กลับมาจัดอันดับหนังสือโปรดแห่งปีกันอีกแล้วค่ะ
ปีนี้เราอ่านหนังสือไปทั้งหมด 55 เรื่อง
(กับนิยายออนไลน์อีก 1 เรื่อง)
โดยทั้งหมดนี้ เป็นงานแปล และงานเขียนของนักเขียนไทยในจำนวนสูสีกัน
งานแปลส่วนมาก มาจากฝั่งตะวันออก มากกว่าตะวันตก
และทั้งหมดเน้นหนักไปที่ fiction มากกว่า non-fiction

จากจำนวน 55 เรื่องที่ว่านี้
เราคัดเลือกเล่มที่ชอบมากๆ ในปีนี้มาได้ 5 เล่มค่ะ 🙂

โดยที่ ทั้ง 5 เล่มนี้ ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นหนังสือที่พิมพ์ในปีนี้
(เป็นเล่มที่เราอ่านในปีนี้ค่ะ)
นอกจากนี้ ลำดับที่โพสต์ ก็ไม่ได้เรียงตามความชอบด้วย
มาดูกันค่ะว่า 5 เล่มที่เป็นที่สุดของเราในปีนี้ มีเล่มไหนกันบ้าง

เล่มแรก วันที่แม่ไม่อยู่

อาจเป็นเพราะหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของนักเขียนเกาหลี
และผู้หญิงในชนชาติฝั่งตะวันออก มักจะมีค่านิยมที่คล้ายคลึงกัน
ทำให้หนังสือเล่มนี้สัมผัสหัวใจเราได้มากทีเดียว

วันที่แม่ไม่อยู่ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้เราคิดถึงแม่ค่ะ
แม่ในเรื่อง มีความเชื่อมโยงกับแม่ในความทรงจำของเราในบางเสี้ยวส่วน
เราเชื่อว่า ถ้าคนไทยอีกหลายคนได้อ่านมัน
ก็จะต้องคิดถึงแม่ของตัวเองเช่นกัน และอาจจะรักมันเหมือนกับที่เรารัก
ยกให้เล่มนี้เป็นหนึ่ง (ในห้า) ในดวงใจของเราในปีนี้ค่ะ

เล่มที่สอง ชายชื่ออูเว

ชายชื่ออูเว เป็นอีกเล่มที่ผู้เขียนทำให้เรารู้สึกจับหัวใจ
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้เรารู้สึก ..
เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องได้ดี
และทำให้คนอ่านเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดอันละเอียดอ่อน
ที่ตัวละครปิดกั้นไว้อย่างมิดชิด
ฝีมือการเขียนขั้นเทพมากค่ะ

เล่มที่สาม นกกระจอกเทศกับสิ่งที่หลงหาย และพี่ชายของฉัน

วรรณกรรมเยาวชนมักจะติดโผหนังสือแห่งปีของเราในทุกปีเสมอๆ
ไม่เคยรู้ และไม่เคยยอมรับเลยว่าเราชอบอ่านวรรณกรรมเด็ก
ตอนเด็กๆ ยังไม่ค่อยได้อ่านเลย (อ่านนิยายมาตั้งแต่เด็กค่ะ)

แปลกดีที่ยิ่งโตก็ยิ่งค้นพบว่า
มีวรรณกรรมสำหรับเด็กที่ดีงามหลายเรื่อง
มันละเอียดอ่อน สวยงาม และเข้าถึงจิตใจ
กว่าจะรู้ตัวว่าชอบวรรณกรรมเยาวชน
ก็เลยวัยมาหลายสิบปีเสียแล้ว 🙂

วรรณกรรมเหล่านี้ ..
แต่ละเล่ม มีพล็อต มีวิธีเล่าเรื่อง และมีสารบางอย่างที่ซ่อนอยู่
(โดยเฉพาะเล่มนี้ เราว่าสารที่ซ่อนไว้
ผู้เขียนตั้งใจสื่อถึงผู้ปกครองมากกว่าเด็กๆ ด้วยซ้ำค่ะ)

