ก่อนงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระจะเริ่มต้น
เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ ..
ดูตารางแล้วก็ลังเล ..
ตารางที่ว่า คือตารางวันเวลาของงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ
ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 29 มิถุนายน 2557 นี้ค่ะ
งานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ เป็นงานที่เหล่าร้านหนังสืออิสระทั้งหลายรวมตัว รวมกำลังกันจัดขึ้นค่ะ
ไม่ได้ยกพลพรรคไปจัดที่ไหนหรอก แต่ต่างคนต่างจัด ร้านใครร้านมัน
เหล่าคณาลูกค้าบ้านอยู่ใกล้ร้านไหน ก็ไปมันร้านนั้น
แต่ละร้านก็สรรหานานาไอเดีย เลือกกิจกรรมที่น่าสนใจมากระหน่ำจัดให้พร้อมๆ กัน ยั่วน้ำลายเราแท้ๆ
งานเล็กๆ แต่น่ารักนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว
หลังจากที่ปีแรกเราพลาดไปทุกร้าน อย่างน่าเสียดายสุดซึ้ง ปีนี้ก็ตั้งใจเอาไว้นมนานว่าจะไม่พลาดแน่ๆ
แต่พอใกล้ถึงวัน โอกาสชักจะไม่อำนวยน่ะสิคะ
อย่ากระนั้นเลย เราหักมุม ไปเสียก่อนงานจะเริ่มนี่แหละ
กระหยิ่มยิ้มย่อง ภูมิใจในความคิดตัวเองเสร็จสรรพ
ก็เริ่มลงมือจัดตารางการเดินทางให้เบ็ดเสร็จภายในวันเดียว
หา!! วันเดียว!!
ค่ะ วันเดียว ก็ว่างวันเดียว แต่อยากไปหลายๆ ร้านอ่ะ
ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าท้ายที่สุดแล้ว เราไปได้ทั้งหมดกี่ร้าน
เริ่มแรก เราไปเห็นภาพนี้ จากเพจของผู้จัดงานก่อนค่ะ
ชวนประชาชีเดินๆ ปั่นๆ เยี่ยมร้านหนังสือทั้ง 5
มีแผนที่ให้ด้วย!!
อย่ากระนั้นเลย เราเลือกทางที่มีคนเลือกให้แล้วดีกว่าค่ะ
ว่าแล้ว ก็วางแผนการเดินทาง โดยถามกูรูผู้มีนามว่า กูเกิ้ลแมพ .. ได้คำตอบออกมาเยี่ยงนี้
หมายเหตุ : หลังจากที่เราได้ออกเดินทางไปจนครบตามแผนที่แล้ว
พบว่าร้านหนังสือเดินทาง (น่าจะ) อยู่ในตำแหน่งตัว B ใหม่ที่เราใส่ไปค่ะ
(ที่ใช้คำว่าน่าจะ เป็นเพราะเราอ่อนแผนที่นะ
แต่จำได้ว่าจากร้านหนังสือเดินทางไปร้านริมขอบฟ้า เราเดินต่อ ไม่ใช่เดินย้อนกลับ)
ภาพข้างล่างนี้จาก B ไป A นะ (วัดราชนัดดาหรือโลหะปราสาท ไปร้านหนังสือเดินทางค่ะ)
ในทริปนี้ เราใช้รถสาธารณะตลอดการเดินทาง
เริ่มจากนั่งรถเมล์สาย 511 จากบางนามาลงที่วัดราชนัดดา หรือโลหะปราสาท
(ป้ายเดียวกันกับนิทรรศรัตนโกสินทร์ และหอศิลป์ฯ ราชินี ราชดำเนิน)
ในภาพ วัดราชนัดดา ฝั่งที่เราลงรถเมล์ค่ะ
