นในวันที่แก๊งเพื่อนสี่สาว มามิ ยูริกะ ฮานาเอะ และยูโกะนัดพบกันที่ตลาดฟลีมาร์เก็ตในสวนแห่งหนึ่งหญิงสาวทั้งสี่อยู่ในวัยกำลังสร้างครอบครัวต่างคนต่างมีฝัน และมีบุคลิกลักษณะนิสัยแตกต่างกันไปแต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ในระหว่างนั้นเอง มามิได้พบกระเป๋าเดินทางสีฟ้าใบหนึ่งวางขายอยู่ในตลาดนั้นด้วยความฝันความหวังในส่วนลึกผลักดันให้เธอตัดสินใจซื้อกระเป๋าใบนั้นมาทั้งที่ยังไม่มีแผนการเดินทางใดๆ ..แต่นั่นแหละ แล้วการเดินทางก็เกิดขึ้น .. มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกส่งผ่านจากคนต่อคนมาอย่างเรื่อยๆเรื่องราวประทับใจมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเหล่านั้น เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างเนิบช้าในขณะที่เรากำลังรู้สึกเฉยๆ กับหนังสือเล่มนี้หารู้ไม่ว่ากำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจการชักจูงของผู้เขียนมันเป็นพล็อตเรื่องที่ละเอียดลออในทุกเรื่องที่เล่า ผู้เขียนค่อยๆ เติมเต็มทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเดินทางสีฟ้าใบนี้จากที่เนิบๆ ก็กลับมาพีคเอาช่วงหลังๆ นี่เอง(ถ้าเป็นเรื่องของครอบครัวทีไร มักจะสัมผัสหัวใจเราได้เสมอโดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก) ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เราคิดว่าเรื่องควรจะจบลงได้แล้วผู้เขียนก็ยังไปต่อได้อีก และได้อีกเมื่อถึงตอนจบเข้าจริงๆ เรายอมรับเลยว่ามันเป็นตอนจบที่เต็มอิ่ม สมบูรณ์แล้ว พิจารณาจากชื่อหนังสือ .. ในครึ่งที่ยังว่าง ของกระเป๋าเดินทางสีฟ้าอีกครึ่งหนึ่งที่ว่างอยู่ คงจะเหลือเผื่อเอาไว้สำหรับประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทางมันบรรจุเอาความสุข ความทุกข์ ความรัก ความผูกพันความหวังดี และมิตรภาพเอาไว้ แม้จะไม่ใช่คนที่เดินทางบ่อยแต่เมื่ออ่านเล่มนี้จบ ก็ชักอยากเดินทางตะหงิดๆ Read More →

เรื่อง คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทางผู้แต่ง ฟูมิเอะ คนโดผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศสำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูนสำนักพิมพ์ในเครือ ไต้ฝุ่นสตูดิโอเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144689  คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง เล่าเรื่องราวของนาระ เอโกะพนักงานออฟฟิศ สาวสามวัยสามสิบ ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่ในห้องพักความโดดเดี่ยวที่ว่านี้ไม่ได้เศร้าหมองเกินไปนักอาจจะกดดันหน่อยๆ จากค่านิยมทางสังคมแต่โดยรวมเธอมีความสุขกับชีวิตโสดดี จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง .. ที่เธอบังเอิญขี่จักรยานผ่านร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลบ้านนักความสุขที่ว่า .. จึงเปิดขยายกว้างออกไปอีกนิด คาเฟ่ลูส เป็นคาเฟ่ขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และนั่งสบายเมนูในร้าน เกิดจากแรงบันดาลใจในการเดินทาง –ของคูซูอิ มาโดกะ เจ้าของร้าน และผู้ดูแลร้านเพียงคนเดียวเมนูในร้านจะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวาระโอกาส และตามฤดูกาลอันเหมาะสม เอโกะตกหลุมรักร้านนี้ตั้งแต่ในครั้งแรกที่เธอมาแล้วเรื่องราวต่างๆ รอบตัวเธอ และเจ้าของคาเฟ่ก็ค่อยๆ ถูกเล่าให้เราฟังทีละเรื่อง ทีละเรื่อง 🙂 ส่วนผสมระหว่างเรื่องเล่าของขนมแปลกๆและเรื่องราวรอบๆ ตัวเอโกะ ผสานเข้ากันลงตัวพอดีเรื่องราวเรื่อยๆ เรียบๆแต่มีเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ แทรกอยู่ตลอดความอบอุ่นของคาเฟ่ ก็ไปกันได้ดีกับความละมุนของโทนเรื่องเป็นหนังสือที่มีรสชาติกลมกล่อมและเชื่อว่าหลายคนที่ได้อ่าน คงอยากจะมีคาเฟ่แบบนี้อยู่ใกล้ๆ บ้านเป็นแน่ แปลกดี ทั้งที่ดำเนินเรื่องเรียบๆ เรื่อยๆ ไม่ได้หวือหวาแต่เรากลับรำพึงกับตัวเองเป็นระยะ ตลอดการอ่านว่า “สนุกจัง” เป็นหนังสือที่มีทัศนคติในแง่บวกมีมุมมองในการมองโลกที่ไม่ทำร้ายใครคนอ่านจะรู้สึกอุ่นและอิ่มในหัวใจ คล้ายได้รับการเยียวยาหนังสือดีๆ Read More →

เรื่อง ดอก รักผู้แต่ง ตินกานต์สำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272102 ดอก รัก เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับความรักจริงๆ ก็เกี่ยวกับดอกไม้หน่อยนึงด้วย ตรงที่ชื่อของพวกเธอ .. ตัวละครหลักในแต่ละเรื่องมีชื่อเป็นดอกไม้ ดอก รัก เล่าเรื่องด้วยภาษาเรียบง่ายเลือกใช้ถ้อยคำน้อย แต่เหมาะเจาะถูกที่ถูกเวลาอ่านได้ลื่นไหล จุดเด่นอยู่ที่จังหวะวิธีเล่าเรื่อง และพล็อต สองเรื่องแรก แววมยุรากับเฟื่องฟ้าให้อารมณ์และความรู้สึกคล้ายๆ กัน คือเจ๋งดี เราชอบที่มอบบทบาทให้ตัวละครอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องนอกขนบ นอกกรอบซ้ำซากละครโบราณชอบการตัดจบ ไม่เวิ่นเว้ออ่านแล้วอิ่ม เรื่องต่อมา พุดพิชญาเรื่องนี้โลกสวยเกินไปสวยหวานเกินภาพจริง แก้วเรื่องนี้มีสีหม่นแต่การที่เรื่องราวไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวละครหลักทำให้เรื่องราวไม่ได้ฟูมฟายมากนักเราชอบวิธีเล่าเรื่องของเรื่องนี้ โดยเฉพาะตอนจบดีงาม และชวนให้จดจำ ดาหลากับเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าภาษาสละสลวยสวยงามพิเศษกว่าเรื่องอื่นและจบได้น่ารักดี 🙂 บัวดึงอารมณ์ร่วมของผู้อ่านออกมาเล่าได้อัดอั้น บีบเค้น สมกับที่มันควรเป็น ราตรีเหงาๆ นิดหน่อย แต่ฟีลกู๊ด ลิลี่ลุ้นนิดๆ กลัวตอนจบเป็นเรื่องที่น่ารัก และทำเราน้ำตาซึมอยู่นะ 🙂 โบตั๋นเป็นผู้หญิงที่มีสติดีจังเลย แต่เราชอบนะไม่ว่ามันจะสมจริงหรือไม่ก็ตามชอบในความมีเหตุผลของตัวละคร โรสแม้จะมีบางเรื่องที่หม่นๆแต่เรื่องนี้เศร้าเลย เป็นเศร้าที่สวยงาม โดยรวมทั้งเล่มเป็นเรื่องรักที่อบอุ่นและฟีลกู๊ดนะแม้จะมีขรุขระบ้างตามจังหวะชีวิตแต่ก็มีแง่มุมให้ยิ้มๆ ได้ทุกเรื่องเป็นหนังสือที่ดีเป็นรวมเรื่องสั้นน้อยเล่มที่เราจะชอบทุกเรื่องค่ะ  