นกกระจอกเทศกับสิ่งที่หลงหาย และพี่ชายของฉัน
เป็นอีกหนึ่งวรรณกรรมเยาวชน
ที่สอนชีวิตให้กับเด็กๆ และแม้แต่ผู้ปกครอง
ผู้เขียนสามารถสามารถเล่าเรื่องยากๆ 
ได้อย่างแนบเนียน ละมุนละไม
เป็นอีกเล่มที่อ่านแล้วกินใจเราค่ะ 🙂

เล่มที่สี่ ถ้าแม่ฟังอยู่ โปรดรู้ว่าหนูคิดถึง

วรรณกรรมเยาวชนเล่มที่สอง ที่ติดโผในปีนี้ ^^
หนังสือเล่มนี้ นำเสนอทั้งประวัติศาสตร์อินเดีย
(ในช่วงแบ่งประเทศกับปากีสถาน)
ทั้งยังนำเสนอความคิดความรู้สึกของผู้คน
ที่ต้องตกอยู่กึ่งกลางระหว่างความแตกแยกครั้งนี้ด้วย

ขึ้นชื่อว่าสงครามและความขัดแย้ง
การแบ่งแยก ความแตกต่าง ฯลฯ ..
ทั้งหมดนี้ล้วนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมเสมอๆ
แม้จะยังมีวรรณกรรมเช่นนี้ออกมาอีกกี่เล่ม
มนุษย์ก็ยังไม่เคยเรียนรู้ และไม่เคยจะหยุดสงครามอยู่ดี

เหตุผลที่หนังสือเล่มนี้ติดโผหนึ่งในห้าเล่มของปีสำหรับเรา ..
ไม่ต้องอ่านใหม่ทั้งเล่ม
แค่คลิกไปอ่านภาพโควทที่เราเคยรวบรวมไว้
หนังสือเล่มนี้ก็กลับทำให้เราสะท้านสะเทือนในหัวใจได้อีกครั้ง
ภาษาของผู้เขียนและผู้แปล ทรงพลังจริงๆ

และเล่มสุดท้าย เล่มที่ห้า Erasmus Generation เผ่าพันธุ์แห่งการเรียนรู้

เล่มนี้เป็นเล่มเดียวในห้าเล่ม ที่เป็น non – fiction
นอกจากนี้ยังเป็นเล่มเดียวที่เป็นงานเขียนของคนไทย ไม่ใช่งานแปล
เหตุผลก็คือ หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่อง (ที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง) ได้ดีมากค่ะ
ผู้เขียนบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองที่ได้รับทุนเรียนต่อปริญญาโท
เรื่องเล่าภายในเล่มเต็มไปด้วยพลัง
เสริมสร้างความฮึกเหิม ความไม่ย่อท้อ ไม่ปล่อยโอกาส
นอกจากนี้ มันยังเปิดมุมมองในการมองโลกของเราด้วย
ทัศนคติของทั้งผู้เขียน และวัตถุประสงค์ของทุน
คือจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้สำหรับเรา

แม้ว่าเรื่องราวในหนังสือ จะไม่ได้อยู่ในความสนใจของเรามาตั้งแต่แรก
แต่หนังสือเล่มนี้ก็สามารถทำให้เราประทับใจ
และกลายเป็นหนึ่งในห้าเล่มที่ดีที่สุดสำหรับปีนี้ของเราค่ะ 🙂

ทั้งหมดนี้ คือห้าเล่มที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้
และอยากจะแนะนำหนังสือดีๆ ส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่าน
คาดหวังว่ามันจะมีประโยชน์ในการเลือกหนังสือบ้าง
ปีหน้า ขอให้ได้ค้นพบหนังสือที่ตรงกับความชอบของตัวเอง
และอ่านมันอย่างมีความสุขนะคะ
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ 🙂

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือแห่งปี 2557
หนังสือแห่งปี 2558
หนังสือแห่งปี 2559
หนังสือแห่งปี 2560
หนังสือแห่งปี 2561
หนังสือแห่งปี 2562
หนังสือแห่งปี 2563

 

Comments are closed.

Post Navigation