เรื่อง มีอะไรในสวนหลังบ้านผู้แต่ง คิมจินยองผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161829636 มันเริ่มจากกลิ่นเหม็นแปลกๆ ที่โชยคละคลุ้งอยู่ในสวนดอกไม้ของจูรันก่อนที่กลิ่นนั้น จะนำพาให้ตัวตนของเธอเปลี่ยนแปลงไปหมดสิ้นทุกอย่าง มีอะไรในสวนหลังบ้าน เป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านผู้หญิงสองคนคือคิมจูรัน และอีซังอึน ตัดสลับกันอย่างลงตัว พอเหมาะผู้เขียนจงใจทิ้งปมง่ายๆ เอาไว้เป็นระยะๆให้เราคลำทางไปอย่างลุ้นๆในขณะที่อีกส่วนของเรื่อง กลับเป็นเผยตัวผู้ฆ่าอย่างโต้งๆเราค่อยๆ คลำทางไปเพื่อค้นหาว่า ปลายทั้งสองนี้จะไปเชื่อมต่อกันที่ใดและปมที่ผู้เขียนพาเราไปนั้น เป็นปมหลอกหรือไม่ เงื่อนงำ .. ความเชื่อใจและไม่เชื่อใจระหว่างคนในครอบครัวผู้เขียนเล่นกับความไม่แน่ใจในตัวเองของคนวิตกจริต ช่างระแวงความสงสัยที่ไม่กล้าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ..หรือเป็นเพียงมโนภาพของตนเอง คำว่าผู้หญิง และสังคมเกาหลี ..เราได้รับอารมณ์และความรู้สึกแบบเดียวกัน –กับที่ได้รับเมื่อตอนที่อ่าน คิมจียองเกิดปี 82 มันรู้สึกอยู่จางๆผู้หญิงสองคนในเรื่องนี้ .. ภรรยาของชายผู้ร่ำรวย และภรรยาของชายที่ยากจนต่างก็มีความทุกข์ในแบบของตัวเองเป็นความทุกข์ที่มีรากฐานมาจากสังคมและค่านิยมแบบเกาหลีแบบที่ผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชายเสมอ ไม่ว่าในสถานะไหนก็ตาม มีอะไรในสวนหลังบ้าน ดีงามทั้งการเปิดเรื่อง การดำเนินเรื่อง และพล็อตตอนที่ปมทุกอย่างค่อยๆ คลี่คลายออกมา มันพีคมากสำหรับเราก่อนหน้านี้เราเดาอะไรไม่ได้เลยได้แต่ตามเบาะแสเงื่อนงำที่ผู้เขียนค่อยๆ ปลดทีละเปลาะอย่างผู้ตามที่ดีแต่ไม่เคยตามทัน และยิ่งไม่อาจแซงหน้าผู้เขียนได้เลย ตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบเรานึกถึงการดูข่าว หรืออ่านข่าวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเล่มนี้ .. ในวันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าเนื้อหาข่าวไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแน่ๆทำให้เราหวนคิดถึงข่าวอีกหลายข่าวที่เราได้ฟังได้ดูมามันมีความจริงอยู่เท่าไรกัน และความจริงที่ว่านั้น มันเป็นความจริงในแง่มุมไหน มนุษย์นั้นซับซ้อน และเราไม่อาจตัดสินผู้คนได้จากเพียงการกระทำเดียวหรือจากมุมมองเพียงมุมเดียวที่เรารับรู้ เล่มนี้พีคมาก และเราชอบมากค่ะ  

