เรื่อง สยองขวัญ
ผู้แต่ง เอโดงาวะ รัมโป
ผู้แปล ปาริฉัตร เสมอแข
สำนักพิมพ์ ผีเสื้อ
เลขมาตรฐานหนังสือ 9789741403776

ถ้าพูดถึงนิยายรหัสคดี และนิยายแนวสยองขวัญ
ชื่อหนึ่งที่เป็นต้นตำรับแห่งนิยายแนวนี้เลยคือนักเขียนอเมริกันที่มีชื่อว่า
เอดการ์ แอลลัน โพ ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อราวๆ 200 ปีที่แล้ว (เกิดปี ค.ศ. 1809)
เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งรหัสคดีเลยด้วยซ้ำ

ถัดจากเอดการ์ แอลลัน โพ นักเขียนนิยายสืบสวนอีกคนที่คนไทยรู้จักกันดี
คือ เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ (เกิดปี ค.ศ. 1859)
เจ้าของนิยายชุดชื่อดัง เชอร์ล็อก โฮลมส์ นี่เอง

ซึ่งถ้าถามว่า นักเขียนทั้งสองคนข้างต้นเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้อย่างไรนั้น
คำตอบคือเอดการ์ แอลลัน โพ เป็นแรงบันดาลใจของโคนัน ดอยล์
และเป็นแรงบันดาลใจของเอโดงาวะ รัมโป (เกิดปี ค.ศ. 1894) ซึ่งเขียนเล่มนี้ด้วย ..
นามปากกาของเขา ก็ตั้งใจตั้งให้เพี้ยนมาจากเอดการ์ แอลลัน โพ นี่เอง

ขอเล่านอกเรื่องต่ออีกหน่อย
คำว่าเอโดงาวะ จากเอโดงาวะ รัมโป น่าจะคุ้นหูแฟนการ์ตูนชาวไทยอยู่ไม่น้อย
เพราะมันไปพ้องกันกับชื่อของตัวละครในการ์ตูนนักสืบที่โด่งดัง
แน่นอน .. เรากำลังพูดถึง โคนัน
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจของผู้แต่งโคนันเอง

เด็กประถมโคนันในการ์ตูนเรื่องนี้นั้น มีชื่อเต็มๆ ว่า เอโดงาวะ โคนัน
โดยที่ชื่อต้น โคนัน นั้นเรารู้กันดีว่ามาจากชื่อของ เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์
แต่ชื่อต้นว่า เอโดงาวะนั้น ก็เป็นชื่อที่มาจากนักเขียนผู้โด่งดังอีกคนของญี่ปุ่น
ซึ่งก็คือเอโดงาวะ รัมโป นี่เอง

เล่าไปเล่ามา .. ชักจะรู้สึกว่าโลกแห่งนิยายสืบสวนนี่มันก็แคบเนอะ!

หนังสือเรื่อง สยองขวัญ จากสำนักพิมพ์ผีเสื้อเล่มนี้
ถูกตีพิมพ์ออกมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2531 เป็นนิยายแปลของรัมโปเล่มแรกๆ ในไทย
แล้วก็มาได้ยินอีกครั้งตอนที่อ่านนิยายนักสืบชุดบิเบลีย ..
ซึ่งก็มีบางคดีความเกี่ยวข้องกับหนังสือของรัมโป

ต่อมา เรามาได้ยินชื่อรัมโปหนาหูอีกครั้งในช่วง 1 – 2 ปีมานี้
เพราะสำนักพิมพ์ JLIT หยิบเอางานของรัมโปมาแปลเพิ่มอีกจนกลายเป็นกระแส
เลยคิดว่า น่าจะได้เวลาแล้วที่เราจะลองทำความรู้จักกับนักเขียนญี่ปุ่นคนนี้ ..

