เรื่อง เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่นผู้แต่ง คาวางุจิ โทชิคาซึผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัยสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161825898 หนังสือเล่มบางๆ อ่านง่ายๆเนื้อเรื่องเบาสบาย อบอุ่น ถูกแบ่งออกเป็น 4 เรื่องย่อยๆเรื่องราวของคู่รัก สามีภรรยา พี่น้อง และแม่ลูกเชื่อมโยงสอดประสานทุกพล็อตเข้ากันกันลงตัว น่ารัก ซาบซึ้งแม้จะเดาเรื่องได้ง่าย แต่ก็ยังอ่านสนุก เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ถ้อยคำที่เป็นดังคาถาพาให้เราย้อนเวลากลับไปสัมผัสอดีตอีกครั้งได้รู้สึกถึงห้วงอารมณ์ที่หลงลืม หรือเผลอทำผิดไปแม้จะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วแต่บางสิ่งที่ค้างคาในจิตใจ กลับได้คลี่คลาย ปลอบประโลม เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น เป็นหนังสือที่โด่งดังมาสักพักแล้วแต่เรายังรีรออยู่นานกว่าจะอ่านเพราะเคยอ่านรีวิวที่ถูกแบ่งออกเป็นสองกระแส มีทั้งชอบ ไม่ชอบแต่เมื่อได้มาลองอ่านเอง เราพบว่า มันดีกว่าที่คิดนะเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งเลยเพระาฉะนั้น อย่าเพิ่งปิดใจนะคะ ลองหยิบมาอ่าน (อย่างไม่คาดหวัง) กันก่อน แล้วมาตัดสินกันค่ะว่า ชอบหรือไม่ชอบ 🙂 สิ่งหนึ่งที่เราได้รับจากหนังสือเล่มนี้ คือข้อเตือนใจที่ว่าเราทุกคนมีเหตุผลของเราเสมอหากเพียงแต่ว่าเราจะยอมฟังเหตุผลของคนอื่นบ้างเรื่องอาจจะไม่เศร้าเท่านี้

เรื่อง วันที่แม่ไม่อยู่ผู้แต่ง ชินกยองชุกผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161834425 วันที่แม่ไม่อยู่ เล่าเรื่องของครอบครัวเกาหลีซึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่วัยชรา ลูกๆ วัยทำงาน มีลูกชาย 2 คน และลูกสาว 2 คนวันที่เรื่องเริ่มต้นขึ้น คือวันที่แม่หายตัวไปหนึ่งสัปดาห์แล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นคือ ในทุกช่วงวันเกิดของพ่อ ทั้งพ่อและแม่จะเดินทางมายังโซล เพื่อเยี่ยมลูกๆ และจัดงานวันเกิดเป็นการจัดงานวันเกิดของพ่อและแม่รวมกัน ในการเข้าเมืองแต่ละครั้ง พ่อและแม่จะสลับกันไปนอนบ้านของลูกคนใดคนหนึ่งและจะมีลูกคนใดคนหนึ่งมารับที่ปลายทางเสมอ แต่เหตุการณ์ในวันนั้นต่างออกไปพ่อและแม่ตัดสินใจจะนั่งรถไฟใต้ดินไปบ้านลูกชายคนรองเองระหว่างนั้น เกิดเหตุพลัดหลงกับแม่ ทำให้แม่หลงหายไปผู้เขียนเริ่มต้นที่ตรงนั้น .. ก่อนที่เรื่องราวของแม่จะถูกถ่ายทอดออกมา ผู้เขียนเล่าเรื่องผ่านสายตาของตัวละครจากลูกคนหนึ่ง ไปยังอีกคนหนึ่ง .. ผ่านสายตาของพ่อ และคนอื่นๆทำให้เรามองเห็นตัวตนของแม่ ผ่านมุมมองรอบด้านขณะที่แม่หายตัวไป ผู้เล่าแต่ละคนจะเริ่มคิดถึงแม่ และคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เขากับแม่เคยทำด้วยกันขณะที่เรากำลังเดินเข้าไปในความทรงจำของพวกเขาเหล่านั้นความทรงจำระหว่าเรากับแม่ก็ค่อยๆ ผุดซ้อนขึ้นมา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘แม่’ มีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน เมื่อแม่หายไป ..