งานหนังสือปีนี้ขับเคลื่อนด้วยนารีจริงๆ ค่ะ
คืนก่อนงานหลับสบายเพราะฝนพรำทั้งคืน ตื่นมาชุ่มฉ่ำยังตกไม่หยุด
อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันท่ามกลางเสียงสายฝน
แต่ก็นะ … อะไรจะมาหยุดยั้งคนอยากไปงานหนังสือได้
ถ่อไปงานหนังสือด้วยรถสาธารณะพร้อมร่มในมือ
ขากลับจะยังตกมั๊ย จะกลับยังไง เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ (ฮา)
ขอไปงานหนังสือก่อนนะ >,<

04

ปีนี้เรามาถึงงานช้าไปกว่าปกตินิดหน่อย คือหลังงานเปิดไปแล้วครึ่งชั่วโมง
ปกติคนจะเริ่มเยอะๆ เบียดๆ แล้วค่ะ
แต่ปีนี้ แม้ว่าคนจะเยอะหนาตาเช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับปีก่อนๆ แล้ว ยังเดินสบายค่ะ
เป็นเพราะนารีแท้ๆ เชียว

ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าว่า วันก่อนวันงานหนังสือปีนี้เหล่าสนพ.แต่ละบูธ จัดบูธกันเร็วมาก
เพราะโพสรูปยั่วน้ำลายเรากันมาตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ วันที่ 15 (ก่อนงาน 1 วัน)
เรียกว่าจัดบูธเสร็จกันเร็วมาก แถมปีนี้ลิสต์เราเยอะเป็นพิเศษ เลยออกจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ >,<
(ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่านะ แต่จะไปงานหนังสือทีไร ตื่นเต้นทุกทีอ่ะ)

การเดินงานหนังสือก็เป็นอะไรที่แปลกอย่างหนึ่ง
บางปี ไปหาหนังสือเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครเอามาเลยสักบูธ (ไม่ใช่หนังสือใหม่นะ)
ต้องถ่อไปหาซื้อจากที่อื่นมาได้
ในขณะที่ปีต่อมา หนังสือเรื่องเดียวกันที่หานี้ กลับเห็นกระจายอยู่หลายบูธ
(ส่วนมากเป็นบูธพันธมิตรพวกไต้ฝุ่น โอเพ่น alternative กำมะหยี่ ฯลฯ)
แปลกจริงๆ คาดว่าเป็นเพราะอภินิหารจากกฎของเมอร์ฟี่แน่ๆ

บูธที่เราเลือกเดินเป็นส่วนมากนอกจากบูธสนพ.หลักๆ ใหญ่ๆ
(พวก ณ บ้านวรรณกรรม, นายอินทร์, อักษณโสภณ, สารคดี, นานมี ฯลฯ) แล้ว
บูธเล็กๆ หลายบูธก็น่าสนใจ
ปีหลังๆ มานี้ นักเขียนหลายท่านเริ่มทยอยกันออกมาสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเอง
อย่างปีนี้หมาดๆ เลย กิ่งฉัตรเองก็มีบูธของสนพ. ลูกองุ่น อยู่ที่โซน C1 บูธ N23
งานก่อนที่ผ่านมา นิ้วกลมกับชิงชิงก็ร่วมกันเปิดบูธ KOOB โซน C2 Q39 เป็นต้น

แต่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนั้น ขอแนะนำบูธหนังสือมือสองค่ะ
ปีนี้จะกระจายตัวกันอยู่ที่โซน C2 ฝั่งที่ใกล้เวทีค่ะ (โดยมากทุกปีก็อยู่ที่เดิมน่ะแหละ)
ขุดคุ้ยดีๆ มีโอกาสได้หนังสือดี ราคาถูกกันมาหลายครั้งแล้ว
หรือไม่ก็เป็นหนังสือแห่งความทรงจำวันเด็ก ที่พลัดพรากจากกันไปตอนย้ายบ้าน ฯลฯ
ถ้ามีเวลา แนะนำจริงๆ ค่ะ

