เรื่อง ลอดลายมังกรผู้แต่ง ประภัสสร เสวิกุลสำนักพิมพ์ ดอกหญ้าเลขมาตรฐานหนังสือ 9746016512 ลอดลายมังกร เป็นเรื่องที่อยู่ในความทรงจำเรามาตลอดแต่อยู่ในรูปของละครมากกว่าหนังสือ (เวอร์ชั่นอาตู่ นพพลนู่นเลย)จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อหนังสือมาแล้ว (หลังจากดูละคร)เหมือนจะเคยอ่านจบไปรอบหนึ่งด้วย แต่จำอะไรไม่ได้เลยจวบจนกระทั่งหนังสือมันหายไปเล่มนี้เป็นเล่มที่เราซื้อมือสองมาค่ะ เลือกปกเดิมกับที่เคยมีเลย ซึ่งหลังจากอ่านซ้ำรอบนี้แล้วรู้สึกได้ว่าเรื่องในนิยาย แตกต่างไปจากละครที่เราเคยดูพอสมควรไม่ได้ต่างในแง่ของเนื้อหา เพราะจำไม่ได้แต่แตกต่างในแง่ของวิธีเล่าเรื่องสำหรับนิยาย ตัวละครที่เป็นผู้เล่าเรื่องคือหลานสาวคนหนึ่งในตระกูลสือพาณิชย์นภา เป็นลูกของแม่ศิรี กับพ่อนภ ลูกชายคนที่สี่ของปู่ (นายเหลียง)แต่เป็นลูกชายคนที่สองของย่าเนียม ภรรยาคนที่สองของนายเหลียง และอาจเป็นเพราะเรื่องถูกเล่าจากมุมมองของคนรุ่นหลานเนื้อหาจึงไม่เข้มข้นเท่ากับละครที่เขียนให้ตัวละครบทฟาดฟันกันถึงพริกถึงขิงนอกจากนี้เรื่องเล่าก็กระโดดข้ามไปข้ามมาตามจังหวะการเล่าไม่ทอต่อเป็นผืนเดียวกันดังเช่นละครเนื้อหาของเรื่องเน้นหนักไปที่รุ่นลูกรุ่นหลาน มากกว่าตัวของนายเหลียงเองผู้เขียนได้กระจายบทไปให้กับตัวละครลูกหลานในตระกูลครบถ้วนทุกคนทำให้ความเด่นของตัวนายเหลียงลดลงไป แต่ด้วยวิธีการเล่าเรื่องคนในครอบครัวนี้เองทำให้ตัวละครในหนังสือไม่ได้ดีสุดและร้ายสุดเท่ากับในละครแต่ละคนมีความเป็นมนุษย์จริงถึงจะร้าย ก็ร้ายแบบมีที่มาที่ไป มีเหตุผลหรือไม่อีกบางที การที่เราไม่รู้สึกว่าตัวละครในเรื่องร้ายเท่าที่เคยจำได้อาจเป็นเพราะค่านิยมแห่งความดีเลวในยุคสมัยนี้ก็เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนเสียแล้ว ลอดลายมังกร เป็นหนังสือที่เล่าถึงชีวประวัติของนายเหลียง สือพาณิชย์นักธุรกิจชาวจีนที่เริ่มต้นเช่นเดียวกับชาวจีนอีกหลายสิบหลายร้อยคนที่เข้ามายังแผ่นดินไทย ในราวปี พ.ศ. 24xx ปลายๆเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากซัวเถาในแบบที่เราเรียกกันว่าเสื่อผืนหมอนใบ นอกจากหนังสือจะพูดถึงความขยัน อดออมและความมีคุณธรรมของอาเหลียงแล้วลอดลายมังกร ยังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวความแตกต่างของคนแต่ละรุ่นที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งต้นด้วยคนรุ่นปู่ย่า ที่มากประสบการณ์ทางธุรกิจคนรุ่นถัดมา ที่เชื่อฟังผู้ใหญ่และในตอนปลายของรุ่นนั้น ก็เริ่มไปสู่ความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยเด็กวัยรุ่นยุคนั้น เป็นวัยที่พลุ่งพล่านไปด้วยความคิดริเริ่ม เชื่อมั่นในตนเองและเร่งร้อนที่จะทำตามความคิดและความรู้ที่ตนเพิ่งจะได้ร่ำเรียนมา นอกจากนี้ ผู้เขียนยังแทรกกลิ่นอายของบรรยากาศในประวัติศาสตร์อย่างเช่นในยุคสงคราม ยุคเผด็จการ ยุคคอมมิวนิสต์หรือยุคที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจต่างๆ ฯลฯ จุดเด่นของ ลอดลายมังกร สำหรับเราอยู่ที่วิธีการผูกเรื่องส่วนสำนวนนั้นเรียบง่ายไม่หวือหวาและแม้ว่าจะเล่าเรื่องเนิบๆ เรื่อยๆ มาโดยตลอดแต่ผู้เขียนก็มาทำเราบาดใจในตอนจบนี่เองเขียนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ง่ายเลยเล่าเรื่องซับซ้อน ตัวละครมากมาย ได้อย่างเรียบง่าย งดงามขณะเดียวกันก็จบลงอย่างกินใจ อย่างที่เราไม่ได้นึกไปถึง แม้จะเริ่มต้นอย่างตะหงิด Read More →

เรื่อง มนุษย์ร้านสะดวกซื้อผู้แต่ง มุราตะ ซายากะผู้แปล พรรณวิมล จิตราวิริยะกุลสำนักพิมพ์ อนิแม็กบุ๊คส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786163375414 คิดว่าไม่ได้สปอยล์นะ ..แต่ก็เปิดเผยเนื้อเรื่องไม่น้อยเช่นกันสิ่งสำคัญของเรื่องนี้ (สำหรับเรา) ไม่ใช่การรู้เนื้อหาของเรื่องหรือไม่หรอกแต่อยู่ที่ความคิดที่แตกยอดออกไปอย่างไม่สิ้นสุด .. หลังอ่านจบต่างหาก มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ เปิดเรื่องได้ดึงดูดมากเลยผู้เขียนใช้เพียงบทบรรยายฉากกิจวัตรในร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆแต่แสดงให้เห็นถึงความชำนาญของพนักงานร้านสะดวกซื้อมืออาชีพอย่าง ฟุรุคุระ เคโกะ ได้ชัดเจน เห็นภาพ และน่าทึ่งส่งผลให้เรารู้สึกในแง่บวกต่อพนักงานคนนี้ทันทีและการที่คนอ่านรักตัวละครหลักในเรื่องที่เขากำลังอ่านอยู่ ..ก็นับเป็นความสำเร็จขั้นต้นแล้ว สำหรับนิยายสักเรื่อง เคโกะเป็นตัวละครหญิงสาวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวเธอมีชุดความเข้าใจ และตรรกะที่ต่างไปจากคนทั่วไปซึ่งเธอก็เปิดเผย และแสดงความคิดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาหากปฏิกิริยาตอบกลับจากคนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวประหลาดเคโกะจึงปรับตัว เธอเลิกแสดงออกตามสิ่งที่คิดแต่เลือกที่จะเลียนแบบมนุษย์คนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวแทนนั่นทำให้เธอใช้ชีวิตได้เป็นปกติขึ้น แต่ภายในแล้วไม่ใช่เลย .. เธอยังคงรู้สึกแปลกแยกกับคนอื่นๆ เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำแค่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เหมาะสม และทำให้เธอปลอดภัย โดยรวมแล้ว พล็อตของเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อนแต่ด้วยวิธีเล่าอย่างละเอียด อย่างเข้าอกเข้าใจทำให้เราเชื่อได้ว่าโลกนี้มีคนอย่างเคโกะอยู่จริงๆจนเลยเถิดไปเป็นว่า เคโกะอาจมีตัวตนอยู่จริง .. ที่ไหนสักแห่ง และถึงแม้ว่าเรื่องจะดำเนินไปเหมือนกับไม่มีพล็อตสลักสำคัญแต่เราก็อยากรู้ (มาก) ว่าเรื่องราวมันจะจบลงยังไง .. หนังสือบางเล่มให้ความรู้สึกอึดอัดขณะอ่านแม้ว่าเนื้อเรื่องจะสนุก แต่เราก็ต้องหยุดพักเหนื่อยเป็นระยะ อ่านต่อเนื่องไม่ได้แต่กับ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ เล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ความรู้สึกสบายใจ เป็นกันเองมากเลยทั้งที่ผู้เขียนเล่าต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้แบ่งเป็นบทย่อยๆซึ่งการที่มันไม่ถูกแบ่งเป็นบทย่อย กลับทำให้เราอ่านต่อเนื่องเพลินจนลืมพักรู้ตัวอีกทีก็จบเล่มซะแล้ว ตอนที่เราอ่านเล่มนี้บางทีก็รู้สึกเหมือนร้านสะดวกซื้อแห่งนี้เป็นดิสโทเปียขนาดย่อมๆ เหมือนกันนะถ้ามนุษย์ยุคก่อน .. ไม่ต้องมาก แค่ย้อนหลังไปสักร้อย สองร้อยปีคงรู้สึกว่าคนยุคเรานี้เหมือนโรบอทใช้ชีวิตตามกฏเกณฑ์กำหนด ตามๆ กันไป Read More →

เรื่อง รุ้งไม่จางผู้แต่ง รัศมีจันทร์สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162142017 รุ้งไม่จาง เป็นนิยายเรื่องแรกของรัศมีจันทร์ ที่เราได้อ่านค่ะมันเป็นหนังสือที่เรามีโอกาสได้อ่านมันเข้าโดยบังเอิญ .. หรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตดีนะ? เราได้รับหนังสือเล่มนี้ได้รับมาจากคู่ Book Blind Dateประจำเดือนแห่งความรักในปี 2020 นี้จากกลุ่มอ่านหนังสือ กองดองเธอนั้น อ่านมันเถอะนะ รุ้งไม่จาง เล่าเรื่องของหญิงสาวกำพร้าครอบครัวคนหนึ่ง นามว่า ธารดาการกำพร้าของธารดานั้น สร้างบาดแผลหลายประการให้เธอทำให้เธอมีบุคลิกภาพที่กร้านแข็งและปิดกั้นตนเองจากความรู้สึกดีๆ ทุกประการ ตัวละครอีกคนหนึ่ง โด่ง หรือดลภาค รุ่งพิพัฒกิจคือเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเพื่อนต่างเพศ และต่างฐานะ ที่ร่วมหุ้นเปิดบริษัทด้วยกันแต่ยังค่ะ เขาคนนี้ยังไม่ใช่พระเอกพระเอกของเรื่องนี้ ไฮโซววววกว่านั้นอีกหลายเท่า เรืองรอง เรืองเทพ พระเอกของเรื่องเป็นลูกชายของกรรมการผู้จัดการ เจ้าของธนาคารใหญ่หล่อ รวย โสด นิสัยดี อบอุ่น อ่อนโยน ครบเซ็ต รุ้งไม่จาง สำหรับเรา ถือว่าเป็นนิยายรสชาติแปลก แบบที่เราไม่ค่อยได้อ่านนักเรียกได้ว่า มันเปิดโลกใหม่สำหรับเราซึ่งจริงๆ แล้วก็อดนึกดีใจไม่ได้ว่าเมื่อยุคสมัยที่เรายังเด็ก ไม่มีหนังสือทำนองนี้ให้อ่านมากนักไม่อย่างนั้นมันคงสร้างค่านิยมอีกอย่างหล่อหลอมให้เราเป็นคนอีกแบบ .. ในรูปแบบที่เราไม่ค่อยอยากเป็นนัก ตัวละครธารดาในเรื่องนี้ ถูกวาดภาพให้เป็นผู้หญิงเก่งที่ใช้ชีวิตรักอย่างกล้า บ้าบิ่น และทิ้งขว้างเป็นผู้หญิงเก่ง ที่สูบบุหรี่และพูดคำหยาบ .. Read More →

