เรื่อง บุกภูเขา เบิกทะเลผู้แต่ง ประพันธ์ ผลเสวกสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789743239830 บุกภูเขา เบิกทะเล เล่าถึงประสบการณ์การเดินทางไปยังแผ่นดินอันยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคตั้งต้นของการถือกำเนิดขึ้นของนิตยสารเพื่อนเดินทาง เมื่อราวปี พ.ศ. 2523 ในเล่มนี้ มีทั้งประสบการณ์การเดินป่า ทั้งผู้คนที่ได้พบ .. เป็นชนเผ่าก็มากโดยผู้เขียนได้ร่วมอยู่ร่วมเป็น และได้เข้าถึงจิตใจของพวกเขาทั้งยังถ่ายทอดความจริงใจ ความมุ่งมั่น รวมไปถึงความบริสุทธิ์เหล่านั้นให้แก่คนเมืองได้อ่าน ได้รับรู้ และได้เข้าใจ .. บ้างสักเศษเสี้ยวก็ยังดี ชนเผ่าที่ว่านั้นได้แก่ ชาวมาบรี (ผีตองเหลือง) ที่ป่าขุนสถาน จังหวัดแพร่และชาวเขาในอีกหลายพื้นที่บนดอยทางเหนือของไทย เฉียดๆ ไปไกลถึงชายแดนพาเราไปรู้จักกับชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่นกะเหรี่ยง, ม้ง, เย้า, อะข่า (อีก้อ), ลีซอ, มูเซอ (ลาหู)ได้พาเราไปร่วมพิธีแต่งงานของหนุ่มสาวชาวเย้า ฯลฯได้ไปล่องเรือเที่ยวทะเลระนอง, ภูเก็ต, สะมิลัน (สิมิลัน) ฯลฯได้เที่ยวเกาะช้าง เกาะพยาม เกาะเต่า ฯลฯทั้งยังสอดแทรกเรื่องราว ว่าด้วยคอคอดกระ ฯลฯ ผู้เขียนเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวในหลายๆ สถานที่ที่ฮิตติดลมบนไปแล้วตอนนี้เล่าเรื่องสนุกดี มีทั้งสาระและอารมณ์ขันปะปนกันไปอ่านแล้ว จากคนที่ชอบหมกตัวอยู่กับบ้านอยากจะพาตัวเองไปหมกอยู่กลางป่ากลางเขาหรือกลางท้องทะเลดูสักหลายๆ วันกับเขาบ้าง บุกภูเขา เบิกทะเล ดีงามกว่าที่เราคิดเอาไว้มากเป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกดี Read More →

เรื่อง ลำเนาป่าผู้แต่ง ศิเรมอร อุณหธูปสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9743236171 นะจังงังไปกับสำนวนเมื่อแรกอ่านสำนวนแปลกดี อ่านสะดุดนิดหน่อยเพราะไม่คุ้นอย่างเช่น “ซ้ำแล้วซ้ำรา”“เขาก้มหน้าเดินย่ำฝ่าฟุ้งฝนพรำบนทางเท้า” ฯลฯซึ่งมาโดยตลอดทั้งเล่ม แปลกแตกต่างกันไปใจนึงก็รู้สึกสะดุด เหมือนจะชอบใจในความแปลกแต่อีกใจก็รู้สึกตะหงิดๆ ที่อ่านไม่ลื่นไหลมันชะงัก ติดๆ ดับๆ ไม่ต่อเนื่องแต่ก็เป็นเพียงในช่วงต้นของเรื่องเท่านั้นนะไม่รู้ว่าเราเริ่มชิน หรือพอช่วงหลังๆ สำนวนเริ่มกลมกลืนเป็นปกติคือยังมีอยู่ แต่ลดน้อยลง และเราว่าเราชอบสำนวนช่วงหลังๆ มากกว่านะคือยังเป็นสำนวนแปลกๆ อยู่ แต่สละสลวยขึ้น ไพเราะขึ้น ลำเนาป่า เป็นนิยายที่มีค่านิยมรักป่าไม้ ต้นไม้ สายลม แสงแดดรักอิสระ ไร้การผูกมัด แม้แต่การจดทะเบียนสมรสก็เป็นความผิดร้ายแรงในสายตาของลำเนา (นางเอก)อุดมคติสุดโต่ง แต่เรามองว่าอีโก้ก็เยอะจัดตามอุดมคติอันสูงส่งไปด้วยผู้เขียนเปิดภาพนางเอกมาให้เราอย่างนั้น .. คือเป็นคนแนวๆ ไม่ใช่คนที่น่ารักไม่ใช่คนอ่านทุกคนจะรักนาง จะบอกว่าคนอื่นเอาค่านิยม เอาประเพณีมาตัดสินลำเนาลำเนาเองก็เอาความเชื่อของเธอตัดสินคนอื่นด้วยเช่นกันและเพราะมันเป็นเรื่องแต่ง และอาจจะเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ตัวละครผู้เขียนเลยมอบบทบาทให้ชมพู พี่สาวที่ห่วงใยน้องชายคนหนึ่งกลายเป็นนางร้ายในละครน้ำเน่าไปเลยเจตนาอาจเป็นไปเพื่อเตือนคนดูละคร ว่าควรแยกแยะไม่ควรเก็บมาใช้ในชีวิตจริงแต่มันก็เป็นส่วนที่ทำให้เรื่องไม่สมจริง