ความกระวนกระวาย พ่วงเอาความรู้สึกผิดที่ต่างฝ่ายต่างคิดว่าพี่น้องคนอื่นดูแลแม่ไม่ดีพอและท้ายที่สุดนั้น ความโกรธที่สุดตกอยู่กับตัวเองที่ก็เป็นหนึ่งในลูกที่ดูแลแม่ไม่ดีพอด้วยเช่นกัน วันที่แม่ไม่อยู่ เป็นหนังสือที่พล็อตดี เล่าเรื่องดี ภาษาดี แปลดีนอกจากนี้ เชิงอรรถยังมีประโยชน์อย่างโดดเด่นมันบอกเราในสิ่งที่ควรรู้ขยายความข้อมูลเฉพาะเจาะจงทางด้านสังคม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ด้วยถ้อยคำสั้นกระชับช่วยแปลงค่าเงินและขนาดพื้นที่ให้ทุกครั้งด้วยซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนไม่คุ้นเคย ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่สะดุดใจเราก็คือ สรรพนามที่ใช้เล่าในการเล่าเรื่องผ่านตัวละครแรก และตัวละครที่สอง ยังไม่สังเกตเท่าไรมาชัดเจนตอนเล่าถึงตัวละครที่สาม คือใช้ ‘คุณ’ เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่งซึ่งแปลกมาก เหมือนผู้เขียนเล่าเรื่องของเรา Read More →

เรื่อง หลับฝันดีนะแม่จ๋า ผู้แต่ง ซอมีแอ ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161837532 ความทรงจำแรกสุดของคุณคืออะไร? ครั้งหนึ่งที่ร่วมกิจกรรม Quiet Book Club กับเพจ nananatte สมาชิกคนหนึ่งนำหนังสือเล่มนี้มาอ่าน นอกจากอ่าน เธอยังเป็นผู้แปลหนังสือเล่มนี้ด้วย .. ในวันนั้น .. คุณจ๋าถามเราด้วยคำถามข้างต้น มันเป็นคำถามที่ตัวละครหลักในเรื่องให้ความสำคัญ เขาเชื่อว่า ความทรงจำแรกที่เกิดขึ้น กำหนดชีวิตในอนาคตของคนคนนั้น มาวันนี้ .. ตอนที่เริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ คำถามเดียวกัน ก็หวนกลับมาในห้วงความคิดอีกครั้ง ตัวละครหลักของเรื่องนี้มี 3 คน คือ ยูนฮายอง เด็กหญิงวัย 11 ขวบ ที่พ่อแม่หย่าร้าง แม่เพิ่งตายลงได้ไม่นาน และบ้านที่อยู่กับตายายไฟไหม้ ซอนกยอง เจ้าหน้าที่สาว ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านอาชญาวิทยา และ เจซอง คุณหมอพ่อหม้ายที่เพิ่งแต่งงานใหม่ อันที่จริงยังมีฆาตกรต่อเนื่องอีกหนึ่งคน ชื่อ อีบยองโด เป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่อง เมื่อแรกอ่าน ผู้เขียนใช้วิธีการเล่าสลับไปสลับมา เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนผู้เล่า Read More →

เรื่อง แรงอาฆาตจากกระจกไร้เงา ผู้แต่ง ริคาโกะ อากิโยชิ ผู้แปล ฉวีวงศ์ อัศวเสนา สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161837419 เพราะว่าโดนตกจาก เด็กสาวฆาตกร เลยทำให้เราตัดสินใจซื้อเล่มนี้ จากนักเขียนคนเดียวกันมาลองอ่าน ซึ่งหลังจากอ่านเล่มที่สองแล้ว ยังไม่ผิดหวังค่ะ คุณนักเขียนเตรียมขึ้นแท่นเป็นนักเขียนเจ้าประจำของเราได้เลย 🙂 การหลงลืมไปแล้วสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วตื่นขึ้นมาพบกับความจริงว่า จากเด็กมัธยมที่ตัวเองเคยเป็น กลายเป็นคุณป้าวัยสี่สิบเพียงชั่วข้ามคืน หนำซ้ำพ่อแม่ยังตายไปแล้ว จากเหตุฆาตกรรมไม่เลือกหน้า ของคนร้ายที่มีฉายาว่า