เรื่อง ปลาไม่มีประเทศ ผู้แต่ง ญามิลา สำนักพิมพ์ booktopia ราคา 165 บาท   ปลาไม่มีประเทศ เป็นหนังสือที่หาซื้อไม่ได้จากร้านทั่วไป ทีแรกที่เราได้รู้จักกับ “ปลาไม่มีประเทศ” นั้น เราได้เห็นเพียงคำคล้ายๆ บทกลอนยาวๆ แต่เนื้อหาโดนใจไปหลายฉึก จาก facebook ของร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี ร้านนั้นชื่อ “booktopia” ค่ะ หลังจากได้ติดตามร้านหนังสือร้านนี้ผ่านทางเฟสบุ๊คกันมาระยะนึง แอบถูกใจหนังสือ (เล่มนี้) ภายในร้านมาสักพัก เราก็ได้รับรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว เจ้าของร้านบุ๊คโทเปียก็คือ “คุณญามิลา” เจ้าของผลงานเล่มนี้นี่เอง!! (ที่มาของภาพนี้ – จากเพจ booktopia ค่ะ)   “ปลาไม่มีประเทศ” เมื่อแรกรู้จัก ปลาไม่มีประเทศ และดวงดาวก็เก่าแก่มากแล้ว แผ่นดินไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของพืชและสัตว์ทั้งหมด… ดวงจันทร์ส่องแสงนวลเฉพาะคนรวยหรือ? เปล่าเลย ดอกไม้ไม่ได้บานเพื่อใคร แต่บานเพื่อจะโรย และเราคือผู้มาเยือน ที่รอการจากไปในวันหนึ่ง ดวงอาทิตย์ไม่เลือกคนรวย คนจน และน้ำทะเลไม่มีสัญชาติ Read More →

เรื่อง วิมานมะพร้าว ผู้แต่ง แก้วเก้า สำนักพิมพ์ เพื่อนดี (สนพ. ในเครือ สนพ.อักษรโสภณ) ราคา 220 บาท หนังสือเรื่องนี้เราอ่านตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ นับว่าเป็นนิยายลำดับแรกๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเลย โดยปกติ หนังสือหลายเล่มที่เราเคยอ่านสนุกเมื่อตอนเด็ก พอโตแล้วหยิบมาอ่านอีกที มันมักจะไม่สนุกเท่าที่เคยอ่านทุกทีไป อาจเป็นเพราะเราโตขึ้น และทัศนคติต่างๆ ก็เปลี่ยนไป แต่สำหรับ “วิมานมะพร้าว” ไม่เป็นอย่างนั้นค่ะ อย่างที่บอกว่านิยายเรื่องนี้เป็นนิยายยุคเก่า ถ้าเกิดทันก็จะอ่านอิน แต่ถ้าเกิดไม่ทัน ก็จะเป็นการเรียนรู้ค่านิยมยุคเก่าไปในตัว ยุคสมัยที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มีผู้หญิงเรียนน้อย บางรุ่นมีแค่ 1 – 2 คน หรือบางรุ่นอาจไม่มีเลย คำว่าวิศวกรรมศาสตร์ ใส่เครื่องหมายเท่ากับผู้ชายได้เลย ดังนั้น เมื่อนางเอกนามจุลลาหรือ “ไอ้จุ่น” ของผองเพื่อนจบจากคณะชายล้วนคณะนี้ จึงเป็นอันต้องเตะฝุ่นยาวนานกว่าเพื่อนร่วมคณะคนอื่นๆ แม้ว่าผลการเรียนจะไม่ด้อยกว่าใคร (ออกจะนำหน้าเพื่อนฝูงเลยด้วยซ้ำ) ก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะว่า นางเอกดันมาเกิดในยุคที่ผู้หญิงยังควรจะพับเพียบเรียบร้อย มากกว่าจะไปลุยคลุกน้ำมันอยู่ใต้เครื่องจักรกล ทำให้เหล่าผู้บริหารบริษัทต่างๆ ไม่ค่อยมั่นใจในความสามารถของ “ผู้หญิง” อย่างนางเอก ซึ่งก็นับเป็นข้อดีค่ะ Read More →