ไม่น่าเชื่อถือหรือคล้อยตาม ตั้งแต่เปิดเรื่องเรามองไม่เห็นความโรแมนติกเปี่ยมอุดมการณ์ของเรื่องนี้มองเห็นเพียงชายที่เฝ้าทวงรักและขอแต่งงานต่อหญิงสาวที่กำลังเบื่อรัก และยืนยันปฏิเสธอยู่ซ้ำซากด้วยเหตุผลต่างๆ นานาที่เต็มไปด้วยเหตุผลด้วยอุดมการณ์ต่างๆ นานาที่แปลว่าไม่รัก ไม่แต่ง(เป็นความรู้สึกตอนเริ่มอ่านนะ ส่วนที่ตัดมามันทำให้รู้สึกอย่างนั้นแม้เมื่ออ่านเต็มๆ จะทำให้เข้าใจลำเนาได้ดีขึ้น แต่มันฝังใจกับนางไปแล้ว) แต่ทั้งหมดทั้งปวง เราชอบตอนจบนะถ้าเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้ จบแบบนี้น่ะดีแล้ว เป็นหนังสือที่ ถ้าคนชอบก็คงจะชอบมาก ชอบไปเลยในความเฉพาะตัวอันมากมายของมันแต่ถ้าคนไม่ชอบ ก็คงมีข้อให้ไม่ชอบได้ไม่น้อยเหมือนกัน  

เรื่อง เย็นลมป่าผู้แต่ง ชวน หลีกภัยสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9743221255 ป่า ใน เย็นลมป่า ไม่ใช่ป่า!!ป่าในที่นี้ไม่ใช่ป่าเขาลำเนาไพรอันเขียวขจีแต่เป็นป่าในความหมายของที่พึ่งสุดท้ายแห่งการหลบหนีภัยใดๆ –อันเกิดแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาฯที่เกิดแก่ประชาชน คนหนุ่มสาว และชาวบ้านในพื้นที่ล่อแหลมป่าในที่นี้ เป็นพื้นที่ซ่อนตัวของเหล่า ทปท. (กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย)เป็นที่ที่ก่อให้เกิดหลายสิ่งหลายอย่าง .. ที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ หนังสือของคุณชวนก็เหมือนกับตัวของคุณชวน คือสุขุม คมคาย ลึกซึ้งเล่าเรื่องกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ฟูมฟายและเราก็เพิ่งรู้ว่า คุณชวนก็ช่างประชดประชันไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เย็นลมป่า เล่าถึงผลกระทบหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯที่มีต่อชาวบ้านในชนบททั้งในส่วนรวม ..และในระดับปัจเจกชน ต่างกรรมต่างวาระ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่คุณชวนเห็นด้วยตา สัมผัสรับรู้ด้วยตนเองในส่วนแรกเริ่ม เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความระวังระแวงกันเองความไม่มั่นคงมั่นใจในสถานการณ์ในชีวิตประจำวันความธรรมดากลายเป็นไม่ธรรมดาอะไรๆ ก็กลายเป็นต้นเหตุแห่งความระแวงได้ทั้งนั้น คุณชวนในขณะนั้นเพิ่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชคุณชวนถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกตามล่า และนี่คือบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น วันที่คุณชวนถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์พรรคประชาธิปปัตย์ถูกกดดันให้ถอดชื่อคุณชวนออกจากพรรคถอดออกจากการเป็นรัฐมนตรีวันที่ใครๆ หนีเข้าป่า แต่คุณชวนยืนยันมั่นคงที่จะปักหลักสู้ ..ตามวิถีทางที่เขาเชื่อ .. ด้วยความจริง และความจริงใจเมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อทุกอย่างคลี่คลายในนามแห่งความถูกต้อง ในฐานะแห่งนิติศาสตร์บัณฑิตคุณชวนได้ค้นหาหลักฐานมายืนยันการถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นานานักหนังสือพิมพ์หลายคนยอมรับว่าได้รับเงินมาเพื่อนั่งเทียนเขียนข่าวเท็จผู้มีอำนาจด้วยกันยอมรับว่าเข้าใจผิด ฯลฯ เย็นลมป่า ส่วนแรก ถูกเขียนและตีพิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2521ในระยะเวลาที่เหตุการณ์ครั้งวันที่ Read More →

