ส่งท้ายงานหนังสือสุดท้าย ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์
บันทึกความทรงจำงานหนังสือครั้งสุดท้าย
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี .. ทุกๆ ที่ล้วนแต่มีความทรงจำซ่อนอยู่ทั้งนั้น
เราไปงานหนังสือครั้งแรก ตั้งแต่สมัยจัดกันที่คุรุสภา
เดินงานข้างถนน แคบๆ ร้อนๆ แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จริงๆ
ทั้งงานล้วนเต็มไปด้วยหนังสือ มากมายเกินกว่าที่เคยเห็นจากร้านหนังสือไหนๆ
แถมยังลดราคาจนน่าตกใจ มีหนังสือเล่มละ 10 – 20 บาทกลาดเกลื่อน ชวนให้ซื้ออย่างมือเติบ
ตอนไปงานหนังสือครั้งแรกๆ เราไม่เคยมีลิสต์อะไรสักรายการ ใช้หัวใจนำทางล้วนๆ
ซื้อมาแล้ว บางเล่มก็ได้อ่าน แต่บางเล่มก็ดองยาวจนหายสาบสูญ
ทุกปี เราจะกำเงินเก็บทั้งปีได้หนึ่งพันบาท
ซื้อหนังสือได้ตั้งเบ้อเริ่ม หอบกลับบ้านไม่หวาดไม่ไหว
แน่นอนว่าตอนนั้น ต้องนั่งรถเมล์กลับด้วย
แต่ก็นะ ความไม่สะดวกสบายในชีวิตมันก็มาในช่วงวัยที่มีเรี่ยวแรงกำลัง
การหอบหนังสือตั้งใหญ่ขึ้นรถเมล์ จึงเป็นไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย
เรามาเดินงานหนังสือซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี .. อย่างมีความสุข
จวบจนกระทั่งงานหนังสือถูกย้ายมาจัดที่ศูนย์ประชุมฯ แห่งนี้
เด็กตัวเล็กๆ คนนั้น ไปศูนย์ประชุมฯ ไม่ถูก ก็เลยอดไปงานหนังสืออยู่หลายปี
กลับมาเดินงานหนังสืออีกครั้ง ราวๆ ปี พ.ศ. 2544 – 2545
จำไม่ได้เสียแล้วว่าครั้งแรกเป็นอย่างไร ใครพามา
แม้ในช่วงแรกๆ จะยังเป็นการมาบ้างไม่มาบ้าง ตามวาระโอกาส
แต่หลังจากเติบโตและดูแลตัวเองได้
เราก็ไม่เคยพลาดงานหนังสือ ทั้งงานสัปดาห์ฯ และงานมหกรรมฯ อีกเลย
อย่างน้อยต้องมาให้ได้สักงานละครั้ง .. ติดต่อกันมาเป็นสิบๆ ปีแล้วมั๊ง
แล้วจู่ๆ งานหนังสือก็ทิ้งเราอีกครั้ง .. ย้ายไปจัดที่เมืองทองธานี
ครั้งหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ .. แต่ครั้งนี้ ขอเดินสั่งลางานหนังสือครั้งสุดท้าย
และขอเก็บบรรยายกาศเอาไว้เป็นความทรงจำของคนรักงานหนังสือร่วมกันค่ะ 🙂
เวทีเอเทรียมปีนี้ก็เปลี่ยนไปหันหน้าอีกด้าน
นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ชิน .. จริงๆ นี่ปีสุดท้ายแล้ว ไม่ค่อยอยากให้เปลี่ยนอะไรเท่าไรเลย
แม้ว่างานหนังสือครั้งสุดท้ายนี้จะไม่มีบูธไปรษณีย์ไทยอย่างที่คุ้นเคย
แต่ก็ยังมีระบบส่งหนังสือเจ้าใหม่มาแทน คือเคอรี่นั่นแหละ ..
เป็นการทำร้ายจิตใจแฟนคลับงานหนังสืออยู่นิดหน่อย
ไหนๆ ก็จะย้ายอยู่แล้ว เก็บไปโผล่รอบหน้าก็ไม่ได้
แต่เราก็อุตส่าห์เดินลงไปเยี่ยมสำนักงานไปรษณีย์ไทยที่ตั้งอยู่ข้างล่าง
(อยู่ในซอยระหว่างสตาร์บัคกับร้านนายอินทร์ .. ที่ก็เพิ่งมาเปิดใหม่ (เพื่อ!!) ด้วยเช่นกัน)
ยังเปิดรับส่งพัสดุอยู่เช่นกัน ถ้าคิวเคอรี่ยาวๆ ก็ลงไปใช้บริการไปรษณีย์ไทยได้อยู่นะ
การเดินงานหนังสือวันนี้มีบรรยากาศเศร้าๆ
แม้จะมีบรรยากาศคึกคัก คนไม่น้อย ..