ปีศาจฆาตกร!! ที่แย่ไปกว่านั้น .. ก่อนจะมาตื่นขึ้นในโรงพยาบาลในครั้งนี้ ตัวเองเป็นคนโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจเอง ว่าได้ฆ่าคนตาย .. ความรู้สึกว่าได้กำมีดเอาไว้แน่นหนา กับกองเลือดท่วมท้น ยังคงค้างคาอยู่ปลายความรู้สึก แต่นอกจากนั้นแล้ว เธอจำอะไรไม่ได้เลย!! หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดการสืบค้นคดีฆาตกรรมไร้พยาน และแม้แต่ตัวผู้ก่อเหตุเอง ก็จำอะไรไม่ได้ด้วย ส่วนมาก เวลาอ่านนิยายสืบสวน ผู้เขียนมักเขียนให้ตำรวจเก่งกาจ มีสัญชาตญาณพิเศษ แต่กับตำรวจในเรื่องนี้ คิริทานิ ยูกะ มีความเป็นคนธรรมดาสูงมาก เธอมีความรู้สึกโกรธเกลียดผู้ร้าย เห็นอกเห็นใจผู้ถูกทำร้าย มีความลังเล สับสนต่อข้อมูลที่ได้รับ ตัดสินใจไม่ได้แน่ว่าใครเป็นคนร้าย พยายามวางตัวเป็นกลาง และหาเหตุผลที่เหมาะสมให้กับทุกด้าน แต่ก็ยังไม่แน่ใจในข้อมูลทั้งหมด เรารู้สึกทะแม่งๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องแล้ว Read More →

เรื่อง มนุษย์ตุ๊กตาผู้แต่ง ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล ธีรัตต์ ธีรพิริยะสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161822941 เรื่องนี้ ไม่มีคนตาย ..เอ๊ะ!! หรือว่ามี? ..คงขึ้นอยู่กับว่า เราวัดค่าความตายของคนกันที่ตรงไหนนั่นแหละ หนังสือเริ่มต้นบนความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยา ที่กำลังตกลงจะหย่ากันในช่วงเวลานั้นเอง ลูกสาวคนโตวัย 6 ขวบ เกิดอุบัติเหตุทางน้ำและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราหลังจากนั้น ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป .. มนุษย์ตุ๊กตา เป็นเรื่องที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ใช่น้อยผู้เขียนหยิบประเด็นของผู้ป่วยสมองตาย และการบริจาคอวัยวะมาเขียนซึ่งทำได้ดีงาม ละเอียดอ่อน และรอบด้าน กาลครั้งหนึ่ง เราเคยคิดถึงเรื่องการบริจาคอวัยวะ ทั้งของตัวเองและคนใกล้ชิดและยังคาบเกี่ยวไปยังเมื่อครั้งดูละคร หรืออ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เคยสมมติเหตุการณ์ว่า วันหนึ่ง ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเราจะบริจาคอวัยวะที่ว่านี้ไหม ..  ซึ่งคำตอบก็คือ น่าจะบริจาค .. เพราะถ้าตัวเองใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วก็ควรจะส่งต่อให้ไปเกิดประโยชน์กับผู้อื่นแต่ มนุษย์ตุ๊กตา พาให้เราไปยืนอยู่ ณ จุดนั้นจริงๆความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นจริงๆขณะที่ยังไม่รู้สึกว่าลูกของเราได้จากไปแล้วในความรู้สึกค้างคานั้น เราจะสามารถตัดใจ มอบอวัยวะของเขาให้คนอื่นต่อได้จริงๆ หรือ?