เรื่อง ปีศาจผู้แต่ง เสนีย์ เสาวพงศ์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740213925 ปีศาจ เป็นนิยายที่เกิดขึ้นในยุคของการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เปลี่ยนแปลงการปกครองแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทางความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ที่ค่อยๆ แตกต่างไปจากคนยุคเก่าการนับถือยศถาบรรดาศักดิ์ ค่อยๆ จางหายและสร้างค่านิยมใหม่แห่งการนับถือความดีคนรุ่นใหม่เริ่มคิดและทำเพื่อสังคมกันมากขึ้นเริ่มมองเห็นความเท่าเทียมกันระหว่างผู้คนในสังคมมากขึ้น หากแต่ก็อย่างที่ผู้เขียนบอกการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอๆ .. และเกิดขึ้นตลอดไปเมื่อเราผ่านยุคนั้นมา ปัจจุบัน เรายังเห็นผู้คนกลับไปนับถือเงินทองยศตำแหน่ง ความร่ำรวย ความสะดวกสบาย ฯลฯ กันเช่นวันวานอีกออกจะหนักหนากว่าวันวานด้วยซ้ำ .. จนไม่สามารถแยกแยะความผิดถูกได้แล้วเราได้แต่หวังว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ว่า จะทำหน้าที่ของมันต่อไปและทำให้โลกดีๆ คนดีๆ ให้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง ปีศาจ เป็นนิยายสมัยก่อนที่ไม่ต้องมีพล็อตซับซ้อนอ่านยากแต่มีวิธีเล่าที่ใช้ภาษาสละสลวย บรรยายละเอียดลออบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวละครลึกซึ้งและในความที่เหมือนไม่มีอะไรนี่เองที่ซ่อนสาส์นบางอย่างที่ต้องการสื่อถึงผู้อ่านเอาไว้ .. อย่างแยบยล ไม่ทื่อตรง บางที ปีศาจ ที่ผู้เขียนเอ่ยถึง อาจไม่ได้หมายถึงตัวละครตัวใดตัวหนึ่งหากหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้?มันนำพาความร้ายกาจมาสู่ผู้คน ในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเสมอมันทำให้ชาวบ้านกลายเป็นขโมย?มันทำให้บุคคลดีๆ คนหนึ่ง กระทำการอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ?มันทำให้เกิดความล่มสลายทางความมั่นคงของคุณพ่อของรัชนีมันทำให้เกิดการเปลี่ยนไปสู่ความเท่าเทียมทางสังคมในยุคหนึ่งและมันทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ในยุคต่อๆ มาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าบ่กั้น หรือ ปีศาจ เนื้อความก็เป็นอย่างเดียวกันคือพูดถึงความยากลำบากของชาวไร่ชาวนาในชนบทการที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อซื้อข้าวปลาอาหารทั้งที่เขาก็ทำหน้าที่เพาะปลูกสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาชาวนาที่มักเป็นรองพ่อค้า นายหน้า และนายทุนเป็นปัญหาจากอดีตที่เรื้อรังมาจนปัจจุบัน ทุกประโยคสนทนาระหว่างตัวละครที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ดูเหมือนจะผ่านกระบวนการคิดจากผู้เขียนเป็นอย่างดีเพื่อที่จะปลูกฝังความรักชาติ ความซื่อตรงต่ออาชีพความเสียสละผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้เพื่อความถูกต้องเพื่อหลุดพ้นจากกรอบเก่าๆ แต่โดยความเห็นส่วนตัว เราไม่อินกับค่านิยมจาก ปีศาจ แล้วนะมันอุดมคติมากกกกก มากจนคนยุคนี้ยากจะจินตนาการถึงอ่าน ฟ้าบ่กั้น Read More →

