เรื่อง ผจญไทยในแดนเทศThais in world historyผู้แต่ง อาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณสำนักพิมพ์ แซลมอนเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162983948 ไม่ง่ายเลย ที่จะได้อ่านหนังสือที่จะมีทั้งฉากประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและภาพรายละเอียดเหตุการณ์ยิบย่อยของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นรวมทั้งสองอย่างอยู่ในเล่มเดียวกันได้หนังสือประวัติศาสตร์ที่เราเคยอ่านส่วนมาก มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแต่กับ ผจญไทยในแดนเทศ เล่มนี้ผู้เขียนได้รวบรวมเรียบเรียงมาครอบคลุมทั้งสองอย่างคือมีทั้งภาพรวมประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น และทั้งบันทึกเล่าของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์หนำซ้ำบุคคลที่ว่า ยังเป็นคนไทยเสียด้วยนับได้ว่าเป็นรูปแบบการเขียนหนังสือที่น่าสนใจ และน่าอ่านทีเดียว ประวัติศาสตร์ที่ว่าในหนังสือเล่มนี้ อยู่ในสถานการณ์ที่หลากหลายยกตัวอย่างเช่นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าที่ทรงสละชีวิตทางโลกเพื่อบวชเป็นพระภิกษุที่ศรีลังกา ในสมัยรัชกาลที่ 5,คนไทยที่ตัดสินใจออกไปเผชิญโชค –ในบ้านเมืองที่ไม่รูจัก เมื่อราวร้อยกว่าปีที่แล้ว,คนไทยที่เกือบจะได้ขึ้นเรือไททานิก,คนไทยที่อยู่ในเรือญี่ปุ่น เดินทางฝ่าดงตอปิโด ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1คนไทยในลอนดอน ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน (สงครามโลกครั้งที่ 1)ฉากการปฏิวัติที่จีน และแผ่นดินไหวครั้งสำคัญในโยโกฮามา ที่ญี่ปุ่นฉากสงครามกลางเมืองอาร์เจนตินาฯลฯ ผู้เขียนบอกเล่าประวัติศาสตร์โดยใช้บุคลลผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ –เป็นแรงจูงใจ .. เป็นผู้ถ่ายทอดฉากและเหตุการณ์ หลายบทเล่าเรื่องการเดินทางอันยากลำบากในช่วงสงครามเป็นความยากลำบากที่เรียกได้ว่าผจญภัย สมดังเจตนารมณ์ของผู้เขียนอ่านแล้วก็ลุ้นระทึกตามบ้างในบางเรื่องเรียกได้ว่านักเดินทางยุคบุกเบิก ยากลำบากกว่ายุคเรามากเทียบการผจญกับเหล่ามิจฉาชีพ กำแพงภาษาการเบิกถอนเงินตรา การที่ต้องผจญกับอากาศที่หนาวเหน็บ ฯลฯ อย่างในยุคเราแล้ว เลเวลต่างกันอยู่หลายขุมเลย บุคคลที่ผู้เขียนหยิบยกมาเล่าเหล่านี้ เป็นนักผจญภัยโดยแท้บ้างเป็นปูชนียบุคคลที่เราเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาบ้างแล้วแต่ก็มีอีกบางคน ที่เป็นสามัญชนคนธรรมดาที่มีจิตใจอย่างนักผจญภัยค้นคว้าหาโอกาสให้ตัวเองได้ออกไปผจญโลกกว้างเรื่องราวอันโลดโผนของพวกเขา ได้เล่าฉากบ้านเมืองต่างๆ “ในแดนเทศ”ณ ขณะเวลาที่พวกเขามีชีวิตอยู่เราได้เห็นสภาพสังคม บ้านเรือน ผู้คน ฯลฯ ในยุคหนึ่งอันนับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์เช่นกัน มีข้อขัดใจนิดหน่อย ระหว่างที่เราอ่านเล่มนี้โดยส่วนตัว เราไม่ค่อยชอบวิธีเล่าเรื่องของผู้เขียนเท่าไรไม่ชอบการเล่าเรื่องไปก่อนนานๆ ก่อนที่จะเปิดเผยชื่อบุคคลผู้นั้นคืออ่านไปตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าผู้เขียนเล่าถึงใครมันเป็นข้อมูลตะหงิดๆ Read More →

