เรื่อง นักล่าปราสาทเที่ยวโบราณสถานขอมนอกเมืองพระนครผู้แต่ง วิชชุ เวชชาชีวะสำนักพิมพ์ เมืองโบราณเลขมาตรฐานหนังสือ 9747383934 อ่านสนุกมากกกกและเราเพิ่งรู้ว่ากัมพูชามีปราสาทหินมากมายขนาดนี้(เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนไว้ ประมาณหนึ่งพันแห่ง!!!)มันน่าทึ่งมากจริงๆ การอ่านหนังสือเรื่องเดียวกัน หรือเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันต่อกันหลายๆ เล่ม ให้ความนู้สึกเหมือนการต่อจิ๊กซอว์เราได้ปะติดปะต่อข้อมูลความรู้ในหัวทีละน้อยและนั่นก็เป็นความสนุกอีกอย่างหนึ่ง นักล่าปราสาท เป็นหนังสือที่พาเราไปเที่ยวปราสาทนอกกระแสหลายแห่งโบราณสถานเหล่านี้ หลายแห่งยังไม่เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเป็นเพียงหมู่ปราสาทในแมกมงพงป่า ถูกทิ้งร้างไม่ได้รับการอนุรักษ์การเดินทางเข้าไปชม จึงเป็นการดั้นด้นพอสมควรทางรถเป็นถนนขรุขระเกือนตลอดระยะทางและบ้างต้องนั่งเรือ บ้างต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ที่หนักไปกว่านั้นคือยังมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่ระหว่างทางด้วย!!เรียกว่า เป็นการอ่านที่คุ้มค่า (กว่าเดินทางไปเอง) มากแต่ถึงอย่างนั้น .. ในบางหมู่ปราสาท ..เราก็ยังอยากลองไปเห็นด้วยตาตัวเองอยู่ดี ข้อมูลการท่องเที่ยวปราสาทโบราณเหล่านี้ถูกสอดแทรกมาด้วยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกัมพูชาย้อนไปตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนันและเจนละซึ่งผู้เขียนเล่าสู่กันฟังด้วยภาษาของคนที่ค้นข้อมูลมาอีกทีมีอ้างอิงถึงข้อมูลที่ค้านกันในแต่ละด้านและปล่อยปลายเปิดเอาไว้เผื่อใครอยากค้นต่อซึ่งมันทั้งอ่านง่าย และชวนคิดวิเคราห์ไปด้วย .. สนุกดี สำหรับภาษาในเล่มอ่านง่าย ไม่หนักวิชาการให้ความรู้สึกเหมือนอ่านหนังสือบันทึกการท่องเที่ยว (ที่สนุกๆ) เล่มหนึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยจะเห็นจากหนังสือเล่มไหนเพราะปราสาทที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมและเก็บมาเล่าให้เราฟัง –ล้วนเป็นปราสาทที่แม้แต่ชื่อ ก็ยังจะไม่ค่อยจะเคยได้ยินกันสักเท่าไร กัมพูชาเองก็มีนโยบายต่อโบราณสถานและโบราณวัตถุในรูปแบบที่ไม่ต่างจากเรามากนักในบางช่วงบางตอนของเรื่องราวในเล่มจึงชวนให้เราเศร้า และปลงไปกับความไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์  

