เรื่อง สิ้นแสงฉาน (Twilight over Burma : My life as a Shan Princess) ผู้แต่ง Inge Sargent ผู้แปล มนันยา สำนักพิมพ์ มติชน ราคา 240 บาท เรื่องราวเริ่มต้นคล้ายเทพนิยาย เมื่อเจ้าชายต่างแดนจากอุษาคเนย์ผู้ปิดบังฐานะตนเองได้เข้าศึกษาในสาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ในอเมริกา เจ้าชายพระองค์นั้นได้พบรักกับนักศึกษาชาวออสเตรียนผู้มีนามว่าอิเง่ ซาเจ้น เธอรื่นเริง เป็นมิตร แต่ก็สุขุม เยือกเย็น และนั่นทำให้เขาตกหลุมรักเธอ ความรักของหนุ่มสาวค่อยๆ บังเกิด และเติบโต จนกระทั่งในวันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน การตกลงปลงใจแต่งงานในครั้งนี้ หมายความว่าเธอจะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปแสนไกล ไปยังดินแดนฝั่งตะวันออกไกลที่เธอไม่เคยรู้จัก .. แม้จะน่าหวาดหวั่น แต่เธอก็มั่นใจ และตกลงใจในที่สุด ใครจะรู้ว่า มันยังมีสิ่งที่เกินความคาดเดาของเธอไปมากกว่านั้นอีก เพียงเรือเดินสมุทรที่เธอโดยสารมาเข้าเทียบท่าที่ย่างกุ้ง เธอก็ได้รับรู้ความจริงอีกอย่างว่า แท้จริงแล้วสามีคือเธอคือเจ้าฟ้าไทยใหญ่จากเมืองสีป่อ แห่งรัฐฉาน! เทพนิยายเรื่องนี้คือเรื่องจริง .. และมันเพิ่งเริ่มต้น!! เราหยิบเล่มนี้มาอ่านต่อจากทวิภพในคราแรกเพราะเข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน คือยุคสมัยในรัชกาลที่ ๕ ในยุคสมัยที่พวกที่เรียกตัวเองว่าอารยประเทศได้เข้ารุกรานชาวอุษาคเนย์ ต่างแย่งชิงเมืองนั้นเมืองนี้เป็นเมืองขึ้นของตน ราวกับเด็กแย่งของกันในร้านของเล่นก็ไม่ปาน แต่เมื่อมาลองไล่ดูดีๆ แล้ว Read More →

เรื่อง ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกตผู้แต่ง วีรพร นิติประภาสำนักพิมพ์ มติชนราคา 180 บาท เป็นเพราะคำนำแท้ๆ ที่ทำให้เราอ่านนิยายเล่มนี้ได้ไม่เหมือนเล่มอื่นๆ อ่านไป ก็ระแวงไปว่าแท้จริงแล้วผู้เขียนหมายความตามตัวอักษรหรือเปล่า มีอะไรสอดแทรกระหว่างบรรทัดและช่องไฟไหม .. อาจจะมี แต่ที่เราคิดจะตรงกับที่ผู้เขียนคิดหรือ? หรือแท้จริงแล้วนิยายทุกเรื่องมี หากเพียงแต่เรา “ขบคิด” ? เหตุการณ์บางเหตุการณ์ก็เกิดซ้ำกันกับอีกหลายต่อหลายครอบครัว แต่ผลกระทบจากมันต่างหาก ที่ส่งผลไม่เหมือนกัน นิยายเรื่องนี้ “จงใจ” เศร้าเกินไป เป็นเศร้าด้วยภาษาสละสลวย เป็นความสุขที่ได้เศร้าไปกับภาษาสวยๆ นั้น .. ความขาดของชลิกาและชารียา กับความเหงาของปราณ ถูกบรรยายเอาไว้ด้วยภาพชีวิตวัยเด็กของทั้งสอง ไม่รู้ทำไม อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงเด็กหญิงกะทิ (ในความสุขของกะทิ) แต่ยกให้กะทิเป็นด้านสว่าง ในขณะที่ชลิกา ชารียา และปราณเป็นโลกมืด .. ต่างมุมของเรื่องราวเดียวกัน .. เป็นกะทิในเวอร์ชั่นที่เขียนโดยมูราคามิ .. เรารู้สึกอย่างนั้น ชารียา เด็กผู้หญิง .. ผู้หญิง ที่ทำชีวิตธรรมดาๆ ของตัวเองให้ยาก ชีวิตที่มีความสุขอยู่เพียงแค่เอื้อม แต่กลับปิดกั้น และไขว่คว้า เสาะหาสิ่งที่ตรงกันข้าม เก็บงำความทุกข์ของตนเองไว้ดั่งของสะสมล้ำค่า มนุษย์เรา บางทีก็เป็นเช่นนั้น หลงทางทั้งๆ Read More →

เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ .. ดูตารางแล้วก็ลังเล .. ตารางที่ว่า คือตารางวันเวลาของงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 29 มิถุนายน 2557 นี้ค่ะ งานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ เป็นงานที่เหล่าร้านหนังสืออิสระทั้งหลายรวมตัว รวมกำลังกันจัดขึ้นค่ะ ไม่ได้ยกพลพรรคไปจัดที่ไหนหรอก แต่ต่างคนต่างจัด ร้านใครร้านมัน เหล่าคณาลูกค้าบ้านอยู่ใกล้ร้านไหน ก็ไปมันร้านนั้น แต่ละร้านก็สรรหานานาไอเดีย เลือกกิจกรรมที่น่าสนใจมากระหน่ำจัดให้พร้อมๆ กัน ยั่วน้ำลายเราแท้ๆ งานเล็กๆ แต่น่ารักนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากที่ปีแรกเราพลาดไปทุกร้าน อย่างน่าเสียดายสุดซึ้ง ปีนี้ก็ตั้งใจเอาไว้นมนานว่าจะไม่พลาดแน่ๆ แต่พอใกล้ถึงวัน โอกาสชักจะไม่อำนวยน่ะสิคะ อย่ากระนั้นเลย เราหักมุม ไปเสียก่อนงานจะเริ่มนี่แหละ กระหยิ่มยิ้มย่อง ภูมิใจในความคิดตัวเองเสร็จสรรพ ก็เริ่มลงมือจัดตารางการเดินทางให้เบ็ดเสร็จภายในวันเดียว หา!! วันเดียว!! ค่ะ วันเดียว ก็ว่างวันเดียว แต่อยากไปหลายๆ ร้านอ่ะ ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าท้ายที่สุดแล้ว เราไปได้ทั้งหมดกี่ร้าน เริ่มแรก เราไปเห็นภาพนี้ จากเพจของผู้จัดงานก่อนค่ะ ชวนประชาชีเดินๆ ปั่นๆ Read More →

เรื่อง จิตกาธาน ผู้แต่ง สรจักร สำนักพิมพ์ มติชน ราคา 210 บาท เราอ่านจิตกาธานครั้งแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัย จำได้ว่าหลังอ่านจบ เรายังหลอนติดต่อกันไปอีกหลายวัน แม้มันจะมิใช่นิยายผีแต่ประการใด อ่านหนังสือเล่มนี้จบในครั้งนั้น ก็คืนหนังสือให้แก่ร้านหนังสือที่เราเช่ามาอ่านตามปกติ แต่ก็ยังอดคิดถึงจิตการธานอยู่เรื่อยๆ ประทับใจยืนยาวมาหลายปี พอเติบโต เริ่มมีกำลังทรัพย์ และเริ่มสะสมหนังสืออย่างเป็นล่ำเป็นสันยิ่งขึ้น เรากลับหาจิตกาธานไม่พบอีกเลย จวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ สำนักพิมพ์มติชนได้หยิบจิตการธานกลับมาพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง และเราก็รีบแสดงความเป็นเจ้าของทันทีหนึ่งเล่ม .. และหนังสือเล่มที่ว่านั้น ก็เริ่มปลุกความหลอนของเราขึ้นอีกรอบ “ยิ่งดำดิ่งลงไปค้นหาต้นเหตุและพัฒนาการของความผิดปกติในจิตมากเท่าใด เราก็จะยิ่งค้นพบความเกี่ยวพันระหว่างโรคกับผลผลิตอื่นๆ อันเกิดจากการทำงานภายในสมองมนุษย์มากเท่านั้น เราต้องยอมรับความจริงไว้เสมอว่า ระหว่างอารยธรรมอันสูงส่ง กับความกดดันที่มนุษย์เผชิญในสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริง มนุษย์ไม่เคยพอใจสภาพที่ดำรงอยู่ เขาจึงจำต้องสร้างจินตนาการแบบตนถึงพอใจเก็บไว้ในใจเสมอ เพื่อเป็นการชดเชยสิ่งที่ขาดไป เป็นการตอบสนองความสุขทางใจ แม้จินตนาการจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่สิ่งเพ้อฝันเหล่านี้ยังประกอบด้วยความจริงบางประการ ที่เป็นองค์ประกอบของบุคลิกภาพของบุคคล และมีแนวโน้มของความเป็นจริงที่ถูกเก็บกดไว้ ผู้ที่ขยันขันแข็งและประสบผลสำเร็จ คือผู้ที่รู้จักแปลงจินตนาการเพ้อฝันเหล่านี้ให้กลายเป็นจริงด้วยการทำงาน ส่วนผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถเผชิญปัญหาอุปสรรคภายนอกก็จะยึดติดอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ กลายเป็นคนที่มีความคิดฟุ้งซ่าน เขาจะเชื่อมโยงจินตนาการเข้ากับความเป็นจริง (จนไม่อาจจำแนกจากกันได้) และถอยหลังกลับสู่วัยเด็ก …”                                                                                                            ซิกมันด์ ฟรอยด์ สรจักรเปิดเรื่องด้วยบทวิเคราะห์จิตมนุษย์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ และเริ่มเล่าเรื่องของครอบครัวเล็กๆ Read More →