ฝั่งตรงกันข้ามคือหอศิลป์ฯ ราชินี กระดื๊บไปที่ทางม้าลาย ข้ามถนนไปยังฝั่งนั้นเลยค่ะ
เดินเท้าไปตามถนนพระสุเมรุ ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่ทันเหนื่อย
เราก็เดินทางมาถึงร้านหนังสือเดินทางแบบไม่ทันตั้งตัว
(เพราะในแผนที่กูเกิ้ลแมพ เหมือนจะไกลว่านี้นะ)
ถ้าใครเคยไปร้านหนังสือเดินทางสมัยที่ยังตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์
ขอบอกว่าร้านนี้หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะเลยค่ะ แทบไม่เปลี่ยนเลย
(เราเองก็เคยมาร้านนี้แค่ตอนอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์นี่แหละ เพิ่งเคยมาที่ร้านใหม่ .. เชยมาก ^^”)
หนังสือแน่นร้าน แค่มองก็เต็มอิ่มแล้ว ^^
ดูเหมือนว่าร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน (เราไปถึงตอน 10 โมงนิดๆ ค่ะ)
คุณหนุ่มเจ้าของร้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง แล้วปล่อยให้เราเดินดูหนังสือตามใจชอบ
ป้ายงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ครั้งที่ 2 ^^
เป็นพื้นที่ที่สวยด้วยตัวของมันเองจริงๆ ยกกล้องขึ้นถ่ายอะไรก็ออกมาดูดี
เดินดูหนังสือกัลล์
ไม่น่าเชื่อว่ามีหนังสือแนวนี้ด้วย ^^
ตั้งใจเอาไว้ว่า จะอุดหนุนกระจายให้ครบทุกร้าน ร้านละเล่มค่ะ
แต่สุดท้าย ก็ประเดิมร้านแรกมาทีเดียวสองเล่มซะแล้ว ^^
ปลาบปลื้มกับแพคเก็จของร้านหนังสือเดินทางมาก
จำได้ว่าตอนที่เราซื้อหนังสือจากร้านนี้ครั้งแรก
เราเก็บหนังสือเอาไว้ในห่อแบบนี้เอาไว้เป็นปีๆ ไม่ยอมแกะเอามาอ่าน 555
จากนั้น เราก็ออกเดินเท้าต่อ ออกจากร้านเลี้ยวขวา เดินตรงไปสี่แยกข้างหน้าค่ะ
(เรายืนงงๆ กับแผนที่อยู่พัก คุณหนุ่มออกมาพอดีเลยได้ถามทาง ไม่งั้นมีหลง 555)
สี่แยกสะพานวันชาติ อยู่ไม่ไกล (ระหว่างทางมีร้านอาหารน่าสนใจตลอดทางค่ะ ^^)
ข้ามถนน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนดินสอ
แถวนี้ขายธงชาติ และธงประจำรัชกาลกันหลายร้านเลยค่ะ สมชื่อแยก ^^
นอกจากขายธง ร้านเหล่านี้ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย
รูปละ 8 บาทค่ะ เดี๋ยวจะหากรอบสวยๆ ใส่ ^^
เดินไปชมวิวไป แป๊บเดียวก็เห็นอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยอยู่ตรงปลายทางออก
(ออกทางโรงเรียนสตรีวิทย์นี่เอง)
เดินเลี้ยวไปทางขวา ผ่านแมคโดนัลด์ เตรียมตัวข้ามถนนอีกครั้ง