เรื่อง ทิพยนิยายจากปราสาทหินผู้แต่ง อรุณศักดิ์ กิ่งมณีสำนักพิมพ์ เมืองโบราณเลขมาตรฐานหนังสือ 9786164650190 ทิพยนิยายจากปราสาทหิน ก็คือนิยายหรือเรื่องเล่าที่เล่าถึงตำนานของเทวรูปอันจำลองมาจากเทวดาตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ผู้เขียนวางพื้นฐานประวัติศาสตร์ขอมโบราณให้เราก่อนตั้งแต่เริ่มอ่านอธิบายถึงรูปแบบและวิวัฒนาการของปราสาทหินก่อนจะพามาทำความรู้จักกับส่วนประกอบต่างๆ ของปราสาทหินโบราณเล่าถึงโครงสร้างของศาสนาที่มีอิทธิพลต่อปราสาทหินแล้วก็มาถึงเรื่องทิพยนิยาย อันว่าด้วยตำนานต่างๆของรูปสลักต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนปราสาทหินหลายแห่งเริ่มตั้งแต่สัตว์อันเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสวรรค์และโลกมนุษย์บ้างก็เป็นร่างอวตารของเทพเจ้าบางองค์เล่าถึงเรื่องราวของเทพเจ้าแต่ละองค์ตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูอวตารภาคต่างๆ ของพระศิวะ (พระอิศวร) และพระวิษณุ (พระนารายณ์)รวมไปถึงเทพเจ้าพระองค์อื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังเล่าต่อมาถึงศาสนาพุทธ เน้นไปที่พุทธมหายานอันเป็นศาสนาที่มีอิทธิพลอยู่บ้างในช่วงที่มีการสร้างปราสาทหินเราเพิ่งรู้ตัวว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนานิกายมหายานน้อยมากอ่านแล้วมึนกว่าตอนอ่านเรื่องราวเทพเจ้าของทางพรามหณ์ – ฮินดูเสียอีกเป็นการเปิดโลกไปอีกทางเหมือนกัน ภาพประกอบภายในเล่มสวยงามทั้งสีและขาวดำซึ่งช่วยประกอบให้เราทำความเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนเล่าถึง สำนวนภาษา การเล่าเรื่อง ผู้เขียนย่อมาให้กระชับ กะทัดรัด อ่านง่ายเราสามารถอ่านรามเกียรติ์จบถายในไม่กี่หน้าเข้าใจที่มาที่ไปของตำนานเทพองค์ต่างๆ รวมทั้งองค์อวตารแต่ละองค์ ภายในย่อหน้าเดียวได้เข้าใจความเชื่อมโยงกันของเทพแต่ละองค์ ..ซึ่งก็คล้ายๆ นิทานอ่านสนุกดีมามึนเอาหน่อยตอนอ่านเกี่ยวกับนิกายมหายานเท่านั้นอันนั้นคงขึ้นกับความรู้และความชอบพื้นฐานของคนอ่านแต่ละคนด้วยแหละถ้ามีความสนใจทางนี้อยู่แล้วหรือมีแผนจะไปเที่ยวปราสาทหินสักที่อ่านเล่มนี้ก่อนไป หรือพกไปอ่านด้วยระหว่างเดินชมคงสนุกและฟินไปอีกแบบ .. แนะนำเลยค่ะ ^^  

เรื่อง สร้อยแสงจันทร์ผู้แต่ง พงศกรสำนักพิมพ์ เพื่อนดีเลขมาตรฐานหนังสือ 9789742530327 หยิบ สร้อยแสงจันทร์ มาอ่านต่อจาก สุริยวรรมันเพราะได้ยินมาว่าเป็นนิยายที่เกี่ยวกับปราสาทหินซึ่งก็ถูก แต่เป็นปราสาทหินสมมติ ไม่ใช่ปราสาทที่มีอยู่จริงไม่ได้อ้างอิงกับประวัติศาสตร์ยุคไหนเลย (อย่างที่เราเข้าใจไปเอง) สร้อยแสงจันทร์ คือสร้อยประดับอุระเทวรูปองค์หนึ่งซึ่งตั้งเป็นองค์ประธานอยู่ในปราสาทปักษาจำจองปราสาทหินที่เพิ่งถูกค้นพบ ณ หมู่บ้านปักษา ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พุทธิหรือแพท เป็นนักเขียนสารคดีประจำนิตยสารธารซึ่งมีเมลานี แฟนสาวคนเก่งของเขาเป็นเจ้าของครั้งหนึ่ง พุทธิเคยเขียนสารคดีเกี่ยวกับปราสาทหินแห่งนี้บทความที่เขาเขียน ทำให้เกิดผลกระทบหลายอย่างและในแง่หนึ่ง มันทำให้ปราสาทร้างกลางป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ได้เป็นที่รู้จักออกไปในมุมกว้าง .. รวมทั้งในหมู่โจรค้าของเก่าด้วยคนเหล่านั้นแห่่กันเข้าไปขโมยเทวรูปหิน ภาพแกะสลักศิลานูนต่ำและโบราณวัตถุหลายชิ้นในปราสาทจนหมด เทวรูปประจำปราสาทปักษาจำจองนี้ เคยประดับสังวาลย์รูปงูตาของงูข้างหนึ่งประดับด้วยมุกดาใสสว่างดวงหนึ่งส่วนตาอีกข้าง มีร่องรอยปรากฏว่าเคยมีอัญมณีฝังอยู่เช่นกันบัดนี้ นอจากอัญมณีข้างนั้นจะหายไปแล้วเทวรูปเองก็ถูกขโมยหายไปจากปราสาทด้วยเช่นกัน นอกจากนั้น หมูอ้วน เด็กชายวัย 12 ปีคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กจากครอบครัวที่แตกแยกเขาอาศัยอยู่กับน้าสาวผู้เป็นนักโบราณคดี นามว่าเดือนเต็มดวงหมูอ้วนหนีออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลอันเกี่ยวพันกับปราสาทแห่งนี้พุทธิจึงจับพลัดจับผลูต้องมาตามหาตัวเด็กชาย ในสายตาของเดือนเต็มดวง พุทธิเป็นนักเขียนที่ยอมขายอุดมการณ์ให้กับนายทุนซึ่งก็คือเมลานีนั่นเองเธอไม่ชอบพุทธิตั้งแต่ก่อนที่จะได้รู้จักเขายิ่งเมื่อหลานชายของเธอหนีออกจากบ้านไปเพราะเขาเป็นต้นเหตุเธอยิ่งเกลียดขี้หน้าเขามากเข้าไปใหญ่ การตามหาเด็กชายหมูอ้วน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้พบเจอเหตุการณ์แปลกๆ หลายอย่างและเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทลายแก๊งขโมยวัตถุโบราณรายใหญ่ วันหนึ่ง ขณะที่พุทธิกำลังอยู่ระหว่างสำรวจร่องรอยตามหาเด็กชายเขาได้เข้าไปในปราสาทหินและได้พบภาพแกะสลักบนผนังหินของปราสาทผนังส่วนหนึ่งปรากฏภาพนกตัวหนึ่ง บนอกของนกตัวนั้นมีลิ่มศิลาปักอยู่ตรงอกพุทธิเข้าใจว่าเกิดขึ้นจากความมือบอนของเด็กซนสักคนเขาจึงถอนลิ่มนั้นออกเสีย .. และการกระทำนั้นเองก็ได้เป็นการปลดปล่อยนกจโกระให้เป็นอิสระ จโกระ เป็นนกเขาไฟในตำนานซึ่งได้สูญพันธุ์ไปแล้วหากจโกระตัวนี้ (นามว่ากีรณะ) ถูกคำสาปบางอย่างที่ให้มันมีชีวิตข้ามผ่านมาจนถึงปัจจุบันและนกตัวนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้พุทธิต้องพบกับความวุ่นวายอีกระลอกหนึ่ง นอกจากเรื่องราวทั้งหมดที่ว่ามาสร้อยแสงจันทร์ ยังมีเรื่องของภพชาติก่อนโผล่มาหน่อยนึงมีตัวละครลับมาเซอรฺไพร้ส์หน่อยนึง การผูกเรื่องลงตัวไม่ค้านความรู้สึกดีนะเพียงแต่ยังไม่กลมกล่อม และวิธีเล่า การปลดปม ยังไม่ซับซ้อน ลุ้นระทึกเท่าไรคนอ่านรู้ทุกอย่าง Read More →

เรื่อง สุริยวรรมันผู้แต่ง ทมยันตีสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมเลขมาตรฐานหนังสือ 9744461373 สุริยวรรมัน เล่าเรื่องของกษัตริย์เขมรนาม สุริยวรมัน ที่ 2ตั้งแต่ในรัชสมัยของ พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1และมีการเท้าความเกี่ยวโยงไปถึงรัชกาลก่อนๆ คือพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1, พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2, พระเจ้าหรรษวรมันที่ 3และพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (เรียงตามลำดับการครองราชย์) กล่าวคือ เมื่อ พระเจ้าสุริยวรรมันที่ 1 (พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1) สิ้นพระชนม์(ในเล่มนี้ ทุกพระนามที่ลงท้ายว่า ..