ที่น่าสนใจปีนี้ ถ่ายมานิดหน่อยตอนเดินช่วงแรกๆ เองค่ะ
ช่วงหลังๆ มือไม่ว่างแล้ว (ถุงหนังสือพะรุงพะรัง .. ฮา)

หนังสือใหม่ของคุณวินทร์

06

มีโซนโละสต็อคด้วยค่ะ คุณวินทร์เคยเขียนชี้แจงเอาไว้ในเว็บ
โซนนี้เล่มละ 50 บาท หนังสือใหม่ สภาพดี เนื้อหาดีมากค่ะ
แนะนำปกน้ำเงินสองเล่ม บุหงาปารีกับบุหงาตานี
และอีกเล่มที่ไม่น่าพลาดค่ะ (ปกสวยด้วย) ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน หนังสือรางวัลทีเดียว

05

 

สำนักพิมพ์ห้องเรียน ออกหนังสือใหม่มาด้วย (หนังสือเด็กนะคะ) ภาพสวยมาก

 

07

ไหนๆ ก็เล่าถึงงานหนังสือแล้ว ก็ขอถือโอกาสเม้าท์น้องๆ พนักงานขายกันสักหน่อย ^^”
ขอเริ่มกันที่บูธกำมะหยี่ก่อนเลยค่ะ
เช้าวันแรกของงานอย่างนี้ เราบุกไปที่บูธกำมะหยี่เป็นบูธแรก
ไม่ใช่อะไรค่ะ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน เฟสบุ๊คของสำนักพิมพ์โพสท์ว่า
หนังสือที่เราต้องการ เหลือเพียง 5 – 10 เล่มเท่านั้น!! กี๊ดซ์!!
ช้าอดหมดสิคะ ดีนะที่เตือนกันก่อน
ว่าแล้ว 10.30 น. เดินทางถึงศูนย์ฯ สิริกิติ์ปุ๊บ ก็ตรงไปแพลนนารีฮอล์ มุ่งสู่บูธ F01 ทันใด
แหะๆ น้องเขายังจัดบูธกันอยู่เลยค่ะ ^^”

03

หนังสือยังอยู่ครบ เราก็เลือกเล่มที่ตั้งใจ
คนอ่านหนังสือด้วยกันคงเข้าใจ หนังสือเรียงเป็นตั้ง แต่ไม่เอาเล่มแรกหรอก
หยิบอยู่นั่น ดูมุมนั้น มุมนี้ ปกบุบมั๊ย เยินหรือเปล่า ไสกาวแน่นหนามั๊ย กระดาษติดกันมั๊ย ฯลฯ
ส่วนมาก ถ้าเป็นเรา เราไม่เน้นอะไรค่ะปกเยินปกซีด อยู่กับเราก็เยินก็ซีดได้
แต่ที่เน้นจริงๆ คือไสกาวมากกว่า รับไม่ได้จริงๆ ที่หนังสือเล่มโปรดจะหลุดเป็นแผ่นๆ เนี่ย

01

เลือกได้เล่มนี้ค่ะ

DSCN2606

ที่โชคดีคือเปิดมาเจอลายเซ็นต์ผู้แปลด้วย
(จะช็อคกว่านี้อีก ถ้าเป็นลายเซ็นต์ผู้เขียน 555)

DSCN2607

ออกนอกเรื่องไปไกล วกกลับมากันที่น้องคนขายกันต่อค่ะ ^^”
คือหนังสือที่เราเลือกมันอยู่ลึกค่ะ น้องเขาก็ช่วยหยิบส่งให้เลือกเป็นอย่างดี (หยิบมาหลายเล่มอ่ะ)
เลือกได้เรื่องหนึ่ง ก็สนใจอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจริงๆ ก็อยู่ในลิสต์ที่จะซื้อนั่นแหละค่ะ