ข้ามแล้วเลาะฝั่งซ้ายมือไป ร้านริมขอบฟ้า ที่หมายแห่งที่สองของเราตั้งอยู่ตรงนั้น
ร้านนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพในร้านค่ะ มีแต่ภาพหน้าร้านมาให้ดูแค่นี้แหละ ^^”
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในร้านริมขอบฟ้า เสียเพลงไทยบรรเลง หวานๆ เย็นๆ ก็ลอยมาเข้าหู
ตัดบรรยากาศจากร้านหนังสือเดินทางเมื่อกี๊ ที่เปิดเพลงแจ๊สเบาๆ คลอ
เดินเพลินทั้งสองแนว ^^
เพลงไทยจากร้านริมขอบฟ้า ก็เข้ากับบรรยากาศในร้านค่ะ
หนังสือในร้านริมขอบฟ้าจะมีหนังสือครบทุกประเภทเกือบเท่าร้านใหญ่ๆ ในห้างเลย
(ยกเว้นนิตยสารนะ เท่าที่เห็นมีแต่หัวของสารคดี ศิลปะวัฒนธรรม ของตัวเองค่ะ
โดยเฉพาะสารคดีนี่มีเล่มย้อนหลังไปเก่าๆ ด้วย ใครซื้อไม่ทันมาตามเก็บฉบับเก่าๆ ได้ที่นี่เลย)
แม้จะมีหนังสือครบทุกประเภท
แต่หนังสือประเภทที่เน้นหนักในร้านนี้คือหนังสือแนวสารคดี โบราณคดี และประวัติศาสตร์ค่ะ
สำหรับเรา เราว่าร้านหนังสือริมขอบฟ้าจัดหนังสือแน่นไปหน่อยค่ะ (บางโซนนะ)
แบบว่าสายตายาว เวลาอ่านชื่อหนังสือที่สันปก ต้องถอยยาวๆ
แต่ที่นี่ถอยแล้วชนอีกฝั่งอ่ะ ลำบากคนแก่ (ฮา)
จบจากร้านริมขอบฟ้า เลี้ยวขวา และเลี้ยวขวา เดินเลาะเข้าถนนดินสอค่ะ
ระหว่างทาง ชามก๋วยเตี๋ยวเตะตามาก แวะจอดหน่อย ร้านติ่งเตี๋ยวเรือค่ะ
ปกติเรากินก๋วยเตี๋ยวเรือชามเดียว เต็มที่ก็ 2 ยังไงๆ ก็ไม่เคยถึง 3 ชามสักที
แต่พอชามนี้มาเสิร์ฟ และชิม ความอร่อยบวกกับความน้อยเลยทำให้เผลอสั่งมาอีก 2
สรุปว่าวันนี้จัดไป 3 ชามค่ะ (ชามที่สามกำลังโซ้ยอยู่เลย)
จากนั้นก็ออกเดินเท้ากันต่อ ผ่านที่ทำงานของท่านผู้ว่าฯ มาจนกระทั่งถึงเสาชิงช้า
(เสาชิงช้าอยู่ไหน ใช่มั๊ย?)
แฮ่ แอบอยู่หลังต้นไม้นี่ค่ะ
เลี้ยวขวาโลดเลย
เลี้ยวขวามาแล้วจะเห็นว่ามันมีทางแยกอีกสองให้งงค่ะ
ป้ายทางซ้ายเขียนว่าถนนขวามือคือบำรุงเมือง
ป้ายทางขวาเขียนว่าถนนซ้ายมือคือตีทอง .. เอ๊ะ งงมั๊ย?
เราเลือกแยกที่ไปถนนบำรุงเมือง เส้นขวามือค่ะ
เลี้ยวมาแล้ว เป็นทางเดินแคบๆ ที่ไม่มีฟุตบาธ
เดินยากอยู่ช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น
ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ รวมไปถึงโต๊ะหมู่บูชาและพระพุทธรูป
เป็นเส้นทางเดินจากชาติ (ที่ธงวันชาติ) มาสู่ศาสนา (ที่บำรุงเมือง)
