เรื่อง เป็นประกาย
ผู้แต่ง เอคุนิ คาโอริ
ผู้แปล น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ
สำนักพิมพ์ JBOOK
(สำนักพิมพ์ในเครือ bliss)
เลขมาตรฐานหนังสือ 9789749899090

หยิบเซ็ตของนักเขียนสาวคนนี้มาอ่านค่ะ ซื้อมาสะสมทีละเล่ม
รู้ตัวอีกที ก็มีหนังสือของเธออยู่หลายเล่ม ทั้งที่ไม่เคยอ่านเลย
น่าจะได้เวลาสะสางแล้วค่ะ จะลองอ่านดูด้วย ว่าสมคำร่ำลือมั๊ย
เริ่มต้นเล่มแรกที่ เป็นประกาย เล่มนี้ค่ะ

เป็นประกาย เล่าถึงความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดระหว่างคู่สามีภรรยาหมาดๆ
ที่สามีเป็นเกย์ ภรรยาเป็นโรคซึมเศร้า และแฟนของสามีที่เด็กกว่าหลายปี
เป็นความสัมพันธ์อันลงตัวที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับการมีอยู่ของกันและกัน

มุทสึกิ คือผู้ชายที่อยู่ตรงกลางระหว่างภรรยา และคู่รักที่เป็นเกย์
เขามีความเอื้ออาทร มีความนุ่มนวล อบอุ่น มีจิตใจดี
โชโกะ ภรรยาผู้เป็นโรคซึมเศร้า
แม้จะเป็นคู่ที่ต่างฝ่ายต่างก็มีปมในใจ
เป็นคู่ที่อยู่ด้วยยาก
แต่ทั้งสองคนต่างก็มีความห่วงใยให้กันและกัน
ระหว่างมุทสึกิกับโชโกะนั้น
เขาและเธอเป็นคู่รักที่ไม่ได้รักกันแบบคู่รัก แต่มีความรักนั้นอยู่แน่ๆ
ส่วน ค่ง คู่รักของมุทสึกิ เป็นชายหนุ่มที่เข้ากับคนง่าย
โชโกะก็ชอบเขาเช่นกัน
เมื่อทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่เติมเต็ม ลงตัว

ผู้เขียนบรรยายชีวิตคู่สุดประหลาดนี้แบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ ..
แต่สนุกจัง
คนทั้งสามคนมีความถ้อยทีถ้อยอาศัย อาทรต่อกัน
คนอ่านรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ละมุนละไม

เรื่องนี้มีจุดเด่นอยู่ที่เรื่องของความสัมพันธ์ของมนุษย์
ไม่เฉพาะแต่ตัวละครสามคนที่บอก
แต่มีเพื่อน เพื่อนร่วมงาน พ่อและแม่ของทั้งโชโกะและมุทสึกิ

แม้มันจะเริ่มต้นด้วยความราบรื่น เข้าอกเข้าใจ
แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป เราจึงได้เห็นว่า
มันก็ไม่ง่ายหรอกนะ สำหรับการมีชีวิตอยู่แบบนี้
จริงอยู่ว่าบางช่วง ตัวละครทำให้มันสับสนยุ่งเหยิงไปเอง
ขึ้นกับปมและสภาวะในจิตใจของตัวละครด้วย
และก็ขึ้นกับวัฒนธรรมครอบครัวของญี่ปุ่นด้วย
(ซึ่งจริงๆ ก็ใกล้เคียงกันคนไทยน่ะแหละนะ กรณีนี้)

แม้ในตอนแรก ทั้งสามคนจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องปกติ
แต่เรื่องแบบนี้ก็ยากที่จะเป็นปกติ
และยิ่งสำหรับโชโกะ หญิงสาวที่เป็นโรคซึมเศร้า มันยิ่งไม่ปกติ
เพียงแค่มีความคาดหวังจากคนรอบตัว
ชีวิตแต่งงานที่แสนผาสุก
ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปจากภาพที่เราเห็นตอนเปิดเรื่อง
พวกเขาทั้งสามคนจะต้องค่อยๆ ปรับตัวให้เข้าสู่สมดุลใหม่

โดยรวม มันก็เป็นเรื่องที่ละมุนๆ ดีนะ
แต่เราคาดหวังมากกว่านั้นไง
พออ่านจบเลยรู้สึกว่ามันธรรมดาไปหน่อย ไม่เห็นจะ ‘เป็นประกาย’ ตรงไหน
แต่ก็ชอบพอประมาณนะคะ เล่มนี้
ทิ้งระยะเอาไว้สักพักค่อยหยิบมาอ่านใหม่ เราน่าจะชอบได้มากกว่านี้ ^^

Comments are closed.

Post Navigation