เรื่อง พ่อ ภาคสอง ผู้แต่ง ปองพล อดิเรกสาร (พอล อดิเรกซ์) สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น เลขมาตรฐานหนังสือ 9742308667 พ่อ ภาคสอง เป็นเรื่องเล่าต่อจาก ภาคหนึ่ง เลยค่ะ โดยเนื้อหาจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระมหินทรทรงขึ้นครองราชย์ เป็นกษัตริย์อยุธยาต่อจากพระมหาจักรพรรดิ และดำเนินมาถึงยุคสมัยของพระมหาธรรมราชา และจบเรื่องลงในตอนที่พระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต และพระนเรศวรขึ้นเป็นกษัตริย์ เนื้อหาจึงได้คาบเกี่ยวช่วงที่เราตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ไปจนถึงหลังจากพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ ฯลฯ เราได้เห็นการก่อร่างสร้างตัวของกรุงศรีอยุธยา หลังจากประกาศอิสรภาพจากพม่า (หลังพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต) ผู้เขียนเล่าไว้อย่างละเอียด และสมจริง เวลาอ่านเรื่องราวเหล่านี้ ภาพจากภาพยนตร์นเรศวรภาคต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัวเราเป็นฉากๆ เราได้เข้าใจมากขึ้นว่า ในตอนนั้นเกิดเหตุการณ์อะไร มีที่มาที่ไปอย่างไนบ้าง .. สนุกดีค่ะ 🙂 ไม่รู้เป็นเพราะเริ่มชินหรือเปล่า เราคิดว่าการศึกในเล่มนี้ สนุกกว่าเล่มที่แล้ว มีอาการลุ้นกว่า เอาใจช่วยฝ่ายไทยบ้าง น่าตกใจที่มีบางช่วงเราเอาใจช่วยฝ่ายพม่าด้วย!! ทั้งหมดทั้งหมดเป็นเพราะการบิ้วท์ของผู้เขียนแท้ๆ ระหว่างอ่านต้องทำใจว่านี่คือนิยายอิงประวัติศาสตร์ ส่วนที่เราอินเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน เป็นเพียงส่วนต่อเติมจากข้อมูลเพียวๆ ในประวัติศาสตร์เท่านั้น อ่านจบ ได้ทบทวนตัวเองว่า เราจำเนื้อหาประวัติศาสตร์ชาติตัวเองคลาดเคลื่อนไปเยอะเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่ามันผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มโนเอาเอง หรือเรียนมาผิดตั้งแต่ต้น (ในกรณีที่ข้อมูลผู้เขียนถูกอ่ะนะ) ประวัติศาสตร์หลายช่วงเป็นเพียงบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ Read More →

เรื่อง พ่อ ภาคหนึ่ง ผู้แต่ง ปองพล อดิเรกสาร (พอล อดิเรกซ์) สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น เลขมาตรฐานหนังสือ 9742307702 พ่อ เป็นงานเขียนนวนิยายภาษาไทยเรื่องแรกของคุณปองพล โดยเขียนลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2541 เล่มนี้จะเน้นที่สมเด็จพระมหาธรรมราชา ตั้งแต่ครั้งทรงเป็นขุนพิเรนทรเทพ จนได้เป็นพระมหาธรรมราชา ครองเมืองพิษณุโลก และเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชา กษัตริย์อยุธยาต่อจากพระมหินทร มีพระธิดาและพระโอรสกับพระวิสุทธิกษัตรี คือพระนางสุพรรณกัลยา, สมเด็จพระนเรศวรฯ, และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งถ้าดูภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย และนเรศวร ของท่านมุ้ยมา