เรื่อง ราชมรรคาผู้แต่ง อ็องเดร มาลโรซ์ผู้แปล วัลยา วิวัฒน์ศรสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740212355 เราได้ยินที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้มาก่อนแล้วจากหนังสือเล่มที่อ่านไปก่อนหน้ามันไม่นานตามกลิ่นนางอัปสรา ตามหานครวัด นครธมที่มากกว่าเรื่องราวของหนังสือ คือประวัติส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยลักลอบตัดภาพสลักศิลาจากปราสาทบันทายศรีเพื่อจะนำไปขาย แต่ถูกจับได้เสียก่อนแม้ว่าภายในเล่ม จะมีประวัติของเขาต่อจากช่วงนั้นอย่างละเอียดแต่เราก็ติดภาพลบให้ตัวเขาไปก่อนแล้วเราจึงขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าเราอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยอคติส่วนตัวและรีวิวมันอย่างไม่เป็นกลางเท่าที่ควรค่ะ ราชมรรคา (อ่านว่า ราด – ชะ – มัน – คา) เป็นนิยายที่ถูกเขียนขึ้นจากประสบการณ์ในการลักลอบนำภาพสลักออกจากกัมพูชาของผู้เขียนผนวกกับจากหนังสือชีวิประวัติของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสคนอื่นๆผสมกับจินตนาการของผู้เขียนเองมีตัวละครหลักเพียงสองตัว คือโกล๊ด วานเนค กับเพร์เค่นซึ่งได้รู้จักกันบนเรือเดินสมุทร และตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายออกล่าโบราณวัตถุไปตามเส้นทางสาย ราชมรรคา นี้ด้วยกัน โดย ราชมรรคา นั้นหมายถึง เส้นทางโบราณเริ่มต้นจากปราสาทนครวัด กัมพูชาเดินทางผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ไปยังเมืองโบราณที่ชื่อพิมายปุระซึ่งก็คืออำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ของเรานั่นเอง ในช่วงต้น ผู้เขียนเน้นไปที่ความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ของฝรั่งเศสซึ่งตั้งอยู่ในกัมพูชาเพื่อขอเดินทางเข้าไปในป่าพงอันอุดมไปด้วยปราสาทที่ยังไม่ถูกสำรวจ ระหว่างการเล่าเรื่อง ไม่ปรากฏคำบรรยายปราสาทอันสวยงามไม่ได้บ่งบอกที่ตั้งปราสาทไปมากกว่าการบ่นถึงพื้นดินอันเฉอะแฉะหนทางเป็นป่ารกชัฏ และเต็มไปด้วยแมลง หอยทาก และสัตว์เล็กสัตว์น้อยตัวละครตั้งหน้าตั้งตาค้นหาภาพสลักอันสมบูรณ์และมีขนาดพอเหมาะที่จะขุดตัดเจาะ และขนย้ายออกมาได้(ด้วยคนงานพื้นเมืองที่จ้างมา)พวกเขาเดินทางจากปราสาทหนึ่งไปยังอีกปราสาทหนึ่งโดยไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าใดไปมากกว่ามูลค่าของสิ่งที่กำลังค้นหา เรื่องราวที่เล่าในหนังสือเป็นมุมมองจากชาวตะวันตกที่มองกลับมายังคนเอเชียช่วยไม่ได้ที่เราเอาใจช่วยตัวประกอบเล็กๆ น้อยๆ อย่างชาวบ้านหรือคนท้องถิ่นที่โผล่มาตลอดทั้งเรื่องมากกว่าเราไม่เคยทุกข์กับความยากลำบากใดของตัวละครหลักเลย เราอิสระที่จะฝันหากบ่อยครั้ง ความฝันนั้นก็พันธนาการเราเสียเองโกล๊ดผูกติดตนเองอยู่กับความฝัน ..ที่จะนำภาพจำหลักงามๆ สักภาพ ออกจากปราสาทขอมเพื่อเงินที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตของเขาเลย?หากมันจำเป็นมากต่อความใฝ่ฝันของเขา จุดเด่นของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่บทสนทนาในเรื่องต่างๆ ของตัวละครอย่างเช่นเรื่องความจำเป็นของเงินตราเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องคุณค่าของชีวิตเรื่องของความตาย การฆ่าตัวตาย Read More →