เรื่อง ความทรงจำของวันพรุ่งนี้ผู้แต่ง โอกิวาระ ฮิโรชิผู้แปล หนึ่งฤทัย ปราดเปรียวสำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161834647 เราเองก็อายุไม่น้อยแล้วนะที่หยิบเล่มนี้มาอ่านก็เพราะรู้สึกว่าเราเองก็มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์อยู่เหมือนกันเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวเลย แต่ด้วยวิธีเล่าที่เริ่มต้นจากการบอกเล่าชีวิตประจำวันของผู้ชายญี่ปุ่นผู้เป็นหัวหน้าครอบครัววัยกลางคนเรื่องดำเนินไปอย่างเนิบนาบและไม่สามารถตอบโจทย์ความอยากรู้อยากเห็นของเราเกี่ยวกับอาการของโรคนี้ทำให้ช่วงต้นต่อติดได้ยากหน่อยกว่าจะผ่านไปแต่ละบท มันไม่มีอะไรดึงดูดเราเอาไว้ได้เลย ต่อเมื่ออ่านไปถึงช่วงหนึ่ง วิธีเล่าแบบนี้กลับเป็นประโยชน์มากเพราะมันทำให้เรารู้และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เข้าใจว่าอะไรที่เกิดขึ้นกับตัวเขา และเข้าใจว่าเขาคิดอะไร สะเอกิ คือชายวัย 50 ที่เริ่มมีอาการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์นับตั้งแต่วันที่เขารู้ว่าตนเองป่วย คล้ายกับว่าอาการของโรคค่อยๆ พัฒนาไปทีละน้อยแต่ถ้านับจากวันป่วยจนถึงวันสุดท้ายในเล่มก็นับว่าอาการป่วยรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว สะเอกิต่อสู้เต็มที่กับความทรงจำที่กำลังจะลบเลือนเขาอ่านหนังสือเพื่อทำความรู้จักกับโรคที่ตัวเองเป็นเปลี่ยนวิถึชีวิต เปลี่ยนวิธีการดื่มกินอาหารเขาจดบันทึกข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากการทำงานในแต่ละวันนอกจากนี้ยังจดบันทึกเหตุการณ์ประจำวันมีสมุดแพลนเนอร์ที่จดละเอียดมากพกแผนที่ติดตัวไปด้วย ฯลฯแต่ถึงอย่างนั้น ความกลัวและไม่มั่นใจ ก็มีปรากฏให้เห็น ความทรมานของโรคไม่ได้อยู่ที่การเจ็บป่วยทางกายแต่มันคือความหวาดกลัวว่าเราจะหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรู้จักหลงลืมเพื่อน หลงลืมเพื่อนร่วมงาน หลงลืมแม้แต่คนในครอบครัวและท้ายที่สุดแล้ว คือการหลงลืมตัวเอง และสูญเสียความเป็นตัวเองไป การที่ล่วงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าปลายทางที่โหดร้ายนั้นเป็นอย่างไรนั้นทำให้ระหว่างทางที่ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน เป็นวันที่น่าหวั่นใจไม่น้อย ในตอนใกล้จบเราลุ้น เอาใจช่วยกับการทำตามฝันอันบ้าบิ่นของชายผู้เป็นอัลไซเมอร์คนนี้มากและแม้ว่าเราจะพอเดาตอนจบของหนังสือเล่มนี้กันได้อยู่แล้วแต่ผู้เขียนก็สามารถสร้างตอนจบที่ละมุนละไม สวยงาม(ซึ่งในความสวยงามที่ว่านี้ ก็รู้แหละว่ามันคือความโหดร้ายในความเป็นจริง) ความทรงจำของวันพรุ่งนี้ เป็นหนังสือที่เริ่มต้นแบบง่วงๆ แต่กลับจบลงด้วยความดีงามเป็นอีกครั้งที่เราดีใจที่ได้อ่านมันจนจบไม่ได้เลิกอ่านไปก่อนตั้งแต่ไม่กี่หน้าแรก  