หนังสือทำให้เราเข้าใจถึงอารมณ์ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ หรือแม้แต่ญาติสนิทที่ต้องรับบทเป็นผู้ที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์นี้ ในค่ำคืนที่ตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งดูแลรักษาชีวิตของลูกสาวต่อไปหรือตัดใจบริจาคอวัยวะ แล้วสูญเสียเธอไปไม่ว่าเลือกทางใดทางหนึ่งหากวันเวลาผ่านไป จะย้อนกลับมาถามตัวเองหรือไม่ว่าเส้นทางที่เลือกในครั้งนั้นถูกต้องแล้วและถ้าวันนั้นตัดสินใจเลือกอีกทาง ชีวิตตอนนี้จะเป็นเช่นไร? นอกจากถ่ายทอดความรู้สึกของฝ่ายผู้ที่สามารถบริจาคอวัยวะได้แล้วในส่วนต่อมา ผู้เขียนยังเล่าจากมุมมองของผู้ที่เป็นฝ่ายรอรับการบริจาคด้วยและเงื่อนงำในส่วนนี้ ยิ่งทำให้หนังสือลึกซึ้งมากขึ้นไปอีกคุณเคโงะไม่เคยเขียนอะไรชั้นเดียวเลย เขียนลึกแล้ว ก็ยังซ่อนปมที่ลึกยิ่งกว่ามีแง่มุมที่แหวกแนว ชวนให้เราขบคิดได้มากไปกว่าเสมอ วิธีเล่าเรื่อง .. Read More →

เรื่อง เด็กสาวฆาตกรผู้แต่ง ริคาโกะ อากิโยชิผู้แปล ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161836535 เด็กสาวฆาตกร เปิดเล่มด้วยบทสนทนาของเด็กสาวมัธยมคนหนึ่งเธอมีชื่อว่าซายูริ สุมิกาวะ เป็นประธานชมรมวรรณกรรมของโรงเรียนเซนต์มารีย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งบทสนทนา ซึ่งจริงๆ ควรเรียกว่าบทสาธยายเพราะเธอพูดเรื่อยมาอยู่คนเดียวตลอดทั้งบทท่ามกลางผู้ฟังราว 5 คน .. ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนหญิงที่อยู่ในชมรมเดียวกัน การเปิดเรื่องแบบนี้ ชวนให้เรานึกถึงครั้งแรกที่อ่าน คำสารภาพ ของ มินะโตะ คะนะเอะให้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกันเลย .. แต่เมื่อเจอเป็นครั้งที่สอง จึงลดความแปลกใจลงการดำเนินเรื่องแบบนี้จบลงเพียงแค่บทแรกบทต่อมา ผู้เขียนเปลี่ยนมาเป็นการเล่าเรื่องด้วยเรื่องสั้นหนึ่งบท คือหนึ่งเรื่อง ซึ่งยังคงวิธีเล่าโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1หากแต่เปลี่ยนมุมมองผู้เขียนกันไป บทละคน สถานที่ที่ซายูริกำลังพูดอยู่นี้ คือห้องชุมนุมอันหรูหราซึ่งกำลังจัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า หม้อไฟในความมืดอันที่จริง กิจกรรมนี้ก็ฟังดูน่าสนุกดีเพราะมีกติกาให้ทุกคนนำของที่ชอบ มาใส่ลงในหม้อไฟซึ่งตั้งตรงกลางโต๊ะห้องซึ่งถูกหรี่ไฟให้มืดไว้นี้ ทำให้ทุกคนมองไม่เห็นของที่คนอื่นนำมาดังนั้น เมื่อคีบอะไรขึ้นมาได้ ก็จะต้องกินสิ่งนั้นให้หมดก่อนจะคีบชิ้นต่อไปและทุกคนในชมรม จะต้องช่วยกันกินของที่ทุกคนนำมาให้หมด แต่จริงๆ แล้ว กิจกรรมที่ว่านี้ ถูกจัดขึ้นหลังจากที่อิทสึมิ ชิราอิชิ ประธานชมรมคนก่อนเพิ่งเสียชีวิตอย่างปริศนาไปเพียงหนึ่งสัปดาห์นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า สมาชิกชมรมคนหนึ่งเป็นคนฆ่าเธอด้วย อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถูกกำหนดให้ทำควบคู่ไปกับกิจกรรมหม้อไฟในความมืดนี้คือการอ่านเรื่องสั้น ที่สมาชิกชมรมแต่ละคนเขียนขึ้นมาเองโดยกำหนดเป็นพิเศษสำหรับครั้งนี้ ให้มีหัวข้อของเรื่องสั้นเอาไว้ด้วยหัวข้อที่ว่านั้นก็คือ “ความตายของอิทสึมิ” ประธานชมรมคนก่อน!! เมื่ออ่านจบบทแรกลง รู้สึกได้ถึงความพิลึกพิลั่น จิตๆ Read More →

