เรื่อง หุบเขากินคนผู้แต่ง มาลา คำจันทร์สำนักพิมพ์ ต้นอ้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9745162426 แปลกดี เพิ่งเคยอ่านเรื่องที่ตัวละครในยุคปัจจุบัน วาร์ปไปในอดีตแล้วไปอยู่กับผู้ที่พ่ายแพ้ตามประวัติศาสตร์ หุบเขากินคน เป็นเรื่องการผจญภัยวาร์ปข้ามเวลาไปเมื่อราวพันกว่าปีที่แล้ว(โบราณมาก เสิร์ชประวัติศาสตร์อ้างอิงยากมากแต่ละที่ก็มีข้อความอธิบายอยู่ไม่กี่บรรทัดเท่านั้นเอง)ของเด็กนักเรียนวัยประถมหกกลุ่มหนึ่งอันได้แก่วิชชุ (กระชุ) เด็กชายที่ฉลาด ชอบอ่านหนังสือ และเป็นหัวหน้าห้องบดินทร์ (ก้อนดิน) นักกีฬาคนเก่งของโรงเรียน มั่นใจในตัวเองสูงอัชฌา เด็กกำพร้า โตมาในวัด เพื่อนๆ เรียกกันว่า “หลวงปู่”บุญชู (ส่วย) เด็กชายชาติพันธุ์ส่วย .. ลูกพรานผู้เชี่ยวชาญชีวิตในป่าแต่เมื่ออยู่ในโรงเรียน เขาคือลูกไล่ของเพื่อนๆ ในกลุ่มและวิทยา หรือหมูอ้วนผู้กินเก่งของเพื่อนๆทั้งหมด เป็นสมาชิกของกลุ่มลูกเสือกองธงเสือดำ ในวันที่ทุกคนออกค่ายลูกเสือ เดินทางไกลกลุ่มลูกเสือทั้งห้าได้พบกับอาถรรพ์เมื่อเดินข้ามเครือเขาหลงทำให้พวกเขาหลงทางข้ามเวลาย้อนกลับไปในอดีตยุคของอาณาจักรฟูนัน(ก่อนอาณาจักรเจนละ และขอม) ในช่วงปี พ.ศ. 1057 อันเป็นปีที่พระเจ้าชัยวรมัน (ที่ 1) สวรรคตโดยที่พระเจ้าชัยวรมันพระองค์นี้ มีโอรสอยู่สององค์ คือเจ้าชายคุณวรมัน โอรสองค์เล็ก ประสูตรแต่พระมเหสีกุลประภาวตีกับเจ้าชายรุทวรมัน โอรสองค์โต แต่ประสูติจากนางสนม ผู้เขียน ได้ใส่จินตนาการให้เจ้าชายรุทรวรมันเป็นตัวร้ายจับเจ้าชายคุณวรมันไปขังไว้ใน หุบเขากินคน อันลี้ลับและอันตรายเด็กชายทั้งห้าคนนี้ คือกลุ่มคนที่ถูกทำนายเอาไว้ว่าจะเป็นผู้มาช่วยเหลือเนื้อเรื่องต่อจากนั้น จึงว่าด้วยการผจญภัย เสี่ยงอันตราย ได้เจอกับสิ่งลี้ลับต่างๆมีทั้งสัตว์ประหลาด เวทมนตร์ประหลาด ภูติผี Read More →

เรื่อง The Blue Stoneคิดถึงครึ่งชีวิตผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270559 หนังสือภาพของ Jimmy Liao เล่มนี้ เล่าถึงการจากลา ความสูญเสีย และความคิดถึง เล่มนี้เรามองไปในแง่ของวัฏสงสารนะในแง่ของชีวิต ในแง่พุทธะ .. เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปกับอีกมุมหนึ่ง .. มนุษย์เราก็ก้าวก่ายธรรมชาติไม่ใช่น้อยเช่นเคยแต่ครั้งนี้มาในรูปแบบเบาะๆ   กับเล่มนี้ เราชอบน้อยกว่าเล่มอื่นหน่อยนึง

