49 โกธ คดีตัดข้อมือ

เรื่อง โกธ : คดีตัดข้อมือ
ผู้แต่ง โอตสึ อิจิ
ผู้แปล นะนะโกะ
สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์
ราคา 225 บาท

จำได้ว่าช่วงที่กระแสโอตสึ อิจิ เริ่มโด่งดังมาจาก bliss
เราก็เพิ่งไปรู้มาว่าทางเนชั่นเองก็ได้ตีพิมพ์หนังสือของโอตสึอยู่เหมือนกัน
ตอนนั้นเท่าที่หาได้ ก็เรียกได้ว่าใกล้หมดสต็อคเต็มแก่
หลังจากนั้นไม่นาน โกธ คดีตัดข้อมือ เล่มนี้ ก็กลายเป็นแรร์ไอเทมไปโดยปริยาย
(ตอนนี้น่าจะมีพิมพ์ใหม่นะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน)

ตอนแรกที่ได้หนังสือเล่มนี้ (รวม zoo ด้วยอีกเล่ม) มา ก็ดีใจมาก
แต่ความดีใจ หยุดอยู่ตรงแค่ตอนก่อนอ่านค่ะ
พออ่านจบ กี๊ดซ์ .. ทำไมโอตสึเล่มนี้มัน dark ขนาดนี้ฮ้า!!
เป็นโอตสึอีกแบบที่ต่างกับสาย bliss โดยสิ้นเชิงเลยค่ะ
สาย bliss จะแค่หม่นๆ ออกแนวเศร้าๆ เหงาๆ แต่เนชั่นจัดหนักค่ะ นี่มันแนวฆาตกรโรคจิตเลยนะ!!
(ถึงดาร์กขนาดนี้ ก็ยังถูกนำไปทำภาพยนตร์ด้วยนะ)
เริ่มสงสัยแล้วสินะคะ ว่ามันดาร์กยังไง ป่ะ .. ไปดูกันดีกว่าค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเราจะเรียก โกธ คดีตัดข้อมือ ว่าเป็นรวมเรื่องสั้นแบบเล่มอื่นดี หรือเรียกว่าเป็นนิยายดี
เพราะตัวละครตลอดทั้งเล่มหนาๆ ในเรื่องนี้ มีตัวละครหลักเพียงสองคนค่ะ
ทั้งสองคนที่ว่านี้ คือเด็กนักเรียนชายหญิงวัยมัธยมคู่หนึ่งที่มีจิตไม่ปกติ
คลั่งไคล้ หลงใหลในเรื่องราวที่เป็นด้านมืด วิปริต จิตตก และหดหู่
ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละตอน

ปริศนาดำ คือตอนแรก
เมื่อโมริโนะ เก็บสมุดบันทึกของฆาตกรโรคจิตได้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง .. นั่นคือจุดเริ่มต้น

ตอนที่อยู่ในโรงเรียน ทั้งผมและมาริโนะต่างก็เป็นเหมือนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ
แต่มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ด้านมืดของกันและกัน
โมริโนะนำสมุดบันทึกเล่มนั้นมาให้ผมอ่าน
มันเป็นสมุดบันทึกที่บรรยายเหตุการณ์ฆาตกรรม
ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังได้ละเอียดกว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหน
สองในสามรายถูกค้นพบร่างแล้ว และเป็นข่าวที่ครึกโครมมาก .. แน่นอน ยังจับตัวฆาตกรไม่ได้
ส่วนรายที่สาม ทั้งผมและโมริโนะต่างไม่เคยได้ยินชื่อเธอมาก่อน “นานามิ มิซึงูจิ”

