10-3 อมตะ

เรื่อง อมตะ
ผู้แต่ง แก้วเก้า
สำนักพิมพ์ ทรีบีส์
(สนพ. ในเครือ สนพ.อักษรโสภณ)
ราคา 360 บาท

อมตะ เปิดเรื่องที่กลางทะเล ด้วยฉากเรือปริศนา และการฆ่าตัวตายของนางเอก!!

(ซึ่งแน่นอนว่าไม่สำเร็จ เพราะได้รับการช่วยเหลือจากชายลึกลับคนหนึ่ง)

จากนั้น เรื่องก็ดำเนินไปวิธีด้วยการหลอกล่อให้คนอ่านอยากรู้
ว่าสาเหตุหนักหนาอันใดกันแน่ ที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง

10-4 อมตะ

ครอบครัวของณดา หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือพ่อกับแม่ของณดา
เริ่มต้นขึ้นจากความแตกต่างทางสังคมของคนสองคนที่หล่อหลอมเป็นครอบครัว
พ่อของเธอเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย รักความสะอาด รักความสวยงาม
รักความสบาย และไม่สามารถจะรับผิดชอบครอบครัวได้
ในขณะที่แม่ของเธอกลับเป็นกำลังสำคัญทางด้านการเงินแทน
ด้วยอาชีพที่ญาติฝ่ายพ่อดูถูกว่าเป็นนักร้องตามห้องอาหาร เป็นคนกลางคืน
แต่ถึงกระนั้น เธอก็มีวัยเด็กที่แสนสุข มีครอบครัวที่อบอุ่น และเป็นที่รักของพ่อและแม่
ครอบครัวที่อบอุ่นบนความเปราะบาง

การเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 11 ขวบ
ความเปราะบางของครอบครัวอันแสนอบอุ่นเริ่มถูกเคาะให้มีรอยร้าว

รอยร้าวภายในครอบครัวของณดา ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ
อย่างที่ไม่น่าเชื่อว่า ในชีวิตจริงของคนคนนึง
ใครมันจะใจเย็นวางแผนข้ามปี และหลายปีเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
แต่ถึงกระนั้น คนคนนั้นก็ทำ และอดทนรออย่างใจเย็น

10-5 อมตะ

แม้จะรู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับนางเอก จะต้องเป็นสิ่งที่เลวร้าย
เลวร้ายมากๆ จนทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย
แต่ตอนที่ยังไม่รู้สาเหตุที่มาที่ไป ก็ช่างเป็นการอ่านที่ทรมานสุดทน
ไม่รู้ว่าคนเขียนจะใจร้ายกับนางเอกและครอบครัวของเธอไปขนาดไหน (อินขนาดหนัก 555)

ความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่ของณดา ก็เหมือนกับเกมดึงบล็อกไม้
ที่ยิ่งเล่น ยิ่งดึงชิ้นไม้ออกไป ส่วนฐานก็จะยิ่งเป็นโพรงมากขึ้น
ยิ่งคนดึงไม้วางกับดักให้ฐานเสียสมดุลมากเท่าไร บล็อกไม้ก็พร้อมจะล้มลงทุกเมื่อ
รอเพียงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามดึงชิ้นไม้ชิ้นสุดท้ายออก คอนโดไม้นั้นก็คงล้มครืน

ยามที่คนในครอบครัวมีปัญหาหนักอก
ต่างคนต่างหมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเอง
สิ่งสำคัญภายในบ้านที่ถูกลืมก็คือลูกนั่นเอง .. ช่างเป็นแผนการที่แยบยล ..