และปิดท้ายกลับบ้านด้วยการมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์กลับบ้าน ครบเลย ^^
เดินไปไม่ไกล มาทะลุออกแยกสี่กั๊กนี่เอง
จุดนี้คุ้นเคยค่ะ เราเคยมางานสามแพร่ง (พื้นที่นี้ดีจัง) ช่วงปลายปีบ่อยๆ ^^
ข้ามถนนอีกครั้ง และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเฟื่องนคร
ผ่านซอยสุขา 1 (และสุขา 2) ตามในแผนที่เลย
ตรงไปเรื่อยๆ จนเจอวัดราชบพิตรฯ ตรงต่อไปอีกหน่อย (เห็นร้านสวนเงินมีมาแวบๆ แล้ว)
สีร้านโดดเด่นทิ่มตามาแต่ไกล
ป้ายงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ^^
เข้ามาดูในร้านกัลล์ .. ในร้านนี้นอกจากจะขายหนังสือแล้ว ครึ่งหนึ่งยังขายอาหารเพื่อสุขภาพด้วยค่ะ
(เราไม่ได้ถ่ายโซนร้านอาหารมานะ เดินดูหนังสือก็เกรงใจคนมากินข้าวเหมือนกัน 555)
มีเพลงบรรเลงคลอเบาๆ อีกแล้ว ^^
แล้วก็มีเสียงน้ำไหลด้วย เป็นเอกลักษณ์ของสวนเงินมีมาเลยค่ะ
หนังสือในร้านสวนเงินมีมาจะเน้นไปทางวรรณกรรม วิถีชีวิตคน แล้วก็การเมืองค่ะ
แลไปข้างนอก ^^
ของผีเสื้อ ^^
ตั้งใจเอาไว้ว่า จะรวบรวมซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจากสำนักพิมพ์ทีเดียว
ดังนั้น เวลาไปร้านหนังสือ หรืองานหนังสือ จะมักข้ามๆ หนังสือจากสำนักพิมพ์นี้ไปก่อน
แต่สุดท้ายก็มาผิดความตั้งใจ ซื้อเล่มนี้จนได้ค่ะ
ซื้อ “ไหม” มาจากสวนเงินมีมา เพราะเล่มนี้เป็นปกเก่าค่ะ
เดี๋ยวนี้ตามร้านอื่นๆ กลายเป็นปกใหม่สีชมพูแปร๊ดไปหมดแล้ว
พอเจอปกเก่า เลยรีบจับจองเอาไว้ก่อน ^^
ออกจากร้านสวนเงินมีมาไปอีกหน่อย (สองร้านอยู่แทบจะติดกันเลยค่ะ)
เราก็จะเจอร้านศึกษิตสยาม
พร้อมป้ายงานฯ ^^
ร้านศึกษิตสยาม เป็นร้านหนังสือที่อบอุ่น น่ารัก คลาสสิค (ที่สำคัญ แอร์เย็นด้วย 555)
หนังสือในร้าน
เล่มนี้ปกน่ารักดีค่ะ (หลงปกอีกแล้ว 555)
สุดท้าย ก็ตัดสินใจซื้อเล่มนี้ เพราะไม่เจอเล่มนี้ที่ไหนเลยค่ะ
เห็นที่ศึกษิตสยามที่เดียว เลยซื้อมาก่อน เดี๋ยวหาไม่ได้ ^^”
ออกจากศึกษิตสยาม ติดกันมีร้านเคล็ดไทยด้วยค่ะ (น่าจะของศึกษิตสยามนี่แหละ)
เป็นร้านที่เต็มไปด้วยหนังสือลดราคาและฝุ่น .. ถ้าไม่นับฝุ่นแล้ว นี่มันโกดังความสุขชัดๆ
(หนังสือดี ไม่ดี ไม่รู้ เน้นลดกระหน่ำไว้ก่อน 555)
ภายในร้านไม่มีคนเฝ้าค่ะ ใจใจกันไปเลย
เลือกหนังสือที่ถูกใจได้แล้วก็ถือไปจ่ายตังค์ที่ศึกษิตสยามได้เลย
ไปดูหนังสือ และเปอร์เซ็นต์ที่ลดกันค่ะ
มิมิคของแทนไทอยู่ในมุมลด 70 เปอร์เซ็นต์!!
