เรื่อง ร่มไม้หนึ่งซึ่งเราตัวเล็ก ผู้แต่ง ปันนารีย์ สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน (สำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์) ราคา 150 บาท เรื่องราวของคุณปู่ต้นไม้ และคุณปู่ของประวีณ เพื่อนสนิทที่สุดของเด็กชายเข้มแข็ง มิตรภาพวัยเยาว์ของเหล่าเด็กๆ ภายใต้ร่มไม้ของคุณปู่ ความสัมพันธ์ ความผูกพันระหว่างคนกับต้นไม้ใหญ่ มิตรภาพบนความแตกต่าง การเปลี่ยนแปลง และเติบโต เรื่องราวของเด็กชายที่ผูกพันกับต้นไม้ใหญ่ เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนักว่าเด็กๆ ทำกิจกรรมอะไรใต้ต้นไม้กันบ้าง (ตอนซื้อคาดหวังว่าจะได้อ่านอะไรน่ารักๆ แบบเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก ^^”) กลับไปเน้นหนักที่ความรู้สึกของเด็กต่อต้นไม้ กับผู้ใหญ่ต่อต้นไม้ การมองโลกในมุมมองของเด็ก และการมองโลกที่แตกต่างไปในมุมมองของผู้ใหญ่ ภาพปกและภาพประกอบสวยมาก (นั่นเป็นอย่างแรกๆ ที่ทำให้เราเลือกหยิบเล่มนี้ขึ้นมาท่ามกลางวรรณกรรมเยาวชนมากมาย) ปมของเรื่อง .. ความลับของแม่ที่ผู้เขียนซ่อนไว้ ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องเป็นความลับเลย ความลับของแม่ยิ่งทำให้เข้มสับสนและไม่เข้าใจ ของแบบนี้อธิบายตรงๆ ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ทำร้ายจิตใจกันตรงไหน พล็อตแบบนี้มันคงสนุกสำหรับเด็กๆ มากกว่า พอผู้ใหญ่มาอ่าน มาหาเหตุผลมันเลยไม่ค่อยประทับใจ โดยรวมๆ เล่มนี้สนุกพอประมาณค่ะ ไม่ได้รักมาก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

เรื่อง เด็กชายในชุดนอนลายทาง ผู้แต่ง จอห์น บอยน์ ผู้แปล วารี ตัณฑุลากร สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน ราคา 145 บาท จบเล่มหนึ่ง ต่ออีกเล่มหนึ่ง .. อ่านจบแล้วเห็นข้อแตกต่างบางอย่าง .. แม้แอลฟี (จากพ่อกับผมและบางสิ่งที่หายไปในสงคราม) และบรูโนจะอยู่ในวัย 9 ขวบเท่ากัน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าแอลฟีมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าบรูโน ครอบครัวที่ขาดได้หล่อหลอมให้เด็กเรียนรู้ที่จะเติมเต็ม ในขณะที่เด็กจากครอบครัวที่เต็มพร้อมนั้น .. จินตนการไม่ออกเลยว่าความขาดเป็นเช่นไร มิตรภาพไม่ได้เกิดขึ้นจากข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของใครคนใดในโลกนี้ทั้งนั้น มันเกิดขึ้นได้เอง และเป็นธรรมชาติ เกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่บนเส้นแบ่งแยกความแตกต่างของกันและกัน เรื่องเริ่มต้นในวันที่บรูโน เด็กชายวัย 9 ขวบเพิ่งรู้ตัวว่าจะต้องย้ายบ้าน ย้ายจากบ้านหลังมหึมาที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิด เป็นการย้ายแบบย้ายทั้งครอบครัว ด้วยเหตุผลเรื่องงานของพ่อ งานอันยิ่งใหญ่เกินกว่าเด็กชายตัวเล็กๆ อย่างบรูโนจะเข้าใจ การย้ายบ้านครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตของบรูโนจริงๆ เขาต้องจากบ้านในกรุงเบอร์ลินไปในที่ที่ไกลมากๆ ต้องแยกจากเพื่อนที่รักที่สุดในชีวิตทั้ง 3 คน .. ต้องย้ายโรงเรียน จากบ้านกลางเมืองใหญ่กลายเป็นบ้านที่ตั้งอยู่เพียงหลังเดียวโด่เด่ท่ามกลางความเวิ้งว้าง ไม่มีเด็ก ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ และไม่มีเพื่อน .. ไม่มีใครหรืออะไรเลย … บ้านที่ไม่มีความเป็นบ้าน Read More →