เรื่อง บุกภูเขา เบิกทะเลผู้แต่ง ประพันธ์ ผลเสวกสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789743239830 บุกภูเขา เบิกทะเล เล่าถึงประสบการณ์การเดินทางไปยังแผ่นดินอันยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคตั้งต้นของการถือกำเนิดขึ้นของนิตยสารเพื่อนเดินทาง เมื่อราวปี พ.ศ. 2523 ในเล่มนี้ มีทั้งประสบการณ์การเดินป่า ทั้งผู้คนที่ได้พบ .. เป็นชนเผ่าก็มากโดยผู้เขียนได้ร่วมอยู่ร่วมเป็น และได้เข้าถึงจิตใจของพวกเขาทั้งยังถ่ายทอดความจริงใจ ความมุ่งมั่น รวมไปถึงความบริสุทธิ์เหล่านั้นให้แก่คนเมืองได้อ่าน ได้รับรู้ และได้เข้าใจ .. บ้างสักเศษเสี้ยวก็ยังดี ชนเผ่าที่ว่านั้นได้แก่ ชาวมาบรี (ผีตองเหลือง) ที่ป่าขุนสถาน จังหวัดแพร่และชาวเขาในอีกหลายพื้นที่บนดอยทางเหนือของไทย เฉียดๆ ไปไกลถึงชายแดนพาเราไปรู้จักกับชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่นกะเหรี่ยง, ม้ง, เย้า, อะข่า (อีก้อ), ลีซอ, มูเซอ (ลาหู)ได้พาเราไปร่วมพิธีแต่งงานของหนุ่มสาวชาวเย้า ฯลฯได้ไปล่องเรือเที่ยวทะเลระนอง, ภูเก็ต, สะมิลัน (สิมิลัน) ฯลฯได้เที่ยวเกาะช้าง เกาะพยาม เกาะเต่า ฯลฯทั้งยังสอดแทรกเรื่องราว ว่าด้วยคอคอดกระ ฯลฯ ผู้เขียนเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวในหลายๆ สถานที่ที่ฮิตติดลมบนไปแล้วตอนนี้เล่าเรื่องสนุกดี มีทั้งสาระและอารมณ์ขันปะปนกันไปอ่านแล้ว จากคนที่ชอบหมกตัวอยู่กับบ้านอยากจะพาตัวเองไปหมกอยู่กลางป่ากลางเขาหรือกลางท้องทะเลดูสักหลายๆ วันกับเขาบ้าง บุกภูเขา เบิกทะเล ดีงามกว่าที่เราคิดเอาไว้มากเป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกดี Read More →

เรื่อง ลำเนาป่าผู้แต่ง ศิเรมอร อุณหธูปสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9743236171 นะจังงังไปกับสำนวนเมื่อแรกอ่านสำนวนแปลกดี อ่านสะดุดนิดหน่อยเพราะไม่คุ้นอย่างเช่น “ซ้ำแล้วซ้ำรา”“เขาก้มหน้าเดินย่ำฝ่าฟุ้งฝนพรำบนทางเท้า” ฯลฯซึ่งมาโดยตลอดทั้งเล่ม แปลกแตกต่างกันไปใจนึงก็รู้สึกสะดุด เหมือนจะชอบใจในความแปลกแต่อีกใจก็รู้สึกตะหงิดๆ ที่อ่านไม่ลื่นไหลมันชะงัก ติดๆ ดับๆ ไม่ต่อเนื่องแต่ก็เป็นเพียงในช่วงต้นของเรื่องเท่านั้นนะไม่รู้ว่าเราเริ่มชิน หรือพอช่วงหลังๆ สำนวนเริ่มกลมกลืนเป็นปกติคือยังมีอยู่ แต่ลดน้อยลง และเราว่าเราชอบสำนวนช่วงหลังๆ มากกว่านะคือยังเป็นสำนวนแปลกๆ อยู่ แต่สละสลวยขึ้น ไพเราะขึ้น ลำเนาป่า เป็นนิยายที่มีค่านิยมรักป่าไม้ ต้นไม้ สายลม แสงแดดรักอิสระ ไร้การผูกมัด แม้แต่การจดทะเบียนสมรสก็เป็นความผิดร้ายแรงในสายตาของลำเนา (นางเอก)อุดมคติสุดโต่ง แต่เรามองว่าอีโก้ก็เยอะจัดตามอุดมคติอันสูงส่งไปด้วยผู้เขียนเปิดภาพนางเอกมาให้เราอย่างนั้น .. คือเป็นคนแนวๆ ไม่ใช่คนที่น่ารักไม่ใช่คนอ่านทุกคนจะรักนาง จะบอกว่าคนอื่นเอาค่านิยม เอาประเพณีมาตัดสินลำเนาลำเนาเองก็เอาความเชื่อของเธอตัดสินคนอื่นด้วยเช่นกันและเพราะมันเป็นเรื่องแต่ง และอาจจะเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ตัวละครผู้เขียนเลยมอบบทบาทให้ชมพู พี่สาวที่ห่วงใยน้องชายคนหนึ่งกลายเป็นนางร้ายในละครน้ำเน่าไปเลยเจตนาอาจเป็นไปเพื่อเตือนคนดูละคร ว่าควรแยกแยะไม่ควรเก็บมาใช้ในชีวิตจริงแต่มันก็เป็นส่วนที่ทำให้เรื่องไม่สมจริง ไม่น่าเชื่อถือหรือคล้อยตาม ตั้งแต่เปิดเรื่องเรามองไม่เห็นความโรแมนติกเปี่ยมอุดมการณ์ของเรื่องนี้มองเห็นเพียงชายที่เฝ้าทวงรักและขอแต่งงานต่อหญิงสาวที่กำลังเบื่อรัก และยืนยันปฏิเสธอยู่ซ้ำซากด้วยเหตุผลต่างๆ นานาที่เต็มไปด้วยเหตุผลด้วยอุดมการณ์ต่างๆ นานาที่แปลว่าไม่รัก ไม่แต่ง(เป็นความรู้สึกตอนเริ่มอ่านนะ ส่วนที่ตัดมามันทำให้รู้สึกอย่างนั้นแม้เมื่ออ่านเต็มๆ จะทำให้เข้าใจลำเนาได้ดีขึ้น แต่มันฝังใจกับนางไปแล้ว) แต่ทั้งหมดทั้งปวง เราชอบตอนจบนะถ้าเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้ จบแบบนี้น่ะดีแล้ว เป็นหนังสือที่ ถ้าคนชอบก็คงจะชอบมาก ชอบไปเลยในความเฉพาะตัวอันมากมายของมันแต่ถ้าคนไม่ชอบ ก็คงมีข้อให้ไม่ชอบได้ไม่น้อยเหมือนกัน  

เรื่อง เย็นลมป่าผู้แต่ง ชวน หลีกภัยสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9743221255 ป่า ใน เย็นลมป่า ไม่ใช่ป่า!!ป่าในที่นี้ไม่ใช่ป่าเขาลำเนาไพรอันเขียวขจีแต่เป็นป่าในความหมายของที่พึ่งสุดท้ายแห่งการหลบหนีภัยใดๆ –อันเกิดแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาฯที่เกิดแก่ประชาชน คนหนุ่มสาว และชาวบ้านในพื้นที่ล่อแหลมป่าในที่นี้ เป็นพื้นที่ซ่อนตัวของเหล่า ทปท. (กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย)เป็นที่ที่ก่อให้เกิดหลายสิ่งหลายอย่าง .. ที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ หนังสือของคุณชวนก็เหมือนกับตัวของคุณชวน คือสุขุม คมคาย ลึกซึ้งเล่าเรื่องกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ฟูมฟายและเราก็เพิ่งรู้ว่า คุณชวนก็ช่างประชดประชันไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เย็นลมป่า เล่าถึงผลกระทบหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯที่มีต่อชาวบ้านในชนบททั้งในส่วนรวม ..และในระดับปัจเจกชน ต่างกรรมต่างวาระ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่คุณชวนเห็นด้วยตา สัมผัสรับรู้ด้วยตนเองในส่วนแรกเริ่ม เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความระวังระแวงกันเองความไม่มั่นคงมั่นใจในสถานการณ์ในชีวิตประจำวันความธรรมดากลายเป็นไม่ธรรมดาอะไรๆ ก็กลายเป็นต้นเหตุแห่งความระแวงได้ทั้งนั้น คุณชวนในขณะนั้นเพิ่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชคุณชวนถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกตามล่า และนี่คือบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น วันที่คุณชวนถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์พรรคประชาธิปปัตย์ถูกกดดันให้ถอดชื่อคุณชวนออกจากพรรคถอดออกจากการเป็นรัฐมนตรีวันที่ใครๆ หนีเข้าป่า แต่คุณชวนยืนยันมั่นคงที่จะปักหลักสู้ ..