เรื่อง ลิงพาดกลอน ผู้แต่ง ปราปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161825904 การตายของเสือโคร่ง เพื่อนรักในวัยเยาว์ของเขา เป็นเหตุให้ไตรตรึงษ์ วิไลวุฒิ หรือกบี่ (ชื่อเก่า) หรือลิง (ชื่อที่เสือโคร่งเรียก) ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ เขาได้รับรู้ .. พัวพัน .. กับคดีฆาตกรรมสยองขวัญที่เกิดต่อเนื่องวันเว้นวัน ณ บ้านหลาว ศพของเสือโคร่งต้องกลายเป็นศพอนาถา เหตุเพราะเสือโคร่งเป็นตำรวจปลอมตัวมาสืบคดี และตัวตนที่แท้จริงของเขาจะมีผลต่อคดีที่ยังสืบไม่เสร็จ .. มันจึงเป็นการตายที่แสนเศร้า เป็นงานศพที่เงียบเหงา ไร้ญาติขาดมิตร ขาดแม้แต่รูปและชื่อจริง!! นอกจาก (ร่างไร้วิญญาณของ) เพื่อนเก่า เขายังได้พบศัตรูเก่า .. ซึ่งบัดนี้เติบโตขึ้นเป็นตำรวจเฉกเช่นกัน สุริยัน เป็นผู้ถ่ายทอดคดีแปลกประหลาด ที่เหยื่อถูกฆาตกรรมอย่างน่าสยองขวัญ (ซึ่งในเล่มก็บรรยายไว้น่ากลัวด้วย แต่อ่านข้ามๆ ได้) ตามแบบวิธีลงโทษขั้นสูงสุดแบบโบราณ มันคือโทษประหาร 21 สถาน จากกฎหมายตราสามดวง ไตรตรึงษ์เริ่มต้นสืบคดีอย่างลงลึก .. เพื่อที่่จะพบความเกี่ยวโยงบางอย่างระหว่างเหยื่อ และค้นพบจุดมุ่งหมายของฆาตกร .. เรื่องนี้ ไม่แน่ใจว่ามีนางเอกหรือเปล่า เพราะเนื้อเรื่องเน้นจิ้นวายเป็นหลักเลย เป็นการเติมเต็มให้กับแฟนานุแฟนของแชนกบี่จาก Read More →

เรื่อง นิราศมหรรณพ ผู้แต่ง ปราปต์ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161804961 นิราศมหรรณพ เปิดเรื่องมาด้วยความงงๆ ตัดไปตัดมา แต่อ่อยเหยื่อไว้อย่างน่าติดตามที่สุด เรื่องถูกเปิดด้วยความตายของตัวประกอบระดับสิบตัวหนึ่ง และเปิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อจุลเกตุ เธียรโชติ ตัดสินใจจะจบชีวิตตนเอง แต่ ร.ต.อ.เชลียง เดชาพิสัย คือผู้พลิกผันการกระทำนั้นให้เปลี่ยนไป .. ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น .. พร้อมเรื่องราวอันซับซ้อน (เพราะวิธีเล่าของผู้เขียน .. แฮ่!) นิราศมหรรณพ เป็นเรื่องราวการสืบสวนฆาตกรรมต่อเนื่องที่ผิดธรรมชาติ โดยศพทุกศพ ตายทั้งที่ร่างกายภายนอกยังปกติสมบูรณ์ แต่อวัยวะภายในแหลกสลายไร้สาเหตุ เบาะแสเดียวที่โยงทุกคดีเข้าด้วยกันคือ ขวดเปล่าและกองน้ำมันข้างศพ นอกจากนี้ จำนวนศพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล้วนเกิดในวัด อันเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 3 และศพเหล่านั้นยังเกี่ยวข้องกับบริษัทไทยโชติ อันเป็นบริษัทธุรกิจพลังงานรายใหญ่ของประเทศด้วย ตอนที่เราเริ่มต้นอ่าน เราไปกดอ่านรีวิวจาก goodread มาก่อน ทำให้พอทำใจได้ว่าคงต้องอ่านแบบไม่คาดหวังอะไร โชคดีที่เราจำความรู้สึกตอนอ่าน กาหลมหรทึก ไม่ได้แล้ว สำหรับเรื่องนี้ โดยรวมๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ผู้เขียนให้ความสำคัญกับชื่อสถานที่ และรายระเอียดของสถานที่ .. ที่มีอยู่จริง เราชอบนะ โดยเฉพาะถ้าเล่าถึงสถานที่ที่เคยรู้จัก ไม่ค่อยมีนักเขียนไทยที่เขียนแบบนี้ Read More →