นี่ก็ด้วยค่ะ ลด 70 เปอร์ฯ
อันนี้ไม่แน่ใจว่าลด 50 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์
ลดกระหน่ำกว่านั้นอีก
ยังไม่พอ ดั๊มกันเข้าไป
สุดท้าย ก็ได้ติดมือมา 2 เล่มค่ะ
สองเล่มนี้ลด 70 เปอร์เซ็นต์ รวมกันแล้วไม่ถึง 100 บาทค่ะ
สรุป 4 ร้านหนังสือที่เดินไปทั้งหมดในวันนี้ ถือว่าไม่เหนื่อยนะ
ตอนแรกที่ดูแผนที่ในกูเกิ้ลแมพ เราก็หวั่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจะเดินไหวมั๊ย
แต่พอลองมาเดินจริงๆ แต่ละร้านไม่ไกลอย่างที่คิดค่ะ
แถบพระนคร พื้นที่เชื่อมต่อกันไปหมด อะไรๆ ที่ดูเหมือนไกล ก็เดินทะลุถึงกันได้ไม่ยาก
เรียกว่า ถ้าเราเดินห้างได้ครึ่งค่อนวันโดยไม่เหนื่อย เดินตระเวน 4 ร้านหนังสือนี่เรื่องจิ๊บๆ ค่ะ
แถมวิวบ้านเรือน สถาปัตยกรรมสวยๆ อีก เพลินตาเพลินใจ ไม่ทันเหนื่อยแน่ๆ
แผนต่อมาของเรา ทีแรกอยากจะไป Bookmoby อยู่เหมือนกัน
แต่อีก 2 ร้านสุดท้ายในแผน อยู่คนละโซนกันกับ Bookmoby เลยค่ะ
เลยจำจัดตัดออกจากรายการไป
ร้านต่อไปที่เราจะไปคือก็องดิด ที่เพิ่งย้ายมาเปิดใหม่ที่คลองสานค่ะ
(ตอนั้นเวลาประมาณบ่าย 3 โมงแล้ว ..
นับจากเริ่มต้นที่ร้านหนังสือเดินทาง 10 โมงนิดๆ
เดินชิลด์ๆ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ดูหนังสือช้าๆ เพลินๆ ไม่รีบ ถือว่าทริปนี้โอเคค่ะ)
ไปต่อกันดีกว่า
ออกจากเคล็ดไทยและศึกษิตสยาม เลี้ยวขวา เดินย้อนกลับไปทางเดิม ณ แยกที่เราเพิ่งจากมาเมื่อกี๊
เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชบพิตรค่ะ
ตรงไปจนสุดทาง .. แถวนี้เรียกหลังกระทรวงหรือเปล่าหนอ ..
ข้ามฝั่งและข้ามสะพานสีขาวตรงหน้าค่ะ
ข้ามไปแล้วถึงย้อนกลับไปอ่านป้ายชื่อสะพาน .. สะพานปีกุน
ตั้งอยู่คู่กับอนุเสาวรีย์หมู เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงกันข้าม เยื้องขวานิดๆ มีซอย เอ๊ย .. ถนนสราญรมย์
เลี้ยวโลด
เดินเพลินๆ ไปทะลุวัดพระแก้วและพระบรมหาราชวัง
ขวามือมีอนุเสาวรีย์รัชกาลที่ 4 เพิ่งสร้างค่ะ .. เราไม่ได้ไปแถวนั้นนานเกินไปแล้ว!!
เดินไปป้ายรถเมล์ กูเกิ้ลแมพบอกให้รอสาย 3
แต่เรารออยู่นานมาก เห็นสาย 6 โผล่มายั่วยวนหลายครั้ง สุดท้ายก็ตัดสินใจมั่วๆ ขึ้นสาย 6 ไป
และแล้ว สาย 6 ก็มาส่งเราที่คลองสานนั่นแหละ (บางทีกูเกิ้ลแมพก็บอกไม่หมดนะ -*-)
เดินตรงตามทางไปท่าน้ำคลองสานค่ะ ชมตลาดไปเรื่อยๆ ก็จะเจอวัตสัน เลี้ยวซ้ายตรงนี้
แม้จะดูเป็นทางน่ากลัว แต่ไม่เปลี่ยวค่ะ เลี้ยวๆ ไปเถอะ
จะเห็นป้าย the jam factory สีเหลืองๆ (ไม่เห็นป้ายก็องดิดเลย งงๆ เบลอๆ เดินเลยด้วยล่ะ)
สุดท้ายก็แวะถามยามว่าในนี้มีร้านหนังสือมั๊ย .. ถูกแล้ว ก็องดิดอยู่ในนี้ค่ะ -*-
พลังชีวิตเริ่มหมด ทักษะการเดาทางเริ่มไม่ดี
ขนาดเลี้ยวเข้ามาแล้ว ยังหาก็องดิดไม่เจอ เดินไปจนสุดท่าน้ำแล้ววกกลับมาอีกรอบ -*-
ถึงแล้วค่ะ
หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ปกเก่าควบปกใหม่
จะว่าไป พอตระเวนดูร้านหนังสืออิสระหลายๆ ร้าน ..
ถึงแม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสืออิสระ
แต่ร้านหนังสืออิสระแต่ละร้านก็มีหนังสือคล้ายๆ กันหลายเล่มทีเดียว
โดยเฉพาะหนังสือหนักๆ หนังสือปรัชญา หนังสือรางวัลโนเบล ซีไร้ท์ หนังสือแนว post modern ฯลฯ
อย่างหนังสือที่มาใหม่ที่จะเห็นแทบทุกร้านเลย ..
หนังสืองานศพของรงค์ วงษ์สวรรค์, หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว (ปกใหม่), หนังสือเฮียมู (ราคามิ)
เที่ยวบินกลางคืน, ไปรษณีย์ใต้, รักเมื่อคราวห่าลง, มนต์ปีศาจ (ปกใหม่), ปล่อยคนพวกนั้นกินเค้กซะฯ
ฯลฯ
(แต่หนังสือมาใหม่ และซ้ำๆ ในมวลหมู่ร้านหนังสืออิสระ ก็จะไม่ซ้ำกับในร้านหนังสือใหญ่ๆ ในห้างฯ นะ)
คิดๆ ดูก็แปลกดีเหมือนกัน ที่เหล่าชาวร้านหนังสืออิสระ ..
มักจะเลือกหนังสือแนวๆ เดียวกัน คล้ายๆ กันมาวางในร้านของตน
คิดๆ แล้วก็ชักอยากจะเปิดร้านหนังสือกับเค้าบ้าง เอาให้อิสระกว่าร้านอิสระอีก
แบบว่าเน้นนิยายที่เราชอบ แต่คัดแล้วว่าดี หนังสือเยาวชนบางเล่ม
สารคดี วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่อ่านง่าย หนังสืองานผ้า งานโครเชต์ ทำกับข้าว ภาพประกอบสวยๆ
ยัดเยียดคนอ่านสุดๆ ก็อิสระอ่ะ 555
พักเพ้อเจ้อ ไปดูหนังสือในร้านก็องดิดต่อกันดีกว่าค่ะ ^^
มุมประชานิยม ^^
สุดท้าย ก็เหมาจากก็องดิดไปอีก 2 เล่ม
หนังสือเริ่มเยอะและหนัก แต่ไปต่อค่ะ
เป้าหมายสุดท้ายของเรา ร้านมะลิ มะลิ ราษฎร์บูรณะ
ที่นี่เราดูแผนที่พลาดไปหน่อยค่ะ เห็นคำว่า “บิ๊กซี ราษฎร์บูรณะ” ในแผนที่
ก็นึกว่าจะอยู่เยื้องๆ กันกับร้านมะลิ มะลิ
นั่งรถเมล์สาย 6 ต่อไปลงบิ๊กซีโลด
ไปถึง จึงได้เห็นว่า ฝั่งตรงกันข้ามกับบิ๊กซี เป็นซอยราษฎร์บูรณะ 14 เข้าไปแล้ว
ตายละวา .. เลยนี่นา ต้องย้อนกลับไปอีก
ทีนี้ปัญหาก็คือ เราไม่รู้ว่าระหว่างซอย 8 ในแผนที่ กับซอย 14 นี่จะไกลกันแค่ไหน
สุดท้ายเห็นว่าไม่กี่ซอย เลยตัดสินใจเลือกเดินดีกว่า (กลัวนั่งรถเลยอีกค่ะ)
ทีนี้หนังสือที่ชักจะเยอะก็เริ่มหนัก บวกกับที่เราไม่รู้ปลายทาง เลยทำให้ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย
หงุดหงิดๆ พาลรีพาลขวางไปหมด
ที่ไหนได้ ระหว่างที่กำลังตัดสินใจไม่ถูกอยู่นั่นเอง ป้ายร้านก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า!!
