149-1-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7

เรื่อง เสียงเพรียกแห่งดวงดาว
เรื่อง วาคุ โอบะ
ต้นเรื่อง มาโคะโตะ ชินไค
ผู้แปล ชฎิน ลือตระกูลประวัติ
สำนักพิมพ์ อนิแม็กบุ๊คส์
ราคา 170 บาท

นิยายขนาดสั้นที่มีพล็อตกึ่งไซไฟกึ่งโรแมนติค
เล่าเรื่องในยุคอนาคตที่ล้ำหน้าไปกว่าตอนนี้สักประมาณ 40 ปี

นากามิเนะ มิคาโกะ เด็กสาวที่กลับบ้านทางเดียวกันกับเทระโอะ โนโบรุ มาตลอดสามปี
ได้บอกความลับแก่โนโบรุในเย็นวันหนึ่งว่า
เธอได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโปรเจ็คต์ทาร์เชี่ยน
ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับการสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น

วันนั้นคือการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างเขาและเธอ
หลังจากวันนั้น นากามิเนะก็ไม่ได้มาโรงเรียน
ไม่มาสอบปลายภาคด้วย ติดต่อไม่ได้ เรียกได้ว่าหายตัวไปอย่างลึกลับ
แต่พอจะเดาได้ว่าเธอไปอบรมในโครงการที่ว่านี่แหละ
จนถึงช่วงปิดเทอม เขาก็ได้รับเมล์ตอบกลับจากเธอ
มันถูกส่งมาจากยานริชิแทร์ ที่กำลังโคจรอยู่รอบดวงจันทร์!!

นับจากเมล์แรก ..
ระหว่างการฝึก มิคาโกะและโนโบรุ ยังได้ทำการส่งเมล์คุยกันเสมอ

เป็นการติดต่อสื่อสารจากดาวอังคารส่งมายังโลก ด้วยโทรศัพท์มือถือ
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่คลุมเครือ ไม่ใครก็ใครสักคนอาจคิดเกินเลยไปเอง?

ในการสำรวจสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเมื่อหลายปีก่อน
มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการการสูง .. ที่เรียกกันว่า ทาร์เชี่ยน
ทาร์เชี่ยนนั้นน่าจะมาจากดาวอื่นเช่นกัน
แต่ยังไม่ทันได้ข้อมูลอะไรมาก การสำรวจครั้งนั้นถูกระงับไปก่อนอย่างกะทันหัน
และในปี 2046 นี้ กลุ่มอาสาสมัครที่มีมิคาโกะรวมอยู่ด้วย
จึงเริ่มโครงการฝึกเพื่อสำรวจหาพวกทาร์เชี่ยนอีกครั้ง

แต่แล้ว ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา
กำลังเริ่มจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น
กลับมีเหตุการณ์บางอย่าง
ส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนของเวลาระหว่างโลกและนอกโลก

โทรศัพท์ตกรุ่นเครื่องเก่า
คือสิ่งของเพียงอย่างเดียวที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์อันไกลโพ้น
ถึงคนที่อยู่ไกลถึงนอกโลก …

01-2 เสียงเพรียกแห่งดวงดาว

จะว่าไป เสียงเพรียกแห่งดวงดาว ก็เป็นนิยายพล็อตธรรมดาๆ
อย่างรักในวัยเรียน กับรักระยะไกล
แต่มาคาโตะ ชินไค ฉลาดตรงที่ใส่ฉากไซไฟเข้าไปให้เนื้อเรื่อง
ระยะทางอันห่างไกลระหว่างพระเอกนางเอก –
จึงถูกถ่างขยายให้ไกลกันถึงดาวคนละดวง

หลังจากอ่าน your name จบก่อน แล้วมาตามด้วยเล่มนี้
เห็นได้ชัดเลยว่า มาโคโตะ ชินไค มีความสามารถด้านการคิดพล็อตการทำอนิเมะ
แต่ไม่ถนัดด้านการเขียนนิยาย (หรือไม่เราก็ยังไม่เห็น)
ดังนั้น ภาษาในหนังสือที่มาโคโตะ ชินไค คิดพล็อต
แล้วให้วาคุ โอบะ เขียน จึงออกมาดูดีกว่า your name เยอะเลย (ในด้านการเล่าเรื่อง)

กับฉากไซไฟนั้นเราเฉยๆ เพราะไม่ใช่แนว
(จริงๆ เราชอบเรื่องของดวงดาวนะ
แต่ไม่ชอบสงครามกับมนุษย์ต่างดาว
อ่านถึงตอนแบบนั้นก็จะเบื่อๆ หน่อยๆ)
หนำซ้ำยังงงกับความเหลื่อมล้ำของช่วงเวลานิดหน่อยด้วย

โดยรวมๆ ก็เป็นเรื่องที่สนุกพอประมาณ
พล็อตสร้างสรรค์ 
การนำเสนอน่าสนใจดี
แต่การผูกเรื่อง การวางโครงเรื่องว่างเปล่าเกินไปหน่อย
น่าจะทำให้สนุกมากกว่านี้ได้อีก
อ่านได้เพลินๆ ไม่ได้แย่อะไร
แต่ก็ไม่มีจุดพีคให้ประทับใจเหมือนกัน

มีข้อชวนคิดแทรกอยู่หน่อยนึง
ที่ชวนให้เราคิดต่อหลังอ่านจบ ..
สงครามกับมนุษย์ต่างดาว
ชวนให้เราย้อนคิดไปถึงยุคโบราณที่มนุษย์เริ่มทำสงครามกัน
การที่เราคุยกันไม่รู้เรื่อง พูดกันคนละอย่าง
วัฒนธรรมที่ต่างกัน ทำให้เข้าใจกันไปคนละอย่าง
ก็อาจทำให้กิดความขัดแย้งเล็กๆ ที่บานปลาย
แล้วกลายเป็นสงครามอันใหญ่โตระหว่างเผ่าพันธุ์
ถ้าสืบค้นไปจนถึงจุดเริ่มต้นของทุกสงครามบนโลก
บางที มันอาจเริ่มต้นด้วยเรื่องงี่เง่าแบบนี้ทุกที .. ก็เป็นได้?

และบางที นี่อาจเป็นอีกสาส์นหนึ่งที่ผู้เขียนตั้งใจจะบอก?

Comments are closed.

Post Navigation