เรื่อง The Sound of Colorsโลกลับยามหลับตาผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270542 หนังสือของจิมมี เลียว มักจะไม่บอกเราตรงๆถึงอะไรก็ตามที่เขาต้องการจะบอกหนังสือภาพ ตัวอักษรน้อยๆแต่เปิดกว้างเหลือเกินกับเนื้อหาที่เราจะพาตนเองไป .. หลังจากได้อ่านหนังสือของเขา เล่มนี้เป็นอีกเล่ม ที่เราอ่านแล้วตีความไม่ค่อยออกบางทีมันอาจจะไม่มีถูกผิดก็ได้ ..แม้แต่ตัวเราเองในต่างช่วงวัย ต่างประสบการณ์เราอาจจะเข้าใจเนื้อหาภายในเล่มได้ต่างกันถึงอย่างนั้น หนังสือของจิมมี เลียว ก็ยังคงมีเสน่ห์ น่าค้นหาอ้อ อีกอย่างที่ชอบคือ การค้นพบตัวละครจากเรื่องอื่นในบางภาพที่ผู้เขียนซุกซ่อนเอาไว้มันเหมือนกับการได้พบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ น่ารักดีค่ะ 🙂

เรื่อง The Moon Forgetsดวงใจในดวงจันทร์ผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270573 The Moon Forgets .. ดวงใจในดวงจันทร์หนังสือภาพเรื่องต่อมาของจิมมี เลียว (ที่เรามีที่บ้าน) กับเล่มนี้ เนื้อหาหนักแน่น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทีละน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสองเล่มแรก(เราอ่านตามลำดับเวลาที่หนังสือของเขาถูกวาดและเขียนขึ้นมา)เห็นพัฒนาการ และความคิดในการเล่าเรื่องของเขาที่เปลี่ยนไปทีละน้อยเนื้อเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน .. แต่ ..เราชอบภาพประกอบของเขามากเลย ชอบทุกเล่มด้วยนี่สิ!ในเล่มนี้ ผู้เขียนยังคงซุกซ่อนตัวละครจากเรื่องอื่นๆ ของเขาเอาไว้ในเล่มนี้ด้วย ทีนี้มาเมาท์กับเรื่องเนื้อหาในเล่มกันดีกว่า ..เราไม่ต่อยเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อเลยนะ ไม่แน่ใจเท่าไรว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร หนังสือของจิมมี เลียว ยังคงเป็นหนังสือที่อ่านจบเร็วๆ ก็ได้แต่ถ้าอ่านนานๆ เราก็จะค่อยๆ ค้นพบเนื้อหาบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ กับเล่มนี้ เราลองตีความเอาไว้ว่า ..จงเป็นอย่างที่เราเป็น .. อย่าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็น .. อย่างนั้นหรือเปล่า? ใช่หรือเปล่า?ใครอ่านจบแล้ว คิดว่ายังไงกันบ้างอ่ะคะ? หนังสือเล่มนี้ ที่สุดแล้วผู้เขียนตั้งใจจะสื่ออะไรก็ไม่รู้.. แต่ว่ามันเศร้าจัง   

เรื่อง ดวงตะวันส่องฉายผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล ปราย พันแสงสำนักพิมพ์ ระหว่างบรรทัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9749028112 เรารู้จักหนังสือเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนและนั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จัก จิมมี เลียว ด้วยนั่นเป็นแรกพบ แรกรู้จัก และแรกรัก ผลงานของเขาสำหรับเรา นอกจากจะได้อ่านหนังสือ เรายังได้ดูภาพยนตร์เกาหลีเรื่องผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ซึ่งสร้างจากแรงบันดาลใจที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ด้วยแล้วก็เลยหลงรักทั้งหนังและหนังสือไปด้วยกันเลยอันที่จริง ตั้งแต่อ่านผลงานของผู้เขียนมาทั้งหมดเราก็ยังชอบเล่มนี้มากที่สุดนะ .. มันคงเป็นรักแรกพบจริงๆ ดวงตะวันส่องฉาย หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาเป็นหนังสือภาพแสนโรแมนติกว่าด้วยเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง ในโลกแสนเหงาและโดดเดี่ยวเขาและเธอมีโอกาสได้โคจรมาพบกัน ถูกใจกัน แล้วก็ต้องจากกัน ..โทนของเรื่องเหงามากเลย ..แต่ทั้งที่เหงาขนาดนั้น มันก็ยังอบอุ่นมากๆ ด้วยเป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนเลยจริงๆ ภาพประกอบยังคงสวยจับใจและยังให้ความรู้สึกได้ชัดเจนเราชอบเวลาที่ผู้เขียนวาดแหล่งชุมชนเขามักจะสอดแทรกตัวละครจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของเขาเข้ามาในภาพด้วยให้เราค่อยๆ ดู ค้นหา และค้นพบ ดวงตะวันส่องฉาย หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาเป็นหนังสือที่ ถ้าอ่านรวดเดียวก็จะจบลงในเวลาอันรวดเร็วแต่ถ้าค่อยๆ ละเลียดทีละน้อย เราก็จะค้นพบสิ่งต่างๆ ที่ผู้เขียนซุกซ่อนเอาไว้ในเล่มให้เราค่อยๆ ขบคิด ค้นหา .. เป็นความสุขขณะอ่านหนังสือของเขาค่ะ 🙂  

