เรื่อง สิทธารถะ ผู้แต่ง แฮร์มัน เฮสเซ ผู้แปล สีมน สำนักพิมพ์ ตรัสวิน (ซิลค์เวอร์มบุคส์) เลขมาตรฐานหนังสือ 9747047594 นี่คือการหยิบ สิทธารถะ มาอ่านเป็นครั้งที่สองของเรา หากจะนับครั้งแรกที่อ่านไม่จบด้วยน่ะนะ เมื่อแรกอ่าน เราหยิบ สิทธารถะ มาอ่านด้วยความไม่รู้อะไรเลย รู้เพียงแต่ว่า นี่เป็นวรรณกรรมที่ควรค่าแก่การอ่านเล่มหนึ่ง ความรู้สึกแรกจากชื่อเรื่องก็คือ นี่คือหนังสือกึ่งพุทธประวัติ แต่พอได้อ่าน สิทธารถะกลับไม่ใช่สิทธัตถะ หากแต่เป็นบุคคลที่เกิดร่วมยุคสมัยกัน ระหว่างอ่าน เราพบว่า สิทธารถะ มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกับพระพุทธเจ้า คล้ายจนรู้สึกว่าผู้เขียนจงใจ โดยไม่ทราบเจตนา ยิ่งอ่านก็ยิ่งอึดอัดขัดข้องใจด้วยความรู้สึกภายใน .. สุดท้าย เราก็เลิกอ่านหนังสือเล่มนี้ไป .. จบแค่นั้น แล้ววาระอันควรอ่าน สิทธารถะ ก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อกิจกรรมในบุ๊คคลับวันศุกร์ ชวนกันมาอ่านเล่มนี้ .. ก่อนวันที่จะได้อ่านกับเพื่อนๆ ในบุ๊คคลับ เราหยิบเล่มนี้มาอ่านคนเดียวก่อน เพราะอยากมีประสบการณ์ส่วนตัวกับ สิทธารถะ เป็นการอ่านที่แทบจะรวดเดียวจบ โดยที่ความรู้สึกต่อต้านที่มีในตอนแรกถูกวางทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มอ่าน การเริ่มอ่าน สิทธารถะ ในครั้งนี้ เราเพียงแต่ปรับจูนภาษา และบางคำศัพท์ในช่วงเริ่มต้น มีต้องอ่านทวนกลับไปกลับมาบ้าง Read More →

เรื่อง ผักชี ใบหอม โหระพา สะระแหน่ผู้แต่ง สีมนสำนักพิมพ์ วิริยะเลขมาตรฐานหนังสือ 9749135172 ผักชี ใบหอม โหระพา สะระแหน่ เป็นเล่มต่อจาก อาหารไทยบนโต๊ะฝรั่งที่เราเพิ่งอ่านจบไป เนื้อหาก็ต่อเนื่องกันเพราะคัดมาจากคอลัมน์เดียวกันในนิตยสารสตรีสาร เมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วแต่ที่แตกต่างจากเดิมนิดหน่อยคือเล่มนี้ ผู้เขียนพาเราออกจากครัวของเลอคาเฟ่ไปเยี่ยมเยียนครัวเพื่อนบ้านชาวเยอรมันหลายบ้านซึ่งกำลังเห่ออุปกรณ์ประกอบอาหารต่างๆ ที่เริ่มฮิต เริ่มอินในช่วงนั้นอย่างเช่นอุปกรณ์ในการทำฟองดู หรือแม้แต่กระทะจีนอย่างที่เรียกกันว่าว็อก ฯลฯ เล่าเรื่องการจัดการขยะของชาวเยอรมันซึ่งคงจะฟังดูยุ่งยากวุ่นวายในยุคนั้น(ยุคที่คนไทยยังใช้ใบตองในการห่อเนื้อ ห่อหมูหรือซื้อปลาเป็นๆ ทั้งตัวใส่ตะกร้าจ่ายตลาด)แต่พอถึงยุคสมัยนี้ เราต่างเข้าใจกันดีถึงกระบวนการแยกขยะแบบนั้นเพราะในตอนนี้ เราเองก็มีขยะล้นเหลือไม่แพ้ชาวเยอรมัน (เมื่อหลายสิบปีก่อน) นอกจากเรื่องในครัว ผู้เขียนได้เล่าเรื่องของคนไทยในเยอรมันที่บ้างเกิดเหตุให้มีปัญหาทางภาษากับส่วนราชการของเยอรมันต้องรบกวนผู้เขียนไปเป็นล่ามในการเจรจา ในงานแต่งานบ้างในสถานีตำรวจบ้าง และในศาลบ้างล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ไม่ธรรมดาทั้งนั้น นอกจากนี้ ในช่วงที่ผู้เขียนเล่าถึงอยู่นี้เป็นช่วงเดียวกันกับที่เยอรมันตะวันออก และเยอรมันตะวันตกกำลังเข้าสู่กระบวนการรวมประเทศผู้เขียนได้เล่าถึงสถานการณ์ในช่วงนี้เอาไว้อย่างสนุกและน่าสนใจเล่าถึงผู้คนจากเยอรมันตะวันออก ที่พากันอพยพเข้าสู่เยอรมันตะวันตกได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในเลอคาเฟ่ก็หลายคนแม้กระทั่งต่อเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย เสถียรดีแล้วผู้เขียนยังพาเราไปเที่ยวชมเยอรมันตะวันออก ในยุคที่เพิ่งพ้นจากการปกครองของคอมมิวนิสต์ด้วย แม้เรื่องเล่าจะแตกต่างออกไปแต่สำนวนและวิธีเล่าของผู้เขียนยังคงอ่านสนุกไม่แพ้เล่มแรกยังคงแฝงอารมณ์ขัน การมองโลกในแง่ดีและสร้างรอยยิ้มให้เราขณะอ่านได้เสมอเป็นหนังสือดีๆ ที่น่าอ่านค่ะ 🙂  