เรื่อง คิมจียอง เกิดปี 82ผู้แต่ง โชนัมจูผู้แปล ตรองสิริ ทองคำใสสำนักพิมพ์ เอิร์นเนส พับลิชชิ่งเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167691602 เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางฤดูใบไม้ร่วงปีหนึ่งคิมจียอง มีลักษณะนิสัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดสังเกตเธอมีอาการเลียนแบบพฤติกรรมคนใกล้ตัวอาการที่ว่านี้ค่อยๆ มากขึ้น จนสามีเริ่มไม่สบายใจ ..นั่นคือจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ แล้วชีวิตตั้งแต่แรกเกิดจวบจนปัจจุบันของเธอก็ถูกบอกเล่าผ่านสำนวนของจิตแพทย์คนหนึ่ง ชีวิตของคิมจียองไม่ได้แย่ไปกว่ามาตรฐานของคนเกาหลีเลยเธอเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวชนชั้นกลางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ได้ยากลำบากแต่ทั้งๆ มี่มีชีวิตอยู่ในมาตรฐานของคนเกาหลีนี่แหละตัวตนของเธอยังรู้สึกกดดันมากขนาดนี้ เรื่องราวต่างๆ ที่คิมจียองเคยพบเจอมาตลอดชีวิตเราเองก็เคยเจอ สังคมของไทยกับเกาหลีไม่ต่างกันนักหรอกโดยเฉพาะเรื่องราวแบบนี้ค่านิยมทั้งหลายที่ผูกไว้กับเพศหญิงชีวิตในโรงเรียนหญิงล้วน ชายโรคจิต การคุกคามทางเพศชีวิตการทำงาน (อันนี้ของเกาหลีน่าจะหนักหนากว่าเราอยู่)อิสรภาพที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย ฯลฯ แต่เรากลับรู้สึกเฉยๆ และชินชามาตลอดชีวิตมีปัญหา ก็ปรับตัวและอยู่ไป จนลืมไปแล้วว่ามันคือปัญหาแต่พอผู้เขียนรวบรวมเรื่องราวเล็กน้อยต่างๆ เอามาเรียบเรียงต่อเนื่องกันเราถึงเพิ่งจะรู้สึกว่ามันเหลือจะทนเพิ่งจะรู้สึกว่ามันควรจะอัดอั้นเพิ่งจะรู้สึก ว่าเรารู้สึก .. มองคิมจียองจากมุมเราทำไมชีวิตถึงประกอบไปด้วยความทุกข์ขนาดนี้มันนำเราไปสู่อีกคำถาม .. แท้จริงแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไรทำไมคนเราต้องแบกรับคำคนมากขนาดนี้ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลายเป็นคนที่อยู่ในรูปในรอยของสังคมมากขนาดนี้แล้วเราก็ไม่มีความสุข มันออกจะหดหู่ และชักชวนให้เรามองโลกไปด้านเดียวอย่างหนักหน่วงหรือบางที มันอาจจะเป็นความจริงที่เราละเลยมันมาเนิ่นนาน? เราชอบตอนจบ .. มันจุก มันพูดไม่ออกมันย้ำซ้ำความเป็นจริงที่คิมจียองพบเจอมาตลอดทั้งเรื่องความหวังที่พอจะมีอยู่บ้าง ถูกความคิดของคุณหมอตัดจบแบบไม่มีตอนต่อ ถึงค่านิยมของคนเกาหลีจะไม่เปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืนแต่การที่มีหนังสือเล่มนี้ หรือหนังสือแนวนี้เล่มอื่นๆ ทยอยออกมาก็คงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทัศนคติของผู้คนบ้างไม่มากก็น้อยนั่นคือความหวังที่แสนริบหรี่ค่ะ