หลังจากอ่านนิยายหลอนๆ ทั้งที่หลอนจริง และที่โฆษณาว่าหลอน แต่ไม่หลอนเลยมาหลายเล่ม
มาเจอเอโดงาวะ รัมโป (เรื่องแรก) นี่สิ หลอนของจริง
เรื่องแรกนี้ เป็นเรื่องที่มีชื่อว่า เก้าอี้พิศวาส
เริ่มต้นเรื่องเรื่อยๆ เยียบๆ แต่ยิ่งเล่ายิ่งหลอนนะ
ตอนจบก็พอจะเดาได้อยู่หรอก แต่ก็ยังหลอนอยู่ดี

แต่หลังจากทำเราประทับใจสุดในเรื่องแรกไป
เรื่องที่สองก็ทิ้งดิ่งเลยค่ะ กลายเป็นงงสุด .. เรื่อง กระจกสยองขวัญ
แหวะๆ หน่อย แต่ไม่หลอนนะ แล้วก็ไม่ประทับใจด้วย

ต่อมาที่เรื่องที่สาม (คำสารภาพ) นี้เหมือนเป็นฝั่งตรงกันข้ามของเรื่องที่สอง
เรื่องที่สองนั้นมีตัวละครที่บ้าสะสมกระจก
ส่วนตัวละครในเรื่องที่สามนั้นเกลียดกลัวกระจก
แต่ใจความสำคัญของเรื่องไม่ได้อยู่ที่กระจกหรอก
เนื้อเรื่องแปลกๆ แหวกๆ แนวดี จบอยู่ที่ความรู้สึกกลางๆ

แต่ละเรื่องต่อๆ มา ก็ล้วนแต่ไปในทางเรื่องแปลกๆ ทั้งหมด
พล็อตแหวกแนวหลุดโลกแต่สำนวนและวิธีเล่าออกจะเชยๆ หน่อย
เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไร เวลาอ่าน
โดยรวมๆ เรื่องทั้งหมดไม่ได้สยองขวัญ น่ากลัวอะไรนะ (หลอนแค่เรื่องแรกเรื่องเดียว)
ส่วนเรื่องอื่น เป็นแค่เรื่องที่มันแปลกๆ หน่อยเท่านั้น
บางเรื่องก็สนุกดี บางเรื่องก็งั้นๆ และไม่รู้ว่าผู้เขียนต้องการจะนำเสนออะไร
บางเรื่องก็จบห้วนๆ แบบ ถ้ามีอีกนิดจะสะพรึงแล้วนะ .. แต่มันไม่มีไง

เข้าใจว่าเรื่องสั้นเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขียนมาตั้งแต่ยุคโบราณ
เป็นนิยายสืบสวนในยุคแรกๆ ที่ถ้าคนในยุคนั้นมาอ่าน
พล็อตขนาดนี้ก็นับว่าแปลกมากแล้ว
จริงๆ การหยิบมาอ่านในยุคนี้ พล็อตก็ยังไม่เชยนะ
แต่ที่เชยคือวิธีเล่าต่างหาก จังหวะมันไม่ลงตัว ไม่พอดี
(คิดว่าเรื่องอื่นๆ ในเล่มอื่นๆ ก็คงประมาณนี้ด้วยแหละ ..
เลยคิดว่างานของรัมโปอาจจะไม่ใช่แนวของเรา)

เรื่องที่ชอบที่สุด เป็นเรื่องของชายพิการสองคน
ชอบพล็อต ชอบที่ผู้เขียนพูดให้เราฉุกใจคิดได้ว่า
ต่อให้คนที่ฉลาดที่สุด ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าตัวเองนอนละเมอ .. เว้นแต่มีคนบอกเท่านั้น
และชอบความหักมุมที่เกิดขึ้นด้วย
แต่ก็นั่นแหละ มันก็ยังจบห้วนๆ เกินไปในความรู้สึกอยู่ดี

โดยสรุป สยองขวัญเป็นหนังสือที่แปลกดีค่ะ แต่ยังไม่สุดนะ สำหรับเรา

ปล. ในเล่มนี้ตัวละครอาเคจิ โคโกโร่ โผล่ออกมาในบางเรื่องด้วยนะ
มาแบบไม่รู้จักกันมาก่อน แต่คุ้นชื่อที่ไปพ้องกันกับโคโกโร่นิทราในโคนัน
เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าเป็นนักสืบชื่อดังทีเดียว
โผล่ออกมาไขคดีหลายเรื่อง แถมยังมีภาคนักสืบเยาวชนด้วย .. น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ

Comments are closed.

Post Navigation