เรื่อง ในเรือนใจ ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 379 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 4 เมื่อปีพ.ศ. 2548) และจากช่วงท้ายๆ เรื่องลำเนาลม เราเริ่มจะเห็นแววหล่อ แววพระเอกของคมกฤชอยู่บ้าง แต่ก็คิดแค่ว่า เป็นเอกลักษณ์ของนิยายกิ่งฉัตรเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่ใส่ความ “กลม” ให้กับทุกตัวละคร ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเกินกว่านั้น แต่เมื่อในเรือนใจ ซึ่งเป็นนิยายภาคต่อของลำเนาลม กิ่งฉัตรหยิบเอาคมกฤชมาสวมบทพระเอกเท่านั้นล่ะ เล่นเอาเรา (และแฟนๆ นักอ่านบางส่วน) ล้มคว่ำไม่เป็นท่า งงเป็นไก่ตาแตก ว่าคนอย่างนายโก้ คมกฤชจะกลายเป็นพระเอกกับเขาไปได้อย่างไร? อย่างที่เคยบ่นๆ ว่า นิยายสองเรื่องนี้ (ลำเนาลม และในเรือนใจ) เป็นนิยายที่เราไม่คอยรักเท่าไร รอบการอ่านก็เลยน้อยกว่านิยายเรื่องอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด อย่างเรื่องนี้ ก็อ่านนานจนลืมไปแล้วว่า ในเรือนใจก็เป็นไพรัชนิยายเหมือนกัน มาอ่านเจออีกที ถึงพอจำได้เลาๆ เพราะในเรือนใจ เป็นการยกขบวนทัวร์จากเมืองไทยไปเที่ยวยุโรปกันเป็นกรุ๊ปใหญ่ (ไม่ได้เป็นการไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศเลยเหมือนกับลำเนาลมและแสงดาวฝั่งทะเล) โดยเป็นที่แน่นอนว่า 3 คนในทั้งหมดของกรุ๊ปจะต้องประกอบไปด้วย Read More →

เรื่อง ลำเนาลม ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 325 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 4 เมื่อปีพ.ศ. 2547) กิ่งฉัตร เปรียบชีวิตของตัวละครทั้งหลายในเรื่องนี้ว่า … เป็นเสมือนว่าวที่ลอยกินลมอยู่บนท้องฟ้า แต่ละคน ก็มีว่าวชีวิตของตัวเองที่จะต้องชักเชิดควบคุมกันเอง ในขณะที่ผู้คนแวดล้อม และสถานการณ์ต่างๆ คือแรงลมที่พัดพา บางครั้งลมแรง บางครั้งลมอ่อน ให้ผู้ที่ถือสายป่านต้องคอยชักเชิดว่าวของตัวให้ยังลอยลมอยู่ได้ ลำเนาลมเรื่องนี้จะพัดพาว่าวของแต่ละคนให้ลอยได้สวยงามหรือไม่ .. อย่างไร ไปติดตามกันค่ะ เราอ่านนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ลำเนาลมยังลงตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารสกุลไทย ตอนนั้นอ่านได้แค่อาทิตย์ละตอนเดียว แถมต้องรออีกตั้ง 1 อาทิตย์ ถึงจะได้อ่านตอนต่อไป เลยไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แต่พอลำเนาลมจบรวมเล่มออกมา .. โอ้แม่เจ้า!! อะไรมันจะหนาขนาดนี้เนี่ยะ จำได้ว่าตอนออกใหม่ๆ ลำเนาลมเป็นนิยายของกิ่งฉัตรที่หนาที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว (แม้ว่าตอนนี้จะถูกเพียงใจที่ผูกพันแซงหน้าไปแล้วก็ตาม) หลังเหตุการณ์วันนั้นจนมาถึงวันนี้ ลำเนาลมถูกหยิบมาอ่านน้อยมาก แม้ว่าตอนออกรวมเล่มมาใหม่ๆ เราจะหยิบมาอ่านบ่อยหน่อย แต่พอมายุคหลังๆ หยิบนิยายกิ่งฉัตรมาอ่านเล่นทีไร เป็นต้องนึกถึงเล่มอื่นก่อนเล่มนี้ทุกที สาเหตุหนึ่ง Read More →

