เรื่อง มาริสาอายุ 27 ปี ผู้แต่ง จักรพันธุ์ ขวัญมงคล, จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุทร, จิราภรณ์ วิหวา, ชนัญญา เตชะจักรเสมา (point of view), ดุจดาว วัฒนปกรณ์, ตินกานต์, ธนชาติ ศิริภัทราชัย, ลูกแก้ว โชติรส, สุกัญญา สมไพบูลย์, องอาจ ชัยชาญชีพ, โอ๊ต มณเฑียร, t_047 ภาพประกอบ โอ๊ต มณเฑียร สำนักพิมพ์ อะโวคาโด บุ๊กส์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169378419 มาริสาอายุ 27 ปี เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีมาริสา 12 คน จาก 12 ปลายปากกานักเขียน และผู้ที่ไม่ใช่นักเขียน แต่มีความโดดเด่น น่าสนใจ มาริสาอายุ 27 ปี เป็นหนังสือเปิดตัวเล่มแรก ของสำนักพิมพ์อะโวคาโด บุ๊กส์ ของครูทอม Read More →

เรื่อง London Museumผู้แต่ง โอ๊ต มณเฑียรสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272027 ยังคงตามอ่านงานของโอ๊ต มณเฑียร อย่างต้องมนตร์หนังสือเล่มต่อมาของเขาเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์ในลอนดอนเราไม่ประหลาดใจแล้วที่ได้รู้ว่าในลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมายเพราะยิ่งนานวันยิ่งได้รู้ว่า โลกเราเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์เพียงแต่พิพิธภัณฑ์ที่ผ่านสายตาของโอ๊ต มันพิเศษกว่าที่อื่นๆ ขณะท่องไปในเล่มเราตื่นตาตื่นใจไปกับพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งที่เขาเล่าหลายแห่งเราตื่นเต้นไปด้วย ใจเต้นอย่างไม่น่าเชื่อรู้สึกเหมือนได้ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ไปกับเขาด้วยตัวหนังสือของโอ๊ตมีชีวิต มีความรู้สึกและมีพลังงานขับเคลื่อนให้เราโลดแล่นไปกับเรื่องเล่า โลกของพิพิธภัณฑ์เปิดกว้างกว่าที่เรารู้จักออกไปอีกหลายแบบพิพิธภัณฑ์หลายแห่งมีกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แบบที่เราคิดว่าช่างกล้าคิดและก็กล้าทำกันจริงๆและอดนึกภาพพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในบ้านเราลองมีกิจกรรม หรือกล้าคิดออกแบบกิจกรรมแหวกแนวแบบนั้นดูบ้าง ตอนที่เราชอบมากเลยก็คือ ดู ‘อาร์ต’ ยังไงให้ ‘อินมันมีความเข้มข้นของเนื้อหาที่โอ๊ตเคยแทรกเอาไว้อย่างละนิดละหน่อยในบทอื่นมันบอกกับเราว่า การดูพิพิธภัณฑ์ ไม่ต้องสูงส่งปีนบันไดดูไม่ต้องทรงภูมิมีความรู้เยอะแยะ แค่ใช้ความรู้สึก ใช้ตัวเรา ใช้ใจเราภาษาที่อธิบายเข้าใจง่ายและใช้ได้จริงในฐานะของคนที่แทบจะไม่ได้เรียนศิลปะมาเลยอ่านแล้วโดนใจโชะ โชะ โชะ พูดได้เต็มปากว่า .. นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่เรารักค่ะ 🙂  

