สามก๊ก ลำดับ 2เรื่อง สามก๊กบนเส้นขนานผู้แต่ง วินทร์ เลียววาริณสำนักพิมพ์ 113เลขมาตรฐานหนังสือ 9786164789913 สามก๊กบนเส้นขนาน จับเรื่องราวบางช่วงของสามก๊กมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับเริ่มตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไปจนถึงช่วงท้ายของเล่มเป็นเหตุการณ์สดใหม่ ร่วมสมัย ที่เราเกิดทัน แต่ไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางใดๆผู้เขียนสรุปเหตุการณ์โดยไม่ได้ตัดสินถ่ายทอดเป็นบทตอน ไม่ต่อเนื่องกันนัก (ยกเว้นบางบท)จะอ่านเพียงบทเดียว ก็ได้น้ำได้เนื้อแต่ถ้าอ่านติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นจนจบก็จะได้เห็นภาพโครงสร้างระบอบการปกครองและได้เห็นสาระบางอย่างที่ผู้เขียนตั้งใจจะบอก ย้ำซ้ำในหลายบท โดยความชอบส่วนตัวเราว่า สามก๊กบนเส้นขนาน เล่มนี้อ่านง่ายกว่า สามก๊ก ลำดับแรกของผู้เขียนด้วยฉากและตัวละคร (นักการเมืองชื่อดังแห่งสยามประเทศ) เป็นที่คุ้นเคยกันดีโดยเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงที่เราเกิดทัน จะอ่านไปได้ไวมาก ต้องบอกกันก่อนว่าเราไม่ใช่คอการเมืองแม้จะอยู่ร่วมสมัย แต่ก็ไม่เคยเสาะแสวงหา ขุดคุ้ยความจริง (ทางการเมือง) ใดๆทำให้เรารู้เรื่องราวต่างๆ อย่างผิวเผิน .. จนบางที ไม่รู้ไม่สนใจด้วยซ้ำเราเพิ่งจะมาเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบหลายๆ อย่าง จากคำอธิบายของผู้เขียนผู้เขียนอธิบายกลไกการจำนำข้าวให้เราเข้าใจได้ด้วยประโยคไม่กี่ประโยคได้เข้าใจว่าทำไมทักษิณจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนไทยแตกแยกกันขนาดนั้นฯลฯ ผู้เขียนใช้วิธีเล่าอย่างห้วน สั้น จนบางครั้งก็ขาดความเข้มข้นแบบที่ได้จากการอ่านนวนิยายอิงการเมืองเรื่องอื่นๆ ของผู้เขียนเองว่าด้วยเรื่องสามก๊กที่นำมาเปรียบเทียบ .. หลายเหตุการณ์เล่าซ้ำกันกับ สามก๊ก ฉบับวินทร์ เลียววาริณ ที่เพิ่งอ่านจบไปเรื่องที่นำมาเปรียบเทียบ บางเรื่องเป็นเรื่องที่เรานึกถึงเหมือนกันตอนอ่านเล่มแรกแต่บางเรื่อง ก็ยังดูจับคู่กันไม่พอดี อ่านแล้วไม่อิน แต่โดยรวม สามก๊กบนเส้นขนาน ก็ยังนับว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากรู้อะไรเร็วๆ ใช้เวลาอ่านเพียงสั้นๆ สรุปจบสิ่งที่เราประมวลได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้มันไม่ได้ทำให้เรารู้ประวัติศาสตร์ หรือท่องจำประวัติศาสตร์ได้มากขึ้นบางครั้งก็ไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้นด้วยแต่ทำให้เรารู้จักอำนาจของสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจ”และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ สังเกต วิเคราห์ Read More →