เรื่อง หญ้าแพรก ดอกมะเขือ และเรือน้อย ผู้แต่ง ว.วินิจฉัยกุล สำนักพิมพ์ เพื่อนดี (สนพ. ในเครือ สนพ.อักษรโสภณ) ราคา 220 บาท ครั้งแรกที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้ คุณครูคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเราให้ขอยืมอ่าน แม้จะประทับใจนิยายของอ.วินิตามาหลายเรื่อง แต่นิยายชื่อเรื่องแบบนี้ไม่เคยเตะตาเรา พอมีคนให้ยืมมา ก็อ่านไปงั้นๆ ไม่คาดหวังอะไร แต่พออ่านจบ เป็นต้องเปลี่ยนความคิดทันที หญ้าแพรก ดอกมะเขือ และเรือน้อย เป็นนิยายใสๆ มีกลิ่นอายคล้ายๆ น้ำใสใจจริง แต่เน้นหนักไปที่นักศึกษาคณะครุศาสตร์ แม้ว่าจะเป็นคณะวิชาซึ่งชื่อก็บอกกลายๆ ว่า “จบไปเป็นครู” แต่ก็ใช่ว่านักศึกษาทุกคนที่มาเรียนที่คณะนี้จะอยากเป็นครูไปเสียทั้งหมด บัวบรรณ มนไท และแตงกวา สามนักศึกษาคณะนี้ เป็นตัวแทนกลุ่มที่จะเล่าเรื่องราวของเหล่าว่าที่ครูให้พวกเราฟัง นักศึกษา ที่ในบางขณะก็คล้ายจะยังไม่พ้นวัยเด็ก วัยเรียน แต่ก็เป็นรอยต่อของคนที่จะต้องดูแลรับผิดชอบนักเรียนที่เด็กกว่าตนไม่เท่าไรตามวิชาชีพ เพราะเหตุที่วัยใกล้เคียงกัน ว่าที่ครูกับลูกศิษย์ก็เลยมีความสัมพันธ์แบบต้องลุ้นเอาหน่อย คือถ้าดีก็ดีไปเลย แต่ถ้าแย่ก็แย่ไปเลยเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าได้ลูกศิษย์สุดกร่างจนเป็นที่ร่ำลือของโรงเรียนในสังกัดมหาวิทยาลัยตัวเองแล้วล่ะก็ คือถ้าคุมกันไม่อยู่ ครูก็โดยศิษย์ถอนหงอกเอาง่ายๆ แต่ถ้าซื้อใจกันได้เมื่อไร ลูกศิษย์ก็จะนับถือให้เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ชีวิตกันเลย คล้ายๆ จะอ่าน GTO Read More →

เรื่อง แอบรักออนไลน์ ผู้แต่ง ร่มแก้ว สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ ราคา 240 บาท หยิบแอบรักออนไลน์มาอ่านอีกครั้งเพราะได้ยินข่าวแว่วๆ ว่า ผู้จัดฯ แอน ทองประสมจะนำนิยายเรื่องนี้มาทำเป็นละคร (เป็นผู้จัดด้วย เล่นเองด้วย) โดยมีพระเอกวัยละอ่อนยืนพื้นเอาไว้ก่อนแล้วเป็นหมาก ปริญ กับพระเอกรุ่นใหญ่ คือปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ชื่อเรื่องนั้นคุ้นๆ อยู่แล้วล่ะ ว่ามีอยู่ที่บ้าน ที่แต่แล้วนึกอีกก็จำไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องประมาณไหน ทำไมต้องมีพระเอกสองรุ่น ว่าแล้ว ก็อย่ามัวเสียเวลาคิดอยู่เลย หยิบแอบรักออนไลน์มาอ่านเสียอีกรอบเสียเลยก็แล้วกัน แล้วจะเล่าให้ฟังค่ะ … แอบรักออนไลน์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของคนแอบรัก แอบรักออนไลน์ เป็นนิยายเบาๆ อ่านง่ายๆ เล่มหนึ่งค่ะ เปิดเรื่องด้วยหญิงสาวที่ไม่เปิดเผยตัวตน แต่ดันไปแอบรักชายหนุ่มในบริษัทเดียวกัน ทำตัวเหมือนพวกสโตกเกอร์ โรคจิต (แบบอ่อนๆ) ที่คอยซุ่มดูคนที่ชอบยังไงไม่รู้ เป็นเราคงออกแนวหลอนมากกว่าสนใจ ยังดีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายชอบพระเอก เพราะถ้าพระเอกมาทำแบบนี้แทนล่ะก็ เราคงจิ้นเป็นนิยายแนวสยองขวัญเสียมากกว่า (แฮ่ .. บิ้วท์ผิดอารมณ์ไปมั๊ยคะ?) ฝ่ายหญิงใช้นามแฝงในการแอบแชทคุยกับฝ่ายชาย โดยที่ฝ่ายหญิงรู้จักชื่อ ตัวตน และเรื่องราวของปราณนต์ทุกอย่าง Read More →