เรื่อง London Sceneผู้แต่ง โอ๊ต มณเฑียรสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163271068 อ่านหนังสือของโอ๊ตไปเล่มหนึ่งทำให้เราย้อนกลับไปคุ้ยเล่มอื่นๆ ของเขาที่ดองไว้ออกมาอ่านก่อน London Scene เป็นหนังสือเล่มแรกของโอ๊ต มณเฑียรซึ่งรวบรวมมาจากคอลัมน์ประจำในนิตยสารอะเดย์ช่วงหลายปีก่อนเนื้อหาเล่าเรื่องค่อนข้างห่างไกลความสนใจ ชนิดที่เราคงไม่คิดหยิบมาอ่านถ้ารูปเล่มและภาพประกอบมันจะไม่สวยเตะตาขนาดนี้ แต่โอ๊ต มณเฑียร เป็นคนเล่าเรื่องสนุกแม้เรื่องที่เราไม่เคยสนใจเลย เขาก็สามารถเล่าให้น่าสนใจได้ London Scene เล่าเรื่องในแวดวงศิลปะ ทั้งสถานที่และผู้คนรวมถึงวิถีชีวิตของศิลปินในลอนดอนการจับกลุ่มกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์บรรเจิดปัญหาไม้เบื่อไม้เมาระหว่างศิลปินและนายทุน เปิดโลกเราด้วยแอพโซโห ที่ทำหน้าที่เป็นไกด์พร้อมอธิบายความน่าสนใจในสถานที่ที่เราเดินผ่านนึกถึงโครงงานนักเรียนเลยบ้านเรามีท้องถิ่นที่น่าสนใจแบบนี้มากมายที่เรื่องเล่ากำลังจะสูญหายไปกับผู้คนถ้ามีแอพแบบนี้ การเที่ยวเที่ยวก็น่าจะสนุกขึ้น โป๊อ่านหนังสือ ไม่ใช่อ่านหนังสือโป๊! .. บุ๊คคลับที่มีการแก้ผ้าอ่านหนังสือซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เรามากมากจนอยากจะลองเข้าไปร่วมฟังการอ่านของหนุ่มๆ เปลือยเหล่านั้นบ้างอยากจะรับรู้ความรู้สึกว่า เรื่องราวเดียวกันเมื่ออ่านเองที่บ้าน กับฟังจากบุ๊คคลับแห่งนี้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันจะต่างกันแบบไหน พิเศษอย่างไร โอ๊ตหยิบวัฒนธรรมต่างๆ ที่แทรกอยู่ในวิถีชีวิตของคนอังกฤษมาเล่าด้วยความรู้ที่หลากหลายและวงการศิลปะของลอนดอนก็ช่างเปิดกว้างเชพขนมหวานไปชมแกลลอรี่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำขนมศิลปิน ไปเดินตลาดวินเทจเพื่อหาแรงบันดาลใจในการวาดภาพ ฯลฯศิลปะสร้างแรงบันดาลใจอันถูกส่งต่อกันไปเป็นทอด .. นอกเหนือจากเนื้อหา เราชอบรูปประโยคของเขาด้วยแต่ละคำถูกเลือกมาอยู่ถูกที่ถูกเวลากระชับ ไม่เยิ่นเย้อ แต่ให้อารมณ์และความรู้สึกภาษาของเขาสร้างแรงดึงดูด มีเสน่ห์ สนุก มีสีสัน และน่าทึ่ง สรุปคือ ชอบทั้งภาษา เรื่องราว และภาพประกอบค่ะ 🙂  

เรื่อง ศิลปินผู้ตกหลุมรักหนังสือผู้แต่ง โอ๊ต มณเฑียรสำนักพิมพ์ ก็องดิดบุ๊กส์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786165656672 ศิลปินผู้ตกหลุมรักหนังสือ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นโดยทุกเรื่องบอกเล่าในแต่ละมุมมองที่ล้วนเกี่ยวข้องกับหนังสือทั้งหมดคนที่รักหนังสือ จะค่อยๆ ค้นพบตัวเองในหนังสือเล่มนี้ตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยมีเรื่องในอมยิ้ม หัวเราะ หรือน้ำตาซึมจากถ้อยคำที่ได้คัดกรองมาแล้วให้เบา กระชับหากคมคาย พอเหมาะต่อเนื้อความเนื้อหา แม้เกี่ยวกับหนังสือทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ธรรมดาเลยสักเรื่องทุกเรื่องมีความโดดเด่น เป็นเอกเทศต่อกัน ตอนที่เห็นหน้าปก ก็คิดแหละว่าตัวเองน่าจะชอบหนังสือเล่มนี้(เราเป็นมนุษย์ตัดสินหนังสือที่หน้าปก ;P)แต่พออ่านจบเข้าจริงๆ กลับพบว่าเราชอบมันมากกว่าที่คิดไว้เสียอีกชอบหลายเรื่องเลย ชอบมากๆ ด้วยเอาจริงๆ ชอบทุกเรื่องเลยดีกว่า แต่มากน้อยลดหลั่นกันบ้างมีหยึยๆ หน่อยตรงเรื่องอิโรติก แต่ก็ไม่แย่ตัวหนังสืออันแสดงตัวตนของผู้เขียน เข้าถึงจิตใจเราทุกเรื่องเราอินกับหลายวรรค หลายประโยค และหลายบรรทัดมันตรงใจใช่เลย เรานั่งอ่านหนังสือเล่มนี้ในร้านกาแฟ (ซึ่งไม่ใช่บ่อยครั้งจะทำ)นานแล้วที่ไม่ได้นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขมวดคิ้ว หัวเราะ ฯลฯอยู่คนเดียวนอกสถานที่ดีนะที่คาดหน้ากากผ้าเอาไว้ร่องรอยความไม่อยู่กับร่องกับรอยจึงไม่ชัดแจ้งนัก โดยสรุปก็คือ เรารักหนังสือเล่มนี้!และคนที่รักหนังสือ รักชั่วขณะที่ตัวเองกำลังอ่านหนังสือก็น่าจะรักหนังสือเล่มนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อยแต่สำหรับเรา .. เข้าไปรออยู่ใน 1 ใน 10 เล่มแห่งปีได้เลย!!