ตามวิถีทางที่เขาเชื่อ .. ด้วยความจริง และความจริงใจเมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อทุกอย่างคลี่คลายในนามแห่งความถูกต้อง ในฐานะแห่งนิติศาสตร์บัณฑิตคุณชวนได้ค้นหาหลักฐานมายืนยันการถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นานานักหนังสือพิมพ์หลายคนยอมรับว่าได้รับเงินมาเพื่อนั่งเทียนเขียนข่าวเท็จผู้มีอำนาจด้วยกันยอมรับว่าเข้าใจผิด ฯลฯ เย็นลมป่า ส่วนแรก ถูกเขียนและตีพิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2521ในระยะเวลาที่เหตุการณ์ครั้งวันที่ Read More →

เรื่อง ปีศาจผู้แต่ง เสนีย์ เสาวพงศ์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740213925 ปีศาจ เป็นนิยายที่เกิดขึ้นในยุคของการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เปลี่ยนแปลงการปกครองแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทางความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ที่ค่อยๆ แตกต่างไปจากคนยุคเก่าการนับถือยศถาบรรดาศักดิ์ ค่อยๆ จางหายและสร้างค่านิยมใหม่แห่งการนับถือความดีคนรุ่นใหม่เริ่มคิดและทำเพื่อสังคมกันมากขึ้นเริ่มมองเห็นความเท่าเทียมกันระหว่างผู้คนในสังคมมากขึ้น หากแต่ก็อย่างที่ผู้เขียนบอกการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอๆ .. และเกิดขึ้นตลอดไปเมื่อเราผ่านยุคนั้นมา ปัจจุบัน เรายังเห็นผู้คนกลับไปนับถือเงินทองยศตำแหน่ง ความร่ำรวย ความสะดวกสบาย ฯลฯ กันเช่นวันวานอีกออกจะหนักหนากว่าวันวานด้วยซ้ำ .. จนไม่สามารถแยกแยะความผิดถูกได้แล้วเราได้แต่หวังว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ว่า จะทำหน้าที่ของมันต่อไปและทำให้โลกดีๆ คนดีๆ ให้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง ปีศาจ เป็นนิยายสมัยก่อนที่ไม่ต้องมีพล็อตซับซ้อนอ่านยากแต่มีวิธีเล่าที่ใช้ภาษาสละสลวย บรรยายละเอียดลออบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวละครลึกซึ้งและในความที่เหมือนไม่มีอะไรนี่เองที่ซ่อนสาส์นบางอย่างที่ต้องการสื่อถึงผู้อ่านเอาไว้ .. อย่างแยบยล ไม่ทื่อตรง บางที ปีศาจ ที่ผู้เขียนเอ่ยถึง อาจไม่ได้หมายถึงตัวละครตัวใดตัวหนึ่งหากหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้?มันนำพาความร้ายกาจมาสู่ผู้คน ในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเสมอมันทำให้ชาวบ้านกลายเป็นขโมย?มันทำให้บุคคลดีๆ คนหนึ่ง กระทำการอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ?มันทำให้เกิดความล่มสลายทางความมั่นคงของคุณพ่อของรัชนีมันทำให้เกิดการเปลี่ยนไปสู่ความเท่าเทียมทางสังคมในยุคหนึ่งและมันทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ในยุคต่อๆ มาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าบ่กั้น หรือ ปีศาจ เนื้อความก็เป็นอย่างเดียวกันคือพูดถึงความยากลำบากของชาวไร่ชาวนาในชนบทการที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อซื้อข้าวปลาอาหารทั้งที่เขาก็ทำหน้าที่เพาะปลูกสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาชาวนาที่มักเป็นรองพ่อค้า นายหน้า