งานนี้คงต้องยกประโยชน์ให้ตัวเลวที่แกล้งทำเป็นคนดีได้แนบเนียน
หลอกได้ตั้งแต่พ่อ แม่ จนกระทั่งลูกสาวเลยทีเดียวเชียว
แถมด้วยรอยร้าวที่ลงมือเคาะเอาไว้ตั้งแต่แรก ก็ทำให้คนในครอบครัวพูดคุยกันได้ไม่สนิทใจ
ไม่มีใครสามารถเตือนใคร (ด้วยสติ) ได้เลย

ชีวิตของณดาหรือหนูนาผ่านมรสุมครึ่งแรกมาแล้วอย่างหนักหนาสาหัส
แต่เธอก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ฉลาดหรือเก่งแบบที่ควรเป็นคุณสมบัติของนางเอกไทย
ทำให้เราหงุดหงิดเมื่ออ่านถึงตอนที่เธอเรียนจบใหม่ๆ ว่า
เรียนจบมาทำไมไม่หางาน ปล่อยให้ว่างเป็นเดือนๆ
ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีอะไรให้ยืดเป็นหลักแหล่งที่มั่นคงได้เลย

ถ้าจะบอกว่าหนูนายังเด็ก ขาดประสบการณ์ชีวิตในการดูคน
แต่คนเรามันควรจะมีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเองบ้าง

ครอบครัวคือฐานอันมั่นคงของชีวิตมนุษย์
เมื่อฐานสั่นคลอน ชีวิตของคนในครอบครัวก็พร้อมจะพังทลายได้ไม่ยากเย็น
ชีวิตของหนูนาถูกร้อยเอาไว้ด้วยโซ่ของการตัดสินใจผิด
ของคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง การตัดสินใจผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่ละครั้งที่ร้อยเรียงต่อกันไปเรื่อยๆ
ทำให้ชีวิตคนคนนึงพังทลายลง

10 อมตะ

นิยายเรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยความสงสัย ใส่ความหนักหน่วงของเนื้อหาเข้ามาตั้งแต่ต้นเรื่อง
ดังนั้น พอเรื่องดำเนินมาถึงตอนกลางและตอนปลาย
แม้เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เครียดจนถึงกับต้องกลั้นใจอ่านแบบช่วงแรกๆ

เมื่อเรื่องราวนำพาชีวิตนางเอกจากวัยเด็กมาเป็นวัยรุ่น และกลายเป็นวัยสาวในที่สุดนั้น
ณดามีพัฒนาการทางความคิดให้เห็น เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคน
จากเด็กที่ไม่ค่อยมีความคิดคนหนึ่ง เมื่อผ่านเรื่องราวร้ายๆ มามาก
เธอกลายเป็นคนสุขุม โตกว่าอายุ รู้จักคิด และเข้าใจโลกมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุด ถ้าหนังสือเล่มนี้จะถูกนำมาทำเป็นละครก็คือนางเอกนั่นเอง
เพราะผู้เขียนบรรยายนางเอกเอาไว้ว่าสวยมากๆ
ไม่ว่าจะมีคำบรรยายถึงนางเอกทีไร หรือใครพูดถึง นึกถึงนางเอกทีไร
ก็จะต้องมีคำว่าสวยสะอาด บอบบาง น่าทนุถนอม อย่างนั้นอย่างนี้ทุกทีไป
(แม้ความสวยจะเป็นภัยต่อเธอตลอดทั้งเรื่องก็เหอะ)
อดอยากเห็นไม่ได้ว่า สวยขนาดนี้
จะคัดนางเอกเมืองไทยคนไหนมาสวยได้เท่านางเอกที่ผู้เขียนบรรยายบ้าง

อีกหนึ่งปมสงสัยที่คนอ่านจะต้องแกะปมก็คือ ชายลึกลับผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือณดานั้นเป็นใครกันแน่
คำใบ้ (ดอก) แรก …

การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ดี … ดีเมื่อถึงเวลาควรดำรงชีวิต และดีเมื่อถึงเวลาควรละวางจากชีวิต
เมื่อใดผิดแปลกไปจากนี้ สิ่งนั้นคือความทรมานแสนสาหัส

จริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไรนักหนาหรอก ชื่อเรื่องก็บอกอยู่โต้งๆ แล้ว
แต่ที่อยากรู้คือทำไม และอย่างไรมากกว่า

