สวนฤดูร้อนแห่งวัยเยาว์ของพวกเราและคุณตา
เรื่อง สวนฤดูร้อนแห่งวัยเยาว์ของพวกเราและคุณตา
ผู้แต่ง ยูโมโตะ คาซุมิ
ผู้แปล พิมพ์รัก สุขสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ Tale
(สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์)
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161882204
วันหนึ่งในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นประถม 6
ยามาชิตะ ขาดเรียนเป็นเวลาติดต่อกันหลายวัน
เหตุผลก็คือ ย่าของเขาตาย
เขาและครอบครัวจะต้องไปร่วมงานศพที่ต่างจังหวัด
เรื่องนั้นถูกเล่าต่อๆ กันในกลุ่มเพื่อนสนิท
จนกระทั่งยาชิตะกลับมา
และเล่าเรื่องของงานศพ และศพของย่าให้เพื่อนฟัง
ในความรู้สึกสับสนคลุมเครือ
ทำให้คำตอบของเรื่องเล่า ไม่ชัดเจนสักอย่าง
เด็กๆ ต่างรับรู้ และจินตนการกันไปในแบบของตัวเอง
ความตายเป็นสิ่งลึกลับ และไกลตัวพวกเขาเหลือเกิน
เหตุการณ์คลับคล้ายจะถูกลืมเลือนไป
เมื่อพวกเขากลับสู่ชีวิตประจำวัน
ในช่วงเวลาที่ต่างคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายยังคงเป็นปกติ
จริงๆ แล้ว ทุกคนต่างก็พากันครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จนเก็บไปฝันร้าย
จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่คาวาเบะ เพื่อนในกลุ่ม –
ได้ยินจากผู้ใหญ่ว่า มีบ้านหลังหนึ่ง ที่มีคุณตากำลังจะตาย
เป็นคุณตาที่อาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว และเขากำลังจะตายโดยลำพัง
คาวาเบะอยากจะรู้ว่า
คนที่กำลังจะตาย หรือคนที่ตายแล้วนั้นเป็นเช่นไรกันแน่
ความตายเป็นอย่างไร
เขาจึงพยายามชวนทุกคนไปที่นั่น
หลายวันต่อจากนั้น พวกเขาเฝ้ามองคุณตา
เริ่มสะกดรอยคุณตา
กิจกรรมนี้ดึงดูดพวกเขาจนหลงลืมสิ่งอื่นๆ ในชีวิต
จากการสะกดรอย ก็กลายเป็นการก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิต
แล้วความผูกพันแบบแปลกๆ ก็เริ่มต้นขึ้น
ตอนที่อ่าน เราตะหงิดๆ กับพฤติกรรมและความคิด
ของเจ้าเด็กกลุ่มนี้อยู่บ้าง
จุดเริ่มต้นระหว่างเจ้าพวกเด็กๆ กับคุณตา ดูไม่ค่อยดีเท่าไร
คุณตาเป็นคุณตาหัวแข็ง ขี้โมโห
ส่วนเจ้าพวกเด็กๆ ก็ดูเป็นเด็กเกเร ไม่มีสัมมาคาราวะ
มันเริ่มต้นขึ้นแบบนั้นแหละ
หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรพลิกแพลง
วิธีเล่าก็คล้ายกับการรวบรวมเอาความทรงจำวัยเด็กทั้งหมดของผู้เขียน
ขยุมรวมกันไว้ในหนังสือเล่มบางๆ
บางเหตุการณ์ดูไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง
บางเหตุการณ์ก็ดูรุนแรงเกินกว่าจะเป็นหนังสือเด็ก
บางบทสนทนาก็แปลกประหลาด
บางครั้งพวกเขาดูเด็กเกินไป และบางครั้งก็ดูโตเกินไป
แต่ไม่น่าเชื่อว่า ความไม่สมบูรณ์ทั้งหมดทั้งปวง
กลับรวมกันออกมาเป็นหนังสือที่ลงตัว
และมันทำให้เราเสียน้ำตา
ผู้เขียนทำได้ดีในการผูกโยงเรื่องราวสะเปะสะปะทั้งหลายให้อยู่ในเส้นเรื่อง
ทำได้ดีมากๆ ในช่วงท้าย และตอนจบเล่ม
ความขาดๆ เกินๆ ทั้งหมด กลายเป็นความพอดี
เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครทุกคน
และดีใจที่ได้เห็นเจ้าพวกเด็กๆ เติบโตขึ้น
ในระยะทางเพียง 216 หน้า
ผู้เขียนทำในจุดนี้ได้ดีมากจริงๆ
นอกจากเนื้อเรื่องที่กินใจได้ไม่ยาก .. จากโครงเรื่องที่พามา
อีกสิ่งที่นำพาให้หนังสือเล่มนี้ถูกรักโดยคนอ่านก็คือ
มันทำให้เราโหยหาอดีต ..
มันคือโลกวัยเด็กของเรา ที่เวลาว่างมันช่างมากมาย
เราใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ
อยากรู้ สงสัย แล้วก็ใช้เวลาไปกับความสงสัยนั้น
ทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่ต้องถามหาเหตุผลไปกับทุกเรื่อง
เราโตกันมาแบบนั้น ก่อนที่เทคโนโลยีจะเข้ามา
และแย่งชิงเวลาทั้งหมดของเราไป

หนังสือเล่มนี้ดีจังเลยล่ะ
แม้ดูเผินๆ จะเหมือนกับเป็นวรรณกรรมเยาวชน
(หลังจากแพรวเยาวชนปิดไป
เราก็หาวรรณกรรมเยาวชนแบบนี้อ่านอีกแทบไม่ได้เลย)
แต่มันเป็นวรรณกรรมเยาวชนแบบที่ผู้ใหญ่อ่านแล้วมีความรู้สึกร่วม
ไม่รู้สึกเบื่อเหมือนการไปเอาหนังสือมาอ่านเด็กเลย
นานๆ ทีได้กลับมาอ่านอะไรแบบนี้ มันดีจังเลยล่ะ





Comments are closed.