จะอ่านได้ง่ายขึ้นมาก โดยวิธีเล่า ผู้เขียนได้ผูกเรื่องให้เป็นนิยาย อ่านง่าย ได้ประวัติศาสตร์ ภาษดี เล่าเรื่องเป็นจังหวะจะโคนดีมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเขียนเรื่องราวในประวัติศาสตร์ออกมาเป็นนิยาย เล่าเรื่องที่ไม่ว่าคนเขียนหรือคนอ่านต่างก็ไม่เคยเห็น ให้ออกมาเป็นภาษาสละสลวย จนคนอ่านสามารถจินตนาการภาพตามได้ ประวัติศาสตร์ภายในเล่มแน่นมาก ผสมกลมกลืนกับส่วนที่เป็นนิยายได้กลมกล่อม แต่ไม่หวือหวา ไม่มีเซอร์ไพรส์ เรื่องราวเป็นไปตามประวัติศาสตร์นั้นแล มีลุ้นบ้าง ตื่นเต้นบ้าง ตอนทำศึกติดพัน มีผู้ได้เปรียบเสียเปรียบสลับกันไป แต่ก็จะมีช่วงที่เราเบื่อๆ ง่วงๆ บ้าง คือช่วงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวางแผนรบ ในฐานะที่เป็นผู้หญิง (มั๊ง) เราเลยอ่านเรื่องนี้ได้ไม่สนุกเท่าที่คิด เนื้อหาส่วนมากไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์แบบพ่อลูกเท่าที่คิด Read More →

เรื่อง โมบี้ดิ๊ค ผู้แต่ง เฮอร์แมน เมลวิลล์ ผู้แปล สายธาร สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น เลขมาตรฐานหนังสือ – โมบี้ดิ๊ค ยังคงเป็นหนังสือที่บอกเล่าการล่าปลา เช่นเดียวกันกับ ชายชราและทะเล โดยในช่วงต้น เราว่าเล่มนี้ให้อรรถรสในการอ่านมากกว่านะ แต่พออ่านไปอ่านไป กลับกลายเป็นว่าก็พอๆ กัน .. เริ่มตัดสินไม่ได้ว่าเล่มไหนดีกว่ากัน .. 555 โดยวิธีเล่า โมบี้ดิ๊ค สนุกกว่า (ทั้งนี้ต้องยกเว้นให้กับบางช่วงที่แปลงงๆ ของสำนวนนี้นะ) สำหรับเล่มนี้มีทั้งพิมพ์ผิด และพิมพ์ด้วยตัวสะกดที่ต่างไปจากการสะกดคำสมัยนี้ (มันถูกพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518) สำนวนแปลที่ดีก็มี แต่ที่ประหลาดๆ จับใจความไม่ได้ เหมือนใช้กูเกิ้ลทรานสเลทแปลก็มีเหมือนกัน เนื้อเรื่องไม่ต่อเนื่อง กระโดดข้ามบางส่วนไปเป็นช่วงๆ โดยรวมๆ คือยังไม่ใช่เล่มที่สมบูรณ์ เราว่า ถ้าลองอ่านฉบับที่พิมพ์ขึ้นมาใหม่ๆ (อย่างของสำนักพิมพ์ทับหนังสือ) ซ้ำอีกรอบ อาจจะดีกว่านี้ อ่านเล่มนี้จบ ก็ชักอยากจะหาฉบับพิมพ์ใหม่มาอ่านซ้ำอีกรอบเหมือนกัน แต่ถ้ามองข้ามวิธีเล่าไป มองกันที่วิธีคิด มุมมองของผู้ล่าปลา .. เรากลับชอบ ชายชราและทะเล มากกว่า ซานติเอโก ให้เกียรติปลาที่เขาล่า เขามองว่าปลากับเขาเท่าเทียมกัน ในขณะที่กัปตันอาฮับจากเรื่องนี้ ทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นสัตว์เดรัจฉาน Read More →

เรื่อง ต้นส้มแสนรัก ผู้แต่ง โจเซ่ วาสคอนเซลอส ผู้แปล มัทนี เกษกมล สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น ราคา 98 บาท ความจนก่อให้เกิดความทุกข์ได้มากมาย และเรื่องเล่าเล่มนี้ ก็เป็นเรื่องเล่าของครอบครัวคนจนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง มีเซเซ่เป็นลูกชายคนเกือบสุดท้าย เขาเป็นเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบ เด็กชายที่ฉลาด และซนอย่างร้ายกาจ เขาเป็นทั้งที่รักและที่ชังพอๆ กัน หากเด็กชายที่อ่อนไหว .. รับรู้เพียงความชังจากทุกหัวใจเหล่านั้น เด็กไม่ดีคือเด็กที่ต้องการความรัก และเมื่อเขาได้รับความรัก เขาจะกลายเป็นเด็กดี การดำเนินเรื่องเรื่อยๆ ไม่น่าติดตามเท่าไรนัก เหมือนกราฟแนวนอนที่ค่อยๆ ไต่ระดับ แต่เมื่ออ่านไปจนถึงตอนจบ .. กราฟพุ่งปรี๊ดเลยค่ะ มันไปพีคเอาตอนใกล้จบนี่เอง ช่วงใกล้จบ .. เต็มไปด้วยอารมณ์ เต็มไปด้วยความรู้สึก เป็นหนังสือที่มีรสชาติขมขื่น .. ละเอียดอ่อน ตื้นตัน และแสนเศร้า ต้นส้มแสนรัก มันไม่ใช่เพียงต้นส้ม แต่มันเป็นตัวแทนของบางสิ่งบางอย่างที่เซเซ่รักมากพอๆ กัน เราชอบเล่มนี้มากกว่าเจ้าชายน้อยค่ะ

เรื่อง พรุ่งนี้จะกล่าวลา ผู้แต่ง มัทนา สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น ราคา 8 บาท พรุ่งนี้จะกล่าวลา เป็นหนังสือร่วมเรื่องสั้นขนาดยาวเอาไว้ด้วยกัน 2 เรื่อง เรื่องแรกนั้นมีชื่อตามชื่อหนังสือว่า ‘พรุ่งนี้จะกล่าวลา’ ส่วนอีกเล่มมีชื่อว่า ‘คาวสังคม’ .. ขอรีวิวแยกเรื่องนะคะ พรุ่งนี้จะกล่าวลา .. ในกลุ่มเด็กสาวเพื่อนสนิท 4 คน ดาราโลจน์ รัชฎา อรณัส และกรวิภา ดาราโลจน์คือคนที่สวยที่สุด รวยที่สุด ในขณะที่คนอื่นๆ ก็น่ารักชวนมองต่างกันไป มีเพียงกรวิภาเด็กเรียน ที่หน้าตาดูจะแตกต่างจากเพื่อนในกลุ่มมากที่สุด แต่เธอก็เป็นผู้ที่สนใจการเรียน ขยันที่สุด และเรียนดีที่สุด ในกลุ่มนักเรียน ม.ศ.5 กลุ่มนี้ ในวันที่ทุกคนกำลังเตรียมจะฉลองเรียนจบ ดาราโลจน์ก็ประกาศต่อกลุ่มเพื่อนๆ ว่าตนกำลังจะแต่งงาน แต่งกับชัชวีร์แฟนหนุ่มผู้ที่หล่อรวยสมกันดี ชีวิตหลังสมรสของดาราโลจน์และคู่สมรสเป็นชีวิตคู่ที่สุขสม หรูหรา เธอมีลูกสองคน และครอบครัวก็สมบูรณ์ แต่ .. สามีของดาราโลจน์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์เสียชีวิตลงภายหลังจากแต่งงานไม่กี่ปี ดาราโลจน์ใช้ชีวิตแม่หม้ายอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย (ไม่นับลูกอีก 2 -*-) เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอช่างเศร้าและเหงานัก Read More →

เรื่อง เทพธิดาแฟชั่น ผู้แต่ง วิภาภรณ์ สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น ราคา 40 บาท เส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันของสองพี่น้องที่เลือกเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิตของตนเองไว้คนละขั้ว ปราง น้องสาวผู้งดงาม และนิยามชมชอบในสิ่งที่สวยงาม กับปิ่นผู้เห็นความรู้เป็นสิ่งสำคัญของชีวิต ปรางเลือกที่จะเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง เป็นสาวงามคนดังของเมือง สาวบ้านนอกที่ถูกปรุงแต่งจนได้เป็นเทพธิดาแฟชั่น และเธอก็เพริ่ดไปกับมัน ดีอยู่หน่อยที่ผู้เขียนไม่ชักจูงเธอให้หลงระเริงบินสูงส่ง แล้วตกลงมาปีกหัก ชอกช้ำ อย่างที่นั่งลุ้นนั่งเกร็งเวลาอ่าน ในขณะที่ปิ่นพี่สาวของปรางตั้งหน้าตั้งเรียนหนังสือ ไม่สนใจในการแฟชั่นใดๆ เส้นทางชีวิตของสองพี่น้องดำเนินไปเรื่อยๆ โดยมีปรางผู้น้องเป็นผู้ดำเนินเรื่องเป็นส่วนมาก ผู้เขียนได้ชี้นำให้เห็นค่านิยม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคหนึ่ง (ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากในปัจจุบันสักเท่าไร) แน่นอน เปลือกนอกย่อมสลักสำคัญเมื่อแรกพบ แต่แล้วเพื่อพินิจพิจารณากันจนถ่องแท้ .. แน่หรือที่ความงามไร้ที่ติจะถูกเลือก? เนื้อแท้ของปรางเองนั้นเป็นเด็กหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ถ้าผู้สอนรู้จักวิธีสอนสักหน่อย เด็กอย่างปรางที่ดื้อกับครอบครัวก็พร้อมจะนับถือเชื่อฟังไปเสียทุกอย่าง ปรางได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ได้รู้ได้ยินความคิดแปลกๆ อย่างที่เธอเองไม่เคยคิดก็หลายครั้ง น่าเสียดายที่เธอเลือกเชื่อคนผิด และเสียเวลาเดินทางผิดไปเสียนาน แต่นั่นก็คือประสบการณ์ชีวิต ที่ทำให้ชีวิตใหม่ของเธอมีสติมากขึ้น ความสุขของเรา เราคือผู้สร้าง หากเราเอาความสุขของเราไปผูกติดกับความหรูหรา ฟุ้งเฟ้อเกินตัว เราก็ต้องไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขจอมปลอมนั้น แต่หากเราเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่กำลังแรงกายของเราพอจะหาได้โดยไม่ต้องฝากความหวังเอาไว้กับผู้อื่น เราก็จะมีความสุขทุกวัน สุขได้มากกว่า ง่ายกว่านัก Read More →

เรื่อง เสน่ห์นางฟ้า ผู้แต่ง วิภาภรณ์ สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น ราคา 10 บาท ในยุคสมัยที่เครื่องบินพาณิชย์ยี่ห้อแรกๆ ผุดขึ้นบนประเทศไทย แอร์โฮสเตสเป็นอาชีพที่สูงส่ง และน่าใฝ่ฝันสำหรับเด็กสาวๆ ในยุคนั้น (และต่อมาอีกหลายยุคหลายสมัย) แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็เหอะ คำว่า “นางฟ้า” ก็ยังคงมีเสน่ห์ และเป็นความฝันของเด็กๆ อีกหลายคน วิถีชีวิตของแอร์ยุคแรก จึงเป็นที่น่ารู้น่าสนใจสำหรับคนทั่วๆ ไปไม่น้อย เสน่ห์นางฟ้า หนังสือเล่มแรกๆ ที่บอกเล่าถึงความลับพิเศษนั้น แอร์โฮสเตส จึงไม่ใช่อาชีพที่ดีแต่สวย สบาย และรายได้สูงอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ หน้าที่ความรับผิดชอบของสาวๆ เหล่านี้ย่อมสูงตามไปด้วย ความสุขในอาชีพอันแสนอิสระ และสูงส่งในสายตาใครหลายๆ คนนั้น ก็ต้องแลกมาด้วยพละกำลังและสติปัญญาที่เข้มข้น เพราะชีวิตของพวกเธอในบางครั้งก็เปรียบเสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ประตูความเสี่ยงในความเป็นหญิงเปิดหมดทุกประตู ต้องตั้งลำหางเสือชีวิตของตนให้ดี เพราะขาดสติลงเมื่อใด ชีวิตบนที่สูงก็พร้อมที่จะร่วงรุนแรงกว่าอาชีพใดๆ นางฟ้าหลายคนก๋ากั่น เก่งกล้าเกินหญิงไทยในยุคนั้น แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นเพียงเปลือกนอก เพื่อที่พวกเธอจะได้เอาตัวรอดจากเสือสิงห์กระทิงแรดต่างแดน พวกเธอมีความเศร้า เหงา และขาด เท่าๆ กันกับมนุษย์เดินดินธรรมดา เรื่องราวของพวกเธอจึงขำขัน สนุก สุข เศร้า Read More →