เรื่อง สามฤดูเป็นหนึ่งใจผู้แต่ง อุรุดา โควินท์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216711 อ่าน สามฤดูเป็นหนึ่งใจ แล้วคิดถึงเมนูผัดพริกขิง (ที่ไม่ใส่ขิง)(มารู้ตอนอ่านนี่เอง ว่าจริงๆ แล้วตำขิงลงไปในเครื่องแกงด้วย)พูดถึงเมนูนี้ทีไร แฟนนึงว่าเป็นผัดขิงทุกทีไป >,<ผัดพริกขิง เป็นเมนูที่พบได้ตามโรงอาหารโรงเรียนทุกโรงเรียนเราย้ายโรงเรียนบ่อย แต่ชีวิตไม่เคยขาดผัดพริกขิงมีเห็นจนเกร่อ และเมื่อมันธรรมดาจึงไม่ค่อยกินมารู้สึกตัวอีกที ผัดพริกขิงก็ค่อยๆ หายไปจากชีวิตเดี๋ยวนี้ แวะร้านข้าวแกงทีไรมักพบแต่ผัดพริกแกงใส่ถั่วฝักยาวกับหมูสามชั้นอ่านเรื่องของคุณพูแล้วติดถึงชะมัด อยากกินติดหมัดขึ้นมาเลยทำไงดี ทำไงดี >,< ภาษาของอุรุดามองโลกอย่างคนที่เห็นโลกแท้จริงแต่ก็มีลูกเล่นประชดประชันสะบัดสะบิ้งแต่พองามด้วยจริตสาวสละสลวยอย่างนักประพันธ์เอาแต่ใจนิด เข้าใจโลกหน่อย ขัดแย้งอย่างสมดุล กำลังน่ารักน่าหยิก และใช่ค่ะ นอกจากเรื่องของมิตรภาพ ความรัก ความรู้สึก ..หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอาหารด้วยเป็นอาหารที่สามารถทำร้ายเราได้ในยามดึกอ่านแล้วหิวทุกเมนู ทุกฤดูกาล.. ที่สำคัญ ..เมนูเหล่านี้ ถ้าไม่ทำเอง (ตามสูตรที่เธอให้)ก็ไม่รู้จะไปหากินได้ที่ไหนสิน่า!! อุรุดาเป็นหญิงสาวผู้ช่ำชองและเชี่ยวชาญในด้านการจัดการกับความเจ็บปวดไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือเพื่อนสนิทเห็นได้จากหนังสือหลายๆ เล่ม (ซึ่งซ่อนตัวตนของเธอเอาไว้แต่มันชัดเจนมาก)ผู้เขียนใช้ภาษาบรรยายฉาก สถานการณ์ และบทสนทนาแต่กลับทำให้เราได้รับความรู้สึกของตัวละครพุ่งตรงเข้าสู่กลางใจโดยที่ผู้เขียนไม่ต้องบอกเราสักคำ สามฤดูเป็นหนึ่งใจ เป็นหนึ่งสือที่อ่านได้สบายๆ เหมาะสำหรับทุกฤดูกาลจะเปิดอ่านเพียงหนึ่งบท .. อ่านเพื่อหาเมนูอาหารสักมื้อหรือแม้แต่อ่านเอาเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ .. ก็ล้วนให้ความรื่นรมย์แก่ผู้อ่านทั้งนั้นเพราะฉะนั้น .. โปรดอ่านด้วยความสุขค่ะ 🙂

เรื่อง อรุณตวัดการเมืองเรื่อง / ภาพ อรุณ วัชระสวัสดิ์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740210122 อรุณตวัดการเมือง ถูกตีพิมพ์สี่สี และเข้าเล่มอย่างดีด้วยกระดาษหนา คุณภาพดี ราวกัยจะใช้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ซึ่งก็นับว่าทำได้ดีในรูปแบบของการ์ตูนคือไม่ครบถ้วนนัก แต่ได้กลิ่นอาย อารมณ์ และบรรยากาศในขณะนั้น อรุณตวัดการเมือง เป็นการรวมเล่มภาพการ์ตูนที่เคยลงในหนังสือพิมพ์มติชน ทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2555โดยในแต่ละปี ผู้เขียนได้สรุปเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนั้นแล้วจึงตามด้วยภาพการ์ตูนล้อเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เราเข้าใจมุกได้ง่ายขึ้นเป๋นการจดบันทึกหมายเหตุประจำปีในรูปแบบที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ปี พ.ศ. 2553เป็นปีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นปีที่ศาลฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ ทักษิณ ชินวัตรเป็นปีที่มีชาวเสื้อแดงชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและเคลื่อนขบวนไปที่แยกราชประสงค์มีการสลายม็อบอย่างรุนแรง โดย ศอฉ.