และนายทุนเป็นปัญหาจากอดีตที่เรื้อรังมาจนปัจจุบัน ทุกประโยคสนทนาระหว่างตัวละครที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ดูเหมือนจะผ่านกระบวนการคิดจากผู้เขียนเป็นอย่างดีเพื่อที่จะปลูกฝังความรักชาติ ความซื่อตรงต่ออาชีพความเสียสละผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้เพื่อความถูกต้องเพื่อหลุดพ้นจากกรอบเก่าๆ แต่โดยความเห็นส่วนตัว เราไม่อินกับค่านิยมจาก ปีศาจ แล้วนะมันอุดมคติมากกกกก มากจนคนยุคนี้ยากจะจินตนาการถึงอ่าน ฟ้าบ่กั้น Read More →

เรื่อง สามฤดูเป็นหนึ่งใจผู้แต่ง อุรุดา โควินท์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216711 อ่าน สามฤดูเป็นหนึ่งใจ แล้วคิดถึงเมนูผัดพริกขิง (ที่ไม่ใส่ขิง)(มารู้ตอนอ่านนี่เอง ว่าจริงๆ แล้วตำขิงลงไปในเครื่องแกงด้วย)พูดถึงเมนูนี้ทีไร แฟนนึงว่าเป็นผัดขิงทุกทีไป >,<ผัดพริกขิง เป็นเมนูที่พบได้ตามโรงอาหารโรงเรียนทุกโรงเรียนเราย้ายโรงเรียนบ่อย แต่ชีวิตไม่เคยขาดผัดพริกขิงมีเห็นจนเกร่อ และเมื่อมันธรรมดาจึงไม่ค่อยกินมารู้สึกตัวอีกที ผัดพริกขิงก็ค่อยๆ หายไปจากชีวิตเดี๋ยวนี้ แวะร้านข้าวแกงทีไรมักพบแต่ผัดพริกแกงใส่ถั่วฝักยาวกับหมูสามชั้นอ่านเรื่องของคุณพูแล้วติดถึงชะมัด อยากกินติดหมัดขึ้นมาเลยทำไงดี ทำไงดี >,< ภาษาของอุรุดามองโลกอย่างคนที่เห็นโลกแท้จริงแต่ก็มีลูกเล่นประชดประชันสะบัดสะบิ้งแต่พองามด้วยจริตสาวสละสลวยอย่างนักประพันธ์เอาแต่ใจนิด เข้าใจโลกหน่อย ขัดแย้งอย่างสมดุล กำลังน่ารักน่าหยิก และใช่ค่ะ นอกจากเรื่องของมิตรภาพ ความรัก ความรู้สึก ..หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอาหารด้วยเป็นอาหารที่สามารถทำร้ายเราได้ในยามดึกอ่านแล้วหิวทุกเมนู ทุกฤดูกาล.. ที่สำคัญ ..เมนูเหล่านี้ ถ้าไม่ทำเอง (ตามสูตรที่เธอให้)ก็ไม่รู้จะไปหากินได้ที่ไหนสิน่า!! อุรุดาเป็นหญิงสาวผู้ช่ำชองและเชี่ยวชาญในด้านการจัดการกับความเจ็บปวดไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือเพื่อนสนิทเห็นได้จากหนังสือหลายๆ เล่ม (ซึ่งซ่อนตัวตนของเธอเอาไว้แต่มันชัดเจนมาก)ผู้เขียนใช้ภาษาบรรยายฉาก สถานการณ์ และบทสนทนาแต่กลับทำให้เราได้รับความรู้สึกของตัวละครพุ่งตรงเข้าสู่กลางใจโดยที่ผู้เขียนไม่ต้องบอกเราสักคำ สามฤดูเป็นหนึ่งใจ เป็นหนึ่งสือที่อ่านได้สบายๆ เหมาะสำหรับทุกฤดูกาลจะเปิดอ่านเพียงหนึ่งบท .. อ่านเพื่อหาเมนูอาหารสักมื้อหรือแม้แต่อ่านเอาเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ .. ก็ล้วนให้ความรื่นรมย์แก่ผู้อ่านทั้งนั้นเพราะฉะนั้น .. โปรดอ่านด้วยความสุขค่ะ 🙂

เรื่อง อรุณตวัดการเมืองเรื่อง / ภาพ อรุณ วัชระสวัสดิ์สำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740210122 อรุณตวัดการเมือง ถูกตีพิมพ์สี่สี และเข้าเล่มอย่างดีด้วยกระดาษหนา คุณภาพดี ราวกัยจะใช้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ซึ่งก็นับว่าทำได้ดีในรูปแบบของการ์ตูนคือไม่ครบถ้วนนัก แต่ได้กลิ่นอาย อารมณ์ และบรรยากาศในขณะนั้น อรุณตวัดการเมือง เป็นการรวมเล่มภาพการ์ตูนที่เคยลงในหนังสือพิมพ์มติชน ทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2555โดยในแต่ละปี ผู้เขียนได้สรุปเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนั้นแล้วจึงตามด้วยภาพการ์ตูนล้อเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เราเข้าใจมุกได้ง่ายขึ้นเป๋นการจดบันทึกหมายเหตุประจำปีในรูปแบบที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ปี พ.