นิยายของแก้วเก้าหลายเรื่อง มักมีจุดเด่นในด้านที่นำเอาตำนานโบราณ
หรือวรรณคดีไทยมาเป็นแรงบันดาลในการสร้างตัวละคร
ตัวละครในหลายเรื่อง หลายตัวละคร มักมีตัวตนจริงๆ อยู่ในบันทึก หรือเรื่องเล่าโบราณ
ความลึกลับของญามิน พระเอกในเรื่องนี้ก็มีชีวิตอมตะมานับพันปี (น่าจะ) นับตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล
ความรู้และรายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้ ทำให้ “อมตะ” เล่มนี้สมจริง
ชวนเชื่อ และมีเสน่ห์ดึงดูดมากขึ้นไปอีก

แก้วเก้าได้สร้างฉากสงครามที่เหล่าทหาร พลเมือง
และคนที่เขารักได้ล้มตายลงทีละคนได้ลึกซึ้ง เห็นภาพ และเข้าใจความรู้สึก
จนสุดท้าย เหลือเพียงชายผู้เป็นอมตะ ที่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย
เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนชีวิตไปตามกาลเวลา
ยกเว้นสิ่งเดียวคือตัวเขา ผู้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้าสู่ความชรา
และจบลงที่ความตายได้อย่างคนอื่น
ความอมตะที่ใครๆ ต่างปรารถนา ได้กลายเป็นความทุกข์ทรมาน
เป็นคำสาปให้กับชีวิตอย่างที่ไม่มีทางหนีพ้น
เว้นแต่เพียง .. ได้รับการให้อภัยจาก “นาง”

อันที่จริง แก้วเก้า เขียนอมตะก่อนที่กิ่งฉัตรจะเขียนสาปพระเพ็งอยู่หลายปี
และทั้งสองเรื่องจะไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องกันเลย ถ้าเราจะไม่ได้เพิ่งอ่านสาปพระเพ็งจบไปได้ไม่นาน

อ่านอมตะแล้วอดคิดถึงสาปพระเพ็งไม่ได้
เพราะว่าพระเอกจากทั้งสองเรื่อง ล้วนเป็นพวกมีกรรมในอดีตให้ต้องปลดเปลื้องเหมือนกัน
เป็นพวกต้องคำสาปเหมือนๆ กัน
แต่นอกจากนั้น พล็อตนิยายทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องราวคนละเรื่อง
คนละประเพณี คนละชุดตัวละคร ไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องกันเลย
และทั้งอมตะ และสาปพระเพ็งก็สนุกทั้งคู่
(แอบเอนเอียงชอบอมตะมากกว่านิดนึง ด้วยสำนวนภาษา และพล็อตปัจจุบัน
ที่แม้ไม่ซ่อนเงื่อน แต่ก็สอดสลับเกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน แต่ลงตัว)

ประโยคหนึ่งที่อ่านเจอในเรื่องนี้แล้วเราชอบ
ความรักกับความเกลียดมันมีเส้นคั่นจากกันบางนิดเดียว
มันเป็นประโยคที่แปลก ชวนให้ตั้งคำถาม และสะดุดความรู้สึกในครั้งแรกที่อ่าน
แล้วก็เห็นเป็นจริงตามนั้น เมื่อเปรียบกันเนื้อเรื่อง

แม้ว่านิยายเรื่องนี้จะไม่ใช่นิยายชาติภพ ระลึกชาติ
แต่เมื่อมีคนหนึ่งซึ่งมีอายุข้ามผ่านเวลามานับพันปี
ก็ย่อมจะมีคนอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกันในชาติก่อนกลับชาติมาเกิดเพื่อพบกันอีกครั้ง
เราชอบความคิดที่ว่า เมื่อคนเราตายลง ก็ดับขันธ์ทั้ง 5 ลง ดับอัตตาลง
เมื่อเกิดใหม่ ก็ย่อมมีร่างกายใหม่ เพศใหม่ คนใหม่ อัตตาใหม่
แต่สิ่งหนึ่งที่โยงใยเกี่ยวพันคนคนนั้นไว้ก็คือกรรม
กรรมอันจะบ่งบอกว่าคนในชาติก่อนและคนในชาตินี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันมา
เป็นความคิดที่แหวกแนวไปจากนิยายเรื่องอื่นๆ
ที่ยึดกันว่าตัวเอกในชาติใหม่ มักจะมีหน้าตาคล้ายตัวเองในชาติก่อน อะไรประมาณนัั้น