เรื่อง ค่าของหัวใจ ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 305 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2549) ปิดท้ายเรื่องสูตรเสน่หาด้วยบทเบ๊ประจำตัวอลิน .. นายตัวเปี๊ยก คล้ายๆ จะเป็นการบอกใบ้กลายๆ วันเวลาผ่านไปไม่นานนัก กิ่งฉัตรก็จัดอลินมาแผลงฤทธิ์แก้คิดถึงให้เหล่านักอ่าน ค่าของหัวใจ จึงได้นายตัวเปี๊ยกมาเป็นพระเอก ด้วยบารมีของอลิน (ในความเห็นของเรา 555) ในบัดดล ค่าของหัวใจ ไม่ใช่นิยายเฮฮาปาจิงโกะเต็มสูบแบบสูตรเสน่หา แม้จะมีฤทธิ์ของอลินมาช่วยชูโรงเป็นระยะๆ แต่เนื้อแท้ของตัวละครหลักในเรื่องนี้ ก็ไม่มีใครมีพื้นฐานให้ชวนขำได้สักคน พล็อตเรื่องค่อนข้างเครียด และหนัก อ่านรอบแรกด้วยความคาดหวังจากสูตรเสน่หานี่ทำเอาเราเอ่านค่าของหัวใจเกือบไม่จบ แต่พอเนื้อเรื่องเดินทางมาถึงตอนจบเข้าจริงๆ แล้ว กิ่งฉัตรยังอุตส่าห์ใส่บทหักมุม (แบบดีๆ) ให้เราอึ้ง ซึ่งจุดนั้น ทำให้นิยายเรื่องนี้ดูดีขึ้นมาเยอะเลย และนั่น ทำให้การอ่านค่าของหัวใจในรอบต่อๆ มา ไม่เลวร้ายเท่าที่คิด ความสัมพันธ์คนของ 4 คน ซึ่งควรจะพัฒนาเป็นความรัก ระหว่างทายาทคนสำคัญของเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง, หญิงม่ายลูกติด, หญิงสาวนักเรียนนอกมากความสามารถ Read More →

เรื่อง สูตรเสน่หา ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 349 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2547) หัวเราะง่ายๆ กับเรื่องเดิมๆ ^^ เป็นยากท้าทายไม่น้อย สำหรับการรีวิวนิยายที่มีผู้อ่าน (น่าจะ) รู้จักเรื่องราวแล้ว (จากการดูละครสุดโด่งดังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา) จะมีอะไรเล่ากันอีกล่ะ สำหรับนักแสดงสาวอย่างอลิน อย่างหนึ่งที่จะต้องยืนยันก็คือ อลินในละครที่รับบทโดยแอน ทองประสมนั้น ต่างกันกับอลินในนิยายของกิ่งฉัตรหลายประการ (แม้เราจะดูละครแบบกะปริดกะปรอย นับโดยรวมแล้วไม่ครบแม้แต่ตอนเดียวก็เถอะ) แต่เมื่อคนดูส่วนใหญ่ชอบ และ (น่าจะ) ไม่มีใครเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ดูสนุกก็ดู ดูไม่สนุกก็ไม่ดู ก็จบ แต่!!! ถ้าคุณเคยรู้จักอลินจากละครโทรทัศน์มาแล้ว อยากจะขออาจหาญแนะนำสักนิดว่า โปรดเปิดใจให้นิยายเล่มนี้อีกครั้ง อลินในนิยายเล่มนี้ เริ่ดกว่า เชิดกว่า และเป๊ะกว่าอลินคนนั้นหลายขุม นักแสดงสาวขาลง (แบบที่คนอ่านเรียกเอง เพราะอลินไม่มีทางเรียกตัวเองแบบนี้เด็ดขาด) ผู้ซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองอย่างสูงสุด (เรียกว่าหลงตัวเองจะตรงกว่า) อย่างอลิน ได้ไปคัดตัวเป็นพิธีกรรายการอาหารรายการใหม่ของคุณเล็ก อนุชา Read More →