  เรื่อง ผุดเกิดมาลาร่ำผู้แต่ง อารยา ราษฎร์จำเริญสุขสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216285 เรื่องนี้ทั้งรักทั้งเกลียดทีเดียวเชียวยากจะตัดสินลงไปข้างใดข้างหนึ่ง แรกอ่าน .. สำนวนชวนให้คิดถึงวีรพรแต่เรากลับไม่ชอบ รู้สึกอ่านยากกว่าเปิดหน้าแรกมา มีตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดแต่เราอ่านวนไปวนมาบรรทัดละหลายรอบนึกว่าตัวเองอ่านตกหล่นไป .. ถ้อยคำไม่เป็นธรรมชาติมัวแต่อ่านสะดุดจนลืมรับสารที่ถูกสื่อมาเป็นแรกพบที่ไม่ประทับใจและเราต้องใช้เวลาปรับตัวต่อมาอีกสักหน้าสองหน้า เปลี่ยนวันอ่าน ในวันที่สมาธิดีๆ แล้วเริ่มใหม่สำนวนแบบนี้ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบบังคับตัวเองให้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรมากขึ้นถ้อยคำก็สละสลวยดีขึ้นตามกัน จบร้อยหน้าแรกเราเริ่มหลงใหลสำนวนภาษาที่ขัดหูขัดตาเมื่อคราแรกอ่านภาษาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นการเล่าแบบเนื้อเรื่องครึ่งหนึ่ง ผู้เขียนครึ่งหนึ่งและบางที .. อาจมีผู้อ่านอีกบางเสี้ยวส่วนเรื่องราวที่เป็นดังความหลังของผู้เขียนพาเราย้อนกลับไปยังความหลังของเราวัยเยาว์ การโยกย้าย พ่อและแม่ในทรงจำ ฯลฯความเชื่อมโยงเล็กน้อยค่อยสานต่อเรื่องราวจากอดีตเคลื่อนไปข้างหน้าจากวัยเด็ก .. ล่วงสู่วัยสาว .. สู่ร่วงโรย หลายคาบครานวนิยายถูกแทรกด้วยเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ซ้อนทับโลกจริงเข้ากับจินตนาการบรรเจิดคล้ายชีวประวัติที่ผู้เขียนอยากบันทึกไว้ทั้งหมดหากก็ยังอยากปกปิดบิดพลิ้วบางส่วน สำนวนโดยทั้งเรื่องสลับไปสลับมาไม่สม่ำเสมอภาษาตอนต้นประดิษฐ์เกินไปไม่เป็นธรรมชาติ ต่อเมื่อดำเนินมาถึงกลางเรื่องภาษาเหล่านั้นจึงได้ลดทอนความพิลาศพิไลลงซึ่งมันดูจริงกว่า สัมผัสได้มากกว่าในตอนแรกแต่ภาษาที่ว่านี้ ก็ไม่ได้คงที่แบบนั้นไปตลอดผู้เขียนสลับสำนวนไปมาระหว่างเล่าเรื่องซึ่งเราจับนัยยะสำคัญระหว่างความแตกต่างนี้ไม่ได้ ในแบบอย่างของการเล่าเราเกลียดช่วงเวลาของการทำแท้ง (ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า) ที่สุดผู้เขียนเชื่อมโยงการทำแท้งกับการทำลายล้างภาพจำฝังใจเมื่อวัยเด็กความทุกข์ ความขาดรัก ความโหยหา ความถือดี ฯลฯเหตุการณ์เลวร้ายในบ้านไร้แม่เป็นการเล่าเรื่องที่เราอยากรู้เรื่องหากเมื่อเล่าผนวกไปกับการทำแท้งเราทั้งอยากและไม่อยากอ่านไปพร้อมกัน ในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้เขียนผูกตัวละครเอาไว้กับความตายระหว่างอ่าน เราทดลองสืบค้นทาง youtubeและพบว่าหลายชิ้นงานศิลปะที่ผู้เขียนเล่าถึงเป็นชิ้นงานที่ผู้เขียนสร้างขึ้นจริงซึ่งพอได้ดูแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวมันสร้างความรู้สึกรุนแรงมากกว่าการอ่านเสียอีกมันปะปนไปกับความตกใจว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ .. มันถูกสร้างขึ้นจริง ..จินตนาการจากการอ่านของเราไปไม่ถึงเอาเสียเลย เมื่ออ่านจนจบ เราพบว่าผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นหนังสือที่ทำใจรักได้ยากมันมีหลายความรู้สึกปะปน สิ่งที่ชอบสำหรับหนังสือเล่มนี้คือมันทำให้เราหวนคิดถึงวัยเด็กของตนเองด้วยเช่นกันควบขนานไปกับเรื่องราวของผู้เขียนเราทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของตนเองในตลอดห้วงช่วงชีวิต ..อาจมีบางเหตุการณ์สอดคล้องเชื่อมโยงชวนให้นึกถึงและนั้นเป็นส่วนที่ทำให้เราชอบมัน  

เรื่อง ปีแสงผู้แต่ง ดุจดาว วัฒนปกรณ์สำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272195 ปีแสง เริ่มต้นด้วยจุดด่างพร้อยและรอยร้าวมันเป็นบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยา .. ที่นักจิตวิทยาวิเคราะห์ตนเองมันคืออัตชีวประวัติ ..เป็นชีวประวัติที่ไม่ได้เต็มไปด้วยถ้อยคำสรรเสริญ อวดโอ้มันเป็นชีวประวัติที่มีแต่ความบิดเบี้ยว แหว่งวิ่น เผยบาดแผล เปิดเปลือยปุ่มปมในส่วนลึก หนังสือเล่มนี้ตอกย้ำให้เรารู้ว่าพ่อ แม่ และครู ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่ใช่มนุษย์พ่อ มนุษย์แม่ มนุษย์ครู..ไม่ใช่สายพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อเป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นครูโดยเฉพาะเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความเชื่อ มีค่านิยม มีปม มีกรอบสามารถคิดผิด ตัดสินใจผิด และทำผิดได้เหมือนๆ กับมนุษย์คนอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ก็ต่อเมื่อเราเติบโต มีวุฒิภาวะเพียงพอซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น .. เราก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีปม มีกรอบในจิตใจไม่ต่างกันและบางครั้ง ทั้งที่เรารู้อย่างนั้นแล้วมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะตระหนัก เข้าใจ ให้อภัย หรือยอมรับมันได้   หลายครั้งที่ผู้เขียนเล่าถึงปมวัยเด็กของตนเองปัญหาชีวิตของตนเองผนวกไปกับประสบการณ์การเรียนจิตวิทยาการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาของผู้เขียนกับเรื่องที่เรียนทำให้คนอ่านเองก็รู้สึกเหมือนได้ตรวจสอบจิตใจตัวเองไปด้วย ปีแสง เป็นหนังสืออีกเล่มที่ดึงดูดเราเอาไว้แทบจะตลอดเวลาเป็นอีกเล่มที่เราอ่านแทบจะรวดเดียวจบและเป็นอีกครั้งที่ได้พูดว่า นี่เป็นเล่มแห่งปีสำหรับเรารู้สึกดีจัง ที่ช่วงนี้มีแต่หนังสือดีๆ เข้ามาในชีวิต 🙂  