โครเชต์กระเป๋าตาข่าย กาลครั้งหนึ่งนานพอประมาณ (นานจนจำไม่ได้แน่ว่างานอะไร) เราได้ไปเดินเที่ยวงานแฟร์เกี่ยวกับออแกนิค ลดโลกร้อนอะไรสักอย่างนี่ล่ะค่ะ แล้วก็ไปได้เจ้าไหมพรมหน้าตาดีมาหลายกลุ่ม ถามพี่คนขาย ได้ชื่อมาว่า เป็นไหมฝ้าย เนื้อนุ่มนิ่มน่ารักน่าถนอม แต่ราคาไหมก็ค่อนข้างแพง (ถ้าเทียบกับไหมถูกๆ จากร้านโชว์ห่วยที่เราใช้ปกติ) (น่าจะประมาณม้วนละ 90 กว่าบาทค่ะ จำไม่ค่อยได้ ^^” ส่วนเจ้าก้อนเล็กๆ ก็น่าจะประมาณ 10 – 20 บาทค่ะ) ได้ไหมถูกใจมา ก็นั่งเมียงๆ มองๆ ตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะทำอะไรดี ถักหมวกก็ไม่ค่อยชอบใส่หมวก ถักผ้าพันคอก็ร้อนเกินจะใส่ อยากถักอะไรสักอย่างที่เราจะได้หยิบใช้บ่อยๆ ให้สมกับความเห่อ (ฮา) คิดไปคิดมา สุดท้ายก็มาตกอยู่ที่เจ้ากระเป๋าเขียวใบนี้ล่ะค่ะ ^^ ถักเสร็จ กระเป๋ามันดูโล่งๆ เรียบๆ เกินไปหน่อย เลยไปคุ้ยเข็มกลัดที่มีอันเดียวในโลก (เพราะไปนั่งทำเองในงานสามแพร่งเมื่อต้นปี) มาติด ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย (แบบอวยตัวเอง .. ฮา) สุดท้ายท้ายสุด แม้จะถักมาได้สักพักแล้ว ก็ยังหาโอกาสใช้จริงๆ จังๆ ไม่ได้สักทีอยู่ดี ให้มันได้อย่างนี้สิ!! ก่อนจาก ฝากกระเป๋าใบเล็กอีกใบค่ะ Read More →

เรื่อง ดาวเกี้ยวเดือน ผู้แต่ง รอมแพง สำนักพิมพ์ happy banana (สนพ. ในเครือ สนพ.ฟิสิกส์เซ็นเตอร์) ราคา 265 บาท   หลังจากอ่านบุพเพสันนิวาสจบลงอย่างอิ่มอกอิ่มใจแล้ว สายตาก็เริ่มเมียงๆ มองๆ หานิยายเรื่องใหม่ของรอมแพงมาอ่านอีก เรียกง่ายๆ ว่า อ่านกันเรื่องเดียวก็ติดใจสำนวนกันซะแล้ว เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ข่าวละครเรื่องใหม่จากช่อง 3 (อีกแล้ว) ว่า มีละครจะถูกสร้างขึ้นด้วยบทประพันธ์ของนักเขียนคนเดียวกับที่เราตามหาอยู่ ดังนั้น เมื่องานหนังสือครั้งล่าสุดที่ผ่านมา “ดาวเกี้ยวเดือน” ก็มานอนเจี๋ยมเจี๊ยมบนชั้นหนังสือที่บ้านทันใด ซื้อมาแล้ว .. ก็ต้องหยิบมาอ่านสิคะ สำนวนนิยายยุคปัจจุบันของรอมแพง ไม่ยักกะพริ้ว อ่านลื่นชวนประทับใจเหมือนตอนอ่านนิยายพีเรียดอย่างบุพเพสันนิวาส ผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เรื่องนี้หมดสนุก ซึ่งถ้าไม่เอาไปเปรียบเทียบกัน นิยายเรื่องนี้ก็ใช้ได้อยู่เหมือนกัน ดาวเกี้ยวเดือน เปิดตัวพระเอกนางเอกด้วยความสุดเพอร์เฟ็ค ทั้งร่ำรวย สวย หล่อ เก่ง ดี เนี้ยบ ไร้ที่ติ ฯลฯ ถูกต้องตรงกับคุณสมบัติพระเอกนางเอกละครไทย (โบราณ) ทุกประการ หนึ่งในความเพอร์เฟ็ค Read More →