(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) มีผู้เสียชีวิตมีการปะทะกันของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มเสื้อหลากสีกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯมีการลอบยิงจากบุคคลไม่ทราบฝ่ายเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม และมีผู้เสียชีวิตมีเหตุการณ์เผาห้างสรพพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์มีผู้ถูกยิงในวัดปทุมวนารามมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์มีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มีการจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดจอมปลอม GT2000และเป็นปีที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมทิ้งทวนปีแห่งความสูญเสียในช่วงปลายปีเรื่องราวทั้งหมดถูกสรุปเอาไว้สั้นๆ แต่ครบถ้วนทวนความทรงจำอันเลวร้ายและมีภาพการ์ตูนล้อเหตุการณ์เด่นๆ ในปีนั้น ปี พ.ศ. 2554เหตุการณ์สำคัญในปีนี้คือความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาวิกฤตน้ำมันปาล์ม และน้ำมันถั่วเหลืองขึ้นราคาทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน จนน้ำมันเหล่านั้นขาดตลาดรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งไม่ว่าจะเป็นปี พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 หรือแม้แต่ปี พ.ศ. 2562 นี้รัฐบาลก็ไม่เคยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ทันท่วงทีภาพการ์ตูนเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงร่วมสมัยแม้นำมาใช้ในวันนี้การเยียวยาหลังน้ำท่วมก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการคอรัปชั่นข้อดีข้อเดียวของเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้คือการที่คนไทยหันมาช่วยเหลือกันอีกครั้ง Read More →

เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยผู้แต่ง คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตรสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740212652 ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือประวัติศาสตร์ไทยแต่มันคือหนังสือประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ การเมือง และการปกครองของไทยซึ่งถูกเขียนขึ้นจากผู้เขียนคู่สามีภรรยานักวิชาการสองคนโดยสามี คริส เบเคอร์ เป็นชาวอังกฤษ และภรรยา ผาสุก พงษ์ไพจิตร ชาวไทยการเขียนหนักสือเล่มนี้ครั้งแรกถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใช้เป็นตำราเรียนให้กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในเวลาต่อมา ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคำว่าชาติไทย – ในนิยามต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งอดีต ก่อนที่ไทยจะรวมเป็นประเทศเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ชาติไทย คือเริ่มต้นเล่าอย่างจริงจังในสมัยอยุธยาถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นการเล่าอย่างสรุปรวม ไปอย่างเร็วๆและเล่าทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และรูปแบบการปกครอง หลายข้อมูลจากในเล่มนี้เป็นข้อมูลที่เราไม่เคยอ่านเจอมาก่อนทั้งๆ ที่ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ติดต่อกันมาหลายเล่มอาจเป็นข้อมูลจากหนังสือเล่มที่เรายังไม่เคยอ่านหรืออาจเป็นข้อมูลจากบันทึกชาวต่างชาติ เป็นมุมมองจากชนชาติอื่นที่ได้บันทึกไว้หลายตอน เป็นการสรุปผลผ่านวิจารณญาณของผู้เขียน ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เล่าประวัติศาสตร์ไทยและภูมิภาคใกล้เคียงตั้งแต่ครั้งเริ่มตั้งชุมชนริมแม่น้ำ ก่อนสมัยสุโขทัย .. อย่างคร่าวๆในช่วงนี้ผู้เขียนไม่ได้เล่าเรียงไทม์ไลน์ เล่าย้อนไปย้อนมาน่าเข้าใจผิดมีการตีความในแบบที่เราไม่คุ้นเคย แปลกๆ ดี การเล่าถึงประวัติศาสตร์ไทยในช่วงต้น ผู้เขียนเล่าไปอย่างเร็วๆอาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในยุคก่อนเกิดขึ้นช้าต่อเมื่อคืบหน้ามาในยุคที่่ใกล้เคียงกับปัจจุบัน รายละเอียดก็เพิ่มมากขึ้นประวัติศาสตร์ไทยในช่วง 200 ปีล่าสุดนี้ถูกเล่าถึงอย่างเข้มข้น สำหรับเรา เรามองว่า ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เป็นหนังสือประวัติศาสร์ที่สรุปมาแล้วผ่านการวิเคราะห์ตีความจากผู้เขียนมาแล้วไม่ได้เป็นข้อมูลดิบ หรือเป็นบันทึกโดยตรงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หนังสือที่ใช้อ้างอิง ก็ไม่ใช่หลักฐานบันทึกดั้งเดิมเป็นเพียงหนังสือที่ถูกผู้เขียนยุคหลังๆ วิเคราะห์และเขียนขึ้นเช่นกัน เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ เราจึงรู้สึกแปลกๆหลายๆ มุมมองถูกมองจากมุมที่เราไม่คุ้นเคยอ่านแล้วเกิดความรู้สึกตะหงิดๆ บ้าง เอะใจอยู่บ้างและอย่างที่เคยบอกตอนที่เราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มอื่นๆว่าเราไม่ควรเชื่ออะไรร้อยเปอร์เซ็นต์จงอ่านแล้วคิด Read More →

เรื่อง ชีวิตของประเทศ ผู้แต่ง วิษณุ เครืองาม สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9789740215141 เราใช้เวลาอ่าน ชีวิตของประเทศ นานเกือบหนึ่งเดือนเต็ม เป็นการอ่านที่ยาวนานเกินธรรมดามาก แถมยังอ่านไม่ค่อยปะติดปะต่อ พออ่านจนถึงตอนจบ ก็ลืมเรื่องราวตอนต้นไปเสียเกือบหมดแล้ว จะเล่ายังไงดีละ? ชีวิตของประเทศ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อันที่จริงเล่ามาตั้งแต่ช่วงหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเลยด้วยซ้ำ เล่าถึงความยากลำบากของผู้คนในยุคก่อร่างสร้างเมือง เป็นยุคแห่งการเริ่มต้น ยุคแห่งความหวัง และยุคแห่งความไม่แน่นอน ผู้เขียนได้เล่าถึงแผ่นดินของพระเจ้าตากสินเอาไว้เป็นการเริ่มต้น ในช่วงที่เพิ่งเปิดเรื่องนั้น ตัวละครชุดแรกที่ออกมาเล่าเรื่องให้เราฟัง ล้วนแต่เป็นตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ทั้งสิน (พระเจ้าตากสินมหาราช) , เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช), นายบุนนาค (เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา ต้นตระกูลบุนนาค), คุณหญิงนาค (สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี), นวล (เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล), ท่านทอง, ท่านสั้น, เจ้าขรัวเงิน, พ่อฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย), แม่ฉิมใหญ่ (เจ้าจอมมารดาฉิมใหญ่), บุญมา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท), บุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์) ฯลฯ มีตัวละครสมมติของผู้เขียนอยู่แต่เพียงครอบครัวของหมอชั้น อันประกอบไปด้วยหมอชั้นและแม่เพ็งภรรยา ต่อมาจวบจนขึ้นแผ่นดินใหม่รัชกาลที่หนึ่ง ครอบครัวของหมอชั้นจึงขยับขยายขึ้น Read More →