เรื่อง แรกรักผู้แต่ง อินุอิ คุรุมิผู้แปล ปาวัน การสมใจสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161826192 หนังสือเล่าถึงความรักแบบหนุ่มสาวที่เริ่มต้นจากความยังเอิญ และการนัดเดทเป็นกลุ่มคู่หนึ่งในนั้นถูกใจกันตั้งแต่แรกพบ และสานต่อความสัมพันธ์กันต่อมาพวกเขาพบกัน แลกหนังสือกันอ่าน ดื่มกิน พูดคุย และมีความสัมพันธ์กันความรักเติบโตขึ้นแลัวฝ่ายชายที่เป็นชายหนุ่มจืดๆ ก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ..เรื่องราวยังคงดำเนินไป และเราก็อ่านไป ครุ่นคิดไป .. คาดว่าใครหลายคนที่รู้จักหนังสือเล่มนี้ คงได้ยินคำบรรยายสรรพคุณของมันมาบ้างไม่มากก็น้อยที่เลือกเล่มนี้มาอ่าน ก็เพราะเหตุผลเดียวเลยเราอยากรู้ว่าการหักมุมด้วยประโยคสุดท้ายเพียงประโยคเดียวนั้นมันเป็นยังไงและความรู้สึกแบบไหนที่ทำให้คนอ่านอยากย้อนกลับไปอ่านใหม่ทั้งหมด! เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เบื่อๆ นิดๆหนังสือเล่าเรื่องราวความรักของชายหญิงแบบไม่มีอะไรแปลกมีพัฒนาการไปบ้างระหว่างที่ความรักดำเนินไปอารมณ์ขึ้นลงไปกับการกระทำของตัวละครบ้าง แต่ก็ไม่หวือหวาอะไรจนกระทั่งถึงตอนจบ .. อะไรฟระ!! อืม .. นี่สินะ ที่คนเขาพูดกัน .. แม้จะตั้งใจเกร็งรอความหักมุมอันลือเลื่องนั่นเอาไว้แล้วแต่เราก็ยังจับไม่ได้อยู่ดี งงอยู่ดีแต่อารมณ์อยากอ่านซ้ำนี่ไม่มีนะpantip เท่านั้นที่ช่วยเราได้ .. ทางลัดนี่จะว่าดีก็ดี ไม่ดีก็ไม่ดีเนอะ ผลก็คือ อืม .. เก็ทแล้ว เข้าใจแล้วแต่นอกเหนือจากความหักมุมที่ว่าแล้วเราไม่ค่อยสนุกกับมันเท่าไรเลยเราว่า ถ้าเราจับทริคคนเขียนได้เองอาจทำให้เราฟินกว่านี้ สนุกกว่านี้แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังยืนยันว่า .. เราไม่คิดจะอ่านซ้ำตามคำโปรยอ่ะ .. จบแล้วค่ะ รีวิวแบบไม่สปอยล์ ..ลึกๆ ในใจอยากรีวิวแบบสปอยล์ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกันนะเขียนเป็นไทม์ไลน์เลย .. แต่อย่างที่บอกแหละ เราไม่อยากอ่านมันซ้ำแล้วเอาเป็นว่า ถ้ามีกำลังใจ .. Read More →

เรื่อง มีอะไรในสวนหลังบ้านผู้แต่ง คิมจินยองผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161829636 มันเริ่มจากกลิ่นเหม็นแปลกๆ ที่โชยคละคลุ้งอยู่ในสวนดอกไม้ของจูรันก่อนที่กลิ่นนั้น จะนำพาให้ตัวตนของเธอเปลี่ยนแปลงไปหมดสิ้นทุกอย่าง มีอะไรในสวนหลังบ้าน เป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านผู้หญิงสองคนคือคิมจูรัน และอีซังอึน ตัดสลับกันอย่างลงตัว พอเหมาะผู้เขียนจงใจทิ้งปมง่ายๆ เอาไว้เป็นระยะๆให้เราคลำทางไปอย่างลุ้นๆในขณะที่อีกส่วนของเรื่อง กลับเป็นเผยตัวผู้ฆ่าอย่างโต้งๆเราค่อยๆ คลำทางไปเพื่อค้นหาว่า ปลายทั้งสองนี้จะไปเชื่อมต่อกันที่ใดและปมที่ผู้เขียนพาเราไปนั้น เป็นปมหลอกหรือไม่ เงื่อนงำ .. ความเชื่อใจและไม่เชื่อใจระหว่างคนในครอบครัวผู้เขียนเล่นกับความไม่แน่ใจในตัวเองของคนวิตกจริต ช่างระแวงความสงสัยที่ไม่กล้าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ..หรือเป็นเพียงมโนภาพของตนเอง คำว่าผู้หญิง และสังคมเกาหลี ..