เรื่อง สาวน้อย ผู้แต่ง ลุยซา เมย์ อัลคอตต์ ผู้แปล อริณี เมธเศษฐ ภาพประกอบ หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161804671 สาวน้อย .. หรือที่เราเคยรู้จักกันดีในชื่อ สี่ดรุณี เป็นเรื่องราวของพี่น้องสาวๆ สี่คน .. เม็ก หรือมาร์กาเร็ต เป็นพี่สาวคนโต กำลังก้าวเข้าสู่วัยสาวในวันที่เปิดเรื่อง น้องคนรองต่อมา เป็นสาวห้าว มีชื่อไพเราะว่าโจเซฟิน แต่ถูกตัดให้ห้วนๆ สั้นๆ ว่าโจ น้องคนที่สาม เป็นแม่พระของบ้าน เป็นเด็กสาวที่มีจิตใจดีงาม เธอคือ เอลิซาเบท หรือเบท น้องสาวคนสุดท้อง เธอสวยที่สุด เหมือนนางฟ้าน้อยๆ ของบ้าน แต่ก็มีลักษณะนิสัยของน้องคนสุดท้องอยู่หน่อย และกำลังปรับปรุงตัว เธอคือเอมี่ ครอบครัวมาร์ช เป็นครอบครัวที่ยากจน แต่ก็เป็นไปในทำนองผู้ดีตกยาก แม่ของครอบครัวทำหน้าที่เป็นเสาหลัก ในขณะที่พ่อถูกส่งตัวไปรบที่อื่น เด็กๆ ต้องขยันตัวเป็นเกลียว และประหยัดอย่างที่สุด ต้องทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ และต้องข่มใจต่อสิ่งของต่างๆ ที่อยากได้ แต่ผู้เขียนก็บอกเราเสมอๆ ว่าความจนไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย ถ้าเรารู้จักรับมือกับมัน ความรวยเสียอีกที่พร้อมจะทำให้มนุษย์เสียคน สี่พี่น้องได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจนอย่างมีความสุข Read More →

เรื่อง แอบรักหมาชาวบ้าน รวมเรื่องสั้นแห่งห้วงอ้างว้างอันแสนพิสุทธิ์ ของผู้เขียนม้าก้านกล้วย ผู้แต่ง ไพวรินทร์ ขาวงาม สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ เลขมาตรฐานหนังสือ 9789744750969 แอบรักหมาชาวบ้าน เป็นรวมเรื่องสั้นที่เขียนขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2535 – 2550 ไม่รู้ทำไม เรารู้สึกว่ามันเป็นรวมเรื่องสั้นเพื่อมนุษย์ผู้ชายอ่านมากกว่าผู้หญิง ลงลึกเข้าไปสำรวจหัวจิตหัวใจของลูกผู้ชายอย่างเฉพาะเจาะจง ผู้หญิงอ่าน อาจจะไม่ได้รู้สึกร่วม หากแต่ก็ได้แง้มหัวใจเพศตรงข้ามออกศึกษา ในเล่มเป็นรวมเรื่องสั้นเนื้อเรื่องอ่านไม่ยาก ไม่ต้องตีความ เน้นหนักในวิถีชาวต่างจังหวัด ที่ใช้ชีวิตอยู่ในซอกหลืบของเมืองหลวง ไม่ได้เน้นที่ความยากลำบาก แต่เน้นที่ความสัมพันธ์ในครอบครัว, ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง เรื่องราวกล่าวถึงหญิงขายบริการ และการชิงสุกก่อนห่ามอยู่หลายตอน จนมองคล้ายเป็นเรื่องสามัญ? มีรักและเซ็กส์ที่ใช้กันจนเกร่อ คงจะเกร่อเกินไปในสังคม จนล้นหลงมาปนในหนังสือเล่มนี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวของมิตรภาพและผองเพื่อน เราชอบตอน ‘ดาราขี้เหร่’ มันมีความโรแมนติกแทรกอยู่ในชีวิต และมีความขมที่ไม่ดาร์กจนเกินไป แทรกปนอยู่ในความโรแมนติกนั้นด้วย อีกเรื่องที่ชอบมาก คือเรื่องที่มีชื่อเดียวกับเชื่อเล่ม ‘แอบรักหมาชาวบ้าน’ เป็นเรื่องสั้นที่น่ารักมาก โดยเฉพาะคนชอบหมาแต่ไม่ได้เลี้ยงหมาอย่างเรา อ่านแล้ว อารมณ์ร่วมมาเต็ม ยิ้มกว้างไปกับอากัปกิริยาของไอ้เสือทั้งสองตัวในเรื่อง ที่ผู้เขียนเพียรแอบมอง แอบรัก โดยรวมถือว่าเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นที่อารมณ์กลางๆ อ่านได้ไม่ยาก มีเรื่องที่ชอบบ้าง เฉยๆ บ้าง แต่ไม่มีเรื่องที่ไม่ชอบ Read More →