บางทีอาจเป็นแค่ความเศร้าในใจเราเอง
หลายสำนักพิมพ์โละหนังสือขายเหมือนจะไม่ไปต่อในงานหน้า
ไม่ได้โละขายแต่ที่บูธตัวเอง
แต่ขายขาดหั่นราคาให้บูธพันธมิตรร่วมขายด้วยกันเต็มงาน
เราจึงเห็นหนังสือเหมือนๆ กัน ลดกระหน่ำในราคาน่าตกใจพอๆ กัน .. ทั้งงาน
สำนักพิมพ์เพื่อนดี อักษรโสภณ ลดราคาหนังสือ 40 – 60%
ส่วนอันนี้ลดราคาในอัตราปกติ ..
แต่เราได้ยินแว่วๆ คล้ายๆ จะหมดแล้วหมดเลย ไม่พิมพ์เพิ่มแล้ว?
ถ้าพลาดจากนี้ก็ต้องรอว่าอาจารย์วินิตาจะให้สำนักพิมพ์อรุณเอาไปพิมพ์ใหม่หรือเปล่า
และอาจจะเลือกพิมพ์แค่เพียงบางเล่ม .. บางทีเราอาจจะฟังผิด?
(แถมปีนี้เป็นปีแรกที่อาจารย์วินิตาไม่ออกหนังสือใหม่ด้วย .. นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!)
สำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มก็เป็นอีกสำนักพิมพ์ที่ลดราคาหนังสืออย่างน่าตกใจ
โต๊ะกลางนี้ลดเหลือเล่มละ 25 บาท
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าตกใจพอกันคือสำนักพิมพ์วงกลมที่คุ้นเคย .. มีหน้าตาเปลี่ยนไป
วันนี้สำนักพิมพ์วงกลมออกบูธร่วมกับสำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง
ซึ่งมีหนังสือของชลนิลเต็มบูธเลย .. และทุกเล่ม (ยกเว้นเล่มล่าสุด) ลด 50%!!!
ก็รู้นะว่าสำนักพิมพ์คำต่อคำปิดตัว แต่ไม่นึกว่าจะโละรวดเร็วขนาดนี้
เกิดอาการช็อคเล็กๆ
บูธเคล็ดไทย มีหนังสือเด็ดๆ มาลดราคาตามฟอร์ม
แถวๆ นี้ ลด 70% ทั้งหมดค่ะ (มีทั้งของน้าหงา และของคุณเสกสรรค์)
ที่จี๊ดคือ ณ บูธหนึ่ง มีของแทนไทมาลดด้วย เหลือเล่มละ 70 บาท
อยากจะเหมาใจจะขาด แต่ขาดทั้งเงินและที่จะเก็บ
เราเดินงานหนังสือ ได้ยินเสียงคนซื้อคุยกับคนขายถึงเรื่องหนังสือในร้าน
คนซื้อบ่นว่า หนังสือเล่มล่าสุดของนักเขียนคนที่ชอบไม่สนุกเลย
บรรยายไม่ดีเลย ไม่เหมือนที่เคยเป็นมา
เล่มที่ซื้อไปนี้ ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะซื้อเป็นเล่มสุดท้าย
(แต่นี่ก็ยังกลับมาซื้ออีก แต่เป็นการกลับมาซื้อเก็บตกเล่มเก่าๆ)
ฟังแล้วก็เศร้าใจ
และยิ่งเศร้ามากขึ้นไปอีกที่แอบนึกในใจว่า .. เราเห็นด้วย T—-T
ช่างเรื่องเศร้ามันเถอะเนอะ ..
ไม่รู้ทำไมไปเดินงานรอบนี้ เราช่างบิ้วท์ตัวเองให้มันเศร้าไปขนาดนี้ด้วย
ขอส่งท้ายด้วยภาพนักเขียนที่เราขนหนังสือไปขอลายเซ็นค่ะ
ดูเผินๆ คุณอรรถก็คล้ายคุณชวนอยู่เหมือนกันเนอะ >,<
นานๆ จะเห็นคุณวินทร์ยิ้ม ^^
คุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ผู้เขียน แมวผู้มองเห็นกำแพงเป็นสะพาน เล่มโปรดเรา
คุณนฤพนธ์ สุดสวาท ผู้เขียน ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน
ผู้ปุ้ยยยยย กิ่งฉัตร >,<
และเราก็ไม่พลาดความแข็งแกร่ง ^^
อันที่จริง เซเว่นฯ ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำ
นอกจากราคาย่อมเยาแล้ว ยังการันตีว่าอร่อยกว่าฟู้ดคอร์ท >,<
(เอาจริงๆ นะ ตั้งแต่กินมา ยังไม่เคยกินอะไรที่ฟู้ดคอร์ทอร่อยเลยอ่ะ)
บ๊ายบายงานหนังสือค่ะ .. พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วน้า ..
แล้วพบกันใหม่งานหน้า มหกรรมหนังสือฯ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ..
เราจะ “ใหม่” ไปด้วยกันเนอะ















































































































Comments are closed.