02

แต่พอหยิบมาดูแล้วรู้สึกว่าเขาไสกาวแปลกๆ คือหน้ากระดาษมันจะเหลื่อมๆ กัน
เวลาจับมันจะไม่เรียบๆ เหมือนหนังสือเล่มอื่นๆ ซึ่งเราไม่ค่อยชอบเท่าไร
ก็ตัดใจจะไม่เอา พอบอกน้อง น้องเขาเลยบอกว่า “งั้นเดี๋ยวหนูเอาเล่มอื่นให้เลือกค่ะ”
ทั้งๆ ที่ส่วนที่เขาจัดหนังสือ เอาหนังสือออกจากแพ็คก็ยังไม่เสร็จ แต่วางมือมาหยิบให้เราก่อน
เราถามว่า “เล่มอื่นไม่เป็นหรือคะ?” น้องเขาบอกว่า
“เป็นค่ะ (อ้าว) แต่เอาเล่มอื่นมาให้พี่เลือก เผื่อสภาพดีกว่านี้” (ฮา)
กระตือรือร้นมาก ทั้งๆ ที่ทีแรกเราบอกว่าไม่เอา เพราะไม่ชอบวิธีไสกาวไปแล้ว (กลัวมันหลุดอ่ะ)

DSCN2613

แต่เพราะความกระตือรือร้นของน้องบวกกันที่เราเล็งเล่มนี้เอาไว้นานแล้วด้วย สุดท้ายก็เลยได้มาจนได้ 555

DSCN2608

พนักงานขายชนะเลิศจริงๆ ค่ะ ^^

มาที่บูธสารคดีกันบ้าง สารคดีก็เป็นอีกบูธประจำของเราค่ะ แวะไปทีไรก็เจอหนังสือถูกใจทุกปี
แต่สำหรับเรื่องน้องพนักงานขาย เมื่อก่อนก็ปกติดีนะคะ เพิ่งมาเริ่มแปลกๆ เมื่องานหนก่อนนี่แหละ
งานที่แล้วเคยบ่นเบาๆ เอาไว้ที่เว็บตั้งกระทู้สาธารณะเว็บหนึ่งไว้ทีนึงแล้ว ปีนี้เจอเยอะกว่าเดิมอีกจ้า!!
เรื่องที่ “บ่นเอาไว้” ที่ว่านั้นก็คือน้องประจำจุดนิตยสารตื๊อมากกกก
คือเข้าใจว่าน้องกระตือรือร้นแนะนำหนังสือ แต่ควรดูอาการคนซื้อบ้าง
บางครั้ง บางคนอาจจะอยากยืนเลือกยืนอ่านเงียบๆ
ถ้าสงสัย ถาม แล้วน้องกระตือรือร้นตอบ อันนี้โอเค แต่น้องเป็นฝ่ายรุกตลอดเวลา อันนี้ไม่โอเคอ่ะ
พอปฏิเสธอันหนึ่งไป น้องเสนอหมายเลข 2 ส่ายหน้าหนที่ 2 น้องนำเหนอหมายเลข 3
พยายามถามความสนใจ จะเลือกให้ ฯลฯ
ปีนี้ เจอแบบเดียวกันนี้เลยค่ะ แต่ยืนล้อมบูธเลย เป็นทุกคน!!
เดินไปแวะจุดไหนก็เจอทุกจุด (สารคดีเป็นบูธใหญ่ค่ะ ถ้าเคยไปคงจะนึกภาพออก)
ถามคำถามซ้ำกันทุกคน (แม้บางคนจะเลเวลตื๊อไม่สูงนักก็เหอะ)
แต่มันก็ชวนหมดอารมณ์เลือกอยู่เหมือนกันนะ ขอบอก!!

