เรื่อง จำหลักไว้ในแผ่นดินผู้แต่ง กฤษณา อโศกสินสำนักพิมพ์ อักษรโสภณเลขมาตรฐานหนังสือ 9789742530372 จำหลักไว้ในแผ่นดิน รวบรวมประวัติศาสตร์ของกัมพูชานับตั้งแต่วันที่นายพลลอนนอลยึดอำนาจจากเจ้าสีหนุ เมื่อ พ.ศ. 2513และเขมรกลายเป็นเขมรแดง ในปี พ.ศ. 2518เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองภายในประเทศประชาชนชาวเขมรอพยพหลบหนีออกนอกประเทศกันเป็นทิวแถวไม่ขาดสายเหตุการณ์ยืดเยื้อ ผู้นำเขมรแตกออกเป็นฝ่ายต่างๆ มากมายจวบจนกระทั่งทุกฝ่ายร่วมมือกันสงบศึกและจัดตั้งรัฐบาลเขมร 4 ฝ่าย สำเร็จลงในที่สุด ในปี พ.ศ. 2536   หนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็นสามภาคภายในเล่มเดียวภาคแรก เริ่มต้นตอนที่กัมพูชากลายเป็นคอมมิวนิสต์ ในปี พ.ศ. 2518ผู้เขียนเปิดเรื่องขึ้นด้วยฉากการอพยพออกจากประเทศกัมพูชาของครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นการลักลอบเข้าประเทศไทยมาเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกๆนับตั้งแต่ประเทศกัมพูชาเกิดการเปลี่ยนแปลงเธอได้เดินทางมาพบกับครอบครัวชาวไร่ ณ ชายแดนไทยครอบครัวหนึ่งซึ่งมีคนงานที่ฉลาดเฉลียว มีภูมิความรู้ผิดไปจากชนชั้นแรงงานทั่วไปนั่นคือฉากแรกพบของหญิงชายนามว่าเทีย และสู เบื้องหลังของเธอและครอบครัวถูกปิดเป็นความลับในช่วงต้นของเรื่องเบื้องหลังของเขาด้วยเช่นกันเรื่องดำเนินไปอย่างเนิบๆ เนือยๆ ผู้เขียนเล่าเรื่องเนิบช้ามากหมดไปร้อยหน้า เรื่องราวยังไปไม่ถึงไหนยังไม่รู้ว่าทั้งเทีย และทั้งสูมีจุดประสงค์อะไรต่างฝ่ายต่างมีความลับซ่อนเร้นตัวละครแซะกันไป หยอดกันมา คนอ่านได้แต่บทสนทนา เรื่องไม่ไปไหนบทสนทนามากจนเกินไป ทั้งภาคแรกมีแต่การปะทะโวหารกันระหว่างพระนางคู่นี้   แล้วเรื่องก็ดำเนินมาถึงภาคที่สอง ซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2522ในตอนที่ทหารเวียดนาม นำโดยนายเฮง สัมริน เข้ามาแทรกแซงและสามารถล้มรัฐบาลพอลพต (เขมรแดง) ลงได้ ในระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมานี้ ชาวเขมรอพยพ รวมทั้งเวียดนามและลาวบางส่วนทะลักเข้าชายแดนไทยจากหมื่นเป็นแสน จากปีเป็นสี่ปี ..และยังคงทะลักเข้ามา ไม่มีท่าว่าจะหยุดตราบใดที่สงครามภายในของกัมพูชายังคงยืดเยื้อ ไม่จบสิ้นพวกเขามีชีวิตอยู่ในค่ายผู้อพยพ Read More →

เรื่อง แก้วรัดเกล้าผู้แต่ง ดวงตะวันสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ(ปัจจุบัน นิยายเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในนาม สนพ. ดวงตะวัน)เลขมาตรฐานหนังสือ 9749025059 แก้วรัดเกล้า เป็นผลงานเล่มที่ 2 ของดวงตะวันถูกตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในนิตยสารขวัญเรือนซึ่งแม้จะนับเป็นมือใหม่ในเวลานั้น แต่พล็อตและสำนวนก็ไม่ได้เป็นมือใหม่เลย แก้วรัดเกล้า เป็นนวนิยายที่ใช้ฉากของเรื่องที่กรุงเทพฯ ภาคอีสานตอนเหนือของไทย และชายแดนกัมพูชา (ในเรื่องไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศ)โดยผูกเรื่องซ้อนไปกับเหตุการณ์ชายแดนไทยเขมรที่เคยเกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาภายหลังจากที่พลพต ผู้นำเขมรแดงและผู้นำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา ตายลงแต่ถึงอย่างนั้น แก้วรัดเกล้า ก็เป็นนิยายทั่วไป ไม่ได้หนักการเมืองจนน่ากลัว และเพราะเป็นนิยายอิงเหตุการณ์จริงหลายตัวละครในเรื่อง จึงน่าจะมีตัวตนอยู่จริงด้วยแต่ผู้เขียนแปลงไปใช้ชื่อสมมติแทนอย่างเช่น พรพล ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อดีตผู้นำเขมรแดง พลพต นั่นเองเจ้าณรงค์ฤทธิ์ อาของแก้วรัดเกล้า ก็คงเป็นเจ้านโรดม สีหนุส่วนสาริน ขอเดาว่าเป็นเฮง สัมริน? หรือเปล่าไม่รู้หรือแม้แต่ท่านอาจารย์ที่ทรงสอนโมกษธรรมมาตั้งแต่ครั้งเรียนโบราณคดีที่มหาวิทยาลับเก่าแก่แห่งหนึ่ง (ศิลปากร?)ก็น่าจะเป็นหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล? นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้สร้างเมืองสมมติขึ้นมาด้วยเมืองหนึ่ง คือเวียงอมราเป็นเมืองที่ไม่ได้เป็นประเทศตามกฏหมาย(ในเรื่องบอกว่าเป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขาลึกลับกลางป่า ทางตอนเหนือของลาว)แต่เป็นเชื้อสายของขอมโบราณ สืบทอดต่อกันมา เรียกกันว่าแผ่นดินสูงส่วนประเทศเขมรในปัจจุบัน เรียกว่าแผ่นดินต่ำตัวละครส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ จึงเป็นประชากรจากเวียงอมรานี้เองแต่อยู่กับอย่างปิดบัง ลึกลับ ไม่ยอมเปิดเผยเชื้อสายตนเอง .. อะไรจะขนาดนั้น แก้วรัดเกล้า เปิดเรื่องด้วยการที่โมกษธรรมบินกลับมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในเรื่องเกี่ยวกับปราสาทหินต่างๆ ในแถบภาคอีสานของประเทศไทยและคาบเกี่ยวรวมไปถึงบางกลุ่มปราสาทในกัมพูชาด้วยซึ่งเขาต้องการเด็กช่วยในการสำรวจและจดบันทึกติดตามไปด้วยสักคนหนึ่งโมกจึงวานให้สิงห์ หรือสิงหาสน์ เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์ในสายวิชานี้ หาเด็กให้สักคนพอดีกันกับที่เจ้าแก้วรัดเกล้า เจ้าหญิงจากเวียงอมรา Read More →

สงครามกลางเมืองกัมพูชาเหตุการณ์อันเป็นฉากหลังของหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เหตุการณ์ในช่วงนั้น เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2เริ่มต้นจากสงครามเย็นระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตซึ่งใช้วิธีสู้รบกันผ่านประเทศที่สามหลายประเทศที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้คือเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างเวียดนามเหนือ กับเขมรแดง(ความขัดแย้งระหว่างคอมมิวนิสต์ในแบบของโซเวียตกับคอมมิวนิสต์ในแบบของจีน) +++ พ.