เรื่อง อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกแรมทางของชีวิตผู้แต่ง จิระนันท์ พิตรปรีชาสำนักพิมพ์ แพรวเลขมาตรฐานหนังสือ 9749916638 อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกแรมทางของชีวิต คืออีกหนึ่งเล่มแห่งการบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์เดือนตุลาฯการอ่านหนังสือหลายเล่ม เป็นการฟังความหลายข้างและนี่เป็น ‘ความ’ จากอีกหนึ่งข้างจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางของเหตุการณ์มากที่สุดเป็นอีกหนึ่งเหตุและผลที่เราได้รับรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 หนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ในวันที่เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไปแล้วราว 20 ปีโดยตีพิมพ์ครั้งแรกลงในนิตยสารแพรว ระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2539เรื่องราวต่างๆ ได้ผ่านพ้น และตกตะกอนลงแล้วและมันได้เป็น “คำตอบ” ของหลายๆ คนถามที่ถูกส่งตรงถึงผู้เขียนเป็นคำตอบ เป็นบันทึกชีวิต และเป็นประวัติศาสตร์ .. ที่เรารับรู้กันมาน้อยเหลือเกิน อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกแรมทางของชีวิต เป็นหนังสืออีกเล่มที่เราอ่านไปด้วยใจระทึกเหลือเกินมีทั้งประวัติส่วนตัวของคุณจิระนันท์และครอบครัวรวมไปถึงเบื้องหลังเหตุการณ์เดือนตุลาฯภาษาวรรณศิลป์ดีงามถ่ายทอดความรู้สึกตรง ชัดขมขื่น อัดอั้นและกับบางบทบางครั้ง .. เรามีน้ำตาร่วมไปกับชะตากรรมของผู้คนเหล่านั้น ในเล่มนี้ หลายบทกวีจาก ใบไม้ที่หายไปถูกขยายเรื่องเล่าให้เราเห็นรายละเอียดอันเป็นที่มาของกวีบทนั้นๆถ้าอ่านเล่มนี้จบ แล้วย้อนกลับไปอ่าน ใบไม้ที่หายไป อีกครั้งเราก็คงจะซาบซึ้งกับถ้อยคำเหล่านั้นมากขึ้น บางส่วนเสี้ยวเรื่องราวที่คุณจิระนันท์เล่าทำให้เราปวดร้าวที่เนินอก และสั่นสะท้านอยู่ภายในเรื่องราวของแม่ที่สูญเสียลูกชายไปต่างกรรมต่างวาระแต่ทั้งสองล้วนขึ้นอยู่กับสิ่งสิ่งเดียวกันเรื่องของชะตากรรมที่แตกต่าง เพียงเพราะเราต่างเผ่าพันธุ์กัน สิ่งที่ยากยิ่งคือการยอมรับว่าหนทางที่เรายอมทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อเดินไปหามันนั้นเป็นหนทางที่ผิดการกลับออกมาอีกครั้ง น่าจะเป็นความขื่นขมอย่างที่สุดและคงต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะต้องเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการตัดสินใจอันนั้นน  

เรื่อง จากดอยยาวถึงภูผาจิผู้แต่ง จันทนา ฟองทะเลสำนักพิมพ์ แพรวเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163873385 จากดอยยาวถึงภูผาจิ เป็นหนังสือบันทึกเหตุการณ์และบันทึกประสบการณ์ของผู้เขียน ภายหลังจากเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2519นับจากวันที่ผู้เขียนตัดสินใจเดิน ‘เข้าป่า’ ทางจังหวัดเชียงรายไปด้วยการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เพื่อต่อต้านสิ่งที่บ้านเมืองเป็นอยู่ในขณะนั้นหาวิธีต่อสู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีขึ้น เขาเข้าร่วมกับกองกำลังติดอาวุธในป่า อันมีสมาชิกเป็นทั้งนักศึกษาเป็นชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา และชาวเขาเผ่าต่างๆรวมไปถึงกำลังสนับสนุนจากต่างชาติ ทั้งลาว เวียดนาม จีน ฯลฯ ในตอนเริ่มต้น เราอ่านหนังสือเล่มนี้ ..