ถึงร้านแล้ว แต่ยังหงุดหงิดไม่หายค่ะ
ตั้งใจว่าจะแวะแป๊บเดียว จะรีบกลับบ้านไปพักแล้ว
ที่ไหนได้ พอเปิดประตูร้านเข้าไป ก็เริ่มหลงเสน่ห์ของร้านหนังสือเล็กๆ ร้านนี้
ป้ายงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ^^
สาวน้อยมะลิผู้เป็นเจ้าของชื่อ
สั่งชามะนาวมาแก้หงุดหงิดบวกกับแก้เหนื่อยก่อนค่ะ
เปรี้ยวหวานจัดจ้านถึงใจมากๆ อร่อยค่ะ
การได้ดืมกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่อร่อยๆ เปลี่ยนอารมณ์คนได้เนอะ ^^
หนังสือภายในร้าน จัดเรียงอย่างตามใจชอบของเจ้าของร้าน .. อย่างนี้สิ ร้านหนังสืออิสระ!! ;P
มีหนังสือใหม่วางปะปนกับหนังสือเก่า (มือสอง)
คนซื้อต้องคอยเปิดหาความลับดูเองว่าหนังสือเล่มนั้นขายราคาเท่าไร
จากราคาที่เขียนซ่อนเอาไว้ (ด้วยดินสอ) ข้างในเล่ม
(เฉพาะหนังสือมือสองนะ ส่วนหนังสือใหม่ขายเต็มราคา)
หนังสือบางเล่ม มีเล่มเดียวในร้าน บางเรื่องก็มีหลายเล่มหน่อย แต่ก็อาจจะไม่ได้จัดวางเอาไว้ด้วยกัน
ลูกค้าก็ทำการค้นหาหนังสือเองเป็นที่สนุกสนาน
(สนุกจริงๆ นะ มันดูไม่ซ้ำซาก ไม่เหมือนเดินในร้านหนังสือ แต่เหมือนไปเที่ยวห้องสมุดบ้านเพื่อนมากกว่า)
ที่เด็ดกว่านั้นคือ หนังสือบางเล่มวางรวมๆ เอาไว้กับเล่มอื่น แต่ไม่ขายค่ะ
เป็นหนังสือสะสมของเจ้าของร้านอีกที .. อันนี้แนวจริงๆ (ฮา)
ถึงจะไม่ได้ซื้อ ไม่ได้ครอบครอง แต่การได้มอง ได้เห็น ได้เปิดอ่านหนังสือดีๆ ก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง ^^
อย่างเล่มนี้ .. ไม่ขาย อิอิ
บรรยากาศอบอุ่นในร้าน
แม้ว่าวันที่เราไป งานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระยังจะไม่ได้เริ่ม
แต่ร้านมะลิมะลิก็ยินดีที่จะใช้โปรฯ ซื้อ 4 จ่าย 3 กับเรา
เสียดายที่เย็นวันนั้นต้องหอบหิ้วหนังสือ (ที่ปริมาณเพิ่มขึ้นในทุกๆ ร้านที่แวะ)
ทำให้ไม่สามารถเป็นผู้หญิงขนเยอะได้จริงๆ ^^”
แต่บรรยากาศของร้านมะลิมะลิ ก็ทำให้เราประทับใจในการปิดทริปอาร์ซีร้านหนังสือจริงๆ
(เหรอ .. เล่นอาร์ซีเหรอ?)