ศ. 2553เป็นปีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นปีที่ศาลฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ ทักษิณ ชินวัตรเป็นปีที่มีชาวเสื้อแดงชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและเคลื่อนขบวนไปที่แยกราชประสงค์มีการสลายม็อบอย่างรุนแรง โดย ศอฉ.(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) มีผู้เสียชีวิตมีการปะทะกันของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มเสื้อหลากสีกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯมีการลอบยิงจากบุคคลไม่ทราบฝ่ายเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม และมีผู้เสียชีวิตมีเหตุการณ์เผาห้างสรพพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์มีผู้ถูกยิงในวัดปทุมวนารามมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์มีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มีการจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดจอมปลอม GT2000และเป็นปีที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมทิ้งทวนปีแห่งความสูญเสียในช่วงปลายปีเรื่องราวทั้งหมดถูกสรุปเอาไว้สั้นๆ แต่ครบถ้วนทวนความทรงจำอันเลวร้ายและมีภาพการ์ตูนล้อเหตุการณ์เด่นๆ ในปีนั้น ปี พ.ศ. 2554เหตุการณ์สำคัญในปีนี้คือความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาวิกฤตน้ำมันปาล์ม และน้ำมันถั่วเหลืองขึ้นราคาทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน จนน้ำมันเหล่านั้นขาดตลาดรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งไม่ว่าจะเป็นปี พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 หรือแม้แต่ปี พ.ศ. 2562 นี้รัฐบาลก็ไม่เคยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ทันท่วงทีภาพการ์ตูนเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงร่วมสมัยแม้นำมาใช้ในวันนี้การเยียวยาหลังน้ำท่วมก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการคอรัปชั่นข้อดีข้อเดียวของเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้คือการที่คนไทยหันมาช่วยเหลือกันอีกครั้ง Read More →

เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยผู้แต่ง คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตรสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740212652 ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือประวัติศาสตร์ไทยแต่มันคือหนังสือประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ การเมือง และการปกครองของไทยซึ่งถูกเขียนขึ้นจากผู้เขียนคู่สามีภรรยานักวิชาการสองคนโดยสามี คริส