และแล้วในวันหยุดที่มาถึง เด็กทั้งสองคนจึงนัดกันเพื่อเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุในสมุดบันทึก
สถานที่ที่สุดท้าย สำหรับเหยื่อรายสุดท้ายที่ยังไม่มีใครรู้ว่ามี
เด็กๆ ติดตามลายแทงในสมุดไปอย่างสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ อย่างกับไปเที่ยวสวนสนุกธรรมดาๆ
และแล้ว พวกเขาก็ได้พบนานามิ มิซึงูจิคนนั้น .. แน่นอน ตายในสภาพวิปริตสุดๆ

โมริโนะเลือกที่จะเก็บเศษซากเสื้อผ้าและข้าวของต่างๆ ของนะนะมิ เหยื่อรายนี้ใส่กระเป๋าตัวเอง
หลังจากวันนั้น เธอก็เริ่มแต่งตัวเลียนแบบนะนะมิ แถมยังใช้ข้าวของของเธอหน้าตาเฉย
(โรคจิตเข้าขั้นจริงๆ)

ในที่สุด โมริโนะก็หายไปจริงๆ
ก่อนจะหายไป เธอได้ส่งข้อความถึงผมเพียงสั้นๆ ว่า “ช่วยด้วย”
สมุดบันทึกที่เหลืออยู่เท่านั้น คือเบาะแส

เด็กคนหนึ่งแต่งตัวเลียนแบบเหยื่อล่อฆาตกร เด็กอีกคนหนึ่งออกตามหาตัวฆาตกร
เปล่านะ ไม่ได้อยากจะช่วยเหลือเพื่อนแต่ประการใด
เขาแค่อยากเห็นฉากฆาตกรรมด้วยตาตัวเองเท่านั้น
เอาเข้าไปสิ!! -*-

และไม่ต้องเดา สรุปว่าเธอรอดค่ะ เพราะยังมีบทบาทในตอนต่อไป .. ตัดข้อมือ
เนื้อหาในตอนนี้ ย้อนไปเล่าเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะรู้จักกับโมริโนะอีกที
ตอนนั้น โมริโนะเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ
และในช่วงเดียวกันนั้น เรื่องราวของคดีตัดข้อมือก็กำลังครึกโครม

ไม่รู้ว่าจะเรียกนักเรียนหญิงชายคู่นี้ว่าเป็นคู่พระเอกนางเอกได้หรือเปล่า
แต่ถ้าได้ ก็อยากจะบอกว่าในตอน “โกธฯ” นี้ เป็นฉากการเริ่มความสัมพันธ์ ..
ของพระนางในแบบที่พิสดารที่สุดในโลกจริงๆ
จะมีพระเอกคนไหนในโลกที่คิดวางแผนจะฆ่านางเอกบ้างฟระ!!

ตอนที่โอตสึเล่าถึงการตัดข้อมือในตอนนี้
ก็ชวนแหวะไม่แพ้ตอนที่อธิบายศพที่ถูกฆาตกรรมในตอนแรกเลย
ถ้าไม่คิดจะรีวิว จะไม่หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านอีกเป็นรอบที่สองนะนี่ -*-

เรื่องที่สามในเล่มนี้มีชื่อตอนว่า “หมา

ในตอนนี้ ก็ยังเปิดเรื่องด้วยความวิปริตของตัวละครประจำตอนอีกเช่นเคย
แปลกดีจริงๆ ที่โอตสึช่างรวบรวมความวิปริตผิดจากเล่มอื่น เอาไว้ในเล่มนี้เล่มเดียวได้
อ่านไปเรื่อยๆ ก็ชักจะหลอนว่า ประเทศญี่ปุ่นนี่มันเต็มไปด้วยพวกโรคจิตหรือยังไงกันนะ
ถ้าเราอ่านเล่มนี้ของโอตสึเป็นเรื่องแรก มีหวังคงไม่มีทางแตะผลงานอื่นๆ ของเขาเป็นแน่
โชคดีจริงๆ ที่มันไม่เป็นอย่างนั้น

เรื่องของหมา เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงโรคจิตกับหมาของเธอ
ที่ร่วมมือกันฆ่าหมาตัวอื่นราวกับเป็นพิธีกรรม

