14-2 อตีตา

เรื่อง อตีตา
ผู้แต่ง ทมยันตี
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
ราคา 400 บาท (2 เล่มจบ)

หลังจากที่ทวิภพสร้างกระแสนิยายข้ามภพชาติโดยให้นางเอกข้ามภพไปในยุคอดีตนั้น
ทำให้มีนิยายแนวนี้ตามกระแสมาอีกหลายต่อหลายเรื่อง
ในเวลาต่อมา .. ทมยันตี นักเขียนผู้ให้กำเนิดทวิภพ
ก็ได้สร้าง “อตีตา” นิยายข้ามภพขึ้นมาอีกครั้ง
แต่หนนี้กลับตาลปัตรเหตุการณ์ ให้ “เมืองใจ” นักรบโบราณ
กลายเป็นฝ่ายทะลุมิติมายังโลกปัจจุบันบ้าง
(และก็มีนิยายและละครแนวนี้ตามมาอีกหลายเรื่องเช่นกัน)
ทมยันตีเป็นผู้นำตามเคย!

อตีตา เป็นนิยายแนวย้อนยุคที่อ่านง่ายเรื่องหนึ่งของทมยันตี
(แปลว่านิยายส่วนมากของท่านผู้นี้อ่านยาก ;P)
แม้สำนวนจะอิงประวัติศาสตร์และภาษาโบราณบ้าง
แต่ก็พอกล้อมแกล้มเข้าใจได้ไม่ยากไปกว่าการดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ เมืองไทย

หนนี้ การทะลุมิติของ “เมืองใจ” เป็นการเดินทางข้ามเวลามาแบบง่ายๆ ดื้อๆ
ไม่ต้องมีกระจก สายน้ำ เตียงนอน ไทม์แมชชีน ฯลฯ ให้วุ่นวาย
แค่เผลอมานอนหลับพักเอาแรงอยู่ในวัดมเหยงค์
ถูกศิโรจน์ปลุกให้ตื่นมาอีกที ก็ว้าปมาอยู่ในยุคปัจจุบันเฉยเลย

ศิโรจน์ผู้ถูกมารดาขอร้องแกมบังคับให้พาเพื่อนแหม่มมาเที่ยวแทนตนเอง
ด้วยความที่ง่วงๆ เบื่อๆ เขาจึงเดินเที่ยวออกนอกลู่นอกทางจนมาได้พบกับเมืองใจ
แปลกดี หนนี้ให้ผู้ชายกับผู้ชายมาพบกัน
จับพลัดจับผลู ศิโรจน์ก็จับเมืองใจขึ้นรถโค้ชร่วมคณะทัวร์กลับกรุงเทพฯ มาเสียด้วยกัน

เมืองใจ คนในอดีตเลยกลายมาเป็นคนแตกตื่นตกใจกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน
เฉกเช่นที่แม่มณีเคยตื่นตาตื่นใจกับวิถีชีวิตของคนยุคคุณหลวงเทพฯ มาแล้ว

ปีระกา สัปตศก ศักราช 1127 ก่อนการเสียกรุงฯ ครั้งที่สอง 2 ปี
นั่นคือช่วงเวลาที่เมืองใจจากมา

14-4 อตีตา

คุณปานทิพย์ ลติกา (กาหลง) พระอาจารย์ธรรมโชติ
เหล่าผู้คนที่เมืองใจได้พบในยุคนี้ล้วนเกี่ยวข้อง ผูกพันกันมา
เมื่อเขา “กลับ” ไปยังบ้านบางระจันอีกครั้ง เขากลับไปพร้อมกับเพื่อน ศรี (ศิโรจน์)
และดาบคู่ศึกอีกหนึ่งเล่ม .. เมืองใจ ผู้ชำนาญเชิงดาบสองมือตามตำนาน!!