เรื่อง นางพญาหลวงผู้แต่ง กฤษณา อโศกสินสำนักพิมพ์ อักษรโสภณเลขมาตรฐานหนังสือ 9749309227 เอาจริงๆ นี่ก็ไม่ใช่การรีวิวหนังสือนะ ..มันคือการเล่าเรื่องย่อเลยแหละ!!(ย่อแล้วจริงๆ นะ!) ตอนที่เราเปิดมาเจอภาษาล้านนาโบราณขนานแท้ 4 – 5 หน้าแรกนั้นแทบช็อกทีเดียวค่ะนึกว่าจะต้องเจอแบบนั้นไปทั้งเล่มเสียแล้ว(ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คงต้องเลิกอ่านไปก่อน >,<)โชคยังดีที่พอพ้นช่วงนั้นมา สำนวนก็กลับคืนสู่สภาพที่พออ่านได้บ้างคือเป็นล้านนาฉบับเบาบาง แต่ก็ยังอ่านยากอยู่ดีเพราะว่าเราจับเนื้อเรื่องไม่ติด ไม่เข้าใจชั่งใจตัวเองอยู่พอสมควร ว่าจะเลิกอ่านดีมั๊ยแต่ก็รู้ใจตัวเองอีกเช่นกันว่า ถ้าวางไปโอกาสจะกลับมาอ่านใหม่นั้นน้อยนิดจนเป็นศูนย์แน่ๆคิดได้ดังนั้น .. ก็บอกตัวเองให้ก้มหน้าก้มตาอ่านมันต่อไปเสียเถอะ! เมื่อตั้งใจว่าจะอ่านมันแน่ๆ ก็ต้องหาวิธีที่จะอ่านมันให้รอดซึ่งเราใช้วิธีเสิร์ชประวัติศาสตร์ช่วงนั้นจากกูเกิ้ลก่อนค่ะอ่านคร่าวๆ พอจับใจความได้แล้วค่อยมาอ่านประเด็นที่ผู้เขียนต้องการจะเล่าจากในหนังสือไปอย่างช้าๆ และก็เริ่มทำความเข้าใจเนื้อเรื่องไปด้วยเมื่อมีหลักให้จับ เราก็เริ่มชินกับภาษาไปเอง แล้วพบอีกด้วยว่า จริงๆ แล้วมันก็ไม่ยากเท่าที่คิดกลัวแต่แรก นางพญาหลวง เล่าประวัติศาสตร์ล้านนา (เชียงใหม่) เล่าถึงกษัตริย์องค์ท้ายๆ แห่งราชวงศ์มังรายในช่วงปี พ.ศ. 2000 นิดๆก่อนที่พระนางจิรประภามหาเทวีจะทรงครองนครเชียงใหม่ (พ.ศ. 2088 – 2089) ผู้เขียนเริ่มต้นเรื่องด้วยการยกบทบันทึกประวัติศาสตร์ภาษาโบราณซึ่งเท้าความถึงพระญาติโลก (พระญาลก) (พระเจ้าติโลกราช)(กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 10 (บางแหล่งว่า 9) แห่งราชวงศ์มังราย)ทรงมีโอรสคือท้าวสรีบุญเรือง (ท้าวบุญเรือง) ได้ครองเมืองเชียงรายก่อนจะถูกส่งไปไว้ที่ เมืองน้อย ในภายหลังท้าวบุญเรือง มีลูกชายคนหนึ่ง คือท้าวยอดเชียงราย (พญายอดเชียงราย)พระญายอด Read More →

เรื่อง จันทรา อุษาคเนย์ผู้แต่ง วรรณวรรธน์สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมเลขมาตรฐานหนังสือ 9789744468666เลขมาตรฐานหนังสือ9789744468659 จันทรา อุษาคเนย์ เป็นนวนิยายย้อนยุคเรื่องแรกๆ ที่เราได้อ่านที่ผู้เขียนพาตัวละครย้อนยุคกลับไปในอดีตในยุคที่เก่าแก่กว่ารัตนโกสินทร์ และอยุธยา ที่เริ่มซ้ำ และเราเริ่มเบื่อกัน ถ้าจะอ่านโยงเรื่องกันให้สนุกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มนี้ เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันกับใน หุบเขากินคนโดยที่เรื่องราวใน จันทรา อุษาคเนย์ เล่มนี้ เกิดขึ้นหลังจากนั้นนิดหน่อย เมื่อ หุบเขากินคน เล่าเรื่องราวในยุคที่อาณาจักรฟูนันใกล้จะจบลงเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจากอาณาจักรฟูนัน มาเป็นอาณาจักรเจนละซึ่งตามประวัติศาสตร์ ในยุคที่อาณาจักรฟูนันกำลังรุ่งเรืองอยู่ในเมือง วยาธปุระ นั้นพื้นที่โดยรอบซึ่งห่างออกมาไม่ไกลนักก็มีประชาชนอยู่รวมกันเป็นชุมชนน้อยใหญ่เช่นกัน โดยชุมชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่น่าจับตาชุมชนหนึ่งนั้นตั้งอยู่ที่เมือง เศรษฐปุระ(บริเวณเดียวกันกับเมืองจำปาศักดิ์ ประเทศลาวในปัจจุบัน)และที่เมืองนี้เอง ที่เป็นฉากของเรื่อง จันทรา อุษาคเนย์ เล่มนี้ เหตุการณ์ในเมืองวยาธปุระนั้น ถูกเล่าเอาไว้ใน หุบเขากินคน ว่าเมื่อพระเจ้าโกณฑิญญะชัยวรมัน แห่งอาณาจักรฟูนันสิ้นพระชนม์อาณาจักรฟูนันเริ่มอ่อนแอ เกิดการแก่งแย่งชิงบัลลังก์กันระหว่างเจ้าชายคุณวรมัน โอรสในมเหสีกุลประภาวดีกับพระเชษฐาต่างพระมารดา คือ เจ้าชายรุทรวรมัน (โอรสในนางชุลา)ซึ่งสุดท้าย เจ้าชายรุทรวรมัน ก็ปลงพระชนม์เจ้าชายคุณวรมันและขึ้นเป็น พระเจ้ารุทวรมัน กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรฟูนันได้ในที่สุดนั่นคือยุคที่ฟูนันกำลังเสื่อม และใกล้จะสิ้นสุด ขณะเดียวกัน ที่เมืองเศรษฐปุระ (อันเป็นฉากของหนังสือเรื่องนี้)เมื่อ พระเจ้าศรีสารวเคามะ ผู้ปกครองเมืองเศรษฐปุระ สิ้นพระชนม์ลงพระเจ้าปฤถิวีน ราชโอรสองค์โตในพระเจ้าศรีสารวเคามะ จึงได้ครองบัลลังก์ในขณะที่ Read More →

เรื่อง จำหลักไว้ในแผ่นดินผู้แต่ง กฤษณา อโศกสินสำนักพิมพ์ อักษรโสภณเลขมาตรฐานหนังสือ 9789742530372 จำหลักไว้ในแผ่นดิน รวบรวมประวัติศาสตร์ของกัมพูชานับตั้งแต่วันที่นายพลลอนนอลยึดอำนาจจากเจ้าสีหนุ เมื่อ พ.ศ. 2513และเขมรกลายเป็นเขมรแดง ในปี พ.ศ. 2518เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองภายในประเทศประชาชนชาวเขมรอพยพหลบหนีออกนอกประเทศกันเป็นทิวแถวไม่ขาดสายเหตุการณ์ยืดเยื้อ ผู้นำเขมรแตกออกเป็นฝ่ายต่างๆ มากมายจวบจนกระทั่งทุกฝ่ายร่วมมือกันสงบศึกและจัดตั้งรัฐบาลเขมร 4 ฝ่าย สำเร็จลงในที่สุด ในปี พ.ศ. 2536   หนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็นสามภาคภายในเล่มเดียวภาคแรก เริ่มต้นตอนที่กัมพูชากลายเป็นคอมมิวนิสต์ ในปี พ.ศ. 2518ผู้เขียนเปิดเรื่องขึ้นด้วยฉากการอพยพออกจากประเทศกัมพูชาของครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นการลักลอบเข้าประเทศไทยมาเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกๆนับตั้งแต่ประเทศกัมพูชาเกิดการเปลี่ยนแปลงเธอได้เดินทางมาพบกับครอบครัวชาวไร่ ณ ชายแดนไทยครอบครัวหนึ่งซึ่งมีคนงานที่ฉลาดเฉลียว มีภูมิความรู้ผิดไปจากชนชั้นแรงงานทั่วไปนั่นคือฉากแรกพบของหญิงชายนามว่าเทีย และสู เบื้องหลังของเธอและครอบครัวถูกปิดเป็นความลับในช่วงต้นของเรื่องเบื้องหลังของเขาด้วยเช่นกันเรื่องดำเนินไปอย่างเนิบๆ เนือยๆ ผู้เขียนเล่าเรื่องเนิบช้ามากหมดไปร้อยหน้า เรื่องราวยังไปไม่ถึงไหนยังไม่รู้ว่าทั้งเทีย และทั้งสูมีจุดประสงค์อะไรต่างฝ่ายต่างมีความลับซ่อนเร้นตัวละครแซะกันไป หยอดกันมา คนอ่านได้แต่บทสนทนา เรื่องไม่ไปไหนบทสนทนามากจนเกินไป ทั้งภาคแรกมีแต่การปะทะโวหารกันระหว่างพระนางคู่นี้   แล้วเรื่องก็ดำเนินมาถึงภาคที่สอง ซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2522ในตอนที่ทหารเวียดนาม นำโดยนายเฮง สัมริน เข้ามาแทรกแซงและสามารถล้มรัฐบาลพอลพต (เขมรแดง) ลงได้ ในระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมานี้ ชาวเขมรอพยพ รวมทั้งเวียดนามและลาวบางส่วนทะลักเข้าชายแดนไทยจากหมื่นเป็นแสน จากปีเป็นสี่ปี ..