สามก๊ก ลำดับ 1เรื่อง สามก๊ก ฉบับ วินทร์ เลียววาริณผู้แต่ง วินทร์ เลียววาริณผู้ประพันธ์ต้นฉบับ หลอก้วนจงสำนักพิมพ์ 113เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167455884 คุณวินทร์ดึงเราเข้าสู่ สามก๊ก ด้วยการเล่าเรื่องย่อตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดยุคสามก๊กแล้วจึงเข้าสู่เนื้อหาด้วยวิธีเล่าอย่างเรื่องสั้นก่อนที่ทั้งหมดจะถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกันจะว่าอ่านง่ายก็ง่ายดี เหมาะสำหรับคนอยากรู้เรื่องสามก๊กแต่ไม่อยากอ่านหนังสือเล่มหนา แต่สำหรับเรา เราว่ามันรวบรัดเกินไป ขาดอรรถรสเกินไป และสั้นเกินไปแต่ละบทเชื่อมต่อกันไม่สนิทเท่าที่เราคาดหวังเอาไว้สามก๊ก ทั้งเล่มไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็น สามก๊ก เวอร์ชั่นที่เหมาะสำหรับคนที่เคยอ่านสามก๊กเล่มอื่นมาแล้วมากกว่า เทียบกับตัวเราเองนะเราเคยอ่านสามก๊กมาแล้วอย่างกระท่อนกระแท่นแต่สามก๊กของคุณวินทร์แทบจะไม่มีส่วนที่แทรกซึมอยู่ในความทรงจำของเราเลย  ถ้าไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องสามก๊กมาก่อน เราว่าน่าจะอ่านยากหน่อยเพราะชื่อเมือง ชื่อตัวละคร ชื่อก๊ก มีมาก และเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคยแม้คุณวินทร์จะมีไกด์ไว้ให้ตอนต้นเล่มแต่ก็ยังยากที่จะจำได้ในการอ่านครั้งแรกอยู่ดีแต่ถ้าเคยอ่านมาบ้างแล้ว จะรู้สึกสนุกกับวิธีเล่าแบบคุณวินทร์ ถ้าตัดความเป็นสามก๊กออกไปวิธีเล่ามันช่างมีเสน่ห์อย่างเช่นตอน “ดอกไม้ที่ปลายหอก” ผู้เขียนเล่าความซ้ำซากของมนุษย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจคนแล้วคนเล่า เหตุการณ์แล้วเหตุการณ์เล่าจนน่าแปลกใจว่าไม่มีใครได้เรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านมาเลยเหรอ?เป็นเรื่องน่าเบื่อถ้าจะต้องเล่าซ้ำๆ ขนาดอ่านยังเบื่อเลยแต่ผู้เขียนก็มีวิธีเล่าอันเปี่ยมเสน่ห์อย่างที่บอก และจบตอนอย่างกินใจไม่ต้องบอกถึงเหตุการณ์ต่อไป เพราะเราล้วนคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ .. ในประเทศนี้ .. กันดีอยู่แล้ว เรื่องสั้นที่ผู้เขียนแทรกเข้ามาระหว่างบทสละสลวยและอ่านเพลินดี ภาษาสั้นกระชับแต่ลื่นไหน เสียดายว่าน้อยไปหน่อย เรื่องทั้งหมดถูกเชื่อมต่อกันด้วยเรื่องย่อสั้นๆแล้วดึงเหตุการณ์เด่นๆ ออกมาบรรยายภาพในรูปแบบของเรื่องสั้นค่อยๆ ไหลไปตามไทม์ไลน์ แต่ไม่ได้เรียงลำดับชัดเจนบางเหตุการณ์เล่าครอบคลุมเรื่องทั้งหมดและบางตอนก็ย้อนไปเล่าเรื่องเก่าตามแต่ใจความสำคัญที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อผู้เขียนเล่าถึงแต่ละเหตุการณ์สำคัญในเรื่องตั้งแต่ต้นจนอวสาน ..เปลี่ยนจากเรื่องหนึ่งไปสู่เรื่องต่อไป ในรูปแบบเดียวกัน วิธีเล่าเดียวกัน อีกนัยหนึ่ง เราว่า สามก๊ก เล่มนี้มันช่วยปูพื้นฐาน ให้เราพร้อมสำหรับการอ่านลำดับถัดไปของผู้เขียน ..ซึ่งก็คือ สามก๊กบนเส้นขนาน นั่นเอง  

เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยผู้แต่ง คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตรสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740212652 ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือประวัติศาสตร์ไทยแต่มันคือหนังสือประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ การเมือง และการปกครองของไทยซึ่งถูกเขียนขึ้นจากผู้เขียนคู่สามีภรรยานักวิชาการสองคนโดยสามี คริส เบเคอร์ เป็นชาวอังกฤษ และภรรยา ผาสุก พงษ์ไพจิตร