เรื่อง สาปพระเพ็ง ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครืออมรินทร์) ราคา 315 บาท หยิบ “สาปพระเพ็ง” มาอ่านอีกครั้งด้วยสาเหตุที่เดาไม่ยาก ใช่แล้วค่ะ อีกไม่ถึงอาทิตย์ ละครเรื่องสาปพระเพ็งจากค่ายเป่าจินจง ก็จะเริ่มออกอากาศในวันจันทร์ – อังคาร ทางช่อง 3 แล้ว นี่เลยสาเหตุหลักที่ทำให้หยิบหนังสือเรื่องนี้มาอ่านอีกเป็นรอบที่ 2 แม้จะอ่านนิยายของกิ่งฉัตรมาเกือบ 30 เรื่อง (คืออ่านทุกเรื่องของนามปากกานี้น่ะนะ) และผ่านนิยายย้อนยุคมานับไม่ถ้วน แต่พอกิ่งฉัตรมาเขียนนิยายย้อนยุค … (อย่างที่เคยใฝ่ฝันอยากอ่านนิยายแนวนี้จากนักเขียนคนโปรดคนนี้บ้าง) มันกลับไม่คลิก ไม่โอเคอย่างที่หวังใจไว้เท่าไร การเล่าเรื่อง เป็นการเล่าแบบยุคอดีตสลับยุคปัจจุบัน แถมด้วยตัวละครโผล่มาเป็นกองทัพ (กองทัพจริงๆ แถมเป็นกองทัพของ 2 ฝ่ายด้วย) เปิดตัวละครทีเป็นหน้ากระดาน ยุคอดีตแก๊งนึง ยุคปัจจุบันอีกแก๊งนึง ทำให้ค่อนข้างจะสับสนใจการจดจำตัวละครในช่วงแรกๆ ต้องตั้งสติดีๆ แล้วอ่านรวดเดียว ถ้ามีนิสัยหยิบวาง หยิบวาง อ่านแล้วพักไปทำอย่างอื่นแบบเราละก็ กลับมาอีกทีมีมึน ต้องมานั่งไล่เรียงกันใหม่ว่าใครเป็นใคร แต่พอผ่านช่วงแรกไปได้สักระยะนึงแล้ว เนื้อเรื่องก็พอชวนให้ติดตามอยู่บ้างค่ะ Read More →

เรื่อง บุพเพสันนิวาส ผู้แต่ง รอมแพง สำนักพิมพ์ happy banana (สนพ. ในเครือ สนพ.ฟิสิกส์เซ็นเตอร์) ราคา 285 บาท หยิบเล่มนี้มาอ่านเป็นครั้งที่ 2 ยังจำความรู้สึกที่ได้อ่านครั้งแรกได้ว่า หนังสือเรื่องนี้สนุกมาก แต่จำรายละเอียดเรื่องราวไม่ได้เสียแล้ว อ่านใหม่หนที่ 2 จึงคล้ายการอ่านใหม่ แต่เป็นการอ่านใหม่ที่พอจะคุ้นๆ อยู่บ้าง บุพเพสันนิวาสเป็นนิยายย้อนยุคย้อนเวลาอีกเรื่องหนึ่ง ผิดแต่เพียงเรื่องนี้ย้อนไปไกลถึงสมัยอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ ถึงจะเป็นนิยายย้อนยุคมุขเดิมๆ แต่พล็อตของบุพเพสันนิวาสนี้ไม่ซ้ำใครแน่ๆ เพราะนางเอกไม่ได้ย้อนยุคไปเป็นตัวเอง แต่นางเอกร่างอวบตอนต้นเรื่อง ถูกย้ายไปสวมร่างนางร้ายผอมเพรียว หน้าตาสวย แต่นิสัยแย่ในยุคอดีต เรื่องราวโกลาหนชุลมุนวุ่นวายจึงเกิดขึ้น รอมแพงเป็นคนเล่าเรื่องสนุก มีสำนวนน่าติดตามอ่าน ตอนที่เกศสุรางค์ นางเอกร่างอวบหลุดเข้าไปในอดีตนั้น เป็นการหลงยุคเข้าไปในสมัยอยุธยา ซึ่งเราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร นิยายที่อ่านกันส่วนมาก ก็มักกล่าวถึงอดีตกันแค่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สภาพแวดล้อม ฉาก ภาษาพูดก็ไม่ค่อยคุ้นเคย เลยทำให้เรื่องราวน่าติดตามเข้าไปอีก เรา (คนอ่าน) ก็สวมบทเกศสุรางค์ในร่างการะเกด เที่ยวอดีตกันสนุกสนานไปไม่แพ้นางเอกเหมือนกัน ตั้งใจจะอ่านฆ่าเวลาแป๊บเดียวทีไร เผลออ่านยาวลืมงานที่ทำค้างอยู่ทุกทีไป พออ่านไปสักพัก ติดตามการะเกดเที่ยวเล่นอยู่ดีๆ เรื่องราวก็วกมาเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ Read More →