เป็นพิธีกรรมสุดดาร์ก และผะอืดผะอม
อ่านไปก็เริ่มถามตัวเองไปว่า .. นี่เราจะทนอ่านเรื่องแบบนี้ไปทำไมฟระ -*-

เรื่องที่คนร้ายในตอนนี้ทำกับเหยื่อ เป็นอีกความดาร์กที่โอตสึ อิจิจัดให้
โอตสึใช้ความดาร์ก ความจิตตก หดหู่ของเรา หลอกล่อให้เราหลงทาง
จมจ่อมอยู่ในหลุมที่เขาขุด แล้วจู่ๆ ไอ้ความวิปริตที่เล่ามาตลอด ก็มีเหตุผลเฉยเลย
โอตสึหักมุม ทำเราสะดุดหกล้มหน้าคะมำไปอีกหนึ่งยกค่ะ -*-

เรื่องนี้ตอนอ่านเกลียดมาก อ่านจบแล้วทึ่งกับตอนจบ พลิกมาชอบหน่อยนึง

เรื่องต่อมา แฝด เป็นเรื่องของโมริโนะบ้างแล้วค่ะ
ในเช้าวันหนึ่งที่โมริโนปรากฏกายขึ้นในห้องเรียน
ทั้งห้องก็เงียบกริบราวกับสัมผัสได้ถึงความเคร่งเครียดบางอย่างจากตัวเธอ
โดยปกติแล้ว โมริโนะก็ไม่เคยคุยกับเพื่อนในห้องหรอก
เพียงแต่วันนี้รัศมีบางอย่างจากตัวเธอมันรุนแรงกว่านั้น
อันที่จริงแล้ว คืนก่อนนั้น โมริโนะนอนไม่หลับ
สิ่งที่เธอทำเวลาที่นอนไม่หลับก็คือ หาเชือกสักเส้นมาพันรอบคอ
แล้วหลับตาจินตนาการว่าตัวเองเป็นศพที่ถูกรัดคอตาย
มันจะทำให้เธอผ่อนคลาย และหลับได้ในที่สุด -*-

อันที่จริงแล้ว สาเหตุที่ทำให้เธอสบายใจเวลามีเชือกพันรอบคอนั้นมีความหลัง
เป็นความหลังเกี่ยวกับฝาแฝดของเธอ ..
และเธอก็เริ่มเล่ามันออกมาในระหว่างที่เราไปซื้อเชือกด้วยกันนั่นเอง

โอตสึช่างสรรหาพล็อตจริงๆ รวบรวมนานาความโรคจิตเอาไว้อย่างกับเป็นสารานุกรมเฉพาะทาง
โมริโนะ โยหรุ กับโมริโนะ ยู เป็นฝาแฝดที่ลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกอย่าง
แต่ยูจะร่าเริงและมีชีวิตชีวามากกว่าโยหรุ
สิ่งหนึ่งที่สองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้นิยมเล่นในตอนเด็กๆ คือ เล่นแกล้งตาย -*-
ทั้งคู่จะสรรหาวิธีแกล้งตายแบบแปลกๆ มาหลอกพวกผู้ใหญ่
แน่นอน ว่าคนต้นคิดในเกมนี้มักจะเป็นโยหรุเสมอๆ

เรื่องนี้ ถ้าอ่านโดยแกล้งทำเป็นลืมๆ เนื้อหาส่วนดาร์กไปนะ
เราก็ว่ามันเป็นเรื่องสั้นที่สนุกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน
โอตสึเล่าได้กระชับ น่าติดตาม และค้นหาตอนจบที่กระจ่าง ..
ตอนจบของโอตสึ เป็นเสน่ห์ที่คนอ่านเฝ้ารอคอยจริงๆ
และสำหรับตอนนี้ .. ตอนจบของมันสุดยอดมากค่ะ