อีกบูธหนึ่งที่อยากจะเล่าถึงปิดท้ายก็คือ บูธมติชนค่ะ
เราตามหาหนังสือเรื่องหนึ่ง เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รัฐฉานในพม่า
มีชื่อหนังสือแล้ว อยู่สำนักพิมพ์มติชนแน่ๆ แต่จำไม่ได้ว่าใครแต่ง
ถามน้องๆ ในบูธก็ทำหน้างงๆ เหมือนไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือมาก่อน
แล้วบอกเราว่า คงไม่ได้เอามา (หลังจากถามเราแล้วว่าเป็นของมติชนใช่มั๊ย)
เพราะความงงๆ ของหน้าน้องคนแรก เราเลยเดินเลี่ยงๆ ไปหาเหยื่อรายใหม่
ซึ่งก็ได้คำตอบเดียวกัน ด้วยหน้างงๆ เหมือนกัน
สุดท้าย ตัดใจว่าจะถามอีกแค่คนเดียวนี่แหละ ไม่เจอก็ไม่เจอ
เลยเดินวนหาจนครบ 1 รอบ ก็กลับไปหาน้องคนแรกสุด (แต่ไม่ใช่คนแรกที่เล่าถึง)
เป็นน้องจากโซนสนพ. ศิลปวัฒนธรรมค่ะ (อยู่ในบูธเดียวกันกับมติชนนี่แหละ)
คือตอนแรกเราหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากส่วนรับผิดชอบของน้องเขา
น้องเขาก็รีบแนะนำว่าสนุก เขาเคยอ่านจบแล้ว สนุกมาก พร้อมบอกรายละเอียดหนังสือ
ก็กะว่า ถ้าน้องเขาชอบอ่านหนังสือแนวนี้ ก็น่าจะคุ้นๆ ชื่อหนังสือเล่มที่เราหาอยู่นี้บ้าง
พอไปถาม น้องเขาก็ทำหน้างงๆ กลับมาเหมือนสองคนแรกค่ะ
แต่ที่แตกต่างคือ น้องเขาไปเดินหาให้ ไปถามพี่คนอื่นให้
ไม่นานก็ถือหนังสือเล่มที่เราต้องการกลับมาได้เรียบร้อย
(หนังสือวางเอาไว้จุดเดียว เพราะไม่ใช่หนังสือใหม่ และไม่ได้โปรโมทค่ะ
แถมจุดที่วางก็เป็นจุดอับ อยู่ชั้นล่างๆ ตอนเราเดินผ่านมีคนยืนบังอยู่ เลยไม่ทันเห็น)
สรุปว่าหนังสือเล่มที่เราต้องการมีในบูธค่ะ แต่น้องในบูธอย่างน้อย 2 คนไม่รู้ว่ามี
และไม่สนใจว่ามันจะมีหรือไม่
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสองสำนักพิมพ์ (มติชน กับศิลปวัฒนธรรม) แยกกันอบรมพนักงาน
หรือเป็นนิสัยรักการบริการของน้องแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน
แต่น้องคนสุดท้าย ก็ช่วยกู้หน้าเพื่อนๆ ร่วมบูธได้ดีจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณน้องมากๆ ประทับใจอ่ะ ^^

สุดท้าย กลับจากงานหนังสือปีนี้ เราก็ได้หนังสือเยอะมากเป็นประวัติการณ์
คล้ายจะเป็นการช้อปส่งท้ายอะไรบางอย่าง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านเรื่องราวยาวๆ ของคนขี้บ่นค่ะ
ขออวยพรให้ท่านผู้อ่าน เดินงานหนังสือปีนี้ (และปีต่อๆ ไป) ให้สนุกนะคะ ^^

(งานหนังสือปีนี้ จัด 12 วันถ้วน ตั้งแต่ 16 – 27 ตุลาคม เปิด 10.00 – 21.00 น. ค่ะ)

ปล. 1 เห็นป้ายแวบๆ ตอนขากลับว่า ปลายปี ประมาณเดือนพฤศจิกายน จะมีงานหนังสืออีกครั้ง
ชื่อว่า Book Mega Sale 2013 วันที่ 22 พย. – 1 ธค. 56 จัดที่ไบเทค บางนาค่ะ
ไม่แน่ใจว่าจัดปีเดียว หรือจะจัดเป็นประเพณีซ้ำๆ ไปทุกปีเหมือนกัน แล้วรอดูกันค่ะ

ปล. 2 รายละเอียดงานหนังสือค่ะ คลิก

 

DSCN2548

 

ไปตามอ่านรีวิวหนังสือแต่ละเล่มแบบคร่าวๆ กันต่อดีกว่าค่ะ ^^
หนังสือที่ได้จากงานหนังสือปีนี้

 

 

Comments are closed.

Post Navigation