เรื่อง ราชมรรคาผู้แต่ง อ็องเดร มาลโรซ์ผู้แปล วัลยา วิวัฒน์ศรสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740212355 เราได้ยินที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้มาก่อนแล้วจากหนังสือเล่มที่อ่านไปก่อนหน้ามันไม่นานตามกลิ่นนางอัปสรา ตามหานครวัด นครธมที่มากกว่าเรื่องราวของหนังสือ คือประวัติส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยลักลอบตัดภาพสลักศิลาจากปราสาทบันทายศรีเพื่อจะนำไปขาย แต่ถูกจับได้เสียก่อนแม้ว่าภายในเล่ม จะมีประวัติของเขาต่อจากช่วงนั้นอย่างละเอียดแต่เราก็ติดภาพลบให้ตัวเขาไปก่อนแล้วเราจึงขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าเราอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยอคติส่วนตัวและรีวิวมันอย่างไม่เป็นกลางเท่าที่ควรค่ะ ราชมรรคา (อ่านว่า ราด – ชะ – มัน – คา) เป็นนิยายที่ถูกเขียนขึ้นจากประสบการณ์ในการลักลอบนำภาพสลักออกจากกัมพูชาของผู้เขียนผนวกกับจากหนังสือชีวิประวัติของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสคนอื่นๆผสมกับจินตนาการของผู้เขียนเองมีตัวละครหลักเพียงสองตัว คือโกล๊ด วานเนค กับเพร์เค่นซึ่งได้รู้จักกันบนเรือเดินสมุทร และตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายออกล่าโบราณวัตถุไปตามเส้นทางสาย ราชมรรคา นี้ด้วยกัน โดย ราชมรรคา นั้นหมายถึง เส้นทางโบราณเริ่มต้นจากปราสาทนครวัด กัมพูชาเดินทางผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ไปยังเมืองโบราณที่ชื่อพิมายปุระซึ่งก็คืออำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ของเรานั่นเอง ในช่วงต้น ผู้เขียนเน้นไปที่ความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ของฝรั่งเศสซึ่งตั้งอยู่ในกัมพูชาเพื่อขอเดินทางเข้าไปในป่าพงอันอุดมไปด้วยปราสาทที่ยังไม่ถูกสำรวจ ระหว่างการเล่าเรื่อง ไม่ปรากฏคำบรรยายปราสาทอันสวยงามไม่ได้บ่งบอกที่ตั้งปราสาทไปมากกว่าการบ่นถึงพื้นดินอันเฉอะแฉะหนทางเป็นป่ารกชัฏ และเต็มไปด้วยแมลง หอยทาก และสัตว์เล็กสัตว์น้อยตัวละครตั้งหน้าตั้งตาค้นหาภาพสลักอันสมบูรณ์และมีขนาดพอเหมาะที่จะขุดตัดเจาะ และขนย้ายออกมาได้(ด้วยคนงานพื้นเมืองที่จ้างมา)พวกเขาเดินทางจากปราสาทหนึ่งไปยังอีกปราสาทหนึ่งโดยไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าใดไปมากกว่ามูลค่าของสิ่งที่กำลังค้นหา เรื่องราวที่เล่าในหนังสือเป็นมุมมองจากชาวตะวันตกที่มองกลับมายังคนเอเชียช่วยไม่ได้ที่เราเอาใจช่วยตัวประกอบเล็กๆ น้อยๆ อย่างชาวบ้านหรือคนท้องถิ่นที่โผล่มาตลอดทั้งเรื่องมากกว่าเราไม่เคยทุกข์กับความยากลำบากใดของตัวละครหลักเลย เราอิสระที่จะฝันหากบ่อยครั้ง ความฝันนั้นก็พันธนาการเราเสียเองโกล๊ดผูกติดตนเองอยู่กับความฝัน ..