ศ. 2496 โจเซฟ สตาลิน ผู้นำสูงสุดของโซเวียตตายนิกิต้า ครุชชอฟ ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่และได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ไปจากแบบเดิม(แบบของสตาลิน คือการยึดติดที่ตัวบุคคล )ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ขัดแย้งกับจีน (เหมา เจ๋อ ตง)ซึ่งยึดถือแนวทางเดียวกันกับสตาลินโซเวียตและจีน จึงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกันและต่างเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในแบบของตนไปยังประเทศต่างๆ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2ฝรั่งเศสสูญเสียอำนาจในปกครองอาณานิคมในอินโดจีนต่อฝรั่งเศสแพ้สงครามให้กับเวียดนาม (กองทัพเวียดมินห์)เวียดนามได้รับอิสรภาพ กลายเป็นประเทศเอกราชแต่ถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือ (คอมมิวนิสต์) และเวียดนามใต้ (เสรีนิยม)อเมริกา เข้าถือหางฝ่ายเสรีนิยม หรือเวียดนามใต้และสหภาพโซเวียต เข้าถือหางฝ่ายคอมมิวนิสต์ คือเวียดนามเหนือ ในระยะเริ่มต้น กัมพูชาวางตัวเป็นกลางและเริ่มต้นการปกครองแบบรัฐสภาโดยมีเจ้านโรดม สีหนุ สละราชบัลลังก์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมา เวียดนามเหนือ ได้ใช้เส้นทางส่วนหนึ่งของกัมพูชาลำเลียงพลอเมริกาจึงได้ทิ้งระเบิดลงในประเทศกัมพูชาส่งผลให้ประชาชนกัมพูชาไม่พอใจ และความนิยมในตัวเจ้าสีหนุลดลง เมื่อสงครามยืดเยื้ออเมริกา (นิกสัน) จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ไปผูกมิตรกับจีน (เหมา)และเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อมาคานอำนาจกับโซเวียต พ.ศ. 2513 ระหว่างที่เจ้าสีหนุไปรักษาอาการป่วยที่ต่างประเทศก็เกิดรัฐประหารขึ้นในกัมพูชาโดยมีนายพลลอนนอล ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีและเปลี่ยนกัมพูชาให้เป็นสาธารณรัฐเจ้าสีหนุจึงลี้ภัยไปที่ปักกิ่ง และตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นนอกจากนี้ ยังติดต่อกับจีนเพื่อหาแรงสนับสนุนซึ่งจีน มีพรรคคอมมิวนิสต์ใต้ดินอยู่ในกัมพูชาเรียกว่า เขมรแดง Read More →

เรื่อง 4 ปี นรกในเขมรผู้เขียน ยาสึโกะ นะอิโตผู้แปล ผุสดี นาวาวิจิตสำนักพิมพ์ ผีเสื้อเลขมาตรฐานหนังสือ 9741401396 เรารู้กันอยู่แล้วว่าสงครามมีความโหดร้ายสงครามมีความสูญเสีย ..แต่นี่คือหน้าบันทึกจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นจริงในกัมพูชา 4 ปี นรกในเขมร เป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจากสมุดบันทึก(ซึ่งจริงๆ คงเป็นเศษกระดาษหลายแผ่นที่รวบรวมสะสมมา)ของยาสึโกะ นะอิโต สตรีชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นภริยาทูตสามีของเธอเป็นชาวกัมพูชา นามว่า โศ ทันลันโศ ทันลัน และยาสึโกะ มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชายทั้งคู่คนโตคือโทโมรี และคนเล็กชื่อโทนี่ (อายุ 15 ปี)โศ ทันลัน มีลูกติดจากภรรยาคนก่อนอีก 3 คน เป็นชาย 2 คน ชื่อว่าชานาลี และโทมี่ ทั้งสองคนรับราชการทหารอากาศและลูกสาว 1 คน ชื่อว่าตีนี่ กำลังเรียนแพทย์ ในเวลาตามบันทึกฉบับนี้ คือปี พ.ศ. 2518 – 2522สามีของเธอ (อายุ 57 ปี) เกษียณอายุราชการแล้ว ส่วนยาสึโกะ Read More →