เราได้รับอารมณ์และความรู้สึกแบบเดียวกัน –กับที่ได้รับเมื่อตอนที่อ่าน คิมจียองเกิดปี 82 มันรู้สึกอยู่จางๆผู้หญิงสองคนในเรื่องนี้ .. ภรรยาของชายผู้ร่ำรวย และภรรยาของชายที่ยากจนต่างก็มีความทุกข์ในแบบของตัวเองเป็นความทุกข์ที่มีรากฐานมาจากสังคมและค่านิยมแบบเกาหลีแบบที่ผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชายเสมอ ไม่ว่าในสถานะไหนก็ตาม มีอะไรในสวนหลังบ้าน ดีงามทั้งการเปิดเรื่อง การดำเนินเรื่อง และพล็อตตอนที่ปมทุกอย่างค่อยๆ คลี่คลายออกมา มันพีคมากสำหรับเราก่อนหน้านี้เราเดาอะไรไม่ได้เลยได้แต่ตามเบาะแสเงื่อนงำที่ผู้เขียนค่อยๆ ปลดทีละเปลาะอย่างผู้ตามที่ดีแต่ไม่เคยตามทัน และยิ่งไม่อาจแซงหน้าผู้เขียนได้เลย ตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบเรานึกถึงการดูข่าว หรืออ่านข่าวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเล่มนี้ .. ในวันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าเนื้อหาข่าวไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแน่ๆทำให้เราหวนคิดถึงข่าวอีกหลายข่าวที่เราได้ฟังได้ดูมามันมีความจริงอยู่เท่าไรกัน และความจริงที่ว่านั้น มันเป็นความจริงในแง่มุมไหน มนุษย์นั้นซับซ้อน และเราไม่อาจตัดสินผู้คนได้จากเพียงการกระทำเดียวหรือจากมุมมองเพียงมุมเดียวที่เรารับรู้ เล่มนี้พีคมาก และเราชอบมากค่ะ  

เรื่อง ลอยไปในกังตั๋งผู้แต่ง สมพงษ์ งามแสงรัตน์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์(สำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์)เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744751203 ลอยไปในกังตั๋ง เป็นเล่มที่สอง (ที่เราอ่าน) ของคุณสมพงษ์ งามแสงรัตน์ค่ะเล่มนี้ ผู้เขียนยังคงพาเราไปเที่ยวจีนเช่นเคยแต่เป็นจีนผ่านเส้นทางการเดินทัพในเรื่องสามก๊กก็ว่าอยู่ว่าเราคุ้นชื่อกังตั๋งที่แท้ ผู้เขียนก็มีแรงบันดาลใจในการเที่ยวสถานที่แห่งนี้จากการอ่านสามก๊กนี่เอง ใน ลอยไปในกังตั๋ง เล่มนี้นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องราวของเมืองต่างๆ ที่เป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในเรื่องสามก๊กแล้วเที่ยวชมวัด เขา และสวนหลายแห่งพร้อมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องแล้วผู้เขียนยังเล่าประวัติศาสตร์จีน, พงศาวดารจีนฉบับย่อเอาไว้อีกหลายเรื่องเยี่ยมเยือนบ้านนักคิดนักเขียนชาวจีนหลายท่านเรียกว่า ถ้าตามรอยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ผู้เขียนไปเยือนเราก็จะได้อินกับเรื่องราวที่เป็นภูมิหลังอย่างนี้ไปด้วยฟินสองต่อกันไป กับเล่มนี้ เรารู้สึกว่าเนื้อหาเข้มข้นหนักแน่นมากกว่า จากเชียงรุ้งถึงฮอยอันโดยที่เล่มนี้จะเน้นไปที่เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าเล่าถึงสถานที่ภาพประกอบก็ดูจะสวยน้อยกว่าหน่อย ทั้งๆ ที่คนวาดคนเดิมบางทีอาจเป็นที่อุปทานของเราเอง ก็งงๆ ตัวเองอยู่เหมือนกัน >,< เรารู้สึกว่าบรรยากาศแห่งการเที่ยวแบบอิสระเสรี ชิลด์ๆ หายไปแม้ว่าผู้เขียนอาจจะยังเที่ยวเหมือนเดิมแต่รูปแบบการเล่าที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้เรารู้สึกเปลี่ยนไป แต่การอ่านแบบนี้ ก็ทำให้เราคิดถึง สามก๊ก ของคุณวินทร์อยู่น่าจะได้อ่านต่อกันเสียตั้งแต่วันที่อ่านเล่มนั้นเล่มของคุณวินทร์นั้นหนักแน่น คารมคมคายแต่เล่มนี้เล่าไม่ครบไม่ลึก หากแฝงอารมณ์ขัน สำนวนสนุกสนานช่วงนี้เที่ยวเองไม่ได้ ให้หนังสือพาเที่ยวก็สนุกดีไปอีกแบบ