เรื่อง Secrets In The Woodsปริศนาในป่าฝันผู้แต่ง Jimmy Liaoผู้แปล อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163270757 เรื่องนี้เล่าเป็นนิทานให้เด็กฟังได้เลยนะภาพประกอบน่ารัก เนื้อหาก็เหมาะกับเด็กเลยเหมาะเป็นนิทานก่อนนอน (กลางวัน)เด็กๆ น่าจะฝันดีกันทุกคนเราชอบหลายประโยคมาก อย่างเช่น .. “ฉันซ่อนความลับมากมายไว้ในป่าความลับบางอย่าง ฉันก็จำมันไม่ได้แล้ว” “บ่ายวันพุธ สายลมกำลังพัดฉันกับความฝันของฉัน ค่อยๆ ผล็อยหลับไป” น่ารักมากเลย ชอบมากเป็นหนังสือที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่ก็อ่านได้แม้จะไม่พีคเท่าไร แต่อบอุ่นอ่อนโยนมากเลย  

เรื่อง ถ้าวันหนึ่งนั้น … ฉันตายผู้แต่ง อีกยองเฮผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161830267 ถ้าวันหนึ่งนั้นฉันตาย ความตายของฉันจะมีความหมายอย่างไรกันคือประโยคแรกที่ปรากฏบนหน้าแรกในสมุดบันทึกของฮวังเจจุนเด็กนักเรียนมัธยมต้น เพื่อนคนที่สนิทที่สุดของจินยูมี นักเรียนห้องเดียวกันนั่นคือปมเริ่มเรื่อง และเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดออกมาหลังจากนั้น .. มันไม่ได้มีปมสลับซับซ้อนอย่างที่เรานึกกลัวเป็นเรื่องที่เล่าด้วยจังหวะเนิบช้า ของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรักมีความอบอุ่นอยู่จางๆ ระบายอยู่ในเล่ม มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจแต่โดนรวมทั้งหมด ไม่ได้สร้างความรู้สึกรุนแรงต่อผู้อ่านเป็นการนำพาอารมณ์ไปอย่างเนิบๆ เรื่อยๆมากกว่าอ่านได้สบายๆ ทั้งเรื่อง แม้จะไม่ได้มีปมน่าติดตามถึงขนาดวางไม่ลงแต่ในทางปฏิบัติ มันก็อ่านได้เรื่อยๆ เพลินๆ รวดเดียวจบอยู่ดีเพราะผู้เขียน (ผู้แปล) ใช้ภาษาที่อ่านง่าย ไม่ซับซ้อนอ่านจบก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรนะ แต่ก็ไม่ได้อยากอ่านซ้ำเช่นกันจัดอยู่ในโหมดกลางๆ ค่อนไปในทางบวกสำหรับเรา  