ครานี้ ถึงทีของศิโรจน์บ้างที่ได้พบ “ความแปลก” อย่างที่เมืองใจเคยพบมาแล้ว

ศิโรจน์ – ศรี ไม่มีเวลาสนุก เพราะไปโผล่ในยามศึก รบจริง เจ็บจริง ตายกันจริงๆ
สิ่งที่ทำได้ คือต้องปรับตัวอยู่ให้ได้
แม้ไม่ชำนาญการศึก แต่สติปัญญา และความรู้ในยุคปัจจุบันของเขา พอจะ “ช่วย” ได้บ้าง

14-1 อตีตา

ครั้งนี้ ศิโรจน์ผู้ทะลุประวัติศาสตร์ ได้นำฉากศึกบางระจันมาให้ผู้อ่านได้เห็น ได้รู้อีกครั้ง
ตัวตนของคนในประวัติศาสตร์ นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองเหม็น นายแท่น พระอาจารย์ธรรมโชติ ฯลฯ
ได้กลับมามีชีวิต มีเลือด มีเนื้อ มีจิตใจอันฮึกเหิม เพื่อเสียสละแด่ชาติอีกครั้ง

ที่ค่ายแห่งนี้ มีแม่กาหลงที่หน้าตาเหมือนลติการาวกับเป็นคนคนเดียวกัน
และมีแม่จัน – จันกะพ้อตัวแสบ ผู้ที่เห็นคราแรกคิดไปว่าเป็นเด็กผู้ชาย
แม่จันผู้ตั้งตนเป็นอาจารย์ คอยสอนวิถีชีวิตในยามศึกให้พ่อศรี

ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เขาก็ยิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับทุกสิ่ง
ยิ่งรู้สึกถึงความรักชาติของเหล่าบรรพชน

ยาม ‘อ่าน’ ประวัติศาสตร์ มิได้ให้ความรู้เช่นยาม ‘อยู่ใน’ ประวัติศาสตร์
ข้อสำคัญศิโรจน์ ‘รู้’ ว่าจะเกิดอะไรต่อไป
ชายหนุ่มคว้าแขนคนยืนใกล้กำไว้แน่น สะท้านตื้นตัน
“อย่าเป็นอะไรนะเมืองใจ”
วีรชน! ศิโรจน์ทวนเพลงที่จำแม่นหัวใจ นายแท่น นายดอก นายอิน นายเมือง …!
โอ! เมืองใจ!

แม้มา แต่ก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
ไม่ใช่มาช่วยให้รอดพ้น แต่แค่ช่วยบรรเทา

14-6 อตีตา

ศิโรจน์ค่อยซึมซาบ .. ที่เขา ‘ต้องมา’ น่าจะด้วยสาเหตุ
‘ให้รู้ซึ้งถึงน้ำใจในภักติ ทุกเม็ดดินซับโลหิตรักษ์ไว้ให้’
รู้จากตัวอักษร จารไว้ในประวัติศาสตร์ฤาเท่ารู้จากการพบด้วยตน

เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายเรื่อง ..
เมืองใจรู้ ไม่ใช่ไม่รู้ รู้เช่นเดียวกับศิโรจน์ และในไม่ช้าทุกคนต่างก็รับรู้
ว่าค่ายบางระจันจะต้องแตกแน่ และกรุงศรีอยุธยาจะต้องแตกเช่นกัน
แต่ถึงรู้ ทุกคนก็ยังจะทำอย่างเต็มความสามารถ ไม่ท้อถอย ไม่เลิกรา

14-5 อตีตา

วีรชนแห่งบางระจันได้ป้องกัน ชลอทัพพม่าได้ไม่น้อย
แต่ท้ายสุด ทุกสิ่งจะเป็นไปดังที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้
แม้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้
แต่เรื่องราวที่เขาได้พบ และเราได้อ่าน
ก็ทำให้คนไทยได้รับรู้ถึงสิ่งที่บรรพบุรุษได้เสียสละเพื่อพวกเรา

 

14-3 อตีตา

นอกจากความสนุกในเนื้อหา และความไหลลื่นทางภาษาแล้ว
อตีตายังปลุกกระแสรักชาติขึ้นในใจคนอ่านด้วย อ่านเถิด ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ

“… จากแผ่นดินรวมธาตุเป็น … คนไทย
จากคนไทย … มลายเป็นดินสิ้น
ฝากไว้กับพื้นแผ่นดิน
ภาคหน้า … จะเกิดแผ่นดินที่เป็นไทย! …”

 

 

 

 

Comments are closed.

Post Navigation