ไปด้วยหัวใจเต้นตึก ระทึกทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุจินตนาการทำงานเต็มที่ ทั้งตามไปกับคำบรรยายของผู้เขียนและล้ำหน้าไปด้วยหลายสิ่งที่อวลอยู่ในหัวนั่นคืออารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนอ่าน เราได้เห็นรายละเอียดจากเหตุการณ์หลังวันที่ 6 ตุลาคม 2519อย่างที่เราเคยอ่านแต่ในบทความ ที่กล่าวถึงแต่ความสูญเสีย ความเจ็บปวดเป็นเพียงบทสรุปเหตุการณ์ ที่เราได้แต่รับฟังแต่ จากดอยยาวถึงภูผาจิ เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้แก่เราเราได้ซึมซับความรู้สึกของผู้คนโดยไม่ต้องมีใครมาสรุปให้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรได้ล่วงรู้กิจวัตร สิ่งต่างๆ ที่พวกเขาทำกันในป่าได้เห็นภูเขา ต้นหญ้า ป่าไม้ และลำน้ำ .. ไปพร้อมๆ กับพวกเขาด้วยได้เห็นความยากลำบาก ความร่วมมือ และความขัดแย้งในแง่มุมต่างๆ ความว้าวุ่นใจระหว่างการรอคอยอันไม่เกิดผลการเดินทาง การโยกย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งกิจกรรมที่ทำร่วมกัน, สถานการณ์ที่จีน ลาว เวียดนาม และกัมพูชาในขณะนั้นธรรมชาติ สภาพความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อม ฯลฯเราได้รับรู้ Read More →

เรื่อง ลิงพาดกลอน ผู้แต่ง ปราปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161825904 การตายของเสือโคร่ง เพื่อนรักในวัยเยาว์ของเขา เป็นเหตุให้ไตรตรึงษ์ วิไลวุฒิ หรือกบี่ (ชื่อเก่า) หรือลิง (ชื่อที่เสือโคร่งเรียก) ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ เขาได้รับรู้ .. พัวพัน .. กับคดีฆาตกรรมสยองขวัญที่เกิดต่อเนื่องวันเว้นวัน ณ บ้านหลาว ศพของเสือโคร่งต้องกลายเป็นศพอนาถา เหตุเพราะเสือโคร่งเป็นตำรวจปลอมตัวมาสืบคดี และตัวตนที่แท้จริงของเขาจะมีผลต่อคดีที่ยังสืบไม่เสร็จ .. มันจึงเป็นการตายที่แสนเศร้า เป็นงานศพที่เงียบเหงา ไร้ญาติขาดมิตร ขาดแม้แต่รูปและชื่อจริง!! นอกจาก (ร่างไร้วิญญาณของ) เพื่อนเก่า เขายังได้พบศัตรูเก่า .. ซึ่งบัดนี้เติบโตขึ้นเป็นตำรวจเฉกเช่นกัน สุริยัน เป็นผู้ถ่ายทอดคดีแปลกประหลาด ที่เหยื่อถูกฆาตกรรมอย่างน่าสยองขวัญ (ซึ่งในเล่มก็บรรยายไว้น่ากลัวด้วย แต่อ่านข้ามๆ ได้) ตามแบบวิธีลงโทษขั้นสูงสุดแบบโบราณ มันคือโทษประหาร 21 สถาน จากกฎหมายตราสามดวง ไตรตรึงษ์เริ่มต้นสืบคดีอย่างลงลึก .. เพื่อที่่จะพบความเกี่ยวโยงบางอย่างระหว่างเหยื่อ และค้นพบจุดมุ่งหมายของฆาตกร .. เรื่องนี้ ไม่แน่ใจว่ามีนางเอกหรือเปล่า เพราะเนื้อเรื่องเน้นจิ้นวายเป็นหลักเลย เป็นการเติมเต็มให้กับแฟนานุแฟนของแชนกบี่จาก Read More →

