อ่านแล้วเล่า

เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว

เรื่อง เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว
ผู้แต่ง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
สำนักพิมพ์ เจ้าพระยา
เลขมาตรฐานหนังสือ 9748350088

การอ่านกลอน ถ้าจะให้อินควรจะถ่องแท้ถึงสถานการณ์ที่ผู้เขียนต้องการกล่าวถึงด้วย
ถ้าเกิดทันและอยู่ในยุคสมัย ก็สามารถเข้าถึง อิ่มเอม ได้ไม่ยาก
แต่เมื่องานนั้นกลายเป็นวรรณกรรมคลาสสิค
เราก็คงต้องขวนขวายหาอดีตมาควบคู่กับบันทึกประวัติศาสตร์เล่มนี้
เพลงขลุ่ยฯ โชคดี ที่บทความเกริ่นนำแต่ต้นเล่ม
ช่วยน้อมนำผู้อ่านเข้าสู่เหตุการณ์ในกลอนในเล่ม

เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว เป็นรวมร้อยกรองที่มีครบทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
ไม่ได้มีเพียงสัมผัสนอกสัมผัสในให้ไพเราะชื่นใจ
ผู้ประพันธ์ยังเล่นคำเสียงคล้าย เสียงเหมือนเต็มไปหมด
อ่านเพลินมาก
เนื้อหาภาจในเล่ม เชิดชูความเป็นไทยอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นบทโคลงแรก
ร้อยกรองบทแรกๆ เป็นบทบูชาครู กราบพระรัตนตรัย และพระมหากษัตริย์
ตามธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ
ต่อจากนั้นเป็นบทที่ว่าด้วยธรรมชาติ
ความงดงามแห่งท้องทุ่งไทยครั้งยังอุดมสมบูรณ์
พูดถึงชีวิตเรียบง่ายของชาวไร่ชาวนา
แต่แล้วก็ยังสอดแทรกความคับแค้น
ความยากลำบากของคนทำอาชีพเกษตร
ความทุกข์ของชนชั้นแรงงาน
ความแตกต่างระหว่างชนชั้น
ความอยุติธรรม ความไม่เท่าเทียม
ความรุนแรงของสงครามกลางเมือง
ความขัดแย้ง การต่อสู้ ระหว่างรัฐบาล ทหาร ประชาชน

บทที่ฉันทลักษณ์งดงาม เต็มยศ เนาวรัตน์ก็ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มขั้น
แต่บทที่เล่าถึงความขัดสนคับแค้น
ก็ใช้ภาษาได้ชัดเจน ถึงใจ
เพียงแต่ฉันทลักษณ์ (ในบทนั้นๆ)
อาจไม่สละสลวย กระทบใจเท่าใบไม้ที่หายไปของคุณจีระนันท์

วันฆ่านกพิราบนี่ที่สุด อ่านแล้วจุก ภาพชัดเจนเกิดขึ้นในหัว

ในเพลงขลุ่ยผิวข้าว มีบางบทตอนที่คุณเนาวรัตน์เขียนเป็นกลอนเปล่า
แต่เป็นกลอนเปล่าที่ภาษาสวยกว่า ‘ไม่มีหญิงสาวในบทกวี’ เยอะเลย

เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว ไม่ใช่เล่มที่ได้รางวัลซีไรต์ของคุณเนาวรัตน์ค่ะ
แต่อ่านเล่มนี้จบ ชักอยากจะไปหา เพียงความเคลื่อนไหว มาลองอ่านบ้างซะแล้ว
อ่านเมื่อไร จะเอามาเล่าให้ฟังค่ะ ^^

Comments are closed.