เบเคอร์ เป็นชาวอังกฤษ และภรรยา ผาสุก พงษ์ไพจิตร ชาวไทยการเขียนหนักสือเล่มนี้ครั้งแรกถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใช้เป็นตำราเรียนให้กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในเวลาต่อมา ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคำว่าชาติไทย – ในนิยามต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งอดีต ก่อนที่ไทยจะรวมเป็นประเทศเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ชาติไทย คือเริ่มต้นเล่าอย่างจริงจังในสมัยอยุธยาถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นการเล่าอย่างสรุปรวม ไปอย่างเร็วๆและเล่าทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และรูปแบบการปกครอง หลายข้อมูลจากในเล่มนี้เป็นข้อมูลที่เราไม่เคยอ่านเจอมาก่อนทั้งๆ ที่ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ติดต่อกันมาหลายเล่มอาจเป็นข้อมูลจากหนังสือเล่มที่เรายังไม่เคยอ่านหรืออาจเป็นข้อมูลจากบันทึกชาวต่างชาติ เป็นมุมมองจากชนชาติอื่นที่ได้บันทึกไว้หลายตอน เป็นการสรุปผลผ่านวิจารณญาณของผู้เขียน ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เล่าประวัติศาสตร์ไทยและภูมิภาคใกล้เคียงตั้งแต่ครั้งเริ่มตั้งชุมชนริมแม่น้ำ ก่อนสมัยสุโขทัย .. อย่างคร่าวๆในช่วงนี้ผู้เขียนไม่ได้เล่าเรียงไทม์ไลน์ เล่าย้อนไปย้อนมาน่าเข้าใจผิดมีการตีความในแบบที่เราไม่คุ้นเคย แปลกๆ ดี การเล่าถึงประวัติศาสตร์ไทยในช่วงต้น ผู้เขียนเล่าไปอย่างเร็วๆอาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในยุคก่อนเกิดขึ้นช้าต่อเมื่อคืบหน้ามาในยุคที่่ใกล้เคียงกับปัจจุบัน รายละเอียดก็เพิ่มมากขึ้นประวัติศาสตร์ไทยในช่วง 200 ปีล่าสุดนี้ถูกเล่าถึงอย่างเข้มข้น สำหรับเรา เรามองว่า ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย เป็นหนังสือประวัติศาสร์ที่สรุปมาแล้วผ่านการวิเคราะห์ตีความจากผู้เขียนมาแล้วไม่ได้เป็นข้อมูลดิบ หรือเป็นบันทึกโดยตรงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หนังสือที่ใช้อ้างอิง ก็ไม่ใช่หลักฐานบันทึกดั้งเดิมเป็นเพียงหนังสือที่ถูกผู้เขียนยุคหลังๆ วิเคราะห์และเขียนขึ้นเช่นกัน เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ เราจึงรู้สึกแปลกๆหลายๆ มุมมองถูกมองจากมุมที่เราไม่คุ้นเคยอ่านแล้วเกิดความรู้สึกตะหงิดๆ บ้าง เอะใจอยู่บ้างและอย่างที่เคยบอกตอนที่เราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มอื่นๆว่าเราไม่ควรเชื่ออะไรร้อยเปอร์เซ็นต์จงอ่านแล้วคิด Read More →

เรื่อง ชีวิตของประเทศ ผู้แต่ง วิษณุ เครืองาม สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9789740215141 เราใช้เวลาอ่าน ชีวิตของประเทศ นานเกือบหนึ่งเดือนเต็ม เป็นการอ่านที่ยาวนานเกินธรรมดามาก แถมยังอ่านไม่ค่อยปะติดปะต่อ พออ่านจนถึงตอนจบ ก็ลืมเรื่องราวตอนต้นไปเสียเกือบหมดแล้ว จะเล่ายังไงดีละ? ชีวิตของประเทศ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อันที่จริงเล่ามาตั้งแต่ช่วงหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเลยด้วยซ้ำ เล่าถึงความยากลำบากของผู้คนในยุคก่อร่างสร้างเมือง เป็นยุคแห่งการเริ่มต้น ยุคแห่งความหวัง และยุคแห่งความไม่แน่นอน ผู้เขียนได้เล่าถึงแผ่นดินของพระเจ้าตากสินเอาไว้เป็นการเริ่มต้น ในช่วงที่เพิ่งเปิดเรื่องนั้น ตัวละครชุดแรกที่ออกมาเล่าเรื่องให้เราฟัง ล้วนแต่เป็นตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ทั้งสิน (พระเจ้าตากสินมหาราช) , เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช), นายบุนนาค (เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา ต้นตระกูลบุนนาค), คุณหญิงนาค (สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี), นวล (เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล), ท่านทอง, ท่านสั้น, เจ้าขรัวเงิน, พ่อฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย), แม่ฉิมใหญ่ (เจ้าจอมมารดาฉิมใหญ่), บุญมา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท), บุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์) ฯลฯ มีตัวละครสมมติของผู้เขียนอยู่แต่เพียงครอบครัวของหมอชั้น อันประกอบไปด้วยหมอชั้นและแม่เพ็งภรรยา ต่อมาจวบจนขึ้นแผ่นดินใหม่รัชกาลที่หนึ่ง ครอบครัวของหมอชั้นจึงขยับขยายขึ้น Read More →

เรื่อง คนดีศรีอยุธยา ผู้แต่ง เสนีย์ เสาวพงศ์ สำนักพิมพ์ มติชน เลขมาตรฐานหนังสือ 9789740210320 เราไม่ค่อยได้อ่านเรื่องราวหลังกรุงแตกเท่าไร นิยายยุคก่อนๆ ก็มักจะเล่าให้ฟังแต่ช่วงก่อนเสียกรุง มาอ่านนิยายที่คาบเกี่ยวช่วงเสียกรุงครั้งแรก (มั๊ง) – ก็ตอนอ่าน หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ของวรรณวรรธน์ เรื่องราว (ในหนึ่งด้าวฯ) เกิดขึ้นในราวสมัยอยุธยาตอนปลาย เนื้อหาคาบเกี่ยวยุคปลายอยุธยาและต้นกรุงธนบุรี เป็นช่วงของการเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ไปจนถึงพระเจ้าตากฯ กอบกู้เอกราชกลับคืนมาอีกครั้ง มาถึงเล่มนี้นี่ชัดเจนเลย เพราะผู้เขียนเจาะจงเล่าถึงช่วงเวลาหลังกรุงแตกโดยเฉพาะ และเป็นมุมมองจากชาวบ้านแท้ๆ ไม่มีตัวละครที่เป็นเจ้านายหรือบุคคลในประวัติศาสตร์เลย ตัวละครทั้งหมดเป็นตัวละครสมมติ เป็นผู้คนสามัญ ใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถ้ากรุงไม่แตก พวกเขาก็จะมีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ดำเนินไปตามครรลองแห่งชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์ไม่ปกติ พวกเขาก็ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเพื่อความอยู่รอด คนเรามีหลายประเภท และในยามวิกฤตถึงขั้นกรุงแตกนั้น ก็เป็นเหตุปัจจัยให้คนเราเปิดเผยตัวตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ที่ดีก็สุกปลั่งดังทองแท้ แต่ที่แย่ ก็ยิ่งแสดงออกถึงกมลสันดานภายใน ผู้เขียนเปิดเรื่องด้วยตัวละครสามคน โต เล็ก และน้อย ชายสามคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาแตกแล้ว ในขณะที่บ้านเรือนแตกฉานซ่านเซ็น ผู้คนพลัดพรากบ้าง ล้มตายบ้าง มีกลุ่มคนจับกลุ่มอยู่รวมกันเป็นชุมชนเล็กๆ เป็นก๊กเป็นเหล่า โต Read More →