เรื่อง Lots of Love7,300 วันที่เรารักกันผู้แต่ง ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคงสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163271334 Lots of Love เล่าเรื่องราวประจำวันของคู่ชีวิตที่คนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งส่วนอีกคน .. เคียงข้าง เป็นทุกอย่างในชีวิตความรัก ความเศร้า ความอดทน สูญเสียความอดทน การอยู่รอดความสุขเล็กๆ น้อยๆ กำลังใจ ฯลฯ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเรื่องราวในแต่ละวัน ถ้อยคำสวยงาม ให้อารมณ์พลิ้วไหว อ่อนหวานละเมียดละไม ละเอียดอ่อนทางความคิด และความทรงจำทั้งของหมวย และของอิท ..ซึ่งได้ทิ้งข้อความเอาไว้ผ่านสมุดบันทึก จดหมาย หรือโปสการ์ดและผู้เขียน (หมวย) นำบางส่วนมาเล่าไว้ในเล่มนี้ ตลอดเวลาที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้กราฟของอารมณ์ค่อยๆ ไต่ระดับลงไปอย่างช้าๆเรารู้อยู่แล้วว่าหนังสือเล่มนี้เศร้า แต่ก็ไม่ได้เศร้าตั้งแต่แรกอ่านเราเริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ตามอารมณ์ของผู้เขียนไปอย่างช้าๆและโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจก็สั่นไหว น้ำตาก็ไหลออกมาเงียบๆไม่ใช่เศร้าฟูมฟาย มันเป็นเศร้าที่หน่วงๆ อยู่ในหัวใจ   เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนรักไปได้ดีมากความทรงจำค่อยๆ ถูกทบทวน เรียบเรียง และถ่ายทอดขณะที่ปลอบโยนหัวใจผู้เขียน ก็ได้ปลอบโยนหัวใจผู้อ่านไปด้วยพร้อมกันเป็นกำลังใจที่ดี .. เป็นความอบอุ่น อ่อนโยน ที่เกิดขึ้นในหัวใจขณะอ่านเป็นความดีงามที่ควรค่าแก่การอ่านไม่ว่าเราจะเคยมีประสบการณ์ร่วมหรือไม่ก็ตาม ..  

เรื่อง Paper Cut รักกลายเป็นกระดาษเพลง วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้น ฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์ / ปอ เปรมสำราญ / ภวิล เฟย์ / โบนิตา อาดาสำนักพิมพ์ P.S.เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168166093 Paper Cut เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นประกอบเพลงซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 เพลงเจ้าของเพลงคือคุณเจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้นเอง ก็มีด้วยกัน 4 เรื่องเช่นกันถูกเขียนขึ้นจากนักเขียน 4 คน แต่เล่มที่เราซื้อเป็นแบบที่ไม่ทีแผ่นซีดีมาด้วยทำให้อรรถรสที่ควรเต็มปรี่ พร่องไปส่วนหนึ่งอดฟังว่าเพลงแต่ละเพลงที่ประกบคู่เข้ากันกับแต่ละเรื่องสั้นนั้นร้องอย่างไรเหลือเพียงเนื้อเพลงให้อ่าน กับส่วนที่เป็นเรื่องสั้นเท่านั้น เรื่องสั้นทั้งหมดว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ความรัก ความเลิกรัก ความสุข และความเคยสุข ฯลฯของผู้คนวัยหนุ่มสาว เนื้อหาโดยรวมไปในทางหม่น หน่วงซึ่งคงจะไปกันได้ดีกับอารมณ์เพลงของคุณเจี๊ยบ วรรธนา เรื่องแรก : หากดวงจันทร์ที่คุณรู้จักไม่มีอยู่จริงโดย : ฉัตรรวี เสนธนิลศักดิ์เพลง : CMYK Mojitoเล่าเรื่องความรักได้ลึกลับ แฟนตาซี และโรแมนติก เรื่องสั้นเรื่องที่สอง : Monsoonโดย Read More →