วรมัน ผู้เขียนได้ใช้ตัวสะกดเป็น ..วรรมัน ทั้งสิ้นอาจจะต่างจากในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ แต่เราขอใช้ตามในหนังสือนะ) พระเจ้าอุทัยทิตยวรรมัน (พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2) ขึ้นครองราชย์เชื้อสายแห่งสุริยวรรมัน (ในที่นี้หมายถึง พิษณุหริเกศวร )ต้องนิราศมายั้งอยู่ ณ มหิธรปุระ (คงมีการชิงบัลลังก์กันมั๊ง)การนิราศร้างมาครั้งนั้น ทิวากร สทาศิวะ พราหมณาจารย์ ..หัวหน้าฝ่ายศาสนจักรคนสำคัญ ผู้ครองศักติแห่งโอษฐ์มหาเทวะและศักติแห่งโอษฐ์กษัตริย์ (รัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 1)ได้ร่วมเดินทางมาด้วย ตัวละครสำคัญอีกคนหนึ่ง คือแม่ทัพทั้งในขณะนั้นจวบจนปัจจุบันนาม สัญชัก สังกรมะเป็นคู่ปรับคนสำคัญแห่งพราหมณาจารย์ Read More →

เรื่อง หุบเขากินคนผู้แต่ง มาลา คำจันทร์สำนักพิมพ์ ต้นอ้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9745162426 แปลกดี เพิ่งเคยอ่านเรื่องที่ตัวละครในยุคปัจจุบัน วาร์ปไปในอดีตแล้วไปอยู่กับผู้ที่พ่ายแพ้ตามประวัติศาสตร์ หุบเขากินคน เป็นเรื่องการผจญภัยวาร์ปข้ามเวลาไปเมื่อราวพันกว่าปีที่แล้ว(โบราณมาก เสิร์ชประวัติศาสตร์อ้างอิงยากมากแต่ละที่ก็มีข้อความอธิบายอยู่ไม่กี่บรรทัดเท่านั้นเอง)ของเด็กนักเรียนวัยประถมหกกลุ่มหนึ่งอันได้แก่วิชชุ (กระชุ) เด็กชายที่ฉลาด ชอบอ่านหนังสือ และเป็นหัวหน้าห้องบดินทร์ (ก้อนดิน) นักกีฬาคนเก่งของโรงเรียน มั่นใจในตัวเองสูงอัชฌา เด็กกำพร้า โตมาในวัด เพื่อนๆ เรียกกันว่า “หลวงปู่”บุญชู (ส่วย) เด็กชายชาติพันธุ์ส่วย .. ลูกพรานผู้เชี่ยวชาญชีวิตในป่าแต่เมื่ออยู่ในโรงเรียน เขาคือลูกไล่ของเพื่อนๆ ในกลุ่มและวิทยา หรือหมูอ้วนผู้กินเก่งของเพื่อนๆทั้งหมด เป็นสมาชิกของกลุ่มลูกเสือกองธงเสือดำ ในวันที่ทุกคนออกค่ายลูกเสือ เดินทางไกลกลุ่มลูกเสือทั้งห้าได้พบกับอาถรรพ์เมื่อเดินข้ามเครือเขาหลงทำให้พวกเขาหลงทางข้ามเวลาย้อนกลับไปในอดีตยุคของอาณาจักรฟูนัน(ก่อนอาณาจักรเจนละ และขอม) ในช่วงปี พ.ศ. 1057 อันเป็นปีที่พระเจ้าชัยวรมัน (ที่ 1) สวรรคตโดยที่พระเจ้าชัยวรมันพระองค์นี้ มีโอรสอยู่สององค์ คือเจ้าชายคุณวรมัน โอรสองค์เล็ก ประสูตรแต่พระมเหสีกุลประภาวตีกับเจ้าชายรุทวรมัน โอรสองค์โต แต่ประสูติจากนางสนม ผู้เขียน ได้ใส่จินตนาการให้เจ้าชายรุทรวรมันเป็นตัวร้ายจับเจ้าชายคุณวรมันไปขังไว้ใน หุบเขากินคน อันลี้ลับและอันตรายเด็กชายทั้งห้าคนนี้ คือกลุ่มคนที่ถูกทำนายเอาไว้ว่าจะเป็นผู้มาช่วยเหลือเนื้อเรื่องต่อจากนั้น จึงว่าด้วยการผจญภัย เสี่ยงอันตราย ได้เจอกับสิ่งลี้ลับต่างๆมีทั้งสัตว์ประหลาด เวทมนตร์ประหลาด ภูติผี Read More →

เรื่อง The Blue Stoneคิดถึงครึ่งชีวิตผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270559 หนังสือภาพของ Jimmy Liao เล่มนี้ เล่าถึงการจากลา ความสูญเสีย และความคิดถึง เล่มนี้เรามองไปในแง่ของวัฏสงสารนะในแง่ของชีวิต ในแง่พุทธะ .. เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปกับอีกมุมหนึ่ง .. มนุษย์เราก็ก้าวก่ายธรรมชาติไม่ใช่น้อยเช่นเคยแต่ครั้งนี้มาในรูปแบบเบาะๆ   กับเล่มนี้ เราชอบน้อยกว่าเล่มอื่นหน่อยนึง

เรื่อง The Sound of Colorsโลกลับยามหลับตาผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270542 หนังสือของจิมมี เลียว มักจะไม่บอกเราตรงๆถึงอะไรก็ตามที่เขาต้องการจะบอกหนังสือภาพ ตัวอักษรน้อยๆแต่เปิดกว้างเหลือเกินกับเนื้อหาที่เราจะพาตนเองไป .. หลังจากได้อ่านหนังสือของเขา เล่มนี้เป็นอีกเล่ม ที่เราอ่านแล้วตีความไม่ค่อยออกบางทีมันอาจจะไม่มีถูกผิดก็ได้ ..แม้แต่ตัวเราเองในต่างช่วงวัย ต่างประสบการณ์เราอาจจะเข้าใจเนื้อหาภายในเล่มได้ต่างกันถึงอย่างนั้น หนังสือของจิมมี เลียว ก็ยังคงมีเสน่ห์ น่าค้นหาอ้อ อีกอย่างที่ชอบคือ การค้นพบตัวละครจากเรื่องอื่นในบางภาพที่ผู้เขียนซุกซ่อนเอาไว้มันเหมือนกับการได้พบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ น่ารักดีค่ะ 🙂

เรื่อง The Moon Forgetsดวงใจในดวงจันทร์ผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270573 The Moon Forgets .. ดวงใจในดวงจันทร์หนังสือภาพเรื่องต่อมาของจิมมี เลียว (ที่เรามีที่บ้าน) กับเล่มนี้ เนื้อหาหนักแน่น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทีละน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสองเล่มแรก(เราอ่านตามลำดับเวลาที่หนังสือของเขาถูกวาดและเขียนขึ้นมา)เห็นพัฒนาการ และความคิดในการเล่าเรื่องของเขาที่เปลี่ยนไปทีละน้อยเนื้อเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน .. แต่ ..เราชอบภาพประกอบของเขามากเลย ชอบทุกเล่มด้วยนี่สิ!ในเล่มนี้ ผู้เขียนยังคงซุกซ่อนตัวละครจากเรื่องอื่นๆ ของเขาเอาไว้ในเล่มนี้ด้วย ทีนี้มาเมาท์กับเรื่องเนื้อหาในเล่มกันดีกว่า ..เราไม่ต่อยเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อเลยนะ ไม่แน่ใจเท่าไรว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร หนังสือของจิมมี เลียว ยังคงเป็นหนังสือที่อ่านจบเร็วๆ ก็ได้แต่ถ้าอ่านนานๆ เราก็จะค่อยๆ ค้นพบเนื้อหาบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ กับเล่มนี้ เราลองตีความเอาไว้ว่า ..จงเป็นอย่างที่เราเป็น .. อย่าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็น .. อย่างนั้นหรือเปล่า? ใช่หรือเปล่า?ใครอ่านจบแล้ว คิดว่ายังไงกันบ้างอ่ะคะ? หนังสือเล่มนี้ ที่สุดแล้วผู้เขียนตั้งใจจะสื่ออะไรก็ไม่รู้.. แต่ว่ามันเศร้าจัง   