ชาวไทยการเขียนหนักสือเล่มนี้ครั้งแรกถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใช้เป็นตำราเรียนให้กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในเวลาต่อมา ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคำว่าชาติไทย – ในนิยามต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งอดีต ก่อนที่ไทยจะรวมเป็นประเทศเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ชาติไทย คือเริ่มต้นเล่าอย่างจริงจังในสมัยอยุธยาถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นการเล่าอย่างสรุปรวม ไปอย่างเร็วๆและเล่าทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และรูปแบบการปกครอง หลายข้อมูลจากในเล่มนี้เป็นข้อมูลที่เราไม่เคยอ่านเจอมาก่อนทั้งๆ ที่ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ติดต่อกันมาหลายเล่มอาจเป็นข้อมูลจากหนังสือเล่มที่เรายังไม่เคยอ่านหรืออาจเป็นข้อมูลจากบันทึกชาวต่างชาติ เป็นมุมมองจากชนชาติอื่นที่ได้บันทึกไว้หลายตอน เป็นการสรุปผลผ่านวิจารณญาณของผู้เขียน ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เล่าประวัติศาสตร์ไทยและภูมิภาคใกล้เคียงตั้งแต่ครั้งเริ่มตั้งชุมชนริมแม่น้ำ ก่อนสมัยสุโขทัย .. อย่างคร่าวๆในช่วงนี้ผู้เขียนไม่ได้เล่าเรียงไทม์ไลน์ เล่าย้อนไปย้อนมาน่าเข้าใจผิดมีการตีความในแบบที่เราไม่คุ้นเคย แปลกๆ ดี การเล่าถึงประวัติศาสตร์ไทยในช่วงต้น ผู้เขียนเล่าไปอย่างเร็วๆอาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในยุคก่อนเกิดขึ้นช้าต่อเมื่อคืบหน้ามาในยุคที่่ใกล้เคียงกับปัจจุบัน รายละเอียดก็เพิ่มมากขึ้นประวัติศาสตร์ไทยในช่วง 200 ปีล่าสุดนี้ถูกเล่าถึงอย่างเข้มข้น สำหรับเรา เรามองว่า ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เป็นหนังสือประวัติศาสร์ที่สรุปมาแล้วผ่านการวิเคราะห์ตีความจากผู้เขียนมาแล้วไม่ได้เป็นข้อมูลดิบ หรือเป็นบันทึกโดยตรงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หนังสือที่ใช้อ้างอิง ก็ไม่ใช่หลักฐานบันทึกดั้งเดิมเป็นเพียงหนังสือที่ถูกผู้เขียนยุคหลังๆ วิเคราะห์และเขียนขึ้นเช่นกัน เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ เราจึงรู้สึกแปลกๆหลายๆ มุมมองถูกมองจากมุมที่เราไม่คุ้นเคยอ่านแล้วเกิดความรู้สึกตะหงิดๆ บ้าง เอะใจอยู่บ้างและอย่างที่เคยบอกตอนที่เราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มอื่นๆว่าเราไม่ควรเชื่ออะไรร้อยเปอร์เซ็นต์จงอ่านแล้วคิด Read More →

เรื่อง อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยามผู้ทรงนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพสำนักพิมพ์ แสงดาวเลขมาตรฐานหนังสือ 9786165082785   เป็นการเล่าประวัติศาสตร์ผ่านพระวินิจฉัยของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพโดยคำว่าเบ็ดเตล็ดจากชื่อหนังสือนี้คือการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ เบ็ดเตล็ดดังชื่อ อันได้แก่ ..ที่มาของคำเรียกชื่อสยามการออกพระนามพระเจ้าแผ่นดินในแต่ละกรณีธรรมเนียมการตั้งพระมหาอุปราชในแต่ละรัชกาลเส้นทางการเดินทางของชาวยุโรปที่จะมายังดินแดนตะวันออกการล่าอาณานิคมรวมไปถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์อันเกี่ยวข้องกับท้าวศรีสุดาจันทร์ขุนวรวงศาธิราช พระเทียรราชา พระมหาธรรมราชา ฯลฯและประวัติการชำระแก้ไขกฏหมายแต่ละครั้งในสมัยอยุธยา โดยสำนวนภาษาโบราณจากต้นฉบับมาเลยอ่านยากนิดหน่อยเพราะไม่คุ้น แต่ก็ไม่ยากมากจนชวนท้อที่ติดใจเราเป็นที่เนื้อหามากกว่า คือเป็นความรู้เก่ายังไม่มีข้อมูลใหม่ๆ ที่ได้มาภายหลังไปเปรียบเทียบเหมาะที่จะอ่านเล่นๆ เพื่อดูแนวคิดหรือดูพัฒนาการของข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของไทยและหากจะใช้อ้างอิงก็ต้องตรวจสอบกับข้อมูลที่มีในปัจจุบันก่อน ปล. หนังสือเขียนพระยศของผู้ทรงนิพนธ์เอาไว้งงมาก สองที่เขียนไม่เหมือนกันคาดว่าอาจจะเป็นพระยศในขณะทรงนิพนธ์ และตีพิมพ์ครั้งแรกแต่ถ้าจะยึดแบบนั้น ก็ควรจะเขียนให้ตรงกันส่วนที่เราเขียนพระนามผู้ทรงนิพนธ์ คือใช้พระยศปัจจุบัน เสิร์ชจาก google มาอีกที    

หนังสือชุด ๑๐๐ ปีขุนวิจิตรมาตราเรื่อง กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ผู้แต่ง กาญจนาคพันธุ์สำนักพิมพ์ สารคดีเลขมาตรฐานหนังสือ 9744840064 นับได้ กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ ว่าเป็นภาคต่อของหนังสือ เด็กคลองบางหลวงคือผู้เขียนกำลังจะเข้าโรงเรียน จึงได้ย้ายมาอยู่กับอาผัน อาแท้ๆ ของผู้เขียนผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างทำฟันมีชื่อเสียงบนถนนแพร่งนรา(ในเล่มจึงมีการเล่าเรื่องร้านหมอฟันและการทำฟันสมัยเมื่อร้อยกว่าปีก่อนด้วย)เมื่อผู้เขียนย้ายมาอยู่กับอา ก็ได้เที่ยวเล่นอยู่ในย่านนั้นเป็นเวลาหลายปีจึงได้รื้อความทรงจำนำเรื่องย่านต่างๆ ในเขตพระนครไม่ว่าจะเป็นย่านสามแพร่ง ถนนตีทอง ถนนเฟื่องนคร ถนนอัษฎางค์ ถนนราชินีถนนตะนาว ถนนดินสอ ถนนมหาราช ถนนสนามไชย ถนนมหาไชยถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชดำเนินนอกถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน ถนนเจริญกรุง ถนนบ้านหม้อถนนราชวงศ์ ถนนบำรุงเมือง ฯลฯ ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ(ราวร้อยปีก่อน) มาเล่าให้เราฟังรวมไว้ในเล่มนี้ ซึ่งที่ผู้เขียนเล่านี้ ยอมรับว่าบางเราเรื่องก็นึกตามได้ยากเหมือนกันเนื่องด้วยว่ายุคสมัยต่างกันมากและภาพของสถานที่ต่างๆ ที่ผู้เขียนเล่าถึง เราก็ยังไม่แม่นพอบางครั้งผู้เขียนบอกเส้นทางวนไปมากลับมาที่เดิมอีกครั้งอ่านผ่านๆ ก็ทำให้เบลอได้ บางครั้งเมื่อถึงสี่แยก ผู้เขียนพูดถึงฝั่งตรงข้ามก็นึกตามไม่ถูกว่าฝั่งไหนมัวแต่งงๆ ความสนุกเลยลดลงไปอย่างน่าเสียดายแต่ผู้เขียนก็ได้ย้อนกลับมาเล่าซ้ำถึงบางสถานที่บ้าง เพราะถนนทอดตัดกันไปมาเมื่อเล่าถึงเส้นถนนที่เคยเล่าแล้วก็มีการเท้าความให้พอจำได้พออ่านซ้ำๆ เข้าก็เริ่มมีภาพในหัว ช่วยให้พอนึกตามได้บ้างและอ่านไปก็ต้องคอยเปิดแผนที่ประกอบไปด้วย การอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องสมัยก่อนเราพบว่าหนังสือที่อ่านไปหลายเล่มเล่าเรื่องในยุคเดียวกันบางครั้งก็เล่าเรื่องเดียวกันอย่างเรื่องสนามน้ำจืด