เรื่อง นิราศมหรรณพ ผู้แต่ง ปราปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161804961 นิราศมหรรณพ เปิดเรื่องมาด้วยความงงๆ ตัดไปตัดมา แต่อ่อยเหยื่อไว้อย่างน่าติดตามที่สุด เรื่องถูกเปิดด้วยความตายของตัวประกอบระดับสิบตัวหนึ่ง และเปิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อจุลเกตุ เธียรโชติ ตัดสินใจจะจบชีวิตตนเอง แต่ ร.ต.อ.เชลียง เดชาพิสัย คือผู้พลิกผันการกระทำนั้นให้เปลี่ยนไป .. ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น .. พร้อมเรื่องราวอันซับซ้อน (เพราะวิธีเล่าของผู้เขียน .. แฮ่!) นิราศมหรรณพ เป็นเรื่องราวการสืบสวนฆาตกรรมต่อเนื่องที่ผิดธรรมชาติ โดยศพทุกศพ ตายทั้งที่ร่างกายภายนอกยังปกติสมบูรณ์ แต่อวัยวะภายในแหลกสลายไร้สาเหตุ เบาะแสเดียวที่โยงทุกคดีเข้าด้วยกันคือ ขวดเปล่าและกองน้ำมันข้างศพ นอกจากนี้ จำนวนศพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล้วนเกิดในวัด อันเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 3 และศพเหล่านั้นยังเกี่ยวข้องกับบริษัทไทยโชติ อันเป็นบริษัทธุรกิจพลังงานรายใหญ่ของประเทศด้วย ตอนที่เราเริ่มต้นอ่าน เราไปกดอ่านรีวิวจาก goodread มาก่อน ทำให้พอทำใจได้ว่าคงต้องอ่านแบบไม่คาดหวังอะไร โชคดีที่เราจำความรู้สึกตอนอ่าน กาหลมหรทึก ไม่ได้แล้ว สำหรับเรื่องนี้ โดยรวมๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ผู้เขียนให้ความสำคัญกับชื่อสถานที่ และรายระเอียดของสถานที่ .. ที่มีอยู่จริง เราชอบนะ โดยเฉพาะถ้าเล่าถึงสถานที่ที่เคยรู้จัก ไม่ค่อยมีนักเขียนไทยที่เขียนแบบนี้ Read More →

เรื่อง ตุ๊กตา ผู้แต่ง วาณิช จรุงกิจอนันต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744750778 นิยายเรื่องนี้ไม่มีผี แต่มีโทนเรื่องและวิธีเล่าที่น่ากลัวกว่านิยายผีบางเรื่องเสียอีก ในฐานะที่ตัวเองเป็นคนชอบเรื่องลึกลับมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ ตุ๊กตา กลายเป็นหนังสือที่เราอ่านมาตั้งแต่ยังเป็นวัยเด็ก ไม่ประถมปลายก็มัธยมต้นนี่แหละ จำได้ว่าชอบมาก และอ่านซ้ำมาอีกไม่รู้กี่รอบ ตามแต่วาระและความคิดถึง กลับมาอ่านในวันนี้ สารภาพว่ารู้สึกรำคาญสุวภาพ แม่ของน้องบูรณาเบาๆ และไม่เข้าใจว่าพระเอกไปชอบนางเอกได้ยังไง คงเป็นขนบยุคก่อน ที่นางเอกจะต้องอ่อนแอ (แม้จะเป็นซิงเกิลมัม รับภาระคนทั้งบ้าน) แต่พอมีตุ๊กตาประหลาดเข้ามาในบ้าน ก็กลัวอย่างเดียวจนขาดสติไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งๆ ที่รู้สาเหตุ รู้ตอนจบแล้ว .. ตอนที่เริ่มอ่าน (โดยเฉพาะอ่านตอนกลางคืน) เนื้อเรื่องก็น่ากลัวดีอยู่แหละ แต่พอเจอแม่น้องบูที่กลัวกว่าไปหลายขุม ทำเอาเราหายกลัว หันมารำคาญนางแทน 555 โดยรวมๆ ตุ๊กตา ก็สนุกดีนะ แม้จะหยิบมาอ่านในพ.ศ. นี้ ภาษาลื่นไหล แม้จะไม่ได้สละสลวย เนื้อหาแตะผ่านและก้าวกระโดดในบางส่วน ไม่ได้ลงรายละเอียด หากแต่ในส่วนที่ควรเล่าก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง เบาๆ แต่หนักหน่วง น้อยแต่มาก เว้นพื้นที่ให้จินตนาการได้ทำงาน