เรื่อง ดวงตะวันส่องฉายผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล ปราย พันแสงสำนักพิมพ์ ระหว่างบรรทัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9749028112 เรารู้จักหนังสือเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนและนั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จัก จิมมี เลียว ด้วยนั่นเป็นแรกพบ แรกรู้จัก และแรกรัก ผลงานของเขาสำหรับเรา นอกจากจะได้อ่านหนังสือ เรายังได้ดูภาพยนตร์เกาหลีเรื่องผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ซึ่งสร้างจากแรงบันดาลใจที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ด้วยแล้วก็เลยหลงรักทั้งหนังและหนังสือไปด้วยกันเลยอันที่จริง ตั้งแต่อ่านผลงานของผู้เขียนมาทั้งหมดเราก็ยังชอบเล่มนี้มากที่สุดนะ .. มันคงเป็นรักแรกพบจริงๆ ดวงตะวันส่องฉาย หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาเป็นหนังสือภาพแสนโรแมนติกว่าด้วยเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง ในโลกแสนเหงาและโดดเดี่ยวเขาและเธอมีโอกาสได้โคจรมาพบกัน ถูกใจกัน แล้วก็ต้องจากกัน ..โทนของเรื่องเหงามากเลย ..แต่ทั้งที่เหงาขนาดนั้น มันก็ยังอบอุ่นมากๆ ด้วยเป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนเลยจริงๆ ภาพประกอบยังคงสวยจับใจและยังให้ความรู้สึกได้ชัดเจนเราชอบเวลาที่ผู้เขียนวาดแหล่งชุมชนเขามักจะสอดแทรกตัวละครจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของเขาเข้ามาในภาพด้วยให้เราค่อยๆ ดู ค้นหา และค้นพบ ดวงตะวันส่องฉาย หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาเป็นหนังสือที่ ถ้าอ่านรวดเดียวก็จะจบลงในเวลาอันรวดเร็วแต่ถ้าค่อยๆ ละเลียดทีละน้อย เราก็จะค้นพบสิ่งต่างๆ ที่ผู้เขียนซุกซ่อนเอาไว้ในเล่มให้เราค่อยๆ ขบคิด ค้นหา .. เป็นความสุขขณะอ่านหนังสือของเขาค่ะ 🙂  

เรื่อง Secrets In The Woodsปริศนาในป่าฝันผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270757 เรื่องนี้เล่าเป็นนิทานให้เด็กฟังได้เลยนะภาพประกอบน่ารัก เนื้อหาก็เหมาะกับเด็กเลยเหมาะเป็นนิทานก่อนนอน (กลางวัน)เด็กๆ น่าจะฝันดีกันทุกคนเราชอบหลายประโยคมาก อย่างเช่น .. “ฉันซ่อนความลับมากมายไว้ในป่าความลับบางอย่าง ฉันก็จำมันไม่ได้แล้ว” “บ่ายวันพุธ สายลมกำลังพัดฉันกับความฝันของฉัน ค่อยๆ ผล็อยหลับไป” น่ารักมากเลย ชอบมากเป็นหนังสือที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่ก็อ่านได้แม้จะไม่พีคเท่าไร แต่อบอุ่นอ่อนโยนมากเลย