เรื่อง บ้านมุมพูห์ ผู้แต่ง เอ. เอ. มิลน์ ภาพ อี. เอช. เชปเพิร์ด ผู้แปล ธารพายุ สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน ราคา 120 บาท ยังคงไม่เข็ด และหยิบ บ้านมุมพูห์ มาอ่านต่อเนียนๆ และพูห์ก็ยังคงความติงต๊องประมาณเดิม ดูเหมือนว่า บ้านมุมพูห์ จะมีเนื้อหามากกว่า วินนีเดอะพูห์ ขึ้นมาหน่อยนึง แต่เราว่ามันสนุกน้อยลงกว่าเดิมไปอีก ผองเพื่อนทุกตัวยังคงติงต๊อง ทำอะไรเหมือนไม่ได้ทำอะไรไปวันๆ สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่ง (จริงๆ ต้องบอกว่าน่าทึ่งมาตั้งแต่เล่มแรกแล้ว) ก็คือ .. ผู้แปลสามารถแปลกลอนติงต๊องของเจ้าหมีพูห์ ออกมาเป็นภาษาไทยได้อย่างพอดีเป๊ะ แถมยังสัมผัสนอกสัมผัสในตามฉันทลักษณ์แบบไทยๆ แต่ภาษายังคงติงต๊องไร้สาระตามแบบฉบับของพูห์ ไม่น่าใช่เรื่องง่ายจริงๆ อ่านบ้านมุมพูห์แบบเบื่อๆ มาจนเกือบตลอดเล่ม .. จนกระทั่งถึงตอนใกล้จบ ถึงแม้คริสโตเฟอร์ โรบิน, พูห์ และผองเพื่อน จะเปิ่นๆ เอ๋อๆ มาโดยตลอดเรื่อง แต่พูห์และผองเพื่อนก็ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ละมุนละไม และเป็นอมตะ .. Read More →

เรื่อง วินนีเดอะพูห์ ผู้แต่ง เอ. เอ. มิลน์ ภาพ อี. เอช. เชปเพิร์ด ผู้แปล ธารพายุ สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน ราคา 115 บาท เรื่องราวของหมีพูห์ คือสิ่งที่เราเมินตลอดชีวิตวัยเด็กของเราค่ะ ด้วยความรู้สึกที่ว่ามันดูหน่อมแน้ม มุ้งมิ้ง เกินเหตุ นั่นทำให้เราไม่เคยแตะอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับหมีพูห์มาโดยตลอด จวบจนกระทั่งวัยมีลูกสาว และเมื่อครั้งที่ลูกสาวยังเล็กๆ น่ะแหละ วินนีเดอะพูห์ถึงเข้ามาในชีวิตเรา โดยโมเมเอาเองว่าผ่านทางลูกสาว แต่ที่ไหนได้ ลูกสาวเราก็ไม่ได้ชอบเรื่องราวของหมีพูห์สักเท่าไรค่ะ (ก็น่าจะด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่เราเคยรู้สึก) แต่ตัวเราเองกลับรู้สึกว่าเจ้าหมีตัวนี้และผองเพื่อนของมันนี่ช่างอ่อนโยน และช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้ดีจริงๆ (เป็นงั้นไป ^^”) .. แต่นั้นก็เป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์การ์ตูนนะ และนี่คือการหยิบ วินนีเดอะพูห์ มาอ่านเป็นหนแรกสำหรับเราค่ะ! เปิดหน้าแรก .. สำนวนมุ้งมิ้งตามคาดค่ะ -“- สำนวนเงียบง่วง เรียบเรื่อยๆ ไร้เสน่ห์ ไม่เห็นจะน่าติดตามที่ตรงไหน บอกเล่าเรื่องราวของพูห์ไปอย่างช้าๆ พูห์ เป็นเจ้าตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งของคริสโตเฟอร์ โรบิน และเรื่องราวทั้งหมดของวินนีเดอะพูห์ ก็คือนิทานที่ผู้เขียนเล่าให้คริสโตเฟอร์ โรบิน Read More →