และยังคงทะลักเข้ามา ไม่มีท่าว่าจะหยุดตราบใดที่สงครามภายในของกัมพูชายังคงยืดเยื้อ ไม่จบสิ้นพวกเขามีชีวิตอยู่ในค่ายผู้อพยพ Read More →

เรื่อง แก้วรัดเกล้าผู้แต่ง ดวงตะวันสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ(ปัจจุบัน นิยายเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในนาม สนพ. ดวงตะวัน)เลขมาตรฐานหนังสือ 9749025059 แก้วรัดเกล้า เป็นผลงานเล่มที่ 2 ของดวงตะวันถูกตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในนิตยสารขวัญเรือนซึ่งแม้จะนับเป็นมือใหม่ในเวลานั้น แต่พล็อตและสำนวนก็ไม่ได้เป็นมือใหม่เลย แก้วรัดเกล้า เป็นนวนิยายที่ใช้ฉากของเรื่องที่กรุงเทพฯ ภาคอีสานตอนเหนือของไทย และชายแดนกัมพูชา (ในเรื่องไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศ)โดยผูกเรื่องซ้อนไปกับเหตุการณ์ชายแดนไทยเขมรที่เคยเกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาภายหลังจากที่พลพต ผู้นำเขมรแดงและผู้นำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา ตายลงแต่ถึงอย่างนั้น แก้วรัดเกล้า ก็เป็นนิยายทั่วไป ไม่ได้หนักการเมืองจนน่ากลัว และเพราะเป็นนิยายอิงเหตุการณ์จริงหลายตัวละครในเรื่อง จึงน่าจะมีตัวตนอยู่จริงด้วยแต่ผู้เขียนแปลงไปใช้ชื่อสมมติแทนอย่างเช่น พรพล ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อดีตผู้นำเขมรแดง พลพต นั่นเองเจ้าณรงค์ฤทธิ์ อาของแก้วรัดเกล้า ก็คงเป็นเจ้านโรดม สีหนุส่วนสาริน ขอเดาว่าเป็นเฮง สัมริน? หรือเปล่าไม่รู้หรือแม้แต่ท่านอาจารย์ที่ทรงสอนโมกษธรรมมาตั้งแต่ครั้งเรียนโบราณคดีที่มหาวิทยาลับเก่าแก่แห่งหนึ่ง (ศิลปากร?)ก็น่าจะเป็นหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล? นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้สร้างเมืองสมมติขึ้นมาด้วยเมืองหนึ่ง คือเวียงอมราเป็นเมืองที่ไม่ได้เป็นประเทศตามกฏหมาย(ในเรื่องบอกว่าเป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขาลึกลับกลางป่า ทางตอนเหนือของลาว)แต่เป็นเชื้อสายของขอมโบราณ สืบทอดต่อกันมา เรียกกันว่าแผ่นดินสูงส่วนประเทศเขมรในปัจจุบัน เรียกว่าแผ่นดินต่ำตัวละครส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ จึงเป็นประชากรจากเวียงอมรานี้เองแต่อยู่กับอย่างปิดบัง ลึกลับ ไม่ยอมเปิดเผยเชื้อสายตนเอง .. อะไรจะขนาดนั้น แก้วรัดเกล้า