ซึ่งเป็นประปาแห่งแรกของเมืองไทยหรือเรื่องท่าช้างที่มีการพาช้างหลวงไปอาบน้ำเรื่องถนนสายเก่าอย่างเจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร ฯลฯรวมไปถึงย่านเก่าๆ ร้านค้า และผู้คนซึ่งแม้ผู้เขียนแต่ละท่านจะเล่าเรื่องเดียวกันแต่ประสบการณ์ของผู้เขียนก็ทำให้เรื่องเหล่านั้นมีหลายมุมมองไม่ซ้ำกันเราได้เก็บตกรายละเอียดจากเรื่องหนึ่งผสมกับเรื่องหนึ่งต่อเติมภาพในใจที่ไม่ค่อยชัดในคราแรกอ่านให้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อได้อ่านผ่านมุมมองของนักเขียนท่านอื่นๆ อีกเป็นต่อจิ๊กซอภาพประวัติศาสตร์ในหัวตัวเอง Read More →

เรื่อง บางกอกกับหัวเมืองผู้แต่ง เอนก นาวิกมูลสำนักพิมพ์ แสงดาวเลขมาตรฐานหนังสือ 974967331x บางกอกกับหัวเมือง เป็นหนังสือเล่มหนึ่งในชุดอันมีทั้งหมด 7 เล่มซึ่งผู้เขียนรวบรวมจากบทความที่เคยเขียนไว้ในวารสาร “วงการแพทย์”ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ขึ้นเมื่อราว 20 ปีก่อนหักลบเวลาได้ความว่า เรื่องราวในภายหนังสือชุดนี้ (และเล่มนี้)เล่าถึงกรุงเทพมหานครเมื่อราวปี พ.ศ. 2470โดยที่ผู้เขียนตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ในแง่ของประวัติศาสตร์และค้นคว้าหาคำตอบ จดบันทึก และแบ่งปันมาเล่าให้เราฟัง เมื่อแรกอ่าน .. อ่านบทแรก เราสนุกและตื่นเต้นไปกับผู้เขียนมากทั้งๆ ที่ผู้เขียนเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ธรรมดาๆที่เรารู้สึกอย่างนั้นก็เพราะ ผู้เขียนเล่าเรื่องน่าติดตามเริ่มตั้งแต่เล่าถึงสิ่งที่มาจุดประกายความสงสัยต่อเหตุการณ์ในอดีตแล้วจึงเริ่มค้นคว้า เมื่อพบข้อมูลหนึ่งก็ตั้งข้อสงสัยต่อไปอีก ค้นคว้าอีก จนกว่าจะกระจ่างแจ้งเป็นกระบวนการค้นคว้างทางประวัติศาสตร์แบบไทยๆคือไม่ค่อยมีจดบันทึกอะไรอย่างเป็นทางการหนังสือที่มีคุณค่าที่เราเพิ่งรู้คือหนังสืองานศพสมัยโบราณที่มีการบันทึกประสบการณ์ส่วนตัวต่อสถานที่หรือผู้คนต่างๆซึ่งกว่าจะค้นพบไปถึงเรื่องที่เราสนใจก็ยากมากเป็นเรื่องของสัญชาตญาณและดวงแท้ๆ ทุกครั้งที่ผู้เขียนค้นพบข้อมูลใหม่ๆเราก็เลยสนุกและตื่นเต้นไปกับผู้เขียนด้วยเป็นอีกหนึ่งการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่สนุกอีกแล้ว ^^ ในบทต่อๆ มา ก็มีบางบทเล่าถึงเหตุการณ์เบ็ดเตล็ดในอดีตเล่าถึงเรื่องราวที่เคยลงในหนังสือพิมพ์เก่าๆผู้เขียนไม่ได้สืบสาวเป็นเรื่องราวเดียวกัน แต่จนบันทึกสั้นๆ เป็นเรื่องๆซึ่งก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แปลก และสนุกดี บ้างก็เป็นเล่าเรื่องการท่องเที่ยวให้เราได้เห็นถึงพื้นที่ ภูมิประเทศในสมัยนั้นในเล่มเล่าถึงการท่องเที่ยวเขางู ซึ่งทั้งเล่าจากการค้นคว้าข้อมูลเก่าและผสมข้อมูลปัจจุบัน (ขณะเขียน พ.ศ. 254x)นอกจากเรื่องราวบางกอกและหัวเมือง .. ผู้เขียนแถมเรื่องเล่าการท่องเที่ยวประเทศพม่าแถมไว้ในท้ายเล่มด้วย .. เสียดายแต่เพียงว่าเล่ารวบรัดและจบเร็วไปหน่อย    