จู่ๆ วันดีคืนดีกลางปี 2558 สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ก็นัดกันจัดโปรโมชั่นและงานหนังสือซ้อนกันจนแยกร่างไม่ถูกเลยค่ะ จากที่เคยเป็นคนกอ.ทอ.มอ. แวบไปได้ทุกงาน กลายมาเป็นคนบ้านไกลเลยต้องจัดสรรชีวิตกันใหม่เสียหน่อย แปลงร่างจากขาช้อปธรรมดากลายมาเป็นขาช้อปออนไลน์แทน โชคยังดีที่บางงานหนังสือ เปิดขายออนไลน์ในโปรโมชั่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณที่นึกถึงบ้านไกลสุดกันดาร T—-T สั่งซื้อไปไล่เลี่ยกัน แล้วเฝ้าลุ้นเฝ้ารออยู่เงียบๆ คนเดียว สำนักพิมพ์แรกที่เดินทางมาถึงเราคือมติชนค่ะ ถัดมาติดๆ คือจากนายอินทร์ค่ะ ซื้อกี่เล่มก็แพ็คใส่ซองกระดาษพร้อมกันกระแทกแบบนี้แหละ มันเป็นแนวทางของเค้าใช่ไหม แต่หนังสือก็อยู่รอดปลอดภัยดีค่ะ แถมร้านหนังสือออนไลน์เล็กๆ ตามเฟสบุ๊คอีกนิดหน่อย .. มูมินค่ะ บังเอิญสั่งมาในช่วงไล่เลี่ยกัน เอามารีวิวให้หมด เจ้านี้เราเคยซื้อ 2 – 3 หนแล้ว หนังสือดีๆ มีมาเป็นระยะๆ ค่ะ สภาพหนังสือโอเคทุกเล่มไม่มีปัญหา ส่งถึงบ้านไม่เกิน 1 สัปดาห์โดยประมาณ (หลังโอนเงิน) ค่ะ แม้สภาพกล่องที่ส่งมาไม่ค่อยสวยงามเท่าไร แต่อันนี้เราโอเคนะ เพราะถึงเขาจะลดต้นทุนเขา แต่หนังสือเราปลอดภัย แกะยากนิดหน่อยตอนกรีดกล่อง เพราะต้องเล็งว่าหนังสือน่าจะอยู่ตรงไหน ^^” ค่อยๆ แกะไปค่ะ มันเป็นศิลปะ ;P เล่มบนของคุณวาณิชเล่มนี้เห็นบ่อย และเห็นมานานแล้ว Read More →

เรื่อง ฟังเสียงดอกไม้ทักทายกัน ผู้แต่ง รอมแพง อริยมาศ สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์ (สนพ. ในเครืออมรินทร์) ราคา 135 บาท แทบได้กลิ่นดอกไม้หอมๆ ลอยออกมาจากตัวหนังสือของรอมแพง แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอาการประมาณนี้ แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้กลิ่นดอกไม้ออกมาจากหนังสือ หนังสือความเรียงแนวผู้หญิงนิ่มนวล ผู้หญิงอ่อนช้อย เป็นบทความจบในตอน แต่ละตอนเป็นเรื่องราวของเหล่าดอกไม้และผู้คนในความทรงจำ มีสิ่งของบางสิ่งที่เมื่อเราเห็น เราจะนึกถึงใครบางคนที่เคยพบ เคยรู้จัก แต่สำหรับรอมแพง สิ่งนั้นคือดอกไม้ ดอกไม้ชนิดหนึ่งมักจะทำให้เธอนึกถึงใครคนหนึ่งในความทรงจำ บางดอกไม้ในบางเหตุการณ์ สุข ทุกข์ ความรัก ความคิดถึง .. และแน่นอน ชีวิตมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถ้าโลกนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราก็คงไม่มีความหลังอันแสนสุขเอาไว้ให้ระลึกถึง