หลังจากนั่งคัดโปรแกรมวันเด็กที่มีหลากหลายรูปแบบและสถานที่มาตลอดวันศุกร์ และแล้วหนึ่งในทั้งหมดที่เราเลือกจะไปเที่ยวกันก็คือ … คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตร บางเขน แห่งนี้นี่เอง!!! เนื่องจากเลือกนานไปหน่อย เช้าวันเด็กเลยตื่นสายเลย (ฮา) ตื่นกันชิลด์ๆ ให้สมกับเป็นวันพักผ่อน อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวจากบ้านกันไปเลย กว่าจะออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยงค่ะ ไปถึงงานเอาตอนบ่ายๆ ดีที่เช็คมาก่อนว่า งานที่นี่จัดตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย 3 โมงค่ะ และเป็นงานจากคณะคณะเดียว ไม่น่าจะใหญ่มาก เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงน่าจะพอ และแล้ว สองแม่ลูกก็เดินงงๆ เข้างานไป มาเจอนี่ก่อนเลย เมล็ดพืชหน้าตาประหลาดๆ ต้อนรับเราอยู่ที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งในงาน หลังจากนั้น ก็เลียบๆ เคียงๆ ถามหาจุดเริ่มต้นของงานกันค่ะ ต้นไม้ใหญ่บังจุดลงทะเบียนเรานี่เอง ^^” รับป้ายชื่อและรูปมดมาระบายสี 1 ตัว มุมไกลๆ มองเห็นกิจกรรมบนเวที มีแต่เด็กเล็กๆ ทั้งนั้นเลย   มองเปรียบเทียบโดยรอบแล้ว เจ้าลูกสาวคงเนียนเที่ยวงานวันเด็กได้อีกไม่กี่ปี เป็นเด็กโข่งเข้าไปทุกทีแล้วสิ ระหว่างเจ้าลูกสาวระบายสี ผู้ปกครองไปรับไอติมวันเด็กมากินยั่วเด็กค่ะ 555 (ภาพนี้เป็นเบื้องหลังน้องไอซี .. Read More →

เหตุการณ์ผ่านมาครึ่งเดือน เพิ่งจะขุดมาเล่าค่ะ (แบบมีสาเหตุนิดหน่อย) เมื่อวันคริสต์มาส (อีฟ) ที่ผ่านมา (เร็วเนอะ แป๊บเดียวจะวันเด็กแล้ว) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา เราโฉบไปเที่ยวงานศิลป์ สรรค์ สนั่นซอยส์ ครั้งที่ 1 มาค่ะ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมของชุมชนเล็กๆ ชุมชนหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นถิ่นเก่าเราเอง ^^ (แต่ตอนนั้นไม่มีงานแบบนี้ให้เที่ยว ^^”) ชุมชนที่ว่านี้มีชื่อว่าชุมชนกุฎีจีน หรือชุมชนกะดีจีนค่ะ ชุมชนแห่งนี้ เป็นชุมชนที่ผสานวัฒนธรรมของคนหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม และทุกวัฒนธรรม หลอมรวมกลมกลืนกลายเป็นชุมชนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว อันที่จริงแล้ว กิจกรรมของชุมชนนี้จัดเป็นประจำติดกันมาหลายปีแล้วค่ะ แต่จะเปลี่ยนชื่องานไปเรื่อยๆ โดยที่ปีนี้มีชื่องานลงตัวว่า “ศิลป์ สรรค์ สนั่นซอยส์” โดยงานหนึ่ง จะแบ่งจัดออกเป็น 5 ครั้ง มีกำหนดการแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอยู่นั้นแบ่งกันเป็นเจ้าภาพ โดยงานศิลป์ สรรค์ สนั่นซอยส์ครั้งที่ 1 นี้นั้น เริ่มกันที่งานคริสต์มาส โดยโบสถ์ซางตาครู้สก่อนเลย เริ่มออกจากบ้านตอนบ่ายๆ โดยรถสาธารณะค่ะ ผ่านสี่แยกบ้านแขกก็เตรียมตัวลง ลงป้ายเดียวกับเวลาที่นักเรียนโรงเรียนศึกษานารีมาโรงเรียน ^^ แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปทางสะพานพุทธโลดค่ะ Read More →