เรื่อง คำสารภาพ ผู้แต่ง มินะโตะ คะนะเอะ ผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744754066 เมื่อตอนแรกอ่าน เริ่มไปได้สิบกว่าหน้าแรก เราบอกกับตัวเองว่า .. ชั้นเกลียดเรื่องเน้!!! หนังสืออะไร เปิดมาไม่มีบทบรรยายอะไรเลย มีแต่ครูสาวพูดพล่ามอยู่คนเดียวตั้งแต่หน้าแรกจนถึงตอนนี้!! แถมพูดอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีบรรยายฉาก ไม่มีผู้สนทนาตอบโต้ จิตมากๆ แต่ก็ยังอ่านต่อไป เพราะกระแสชื่นชมเล่มนี้มาแรงจริงๆ ค่ะ เราอยากรู้ว่าอะไรคือความดีงามที่ผู้คนเขาพูดถึงกัน .. ถ้าอยากรู้เหมือนกัน .. มาค่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง 🙂 คำพล่ามที่น่าเบื่อของครูสาวคนในตอนแรกที่ว่า ต้องเป็นความตั้งใจอย่างร้ายกาจของผู้เขียนแน่ๆ เชียว เพราะเรื่องราวต่อจากนั้นคือความสะพรึงต่อด้านมืดในจิตใจของคนเรา ตอนเริ่มอ่านคิดว่าครู ‘จิต’ แล้วนะ แต่หลังจากอ่านจบ เราว่าตัวละครทุกตัวดูโรคจิตไปเสียทั้งหมด จบจากช่วงแรก อันมีครูสาวพูดอยู่คนเดียวทั้งบทใหญ่ๆ ผู้เขียนส่งต่อผู้เล่าเรื่องเหมือนการส่งไม้ผลัดในกีฬากรีฑา เรื่องเล่าเรื่องเดียวกันถูกมองในมุมที่กว้างขึ้นผ่านสายตาตัวละครทีละตัว มีเพียงผู้อ่านเท่านั้นที่รับรู้ทั้งหมด ในขณะที่ตัวละครแต่ละตัวมองเห็นเพียงมุมใดมุมหนึ่งจากฝั่งตนเอง การมองผ่านมุมตัวละครหลายมุมนั้น ทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่า เมื่อเราคิดแทนคนอื่นไปอย่างหนึ่งนั้น .. บางทีเจ้าตัวอาจจะไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยก็ได้ ในชีวิตจริง .. มุมที่คนเรามองเห็นคนอื่นและตัดสินเขา ล้วนแต่ถูกมองมาจากจากมุมที่ต่างกัน มุมมองเหล่านั้นทำให้คนคนเดียวกลายเป็นคนดีก็ได้ หรือเป็นคนที่เลวร้ายที่สุดก็ได้ Read More →

เรื่อง ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ผู้แต่ง ซูมิโนะ โยรุ ผู้แปล ธวัลยา สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161824686 ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว มีจังหวะการเล่าที่นุ่มนวล น่ารัก เหมือนวรรณกรรมเยาวชน แต่เนื้อหาที่เล่าค่อนข้างลึกซึ้ง อรรถรสต่างกันไปตามวัยของผู้อ่าน เนื้อเรื่องว่าด้วยการค้นหาความสุขของเด็กหญิงคนหนึ่ง แต่มันไม่ทื่อๆ ดื้อๆ แบบนั้นหรอก มันละเมียดละไม อบอุ่น น่าซาบซึ้ง เป็นหนังสือที่ดีมากๆ เลย ให้ความรู้สึกดีทั้งระหว่างอ่าน และหลังจากที่อ่านมันจบไปแล้ว คนที่ชอบอ่านหนังสือ น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะตัวละครหลักเป็นเด็กหญิงวัยประถม ที่มีเพื่อนน้อย แต่หนึ่งในเพื่อนของเธอคือเจ้าแมวหางขาด เธอชอบอ่านหนังสือ ชอบคุยเรื่องหนังสือ แต่คนที่จะคุยเรื่องหนังสือกับเธอ มีอยู่ไม่กี่คนนักหรอก นอกจากเพื่อนที่โรงเรียนที่ไม่ค่อยมีเวลาคุยด้วย เธอก็ยังมีคุณดอก คุณยาย