เรื่อง ชายชราและทะเล ผู้แต่ง เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ผู้แปล วาด รวี สำนักพิมพ์ ไต้ฝุ่น เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144399 สำหรับหนังสืออภิมหาซุปเปอร์คลาสสิกเล่มนี้ เป็นหนังสือที่มีทั้งเรื่องย่อ ทั้งสปอยล์ เล่าเอาไว้เต็มโซเชียลมีเดียไปหมด (อาจจะในชื่ออื่น อย่างเช่น เฒ่าทะเล, เฒ่าผจญทะเล ฯลฯ) ชายชราและทะเล เป็นเพียงเรื่องสั้นยาวๆ ที่ไม่มีอะไรมาก เรื่องราวของชาวประมงชราที่ล่าปลาไม่ได้ติดกันเป็นเดือนแล้ว เรื่องอดอยากไม่อาจทำร้ายแก และคำล้อเลียนของเพื่อนชาวประมง (รุ่นลูกรุ่นหลาน) ก็ไม่อาจทำร้ายแกด้วยเช่นกัน แกไม่ได้เด็ดเดี่ยว ยืนหยัดต่อสู้เพื่อเอาชนะคำสบประมาทอะไร ยังคงใช้ชีวิตชาวประมงชิลด์ๆ ไปในแต่ละวัน และเพราะมันเป็นเรื่องสั้นๆ (ที่มีคำนิยมในด้านการใช้คำกระชับเป็นเลิศ) เมื่อเกริ่นนำมาได้สักหน่อย ผู้เขียนก็พาเราเข้าสู่ฉากออกทะเลกันเลย ไฮไลต์ของเรื่องก็อยู่ที่ฉากล่าปลาของลุงซานติอาโกนี่แหละ ที่ต่อให้มีสักพันสปอยล์ .. เล่ายังไงก็ไม่สามารถเล่าอรรถรสแห่งฉากนี้ได้เท่าอ่านเอง แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็ไม่ได้ระทึกอะไรกับฉากนี้เท่าไรนะ โดยรวมๆ เราไม่ได้รู้สึกว่ามันดีเลิศเลอ (อาจเป็นเพราะเราเข้าไม่ถึงเอง) แต่มันก็ไม่ได้แย่เท่าวรรณกรรมคลาสสิคอื่นๆ บางเล่ม .. มันอยู่ในระดับกลางๆ สำหรับเรา อ่านได้ เพลินๆ สนุกดี แต่ไม่อ่านชีวิตก็ไม่ได้พลาดอะไรไป .. ประมาณนั้น

เรื่อง โลกสุดขอบฟ้า ผู้แต่ง หลุยส์ เซปุล์เบดา ผู้แปล สถาพร ทิพยศักดิ์ สำนักพิมพ์ ผีเสื้อ ราคา 169.50 บาท เรื่องราวใน โลกสุดขอบฟ้า เกิดขึ้น ณ หมู่เกาะน้อยใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศชิลี มันเป็นงานเขียนเชิงสารคดีมากกว่าจะเป็นนวนิยาย .. ถ้าเพียงแต่มันจะเป็นเรื่องจริง? เนื้อหาโจมตีญี่ปุ่นในด้านการทำลายสิ่งแวดล้อม .. ซึ่งถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ก็เป็นการกล่าวหาอย่างหนักหน่วง แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย .. เด็กหนุ่มอายุสิบหกปลายๆ ใช้ช่วงเวลาวันหยุดฤดูร้อนของเขาออกเดินทางไปกับเรือเดินสมุทร จากซันติอาโกไปยังปุนต้า อาเรนาส โดยเขาได้รับการฝากฝังให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยพ่อครัว ในระหว่างที่เรือกำลังจอดพักอยู่ที่ปุนต้า อาเรนาส เขาก็ออกเดินทางอีกครั้ง ไปกับเรือล่าวาฬ จากปูเอร์โต นูเอโบ้ เพื่อไปยังบ้านของฝูงวาฬ ผู้เขียนอ้างถึงนักเขียนชื่อดังหลายคน และหนังสือวรรณกรรมคลาสสิคอีกหลายเล่ม เขาอ้างอิงถึงโมบี้ดิค ว่าเป็นแรงบันดาลใจของเด็กหนุ่ม ฟังคำบรรยายแล้วโมบี้ดิคก็เริ่มเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเราด้วย รู้สึกอย่างอ่านนวนิยายชื่อดังเรื่องนี้ขึ้นมาติดหมัด การเดินทางไปกับเรือล่าวาฬครั้งนั้น ได้สร้างความทรงจำบางอย่างแก่เขา และมันได้ดึงดูดให้เขาหวนกลับมาอีกครั้ง .. เมื่อยี่สิบปีให้หลัง เขาเติบโตขึ้นเป็นนักข่าวอิสระ ทำข่าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง การกลับมาอีกครั้ง กลับมาเพื่อเยียวยาความทรงจำ และเพื่อหาความจริงบางอย่าง การลักลอบล่าวาฬด้วยเรือเถื่อนและวิธีที่แยบยลที่สุด Read More →