เรื่อง อาหารไทยบนโต๊ะฝรั่งผู้แต่ง สีมนสำนักพิมพ์ วิริยะเลขมาตรฐานหนังสือ 9749135180 อาหารไทยบนโต๊ะฝรั่ง นั้น แรกเริ่มเดิมทีได้ถูกตีพิมพ์ลงเป็นตอนในนิตยสารสตรีสาร (ในยุคสมัยเดียวกันกับที่เราได้อ่าน เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก)ต่อมาได้ถูกตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ต่อเนื่องกันสองเล่มคือ อาหารไทยบนโต๊ะฝรั่ง เล่มนี้กับ ผักชี ใบหอม โหระพา สะระแหน่ เล่มที่เรากำลังจะอ่านต่อจากนี้ อาหารไทยบนโต๊ะฝรั่ง เป็นผลงานเขียนของคุณสีมนผู้เป็นมัณฑนากรไทยที่ได้แต่งงานกับหนุ่มเยอรมันบัดนี้ (บัดที่เขียนเรื่องนี้นั้น) เป็นแม่บ้านลูกสอง รับหน้าที่แม่ทัพของบ้านเต็มขั้นถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกสนุกที่จะมีอีกหนึ่งสังคมเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศคุณสีมนได้ถูกชักชวนให้ไปเป็นแม่ครัวอาหารไทยของร้านอาหารแห่งหนึ่งร้านเลอคาเฟ เป็นร้านอาหารในเมืองเล็กๆ คือเมืองอัมแบรกที่คุณสีมนอยู่ โดยเธอรับหน้าที่แม่ทัพในครัวเฉพาะวันพฤหัสฯ เพียงวันเดียวเมนูวันพฤหัสฯ จึงเป็นเมนูพิเศษ คือเป็นอาหารไทย 3 – 4 อย่างและเปลี่ยนสลับกันไปในแต่ละพฤหัสฯ ตามวิจารณญาณของผู้เขียน ถึงแม้ผู้เขียนจะได้รับบทเป็นแม่ครัวแห่งเลอคาเฟ่เพียงวันเดียวต่อสัปดาห์แต่เรื่องราวสนุกๆ ต่างๆ ภายในครัวก็เกิดขึ้นมากมายและกลายเป็นมาเป็นนานาเรื่องเล่าภายในหนังสือเล่มนี้ คุณสีมนเป็นคนเล่าเรื่องสนุก รู้จักแทรกสาระเกร็ดเล็กเกร็ดนน้อยต่างๆเข้ามาให้เรื่องตลกขบขัน ถ่วงดุลเนื้อหาให้ไม่หนักจนเกินไปสำนวนของผู้เขียนก็ดูเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นผู้ใหญ่ใจดี มองโลกในแง่ดีมองทุกเรื่องในเชิงบวก อ่านไปอมยิ้มไป เพลินๆ วางไม่ลง เราได้ติดตามที่มาที่ไปก่อนที่เธอจะตกปากรับคำยอมเป็นแม่ครัวตั้งแต่แรกเริ่มกันเลยทีเดียวเมื่อตกลงใจจะทำแล้ว ก็ต้องมาคิดเมนูให้คนเยอรมันซึ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมเปิดรับรสชาติใหม่ๆได้รู้วิธีดัดแปลง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆปัญหาใหญ่น้อย ล้วนกลายเป็นเรื่องง่ายเวลาอ่านที่เธอเล่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเม้าท์เหล่าพนักงานเสิร์ฟ และพ่อครัววันอื่นๆที่สลับผัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าออกกันหลายคนตลอดระยะเวลาหลายปีที่เธอยืนพื้นยึดวันพฤหัสฯ เป็นวันอาหารไทยของเลอคาเฟ่คนเรามีหลายประเภท และเราก็ได้เรียนรู้ไปกับเธอที่จะต้องทำงานร่วมกับคนหลากหลายประเภทเหล่านี้ เป็นหนังสือสนุกๆ ที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดีเล่มหนึ่งค่ะรับประกันว่าอ่านจบ จะต้องมีรอยยิ้มติดริมฝีปากกันบ้างล่ะ Read More →