เรื่อง ยอดมนุษย์ดาวเศร้าผู้แต่ง องอาจ ชัยชาญชีพสำนักพิมพ์ เป็ดเต่าควายเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167907185 มันเริ่มจากการตั้งคำถามของตัวละครว่า“ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ที่เราไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว” ผู้เขียนส่งต่อคำถามนี้จากตัวละครหนึ่งไปสู่อีกตัวละครหนึ่งชีวิตหนึ่งไปยังอีกชีวิตหนึ่งชีวิตอันสามัญ ที่มีความรัก ที่ผิดหวังในความรักที่มีความฝัน ที่กำลังตามหาความฝันที่หมดความฝัน ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ค้นหาอะไรสักอย่าง ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ฯลฯเราล้วนธรรมดาสามัญ .. เราชอบกิมมิคที่ผู้เขียนทิ้งปมเล็กๆ เอาไว้ชอบความเกี่ยวข้องกันของตัวละครความเชื่อมโยง การส่งต่อความสัมพันธ์ความรู้สึก ความเจ็บปวด และการปลอบประโลมกันและกันในความโยงใยในสังคมเล็กๆ ความสัมพันธ์ และความผูกพันระหว่างมนุษย์มีผลต่อกันเสมอบ้างบั่นทอนกำลังใจ บ้างเสริมสร้างกำลังใจเราไม่รู้หรอก เว้นแต่ว่าเราจะละเอียดอ่อนเพิ่มขึ้นสักหน่อยระมัดระวังคำพูดและการกระทำบางอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจใครบางคน .. คนเราจะยอมมีชีวิตต่อไปก็เพื่อจุดมุ่งหมายอะไรสักอย่างแม้ว่าสิ่งนั่นคือการ “ตาย” ในรูปแบบที่ตนเองกำหนดมีชีวิตอยู่ต่อไป .. เพื่อที่จะค้นหาวิธีตายตามแบบที่ตนเองต้องการ? ความเหงาเข้าเกาะกุมหัวใจคนเมืองมากขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่ว่าเพิ่มปริมาณขึ้นทุกทีความสัมพันธ์อันฉาบฉวย ผิวเผิน ทำให้หัวใจผู้คนไม่สัมผัสถึงกันและกันเราต่างโดดเดี่ยว และต้องการใครสักคน .. ความคิดของคนเราทุกวันนี้มันซับซ้อนเกินไป แม้แต่กับตนเองชีวิตเพียงแค่ต้องการมีใครสักคนเมื่อมีใครสักคน ก็เริ่มต้องการให้เขาเข้าใจแต่เมื่อเขาเข้าใจ ก็หวาดระแวงไปว่า เขาไม่ได้เข้าใจหรอกเพียงแต่แสดงออกมาว่าเข้าใจแล้วสุดท้าย เราก็ไม่เคยพอใจอะไรเลย .. ทำไมต้องคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นชีวิตมันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก ..หรือนี่เรากำลังแกล้งทำความเข้าใจพวกเขาไปอีกคนแล้วสินะ? เราล้วนแต่มีเจ้าวาฬ 52Hz ซุกซ่อนอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งในหัวใจแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของเราหรอกมันยังมีบางแง่มุมที่เราสามารถเชื่อมต่อกันและกันรักกัน เข้าใจกัน ทำร้ายกัน หรือเยียวยากันละกันอยู่ในโลกกลมๆ ใบนี้อยู่ต่อไปนะ เพื่อค้นหา .. แม้มิใช่ไม่ใช่เพื่อค้นพบ  

เรื่อง พรหมลิขิตผู้แต่ง รอมแพงสำนักพิมพ์ happy banana(สนพ. ในเครือ สนพ.ฟิสิกส์เซ็นเตอร์)เลขมาตรฐานหนังสือ 9786163124159 รีวิวนี้ อาจจะมีสปอยล์นิดหน่อยนะเพราะคงจะเล่าเรื่องราวย่อๆ ด้วยแต่คงไม่ได้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญมากซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคนแหละโดยส่วนตัว เรามองว่า ความสนุกของเรื่องนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้มาก่อนหรือเปล่าแต่ถ้าใครถือสา ก็ข้ามรีวิวนี้ไปก่อนนะคะ พรหมลิขิต เป็นนิยายภาคต่อของ บุพเพสันนิวาสซึ่งเป็นภาคต่อที่ผิดคาดมากๆเพราะความสนุกไม่ได้ดร็อปลงไปเลยผู้เขียนเก่งมาก ทั้งๆ ที่น่าจะแบกรับความกดดันจากความสำเร็จในภาคแรกเอาไว้มากแต่ทำภาคสองออกมาได้อย่างเนียนไม่รู้สึกว่าโดนยัดเยียดอะไรเลยความตลกยังมีอยู่บ้าง อาจจะน้อยกว่าภาคแรกหน่อยซึ่งเข้าใจว่าเป็นเพราะโทนเรื่องต่างกันนิดหน่อยเพราะนางเอกจากเรื่องนี้ไม่ได้ใสซื่ออย่างเกศสุรางค์ในเล่มก่อน นางเอกในเล่มนี้ มีชื่อว่าพุดตานเป็นหญิงสาวจาก พ.ศ. 2569 ที่วาร์ปมาจากยุคไล่เลี่ยกันกับยุคของเกศสุรางค์นั่นเองโดยที่อ่านไปสักพัก เราก็พอจะเดากันได้น่ะแหละว่าพุดตาน ก็คือการะเกด ฝาแฝดข้ามภพของเกศสุรางค์นั่นเองในชาตินี้ เธอก็ได้เกิดเป็นญาติห่างๆ ของเกศสุรางค์โดยเกิดมาเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเล็กและเมื่อถึงวัยที่ถูกกำหนด ก็มีเหตุทำให้เธอวาร์ปข้ามภพมาพบกับพ่อริด หรือหมื่นมหาฤทธิ์ ลูกชายคนหนึ่งของเกศสุรางค์พอดิบพอดีฉากแรกพบยังคงความเป็นรอมแพงค่ะเธอจัดให้พระเอกถีบยอดอกนางเอกเข้าโครมใหญ่ .. อยากดูละครเลยทีเดียว ^^ ฉากของเรื่อง ยังคงเกิดขึ้นในภาคอดีตเกือบตลอดทั้งเรื่องโดยในครั้งนี้ เป็นปี พ.ศ. 2251 อันข้ามผ่านแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแผ่นดินของพระเพทราชา และแผ่นดินของพระเจ้าเสือ (ออกหลวงสรศักดิ์)(เสียดายที่ผู้เขียนข้ามช่วงของพระเพทราชา และพระเจ้าเสือมาเลย)มาสู่ช่วงต้นของรัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9) เนื่องจากประวัติศาสตร์ในรัชกาลนี้ บ้านเมืองสงบเรียบร้อยค่อนข้างดีไม่ได้มีอะไรเข้มข้น ตื่นเต้น เท่ากับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ (ในภาคแรก)เรื่องที่เล่าจึงไปให้ความสำคัญด้านประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้เน้นหนักไปที่เรืองราวทางประวัติศาสตร์เท่าบุพเพสันนิวาสถึงกระนั้น ผู้เขียนก็ยังสอดแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เอาไว้บ้าง ในส่วนของวิถีชีวิตโบราณนั้น .. เราจะได้เห็นเป็นรูปธรรมเลยเพราะนางเอกวาร์ปมาเป็นไพร่สามัญชนไม่ได้เป็นเจ้าขุนมูลนายเหมือนเกศสุรางค์พุดตานต้องใช้ชีวิตของไพร่คนหนึ่ง Read More →