สรุปรายการหนังสือที่ได้มาจากร้านมะลิมะลิค่ะ (มีแต่หนังสือมือ 2 ทั้งนั้นเลย 555)
ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปกนี้กรี๊ดมาก >,<
2 เล่ม 130 บาทค่ะ
ของฝากลูกสาว โทษฐานที่หนีมาเที่ยวคนเดียว ^^”
แถมที่คั่นหนังสือสวยมาก
สารคดีค่ะ มีปกน่าสนใจหลายปกเลย แต่วันนี้คงหิ้วไม่ไหวแล้ว
เอามามัดจำไว้ก่อนเล่มนึง แทนสัญญาว่าวันหลังจะกลับไปอีก ^^
เล่มนี้แถมค่ะ จริงๆ ทางร้านจะแถม 2 เล่มเลย แต่หิ้วไม่ไหวแว้ว >,<
สุดท้าย ก็ประทับใจร้านมะลิ มะลิมากๆ
รวม 6 ร้านที่แวะไปในวันนี้
สองร้านที่ประทับใจเราที่สุดคือ ร้านหนังสือเดินทาง กับร้านมะลิ มะลิ นี่ล่ะค่ะ ^^
ร้านอบอุ่น น่ารัก หนังสือน่าสนใจ และบรรยากาศร้านเป็นกันเองที่สุดแล้ว
————
หลังจากไปตะลุยกรุงมาเต็มๆ วัน คืนวันนั้นเราก็ตัดสินใจกลับมาพัทยาค่ะ
ณ ฝั่งตะวันออก ได้ยินว่ามีร้านหนังสือเข้าร่วมงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระครั้งนี้อยู่ 2 – 3 ร้าน
ที่แน่ๆ ร้านเหล่านั้นไม่มีในพัทยาค่ะ -*-
ไม่น่าเชื่อว่าการหาร้านหนังสือสักร้านในพัทยา มันจะเป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนขนาดนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น (ซึ่งก็คือวันนี้ วันเริ่มงานฯ เป็นวันแรก) เราออกเดินทางมาที่หนองมน
ไปตามหาร้านหนังสือเปิดใหม่ที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า “ร้านหนังสือท้ายตลาด”
โชคดีที่มีเจ้าถิ่นพาไป เพราะถ้าไปเองมีงงแน่ๆ
อธิบายทางแบบมั่วๆ ตามแบบของเราว่า .. “ถ้ามาจากกรุงเทพฯ” ละกัน …
พอเลยแยกบางแสนมาหน่อยนึง ก็จะเป็นหนองมน
พอสุดเขตตลาดหนองมน ก็จะถึงแยกวัดตาลล้อมค่ะ
ชิดขวาที่แยกนี้ เราจะเลี้ยวขวาแบบหักศอก (เกือบกลับรถ) เลี้ยวเข้าถนนเล็กๆ ที่ขนานกับเส้นสุขุมวิทค่ะ
(แอบดูป้ายชื่อซอย ถนนชื่อ “สันติเกษม” .. ร้านอยู่ตรงปากซอย 6 พอดี)
เลี้ยวเข้าไปไม่ไกล หาไม่ยากค่ะ
หนังสือในร้านยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร แต่ก็ไม่ค่อยซ้ำใครดีค่ะ ^^
เล่มเขียวเพิ่งรีวิวไปหมาดๆ ^^ (ส่วนเล่มซ้ายเคยรีวิวเอาไว้นานแล้ว)
หนังสือของชมัยภรหลายเล่มอยู่เหมือนกัน
ร้านนี้ นอกจากจะขายหนังสือแล้ว มีเปิดสอนศิลปะด้วย
สุดท้าย เราก็เลือกหนังสือติดมือมาอีก 1 เล่ม .. (ที่คั่นหนังสือน่ารักมากค่ะ ^^)
สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ครั้งที่ 2 นี้ เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 21 – 29 มิถุนายน 2557
มีร้านหนังสือที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 40 ร้านค่ะ
รายละเอียดกิจกรรมพร้อมแผนที่ของแต่ละร้าน ติดตามได้จากเพจของงานได้เลย
สัปดาห์นี้ วางแผนไปท่องเที่ยวที่ไหน
อย่าลืมเลือกร้านหนังสือใกล้ๆ สถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้ในโปรแกรมบ้างนะคะ ^^
อ่านให้สนุกค่ะ
































































































































































Comments are closed.