ตัวละครที่สำคัญของเรื่องอีก 2 ตัวก็คือ ภิรมย์นภา กับรัชนี
สำหรับตัวละครตัวแรก ภิรมย์นภา เป็นตัวที่เราชอบที่สุดในเรื่อง
ทั้งๆ ที่ตอนอ่านทีแรกเราไม่คิดเลยว่าจะชอบตัวละครตัวนี้ได้
ตัวละครตัวนี้ร้ายกับนางเอก แม่นางเอกก็จริง แต่ที่จริงแล้ว เธอร้ายกับทุกคนในเรื่องเลยต่างหาก (ฮา)
ถ้าให้จริงกว่านั้น เธอไม่ได้ร้าย แต่เธอเป็นนักธุรกิจที่คิดอย่างนักธุรกิจ มองอย่างนักธุรกิจต่างหาก
เป็นนักธุรกิจมือฉกาจที่สามารถจะทำสิ่งที่ยากเย็นให้เป็นไปตามที่เธอต้องการได้อย่างง่ายดาย

บุคคลิกต่างๆ ของตัวละครแต่ละตัวในนิยายเรื่องนี้
ก็เป็นความหลากหลายที่ทำให้เนื้อเรื่องสนุก สมจริงอีกอย่าง
บุคลิกของตัวละครมีที่มาที่ไป
มีสาเหตุ สมเหตุสมผล แม้แต่ตัวละครที่มีส่วนประกอบเพียงเล็กน้อยในเรื่อง
แก้วเก้าก็ให้ความสำคัญ อธิบายลักษณะเอาไว้อย่างชัดเจน
เป็นความทึ่งว่า มีคนนิสัยแบบนี้คิดแบบนี้อยู่ในโลกจริงๆ ด้วย
เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครหยิบมาใส่ในนิยาย

ตัวละครตัวนี้ที่เราเล่าถึงตัวนี้ก็คือ “ชบา”
ชบาเป็นตัวละครที่เราชอบ
ชอบในที่นี้ไม่ได้ความว่าชอบนิสัย หรือชอบแบบที่ชอบตัวละครตัวอื่นๆ
แต่ชอบที่ผู้เขียนใส่ตัวละครตัวนี้เข้ามาในเรื่อง
ทำให้คนอ่านได้ฉุกคิด ได้เปรียบเทียบการกระทำของตัวละครตัวนี้กับคนที่เรารู้จักในโลกความจริง
ได้เห็นถึงการกระทำที่ตัวละครทำต่อนางเอกและคนอื่นๆ
และได้เห็นการตอบกลับของนางเอก และคุณรัชนีที่มีต่อชบา
คนบางคน ทำไม่ดีกับเรา ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำไม่ดีตอบเขา
คนเราควรมีวิธีคิดอย่างอื่นบ้าง นอกจากตาต่อตา ฟันต่อฟันแบบในนิยายไทยทั่วไป
นี่คือเหตุผลที่เราชอบ “ชบา”

อ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ คงเห็นได้ว่าเรารีวิวอมตะเอาไว้ยาวมาก (ยาวไปไหน)
เป็นการบอกโดยอ้อมๆ ว่ามันมีรายละเอียดมากๆ และสนุกมากๆ นั่นเอง
อมตะ นับเป็นนิยายที่เราชอบติดอันดับ top … top อะไรดี … เอาเป็น top 100 ไปก่อนละกัน
เอาไว้ว่างๆ จะมารีวิว 100 อันดับนิยายไทยในดวงใจกันดีกว่า .. น่าจะดีเนอะ ^^

10-2 อมตะ

คนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วก็ผ่านไป
เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วก็ผ่านไป
สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แม้ว่ามันจะแย่ที่สุด ทุกข์ที่สุดในชีวิต
แต่ในวันหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะกลายเป็นแค่เรื่องนึงที่ผ่านเข้ามา
แล้วก็ผ่านไป … เท่านั้น

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว สาปพระเพ็ง

Comments are closed.

Post Navigation