และคุณมินามิ เพื่อนนอกโรงเรียนอีกสามคน เพระเริ่มเรื่องด้วยตัวละครที่ชอบหนังสือ และพวกเขาก็คุยกันเรื่องหนังสือ แม้จะเป็นเล่มที่ไม่เคยอ่าน หรือเคยอ่านแล้วแต่ไม่ได้เป็นหนังสือที่ชอบ แต่เราก็ยังชอบฟัง (อ่าน) คนคุยกันเรื่องหนังสืออยู่ดี ^^ ขอยืนยันเลยว่าหนังสือเล่มนี้อ่านสนุกและดีมากจริงๆ แต่ไม่อยากบอกอะไรเยอะเลย (ไม่อยากให้ไปหารีวิวที่อื่นด้วย) ลองอ่านเอง แล้วค่อยๆ ค้นพบความลับที่ผู้เขียนซ่อนเอาไว้เอง แล้วจะประทับใจและรักมันเหมือนที่เรารักค่ะ 🙂

เรื่อง จงไปวางยามไว้ให้เฝ้าดู ผู้แต่ง ฮาร์เปอร์ ลี ผู้แปล นาลันทา คุปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161814533 หากจะบอกว่า จงไปวางยามไว้ให้เฝ้าดู เป็นภาคต่อของ ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด ก็พอจะได้ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกกว่านั้น จงไปวางยามไว้ให้เฝ้าดู คือต้นกำเนิดของ ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด ต่างหาก เพราะมันถูกเขียนขึ้นก่อน หากแต่ไม่ได้รับการตีพิมพ์ ต้นฉบับของหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 แต่เพิ่งจะถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2554 และถูกแปลในบ้านเราเมื่อปี พ.ศ. 2559 นี้เอง เนื้อหาของ จงไปวางยามไว้ให้เฝ้าดู เป็นเรื่องราวหลังจาก ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด มาอีกหลายปี สเกาท์ (จีน หลุยส์) ได้เติบโตขึ้นกลายเป็นสุภาพสตรี (จนได้) สมกับที่อาอะเล็กซานดราของเธอต้องการมาตลอด จงไปวางยามไว้ให้เฝ้าดู ยังคงเป็นประเด็นเรื่องชาวผิวสี แต่เรื่องราวทั้งหมดถูกใส่ลงไปในบทสนทนา และข้อโต้แย้งมากกว่าการบรรยายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางช่วงบางตอน เราว่ามันเฉพาะทางเกินไป มันมีเรื่องของกฏหมาย การเมือง ค่านิยม และวัฒนธรรมแบบอเมริกา (ในยุคหลังเลิกทาสมาสักระยะหนึ่ง) ที่เราอ่านแล้วไม่อิน ไม่เข้าใจ ไม่มีอารมณ์ร่วม และมันทำให้เรื่องนี้สนุกน้อยลงไปเยอะเลย เราว่าคนที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้สนุกที่สุด ก็คงจะเป็นชาวเมย์คอมบ์เองนั่นแหละ การเขียนเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้งในครั้งที่สอง Read More →

เรื่อง ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด ผู้แต่ง ฮาร์เปอร์ ลี ผู้แปล นาลันทา คุปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161812324 ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด เป็นหนังสือที่เริ่มอ่านได้ยากมาก มันมีวิธีเล่าแบบจิ๊กซอว์ที่ให้ผู้อ่านปะติดปะต่อภาพเองทีละน้อย เราเองสงสัยมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นอ่าน (จริงๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่ได้ยินกิตติศัพท์ของมัน) ว่าหนังสือเล่มนี้ดีงามตรงไหน มันเริ่มต้นยาก .. อย่างที่บอก แต่ความดีงามของมันที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ก็เป็นเรื่องคุ้มค่า