เปิดเรื่องด้วยการที่โมกษธรรมบินกลับมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในเรื่องเกี่ยวกับปราสาทหินต่างๆ ในแถบภาคอีสานของประเทศไทยและคาบเกี่ยวรวมไปถึงบางกลุ่มปราสาทในกัมพูชาด้วยซึ่งเขาต้องการเด็กช่วยในการสำรวจและจดบันทึกติดตามไปด้วยสักคนหนึ่งโมกจึงวานให้สิงห์ หรือสิงหาสน์ เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์ในสายวิชานี้ หาเด็กให้สักคนพอดีกันกับที่เจ้าแก้วรัดเกล้า เจ้าหญิงจากเวียงอมรา Read More →

เรื่อง หนีไฟนรกผู้เขียน โนริโอะ ชิมามูระจากคำบอกเล่าของ เจีย กิมลั้งผู้แปล ผุสดี นาวาวิจิตสำนักพิมพ์ ผีเสื้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9741401876 จากเรื่อง 4 ปี นรกในเขมรได้มีตอนหนึ่งที่ยาสึโกะ นะอิโต ผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นได้ขอเด็กสาวชาวกัมพูชาคนหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมเด็กสาวคนนั้นชื่อว่ากิมลั้ง หรือเจีย กิมลั้งเธอได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาขณะนั้นผ่านสายตาและมุมมองของตัวเธอเองให้กับ โนริโอะ ชิมามูระ เป็นผู้เรียบเรียง ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือและมันก็คือหนังสือเล่มนี้ .. หนีไฟนรก เจีย กิมลั้ง อายุ 18 – 19 ปี (เมื่อปี พ.ศ. 2518 ในวันที่สงครามกลางเมืองเริ่มต้นขึ้น) เธอเป็นลูกสาวคนโตของครูเรียง (ชื่อครูเรียง เป็นพ่อค้า ไม่ได้เป็นครู) กับพินพอมครูเรียงอายุ 45 ปี พินพอมอายุ 41 ปีทั้งคู่มีลูกชายหญิงรวมทั้งสิ้น 10 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 8 คนคือกิมลั้ง จุเรน กิมกง วรรณา วรรณี Read More →

สงครามกลางเมืองกัมพูชาเหตุการณ์อันเป็นฉากหลังของหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เหตุการณ์ในช่วงนั้น เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2เริ่มต้นจากสงครามเย็นระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตซึ่งใช้วิธีสู้รบกันผ่านประเทศที่สามหลายประเทศที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้คือเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างเวียดนามเหนือ กับเขมรแดง(ความขัดแย้งระหว่างคอมมิวนิสต์ในแบบของโซเวียตกับคอมมิวนิสต์ในแบบของจีน) +++ พ.ศ. 2496 โจเซฟ สตาลิน ผู้นำสูงสุดของโซเวียตตายนิกิต้า ครุชชอฟ ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่และได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ไปจากแบบเดิม(แบบของสตาลิน คือการยึดติดที่ตัวบุคคล )ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ขัดแย้งกับจีน (เหมา เจ๋อ ตง)ซึ่งยึดถือแนวทางเดียวกันกับสตาลินโซเวียตและจีน จึงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกันและต่างเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในแบบของตนไปยังประเทศต่างๆ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2ฝรั่งเศสสูญเสียอำนาจในปกครองอาณานิคมในอินโดจีนต่อฝรั่งเศสแพ้สงครามให้กับเวียดนาม (กองทัพเวียดมินห์)เวียดนามได้รับอิสรภาพ กลายเป็นประเทศเอกราชแต่ถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือ (คอมมิวนิสต์) และเวียดนามใต้ (เสรีนิยม)อเมริกา เข้าถือหางฝ่ายเสรีนิยม หรือเวียดนามใต้และสหภาพโซเวียต เข้าถือหางฝ่ายคอมมิวนิสต์ คือเวียดนามเหนือ ในระยะเริ่มต้น กัมพูชาวางตัวเป็นกลางและเริ่มต้นการปกครองแบบรัฐสภาโดยมีเจ้านโรดม สีหนุ สละราชบัลลังก์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมา เวียดนามเหนือ ได้ใช้เส้นทางส่วนหนึ่งของกัมพูชาลำเลียงพลอเมริกาจึงได้ทิ้งระเบิดลงในประเทศกัมพูชาส่งผลให้ประชาชนกัมพูชาไม่พอใจ และความนิยมในตัวเจ้าสีหนุลดลง เมื่อสงครามยืดเยื้ออเมริกา (นิกสัน) จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ไปผูกมิตรกับจีน (เหมา)และเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อมาคานอำนาจกับโซเวียต พ.ศ. 2513 ระหว่างที่เจ้าสีหนุไปรักษาอาการป่วยที่ต่างประเทศก็เกิดรัฐประหารขึ้นในกัมพูชาโดยมีนายพลลอนนอล ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีและเปลี่ยนกัมพูชาให้เป็นสาธารณรัฐเจ้าสีหนุจึงลี้ภัยไปที่ปักกิ่ง และตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นนอกจากนี้ ยังติดต่อกับจีนเพื่อหาแรงสนับสนุนซึ่งจีน มีพรรคคอมมิวนิสต์ใต้ดินอยู่ในกัมพูชาเรียกว่า เขมรแดง Read More →

เรื่อง 4 ปี นรกในเขมรผู้เขียน ยาสึโกะ นะอิโตผู้แปล ผุสดี นาวาวิจิตสำนักพิมพ์ ผีเสื้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9741401396 เรารู้กันอยู่แล้วว่าสงครามมีความโหดร้ายสงครามมีความสูญเสีย ..แต่นี่คือหน้าบันทึกจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นจริงในกัมพูชา 4 ปี นรกในเขมร เป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจากสมุดบันทึก(ซึ่งจริงๆ คงเป็นเศษกระดาษหลายแผ่นที่รวบรวมสะสมมา)ของยาสึโกะ นะอิโต สตรีชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นภริยาทูตสามีของเธอเป็นชาวกัมพูชา นามว่า โศ ทันลันโศ ทันลัน และยาสึโกะ มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชายทั้งคู่คนโตคือโทโมรี และคนเล็กชื่อโทนี่ (อายุ 15 ปี)โศ ทันลัน มีลูกติดจากภรรยาคนก่อนอีก 3 คน เป็นชาย 2 คน ชื่อว่าชานาลี และโทมี่ ทั้งสองคนรับราชการทหารอากาศและลูกสาว 1 คน ชื่อว่าตีนี่ กำลังเรียนแพทย์ ในเวลาตามบันทึกฉบับนี้ คือปี พ.ศ. 2518 – 2522สามีของเธอ (อายุ 57 ปี) เกษียณอายุราชการแล้ว ส่วนยาสึโกะ Read More →