เรื่อง ประวัติศาสตร์โลกฉบับไม่ง่วงThe Mental Floss History of the Worldนั่งรถไฟเหาะเลาะสายประวัติศาสตร์กว่า 10,000 ปีแห่งอารยธรรมมนุษย์ผู้แต่ง อีริค แสส, สตีฟ ไวแกนด์, วิล เพียร์สัน และแมนเกช ฮัตติคูเดอร์ผู้แปล สุวิชชา จันทรสำนักพิมพ์ abookเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272003 ประวัติศาสตร์โลกฉบับไม่ง่วง นั้น .. ง่วงอยู่นะ โดยเฉพาะตอนเริ่มอ่าน ยังจับใจความอะไรไม่ได้แถมพื้นฐานประวัติศาสตร์โลกที่เรามีอยู่ ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ผู้เขียนสรุปเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ทั้งโลกมาสรุปย่อลงให้เหลือเพียง 500 กว่าหน้า .. เนื้อหาจัดหนักจัดเต็มมากด้วยภาษากระชับไม่เวิ่นเว้อ เล่าเร็วๆ แต่ละเอียดครอบคลุมสำนวนภาษาเข้าใจง่าย อ่านง่ายพอสมควร (แต่เนื้อหาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง!) หนังสือเริ่มต้นด้วยการ สรุปย่นย่อโดยใช้ชื่อคนที่เราไม่รู้จักชื่อสถานที่ที่เราไม่รู้จัก ฯลฯ รวบรวมมาเรียงต่อกันอย่างกระชับผลที่ได้คือ ชื่ออะไรไม่รู้เต็มไปหมด อัดแน่นอยู่ตรงหน้าต้องตั้งสติอ่านดีๆ ไม่งั้นมันจะมึนๆ เบลอๆเป็นการเปิดเล่มที่ค้านกับชื่อเรื่องเป็นอันมาก สำนวนกระชับกระฉับกระเฉง อ่านมันส์ในช่วงคำนำสำนักพิมพ์มาถูกเบรกกึกก็ตอนเริ่มอ่านบทแรกๆ นี่เอง แม้ว่าแรกอ่าน เราอาจจะตกใจกับชื่อประหลาดๆ เต็มไปหมดแต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ (สักร้อยหน้า) เราจะเริ่มจับทางได้ว่าผู้เขียนเล่าเรื่องเดิมซ้ำในหลายแง่มุมบางครั้งเปลี่ยนบทแล้ว แต่ยังย้อนไปเล่าเรื่องของจักรวรรดิ หรืออารยธรรมเดิมทั้งนี้เพราะช่วงเวลาและเหตุการณ์ดังกล่าวคาบเกี่ยวกันการเล่าซ้ำๆ เอ่ยชื่อแปลกนั้นซ้ำๆ ก็เริ่มทำให้เราจำได้ Read More →