เรื่อง ฟาห์เรนไฮต์ 451ผู้เขียน เรย์ แบรดเบอรีผู้แปล ต้องตา สุธรรมรังษีสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161806149 ฟาห์เรนไฮต์ 451 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกสมมติแห่งหนึ่งในโลกที่ผู้คนมีชีวิตหลังจากวันนี้อีกไปหลายชั่วอายุคนเรื่องราวเก่าๆ ในอดีตกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าหนังสือกลายเป็นสิ่งต้องห้ามเพราะมันเผยแพร่ความคิดความเชื่อที่เป็นอันตรายมันทำให้ผู้คนรู้จักคิด รู้จักต่อต้าน ดื้อด้าน ปกครองยากนักเขียนบางคนหลงเหลือเพียงความทรงจำบอกเล่าต่อๆ กันมาผลงานของพวกเขาถูกบิดเบือน ตกหล่น และไร้ค่าและนักเขียนอีกหลายคน .. หลงลบลืมสูญ นักผจญเพลิง หรือนักดับเพลิง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แปลงเปลี่ยนไปจากโลกเดิมพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ดับไฟ หากแต่พวกเขามีหน้าที่จุดไฟเพื่อเผาหนังสือทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนดังขึ้นในค่ำคืนพวกเขาทุกคนจะต้องกรูกันออกไปเพื่อพ่่นไฟเผาผลาญหนังสือที่ไหนสักที่ที่ได้รับแจ้งมอนทากคือหนึ่งในนักผจญเพลิงเหล่านั้นและที่หมวกนิรภัยของเขา มีหมายเลข 451 ติดอยู่ เราเชื่อว่าเราทำสิ่งที่ถูกมาทั้งชีวิต ..แล้ววันหนึ่ง ก็มีบางอย่างมาสะกิดให้ความเชื่อของเราสั่นสะเทือน .. วันหนึ่ง .. มอนทากได้พบกับแคลริส แม็คเคล็ลแลนหญิงสาวข้างบ้านที่มาเดินเล่นระหว่างทางกลับบ้านเธอแปลกแตกต่างไปจากทุกคน เธอพูดแปลก คิดแปลก ..มีชีวิตชีวา มีความคิดอ่านที่เขาไม่เคยได้รับจากที่ไหนเธอทำให้เขาเกิดความคิดแปลกๆ ขึ้นบางอย่าง .. แต่บางทีเราก็ไม่แน่ใจว่าแคลริสได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่านไว้กับเขาหรือเป็นเขาเองที่ได้รับบางหยาดหยดน้ำฝนจากเธอแล้วเติบโตงอกงามขึ้นภายในตนเอง ภาพร่างของสังคมในเรื่องถูกวาดขึ้นในมุมแคบๆเราไม่เห็นรูปแบบการปกครองในเมืองนี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนใน 1984เหตุการณ์เกิดขึ้นในสังคมเล็กๆ รอบตัวมอนทากไม่ได้บอกเล่าว่าการปกครองของพวกเขามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไรพวกเขายอมรับ และยอมอยู่ภายใต้ชีวิตแบบนี้ได้อย่างไรชีวิตที่ไม่มีความคิดอันเป็นของตัวเอง มันเป็นชีวิตอย่างไรมันยังโหว่โหวง คงเหลือเป็นพื้นที่ให้เราจินตนาการ เรารู้สึกว่าตัวละครไม่ได้เปลี่ยนโลก .. เขาแค่เอาตัวรอด .. จากอารมณ์ชั่ววูบไม่ยั้งคิดของเขา .. ทั้งๆ ที่หนังสือเล่มนี้เล่าถึงหนังสือ .. การเผาหนังสือแต่เนื้อหามันกลับไม่ได้กระทบความรู้สึกเรามากเท่าที่คาดหวังไว้ Read More →