เรื่อง ย้อนตำนานสะพานเก่าผู้แต่ง จุติสำนักพิมพ์ แสงดาวเลขมาตรฐานหนังสือ 9786165084826 ย้อนตำนานสะพานเก่า เป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่ม ที่เล่าเรื่องราวในอดีตโดยที่ผู้เขียนเล่าประวัติศาสตร์เหล่านั้น ผ่านเรื่องราวของสะพานทั้งประวัติการก่อสร้าง ประวัติการบูรณะ ที่มาของชื่อสะพานรวมไปถึงประสบการณ์และความผูกพันที่ตัวผู้เขียนเองมีต่อสะพานนั้นๆ ด้วย สะพานไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงใช้สัญจรเดินทางข้ามแม่น้ำลำคลองแต่เพียงอย่างเดียวแต่ผู้สร้างยังคำนึงถึงความสวยงาม เหมาะสมและมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามสถานที่และเจตนาของผู้สร้างเมื่อตั้งใจดูให้ดี สะพานที่เราคุ้นชื่อ คุ้นหน้าตากันดีหลายสะพานมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สวยงาม และเราไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เราเคยไปเดินเล่นรอบเกาะรัตนโกสินทร์และมีโอกาสได้เห็นสะพานเก่าที่สวยงามและชื่อเพราะอยู่หลายสะพานเคยอยากทำความรู้จักมันมากขึ้น ..และนั่นคือความรู้สึกก่อนที่เราจะเจอหนังสือเล่มนี้ดีใจที่ตัดสินใจซื้อมันมา และดีใจที่ได้อ่านค่ะ ผู้เขียนเล่าถึงประวัติสะพาน อธิบายโครงสร้าง อธิบายหน้าตาพร้อมทั้งมีภาพประกอบของสะพานแต่ละส่วนอย่างละเอียด(ภาพถ่ายปี พ.ศ. 2552 เป็นช่วงที่ผู้เขียนเก็บข้อมูล)ความรู้อัดแน่น ข้อมูลชี้แจงชัดแจ้งไม่ซับซ้อน ภาษาอ่านง่าย และเพราะผู้เขียนเล่าเรื่องที่เราอยากรู้อยู่ก่อนแล้วเลยทำให้อ่านเพลินมาก ชอบมาก ฟินมากอ่านแล้วก็อยากจะไปเดินดูสะพานย่านฝั่งพระนครด้วยตาตัวเองเหมือนตอนที่อ่าน ชีวิตตามคลอง ของ ส.พลายน้อย แล้วอยากจะไปนั่งเรือเที่ยวคลองบ้างนั่นแหละ เราพบหนังสือเล่มนี้อยู่ในกองลดราคาของสำนักพิมพ์แสงดาว ในงานหนังสือปีหนึ่งอ่านจบแล้วอดเสียดายไม่ได้ เพราะหนังสือมีคุณค่ามากกว่าราคาที่ซื้อมามากนักอยากจะสนับสนุนผู้เขียน อยากจะอ่านเรื่องราวแบบนี้อีกอยากแนะนำให้ใครก็ต่อที่เห็นหนังสือเล่มนี้ ลองซื้อมาอ่านดูเถอะค่ะโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์อ่าน แล้วลองไปตามรอยเส้นทางของผู้เขียนกันดูมันต้องเป็นวันพักผ่อนที่ดีมากแน่ๆ 🙂    

ของเก่าเราลืม ชุดเรื่อง ลำคู รูคลองผู้แต่ง สรศัลย์ แพ่งสภาสำนักพิมพ์ พี.วาทิน พลับลิเคชั่น จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ – แซ่บตั้งแต่เริ่มอ่านเลยทีเดียวผู้เขียนสามารถเอาคำว่า บรรลัยจักรเข้าไปใส่ในคำนำได้อย่างหน้าตาเฉยภายในเล่มก็เล่าได้เสียดสี ประชดประชันถึงใจ .. สำนวนแสบสันต์ ดุเด็ดเผ็ดมันส์จนหลงลืมตัวไปว่านี่เรากำลังอ่านหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์!   ลำคู รูคลอง เล่มนี้ไม่ได้เล่าเรื่องแม่น้ำลำคลองแต่อย่างเดียวแต่เล่าประวัติศาสตร์ผ่านประสบการณ์ของผู้เขียน (พ.