ผ่านร้อยหน้าแรกไปให้ได้ แล้วเราจะเริ่มชอบมัน ได้ยินมาว่าหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของคนดำและคนขาว เป็นเรื่องของความเท่าเทียมทางสังคม ว่าด้วยเรื่องของการยอมรับในความเป็นมนุษย์ แต่เมื่อเราได้อ่าน .. มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนดำกับคนขาว เมื่อเมืองทั้งเมืองเป็นเมืองของคนขาว ซึ่งมีคนดำเป็นเพียงชิ้นส่วนแทรกเร้นอยู่ในส่วนต่างๆ ของเมือง ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด ยังเล่าถึงความสัมพันธ์แบบชุมชนเมือง เพื่อนบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ .. ความสัมพันธ์ของเพื่อนมนุษย์ ผู้คนรูปแบบต่างๆ และวิถีชีวิตอันดำเนินไปอย่างเกี่ยวพันกัน ความสัมพันธ์รูปแบบแปลกๆ ในสังคมมนุษย์ ฯลฯ เพื่อนบ้านทุกคนมีส่วนในการขับเคลื่อนให้เรื่องราวดำเนินไป (แอบนึกถึง คำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ บ้านเรา) ตัวละครผู้เล่าเรื่องทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ให้เราฟังคือ “ฉัน” ซึ่งก็คือสเกาท์ (มิสสเกาท์ ฟินช์) และคือจีน Read More →

เรื่อง เด็กชายมะลิวัลย์ ผู้แต่ง ประภัสสร เสวิกุล สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744754271 เด็กชายมะลิวัลย์ ก็เป็นหนังสือที่เล่าถึงชีวิตผู้คน สมัยโบราณเช่นเดียวกันกับ หนุ่มนักเรียน แต่เล่มนี้ออกจะทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อย คือย้อนกลับไปเพียงแค่ราว 50 ปีเท่านั้น แม้จะเกริ่นเอาไว้ว่าเล่มนี้มีฉากของเรื่องเป็นย่านเสาชิงช้า ในยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 แต่พออ่านแล้ว ผู้เขียนก็ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ไว้สักเท่าไร ไปเน้นเล่าเรื่องวิถีชีวิตของผู้คนในย่านนั้นมากกว่า แม้ตัวละครหลักจะเป็นครอบครัวคนไทย แต่ผู้คนส่วนมากแถวนั้นจะเต็มไปด้วยครอบครัวคนจีน มีอาชีพและอุปนิสัยแตกต่างกันไป เล่าด้วยวิธีบรรยายมากกว่าบทสนทนา เน้นสรุปเหตุการณ์มากกว่าเล่าไปตามเรื่องอย่างเล่มหนุ่มนักเรียน สนุกไปอีกแบบ แต่ออกจะสั้นและไม่อินเท่าตอนที่อ่านหนุ่มนักเรียน แม้ว่าหนังสือจะมีชื่อว่า เด็กชายมะลิวัลย์ แต่ผู้เขียนก็ใช้เด็กชายมะลิเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของเรื่องเท่านั้น เขาเป็นเพียงตัวกลางที่จะพาให้ผู้เขียนพาเราไปรู้จักตัวละครอื่นๆ ต่อ แต่ละตอนไม่ได้ต่อเนื่องเป็นเส้นเรื่องเดียวกัน คล้ายๆ เรื่องสั้นของผู้คนในสถานที่เดียวกัน มีตัวละครร่วมกันบ้าง ให้ผู้อ่านปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง ในเรื่องของตัวละครหลักในบ้านมะลิวัลย์นั้น ประกอบไปด้วยพ่อสัก แม่ฉวี น้าเฉลียว น้าฉลวย พี่สาวอายุห่างกัน 10 ปี ชื่อมณฑา พี่ชายอายุห่างกันอยู่ 8 ปี ชื่อโมก คุณปู่คุณตาล้วนเคยรับราชการมีเกียรติ เป็นครอบครัวผู้ดีตกยากทำนองนั้น พ่อของเด็กๆ Read More →