เรื่อง พรพรหมอลเวง ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 265 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2543) ตั้งใจเอาไว้นานแล้วค่ะ ว่าจะเก็บพรพรหมอลเวงเอาไว้อ่านคู่กับดวงใจพิสุทธิ์ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กเหมือนๆ กัน และเพราะเมื่อตอนเด็กๆ เราชอบอ่านพรพรหมอลเวงมากกว่า (เพราะเนื้อเรื่องออกแนวแฟนตาซี คล้ายๆ หนังสลับร่างสร้างรักประมาณนั้น) พอโตขึ้นมาก็ยังรู้สึกเช่นเดิม เลยขอเก็บลูกชิ้นเอาไว้กินทีหลัง เก็บพรพรหมฯ เอาไว้หลังอ่านดวงใจพิสุทธิ์จบแล้วกัน ^^ แฟนละครกิ่งฉัตร น่าจะคุ้นเคยกับชื่อพรพรหมอลเวงพอสมควรค่ะ ด้วยเหตุที่ว่านิยายเรื่องนี้ถูกหยิบมาทำละครถึง 3 ครั้งแล้ว และสองในสามครั้ง ละครเรื่องพรพรหมอลเวงก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย เป็นการการันตีความสนุกของพล็อตนิยายได้เป็นอย่างดี … ความจริงอันเลวร้ายที่เพิ่งจะได้รับรู้ทำให้ตันหยงขาดสติ และความขาดสติอันนั้นเองได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของหญิงสาวไปมากมาย มากเกินการคาดเดา และมากเกินกว่าที่จะเกิดกับมนุษย์คนไหนในโลกนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากการขาดสติครั้งนั้น ทำให้ตันหยงได้มาอยู่ในร่างของเด็กหญิงวัย 5 ขวบที่ชื่อน้องเมย์ – เมริน และนั่นคือโอกาส คือชีวิตใหม่ในร่างใหม่ เพื่อการกลับไปใช้ชีวิตใหม่ในร่างเดิม ในยามที่ทุกปัญหาดาหน้ากันเข้ามาจนมองไม่เห็นทางออก บางที การทิ้งปัญหาเอาไว้ก่อน Read More →

ตลอดชีวิตของเรา ใส่บาตรนับครั้งได้ แม้จะเคยนึกอยากใส่บ่อยๆ แต่ก็อดคิดเล็กคิดน้อยทุกทีไม่ได้ว่า พระรูปหนึ่ง รับบิณฑบาตรเช้าๆ ได้อาหารเยอะแยะ ถ้าฉันไม่หมดไม่เสียของหมดหรือ? ยิ่งสมัยก่อนบ้านติดกับวัด เห็นญาติของพระหิ้วถังใส่บาตรกลับบ้านตัวเองบ่อยๆ ก็พาลคิดอกุศล พอจะใส่บาตรที สิ่งที่ติดอยู่ในใจผุดขึ้นมาทุกที ทำให้ไม่เคยสะดวกใจที่จะใส่บาตร (โดยการตัดสินใจเอง) เลย จนเวลาผ่านพ้น เติบโตและรู้คิดมากขึ้น (แน่นอน ไม่ได้คิดเองหรอก ฟังๆ เขามาอีกที) เคยได้ฟังพระบางรูปท่านเทศน์ว่า การใส่บาตร เราไม่ได้ใส่บาตรเพื่อพระ ไม่ได้เป็นบุญเพราะให้พระท่านได้อิ่ม ได้มีกำลังเผยแผ่พุทธศาสนาต่อไป แต่เป็นกุศโลบายส่วนหนึ่งที่กล่อมเกลาจิตใจของเราให้รู้จักเสียสละ ให้รู้จักการให้ และให้ทาน และเมื่อจิตใจเราอ่อนโยนมีเมตตา กิเลสเหนียวอันประกอบไปด้วยราคะ โทสะ และโมหะ (โดยเฉพาะความอยากได้ อยากมี) ก็จะค่อยๆ หลุดล่อนออกไป ซึ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรมอื่นๆ เมื่อเราใส่บาตร จิตใจของเรารู้สึกอิ่มเอิบ เป็นสุขเพราะการให้ นั่นคือบุญ ส่วนอาหารที่เราทำ พระจะฉันเอง หรือจะยกให้เป็นทานแก่คนอื่นต่อไป ก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้บุญนั้นไปแล้ว เมื่อเปลี่ยนมุมมอง คิดได้อย่างนี้ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราคิดอยากใส่บาตร และแล้ว แผนการณ์ในวันนี้จึงถูกวางขึ้น (แบบมัดมือชกคนในครอบครัวด้วย ;P) Read More →