เรื่อง คนดีศรีอยุธยา ผู้แต่ง เสนีย์ เสาวพงศ์ สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9789740210320 เราไม่ค่อยได้อ่านเรื่องราวหลังกรุงแตกเท่าไร นิยายยุคก่อนๆ ก็มักจะเล่าให้ฟังแต่ช่วงก่อนเสียกรุง มาอ่านนิยายที่คาบเกี่ยวช่วงเสียกรุงครั้งแรก (มั๊ง) – ก็ตอนอ่าน หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ของวรรณวรรธน์ เรื่องราว (ในหนึ่งด้าวฯ) เกิดขึ้นในราวสมัยอยุธยาตอนปลาย เนื้อหาคาบเกี่ยวยุคปลายอยุธยาและต้นกรุงธนบุรี เป็นช่วงของการเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ไปจนถึงพระเจ้าตากฯ กอบกู้เอกราชกลับคืนมาอีกครั้ง มาถึงเล่มนี้นี่ชัดเจนเลย เพราะผู้เขียนเจาะจงเล่าถึงช่วงเวลาหลังกรุงแตกโดยเฉพาะ และเป็นมุมมองจากชาวบ้านแท้ๆ ไม่มีตัวละครที่เป็นเจ้านายหรือบุคคลในประวัติศาสตร์เลย ตัวละครทั้งหมดเป็นตัวละครสมมติ เป็นผู้คนสามัญ ใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถ้ากรุงไม่แตก พวกเขาก็จะมีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ดำเนินไปตามครรลองแห่งชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์ไม่ปกติ พวกเขาก็ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเพื่อความอยู่รอด คนเรามีหลายประเภท และในยามวิกฤตถึงขั้นกรุงแตกนั้น ก็เป็นเหตุปัจจัยให้คนเราเปิดเผยตัวตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ที่ดีก็สุกปลั่งดังทองแท้ แต่ที่แย่ ก็ยิ่งแสดงออกถึงกมลสันดานภายใน ผู้เขียนเปิดเรื่องด้วยตัวละครสามคน โต เล็ก และน้อย ชายสามคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาแตกแล้ว ในขณะที่บ้านเรือนแตกฉานซ่านเซ็น ผู้คนพลัดพรากบ้าง ล้มตายบ้าง มีกลุ่มคนจับกลุ่มอยู่รวมกันเป็นชุมชนเล็กๆ เป็นก๊กเป็นเหล่า โต Read More →

เรื่อง การเมืองในประวัติศาสตร์ “ขนมหวาน” ของ ท้าวทองกีบม้า มาดามฟอลคอน “ขนมไทย” หรือ “ขนมเทศ” ผู้แต่ง ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย, ปรามินทร์ เครือทอง บรรณาธิการ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9743229264 ท้าวทองกีบม้า มาดามฟอลคอนฯ เล่าเรื่องอย่างวิชาการ ไม่อิงนิยายอย่างเล่มอื่นๆ ที่เราเพิ่งอ่านจบไป ขึ้นต้นเรื่องมาก็เจอข้อมูลตีแสกหน้าก่อนเลยว่า ท้าวทองกีบม้าเป็นยศ ไม่ใช่ชื่อ .. ในยุคก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์นั้น ได้มีการแบ่งตำแหน่งข้าราชการฝ่ายใน ผู้รับผิดชอบการครัวเอาไว้เป็นลำดับ เรียกว่าวิเสท (วิเศษ) แบ่งแยกเป็นวิเสทกลางและวิเสทใน โดยมีหัวหน้าเรียกว่าท้าวอินสุริยา จากนั้นยังมีท้าวเทพภักดี, ท้าวทองพยศ, ท้าวทองกีบม้า, ท้าวยอดมณเฑียร, ท้าวอินกัลยา, และท้าวมังสี เป็นลำดับ อ้าว งงเลยสิคะ แล้วสิ่งที่เรารู้มาว่าเพี้ยนมาจากชื่อ (กีมาร์) เล่า? นั่นคือคำนำขึ้นต้นเล่ม .. ตีแสกหน้าลากเข้าบ้านไปอ่านต่อเลยค่ะ >,< เมื่อเรามาอ่านเนื้อหาภายในแล้ว อันที่จริงก็มีข้อสันนิษฐานที่มาของตำแหน่งเอาไว้หลายเหตุผลอยู่ และชื่อของมาดามกีมาร์ ก็เป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐานนั้นอยู่ดี เรียกว่ายังไม่สรุป ในเล่มนี้ ผู้เขียนได้เล่าถึงการสืบค้นข้อมูล Read More →