ศ. 2463 – 2552)ชื่อ ลำคู รูคลอง เป็นเพียงบทหนึ่งในเรื่องราวทั้งหมด(ภายในเล่มใช้ชื่อว่า ลำคู ลำคลอง) ผู้เขียนเปิดด้วยบทแรกที่กระตุกอารมณ์ให้ฮึกเหิม คึกคัก ตั้งแต่แรกอ่านเล่าเรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังของการเดินขบวนเรียกร้องดินแดนแถบฝั่งตะวันออกคืนจากประเทศฝรั่งเศส ในยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงครามเล่าผ่านประสบการณ์ของผู้เขียน ซึ่งเป็นนิสิต คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ อยู่ในเวลานั้น นอกจากนั้น ผู้เขียนยังเล่าเรื่องยุวชนทหารเรื่องลูกเสือ พ่วงเรื่องงานฉลองรัฐธรรมนูญ และการประกวดนางงามเล่าเรื่องรถม้า ควบเรื่องการตัดถนนยุคแรกๆ เล่าเรื่องถนนเจริญกรุง เฟื่องนคร ฯลฯเล่าถึงช้างที่ชื่อว่าพลายมงคลซึ่งเราว่าน่าจะเป็นช้างเดียวกันกับ ช้างพลายมงคลผู้อาภัพ ที่เคยอ่านตอนเด็กๆเล่าเรื่องน้ำประปา เรื่องถนน เรื่องคลอง เรื่องเรือโดยสารสมัยนั้นเล่าเรื่องเครื่องบิน และการถือกำเนิดกองทัพอากาศไทยเล่าเรื่องมหกรรมการคล้องช้างที่รัฐบาลจัดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 8 ฯลฯในมุมที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนเองป็นส่วนมากที่อ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์เล่มอื่นแล้วเอามาเล่าต่อก็มีบ้างแต่เล่าด้วยสำนวนเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนเองทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ซ้ำกับหนังสือเล่มไหนๆ ตอนที่เราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ยุคสงครามก็ปลุกใจฮึกเหิมให้รักชาติกันไปแต่พอมาอ่านประวัติศาสตร์เล่าเรื่องเมืองเก่าของเราแต่ก่อนแบบนี้มันชวนให้ปลงว่าไม่มีสิ่งใดจีรังสิ่งของใดเคยมีค่าเหลือคณา พอวันหนึ่งก็กลายเป็นของธรรมดามีกันทุกคนหรือกับบางสิ่งที่เคยธรรมดามองหาเห็นได้ตามบ้านพอมาอีกยุคกลายเป็นของหายาก มีค่ามีราคาไปเสียอย่างนั่นสถานที่ใดเคยหรูหราโอ่โถง คนดังคนทันสมัยแห่งยุคต้องไปให้ได้ถึงวันหนึ่งก็กลับซบเซากลายเป็นตรอกลับๆ เล็กๆ เอ่ยชื่อไปก็ไม่มีใครรู้จักวนเวียนเป็นวัฏจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่า Read More →

สารคดีวิถีชีวิตคนไทยสมัยโบราณเรื่อง ชีวิตตามคลองผู้แต่ง ส.พลายน้อยสำนักพิมพ์ สายธารเลขมาตรฐานหนังสือ 9748468372 เมื่อตอนที่อ่าน ชีวิตของประเทศ ของคุณวิษณุ เครืองามคุณวิษณุได้เล่าถึงคลองและการขุดคลองสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ เอาไว้มากมายหลายคลองมีเรื่องราวที่น่าสนใจ มีประวัติในการขุดเพื่อการต่างๆ เชื่อมโยงชุมชนโบราณต่างๆซึ่งยังปรากฏชื่ออยู่จนทุกวันนี้ แต่มีหน้าตาต่างไปจากที่เราเคยรู้จักคลองสำเพ็ง เป็นคลองที่เรานึกหน้าตาไม่ออก ทั้งๆ ที่ไปสำเพ็งออกบ่อยคลองต่างๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ยิ่งฟังดูไม่คุ้นหู นึกภาพไม่ออกทั้งๆ ที่เคยเดินรอบสนามหลวง และไปยังสนามที่ต่างๆ แถวนั่นมาไม่รู้กี่รอบหนังสือเล่มนี้ช่วยให้ความรู้เรื่องคลองเพิ่มเติมแก่เราหลังจากที่ ชีวิตของประเทศ เคยจุดประกายความสนใจไว้ ชีวิตตามคลอง ให้ภาพและเรื่องที่ละเอียดกว่าเพราะเจาะจงเล่าเรื่องคลองโดยเฉพาะซึ่งอ่านสนุกมาก มีทั้งภาพประกอบโบราณแต่คมชัดเราประทับใจภาพประกอบมากมันทำให้เรานึกภาพตามคำบรรยายได้ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนเล่าถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯคนแก่ๆ อ่านเรื่องเก่าๆ แล้วนึกภาพตามนึกออกบ้างไม่ออกบ้างตามประสบการณ์ของแต่ละคนแต่ที่แน่ๆ อ่านจบแล้วอยากไปทริปนั่งเรือเที่ยวคลองย่านกรุงธนฯ กรุงเทพฯ เสียจริงๆเที่ยวไป เปิดหนังสือเป็นไกด์บุ๊คไปด้วย คงฟินไม่น้อย นอกจากเรื่องคลอง ผู้เขียนเล่าเรื่องตลาดเรือตลาดน้ำก็สนุกมากบรรยายข้าวของต่างๆ ที่ขนมาขายในเรือ ทั้งของใช้ของกินละเอียดลออโดยเฉพาะของกิน อ่านดึกๆ มีหิวได้เหมือนกัน(เราเป็นมนุษย์ผู้โดนตกได้ทั้งทาง fb ig และแม้กระทั่งอ่านหนังสือ >,<) ถ้าชอบอ่าน เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็กเชื่อได้เลยว่าคุณจะถูกใจสิ่งนี้ ^^  

เรื่อง เจ้ากรรมนายเวรผู้แต่ง ฐา-นวดี : สุพลสำนักพิมพ์ ดับเบิ้ลนายน์เลขมาตรฐานหนังสือ 9746048597 เนื้อเรื่องข้างล่างนี้ จะสปอยล์เนื้อหาค่อนข้างเยอะนะคะแม้จะพยายามละเว้นตอนจบไว้ แต่ในตอนจบ มันก็ไม่เหลืออะไรให้เดาแล้วแหละดังนั้น ใครที่ไม่อยากถูกสปอยล์ .. เราเตือนแล้วนะ ;P เจ้ากรรมนายเวร เป็นหนังสืออีกเล่มที่ถูกเขียนขึ้นภายหลังจากที่ละครถูกสร้างขึ้น ซึ่งจากละคร ก็นับเป็นเรื่องที่สนุกมากแหวกแนวไปจากละครเรื่องอื่นๆ ในยุคเดียวกัน (พ.ศ. 2543)แปลกตั้งแต่ให้นางเอกเป็นใบ้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องจะมีบทพูดบ้างก็ตอนที่เธอเกิดในชาติอื่น หรือถูกผีสิง (ผีสิงให้พูด!!)มีพระเอกเป็นจิตแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ก่อกรรมเอาไว้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกคนเขาเป็นผู้ปลุกกระแสกรรมของทุกคนให้ตื่นขึ้นมา ..และเขาจะต้องชดใช้ต่อสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปทั้งหมด เจ้ากรรมนายเวร มีตัวละครที่ระลึกชาติได้หลายคนโดยที่ทุกคนเคยเกิดร่วมชาติกันครั้งหนึ่งและหลังจากนั้นต่างคนต่างก็ไปมีชีวิตของตนเองในอีกชาติที่ต่างๆ กันไปจนกระทั่งในชาตินี้ ทุกคนก็กลับมาเกิดร่วมชาติกันอีกครั้งในยุคปัจจุบันตัวละครทั้งหมดที่ว่า คือตัวละครที่มีชื่อว่า อิน จัน มั่น คง อยู่ ดีที่ถูกคัดเลือกมาทำพิธีสร้างประตูชัย ที่เมืองลพบุรีโดยคนทั้งหก จะต้องถูกฝังเอาไว้ในเสาประตูแต่ละเสาและสะกดวิญญาณเอาไว้ให้เฝ้าเสาเหล่านั้นในขณะที่ทำพิธีนี้เอง ได้มีร่างของบุคคลคนที่ 7 ที่ถูกนำมาวางรอไว้ในหลุมด้วยและบุคคลคนที่ 7 นี่เอง ที่ทำให้พิธีกรรมเกิดพลิกผัน และผูกพันกลายเป็นเวรกรรมต่อกันมาซึ่งเหตุการณ์อันเป็นต้นกระแสแห่งกรรมที่ผูกพันทุกคนร่วมกัน –ได้เกิดขึ้นในยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั่นเอง เรื่องถูกเปิดขึ้นกลางพิธีนั้นเอง .. ในขณะที่เชือกที่ผูกเสาถูกตัด และเสานั้นหล่นลงมาในหลุม นอกจากร่างของนางดีที่ถูกวางไว้ที่ก้นหลุมของนางแล้วยังมีร่างของท้าวทรงวาดซึ่งกำลังต้องครรภ์แก่ใกล้คลอดอยู่อีกคนด้วยนาทีที่เสาตกลงมา ได้ทำให้เด็กที่อยู่ในท้องคลอดออกมาและตายไปพร้อมกับคนทั้งสองในหลุมนั้นด้วยเสียงร้องของเด็ก ได้ทำลายพิธีอันศักดิ์สิทธิ์คนทั้งเจ็ดคนนี้จึงไม่ถูกสะกดวิญญาณ และได้กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง นายอิน ได้กลับชาติมาเกิดเป็นจมื่นทองสุก Read More →