เรื่อง พ่อกับผมและบางสิ่งที่หายไปในสงคราม ผู้แต่ง จอห์น บอยน์ ผู้แปล พรพยงค์ นำธวัช สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน ราคา 165 บาท เหตุการณ์สงครามในเรื่องนี้คือสงครามโลกครั้งที่ 1 วันที่สงครามเริ่มต้นตรงกับวันเกิดปีที่ 5 ของแอลฟี ซัมเมอร์ฟีลด์ ปีแห่งขวบปีที่ 5 .. ปีที่บ่งบอกว่าแอลฟีโตพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวแล้ว!! เมื่อโลกเกิดสงคราม เมืองก็ไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่ สงครามจึงเป็นเรื่องของคนทุกคน .. บางครั้งเด็กก็เป็นผู้ใหญ่ และบางครั้ง .. ผู้ใหญ่ก็กลายเป็นเด็กได้เช่นกัน วรรณกรรมเล่มนี้ จึงเหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เท่าๆ กัน สำหรับเมืองที่ไม่ได้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ชีวิตแต่ละชีวิตยังคงดำเนินไปตามปกติ ผู้คนยังคงทำมาหากินกันไปเช่นเดิม แค่เปลี่ยนหัวหน้าครอบครัวจากพ่อบ้านกลายเป็นเด็กและสตรีแทน ต่างฝ่ายต่างเข้มแข็งเพื่อกันและกัน .. คนกล้าหาญคือใครกันแน่ .. คือคนที่อาสาไปสงคราม หรือคือคนที่กล้าต่อต้านสงครามอย่างเปิดเผย ไม่กล้าไปรบ ไม่กล้าฆ่าหรือถูกฆ่า แต่กล้าที่จะยอมรับผลทุกอย่างที่เกิดจากการตัดสินใจนั้น? สิ่งที่ดูเหมือนปกตินั้นไม่ปกติ ข้าวยากหมากแพง ผู้คนระแวงกัน ความกลมเกลียวและอารมณ์ขันลดลง ด้วยทุกหัวใจพะวักพะวงถึงแต่กำลังใจที่จะส่งไปให้แนวหน้าของประเทศ แนวหน้าผู้ซึ่งเป็นคนในครอบครัวตัวเอง ทุกบ้านต่างเฝ้ารอคอยความหวังให้เขาเหล่านั้นหวนกลับ .. ดังเดิม ความอัตคัตฝืดเคืองค่อยๆ Read More →

เรื่อง ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก ผู้แต่ง อี.บี. ไวท์ ผู้แปล คณา คชา สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน ราคา 125 บาท เมื่อหัวใจถูกทำร้ายสะสมด้วยเรื่องสั้นเขย่าขวัญแบบ non-stop ก็ถึงเวลาเยียวยาหัวใจกันบ้าง อันที่จริง หยิบเล่มนี้มาอ่านเพื่อตอบโจทย์เกมบิงโกที่เล่นอยู่หรอก ;P แต่ความละเอียดอ่อน น่ารักแบบวรรณกรรมเด็ก ก็ช่วยดึงหัวใจที่ชุ่มชื่น อ่อนโยนกลับมาด้วยเหมือนกัน ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก เป็นอีกเรื่องที่เราเคยอ่านตอนเป็นเด็กประถม สมัยที่แม่พาไปตลาด ที่ร้านหนังสือแบกะดิน ชาร์ล็อตต์ฯ ถูกวางรวมอยู่ในกองหนังสือ 3 เล่ม 10 นั่นคือตอนที่เราพบกันหนแรก ครอบครัวเล็กๆ ในชนบทแห่งหนึ่ง กำลังเริ่มต้นยามเช้าที่แตกต่างไปจากทุกวัน เมื่อคืนนี้ ที่บ้านของพวกเขามีลูกหมูเกิดใหม่ และหนึ่งในจำนวนนั้นตัวเล็กมาก เจ้าหมูน้อย ตัวเล็กเกินไป เล็กจนไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่ต่อ เฟิร์น ลูกสาวของบ้านร้องขอชีวิตของมัน เธอไม่ยอมให้พ่อฆ่ามันทิ้ง นับจากนั้น เธอก็คอยดูแลเจ้าหมูตัวนั้น พร้อมทั้งตั้งชื่อให้มันว่า “วิลเบอร์” หลังจากนั้นไม่นาน บ้านของเฟิร์นก็ขายวิลเบอร์ให้ลุงของเขา เฟิร์นยังคงไปเยี่ยมวิลเบอร์เสมอๆ เธอชอบนั่งเงียบๆ Read More →