ดิน เรื่องสั้นเรื่องต่อมา ..
ในตอนนี้ โมริโนะยัคงเป็นเหยื่อล่อฆาตกรโรคจิตชั้นดีอีกเช่นเคย
หนนี้ คนร้ายเป็นคนปกติที่มีปีศาจแห่งความเลวร้ายสิงอยู่ในใจ
หรืออันที่จริงแล้วคนเราทุกคนมีปีศาจร้ายเช่นนี้ ขึ้นอยู่กับว่า ..
ใครจะเลี้ยงปีศาจของตัวเองให้เชื่องได้มากกว่ากัน

ซะเอคิ ชายหนุ่มบ้านใกล้เรือนเคียงผู้รักการเพาะปลูก คือคนร้ายรายใหม่
โมริโนะ เป็นเหยื่อรายที่สองของเขา
พฤติกรรมโรคจิตที่ว่า คือการจับคนใส่โลง ตอกตะปูและฝังดิน ..
อืม .. ปลูกคนใช่ไหม? รดน้ำด้วยนะ จะได้งามๆ -*-

และแล้ว ตอนจบของตอนนี้ก็หักมุมอีกแล้ว .. เล่มนี้หักมุมทุกเรื่องมั๊ยนี่
(แต่ก็สนุกดีนะ)
อ่านมาสักพัก ก็อดคิดถึงฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน ไม่ได้
ตอนนั้นเคยคิดว่า ตัวละครเด็กที่ชื่อเคนคนนั้น จะโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหนกันนะ
ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว เด็กคนนั้น คงโตขึ้นมามีบุคลิกเหมือน “ผม” ในเรื่องนี้นี่แหละ
(หมายถึง “ผม” คนที่เป็นเด็กนักเรียนมอปลาย ที่มีบทบาทมาตลอดทั้งเล่มนะ)

เรื่องสุดท้ายของเล่ม เป็นตอนที่ยาวที่สุด แต่มีชื่อตอนสั้นว่า “เสียง

คำว่า “ผม” และ “ฉัน” ที่โอตสึ อิจิใช้ในการเล่าเรื่องแทนตัวละครนั้น
เป็นเครื่องมือชั้นดีทีเดียวที่เขาจะใช้ในการหลอกล่อพวกเราเหล่าคนอ่าน
เรื่องนี้ก็เช่นกัน โอตสึ สร้างภาพตัวคนร้ายเอาไว้ในหัวเรา ชักจูงให้เราคาดเดา
แล้วก็เปรี้ยง .. หักมุม เฉลยความจริง

เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้อง ที่พี่สาวเพิ่งถูกฆ่า
พี่สาวน้องสาวที่เคยสนิทกันดีในตอนเด็กๆ
แต่ความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเมื่อต่างฝ่ายต่างเติบโตขึ้น
ก่อนที่จะได้ปรับความสัมพันธ์กัน พี่สาวก็จบชีวิตลงเสียก่อน
แต่ก่อนตาย ฆาตกรผู้ใจดีได้ให้โอกาสนั้นแก่เธอ โอกาสที่จะได้พูดครั้งสุดท้าย

ตอนนี้สนุกดีค่ะ คงธีมเดียวกันได้ทั้งเล่ม ไม่มีตอนไหนหลุดธีมหลอนได้เลยจริงๆ
จบเล่มนี้เป็นรอบที่สอง คิดในใจว่าถ้าไม่จำเป็น คงไม่หยิบมาอ่านอีกแน่ๆ ค่ะ
แต่ก็ไม่เคยคิดจะขายทิ้งเหมือนกันนะ ..
คงคล้ายๆ กับด้านมืดของคนเรา
มีไว้ เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ไม่แสดงออกมา แต่ก็ไม่ทิ้งมันไป ..
ขอเก็บ goth เอาไว้เป็นด้านมืดของชั้นหนังสือในบ้านเราค่ะ

 

Comments are closed.

Post Navigation