ที่จะนำภาพจำหลักงามๆ สักภาพ ออกจากปราสาทขอมเพื่อเงินที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตของเขาเลย?หากมันจำเป็นมากต่อความใฝ่ฝันของเขา จุดเด่นของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่บทสนทนาในเรื่องต่างๆ ของตัวละครอย่างเช่นเรื่องความจำเป็นของเงินตราเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องคุณค่าของชีวิตเรื่องของความตาย การฆ่าตัวตาย Read More →

เรื่อง ตามกลิ่นนางอัปสรา ตามหานครวัด นครธมผู้แต่ง พิษณุ ศุภ.สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9747521571 ตามกลิ่นนางอัปสรา ตามหานครวัด นครธม เป็นหนังสือบันทึกประสบการณ์การเดินทางไปเที่ยวชมปราสาทหินหลายแห่งในกัมพูชาอันได้แก่ปราสาทแม่บุญตะวันออก, ปราสาทบันทายศรี (บันทายสรี),นครวัด, นครธม, ปราสาทนาคพัน, ฯลฯพร้อมด้วยผู้ร่วมทางกิตติมศักดิ์ อันได้แก่ ..ตัวผู้เขียนเอง, อาจารย์พุฒ วีระประเสริฐ, อาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร์, ฯลฯ(เป็นทริปที่น่าอิจฉามากกกก) หนังสือที่เกี่ยวกับปราสาทขอมหลายเล่มที่เราอ่านในช่วงนี้มักอ้างถึงหลักการสร้างปราสาทตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูอันอ้างถึงการจำลองเอาสวรรค์ หรือดินแดนแห่งเทพเจ้าลงมาบนเมืองมนุษย์เพื่อเป็นที่ประทับแห่งเทพเจ้า เพื่อเป็นสถานที่ที่กษัตริย์ใช้ติดต่อกับพระผู้เป็นเจ้าเพื่อบวงสรวงบูชา หรือแม้แต่เพื่อแสดงอำนาจของกษัตริย์ในยุคสมัยนั้นๆการสร้างปราสาท จึงมีมักเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของจักรวาลบ้างสร้างขึ้นบนเนินเขาจริงๆบ้างก็สร้างเลียนแบบขึ้นมาตามอิทธิพลของความเชื่อนั้นปราสาททั้งหลายในกัมพูชา ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นตามความเชื่อพื้นฐานอันนี้ซึ่งเรามักจะอ่านพบคำอธิบายจากหลายๆ เล่มที่อ่านมาแต่การอธิบายใน ตามกลิ่นนางอัปสรา ตามหานครวัด นครธม เล่มนี้อธิบายหลักการสร้างปราสาทได้เป็นรูปธรรม และเข้าใจง่ายที่สุดภาพประกอบก็เป็นภาพวาดลายเส้นสวยมาก ดูเข้าใจตามได้ง่าย การอ่าน (และการเรียน) ประวัติศาสตร์จะสนุกก็ต่อเมื่อเรามองเห็นความต่อเนื่องเชื่อมโยง เห็นที่มาที่ไปประวัติศาสตร์โดดๆ เดี่ยวๆ ไม่สนุกหรอก ท่องจำไปก็ลืมต่อเมื่อเรามองเห็นความเชื่อมต่อกันเห็นแรงบันดาลใจ เห็นที่มาของการเกิด การสืบต่อ การล่มสลายได้เข้าใจเสียก่อน .. แล้วมันจึงสนุก ทุกครั้งที่อ่านหนังสือประวัติศาสตร์โบราณสถานเชิงท่องเที่ยวเหล่านี้เรามักจะอยากตามไปเห็นของจริงด้วยตาตัวเองเสียทุกครั้งแต่กับเล่มนี้ เป็นเล่มที่กระตุ้นต่อมอยากเราได้มากที่สุดอ่านครั้งใดก็ปลุกความรู้สึกเดิมๆ กลับมาได้ทุกครั้งและขอตั้งใจแน่วแน่ว่า ถ้าได้ไปกัมพูชาจริงๆ จะพกเล่มนี้ติดตัวไปด้วยแน่นอนอยากได้เห็น ได้รู้สึก Read More →