ต้นเดือนสิงหาคมปีนี้ ครอบครัวเราได้ไปร่วมปั่นจักรยานประเพณีของ มจธ. กันค่ะ เป็นการปั่นจักรยานทางไกล (สำหรับเรา) เป็นครั้งแรก หลังจากที่ตั้งใจว่าจะไปมาหลายทริป แต่ยังไม่สบโอกาสเหมาะสักที และแล้ว การปั่นจักรยานหมู่ครั้งแรกของเราก็เริ่มต้นขึ้น (เป็นนิมิตหมายอันดีเช่นกัน ที่มจธ. ก็เปิดประเพณีปั่นจักรยานข้ามวิทยาเขตด้วยเหมือนกัน) ผู้ลงทะเบียนเอาไว้ก่อน 1200 คน จะได้รับเสื้อยืดสีส้มสดค่ะ ส่วนเราที่เพิ่งคิดได้ว่าจะไปปั่นกับเขาด้วย เพิ่งมาลงทะเบียนที่หน้างาน ได้รับผ้าพันคอสีส้มสดไม่แพ้กันเป็นที่ระลึก ผูกไว้ อุ่นใจ รถเห็นแต่ไกล ไม่ชนชัวร์ๆ ค่ะ (ฮา) เนื่องจากเราไม่ได้ลงทะเบียนกันไว้ก่อน เลยต้องรอขอยืมจักรยานตกสำรวจของคนที่จองไว้แต่ไม่มาค่ะ นักปั่นกว่า 1700 คน มารวมตัวกันที่สนามฟุตบอล มจธ. ส้มสดตัดกับเขียวสด แจ่มดีจริงๆ ^^ ออกสตาร์ท 7.00 น. โดยประมาณ บรรยากาศฟ้าครึ้มฝนนิดหน่อย แต่จนแล้วจนรอดฝนก็ไม่ตกตลอดรายการ นับถือคนปักตะไคร้จริงๆ ^^ ช่วงเริ่มต้น ออกเดินทางข้างหลัง ม. มีตำรวจจราจรปิดถนนให้เรียบร้อย ปลอดภัยค่ะ เส้นทางปั่นร่มรื่น บวกกับวันนี้ไม่มีแดด ทำให้ไม่เหนื่อยมากเท่าไร ระยะทาง 18 Read More →

วนมาครบรอบ 1 ปีแล้วค่ะ สำหรับการรู้จักกันหนก่อนกับบ้านลิตเติ้ลทรี ตอนนั้น เราได้รู้จักกันในงานตลาดนัดในสวน ครั้งที่ 2 (เมื่อตอนจัดงานปีที่ 2 บ้านเรามีโอกาสได้ไปเป็นแม่ค้ากันด้วยค่ะ ^^) เผลอแป๊บเดียว วาระนั้นเวียนมาครบปีเสียแล้ว ตลาดนัดในสวนปีนี้ ขยายเวลาจัดเป็น 2 วัน เสาร์ – อาทิตย์เลย ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 – 4 สิงหาคม ค่ะ กลับมเยือนอีกครั้ง บ้านลิตเติ้ลทรียังเขียวชอุ่ม ร่มเรื่นเหมือนเคย (ฝนเพิ่งตกก่อนเรามา 1 วัน) บรรยากาศภายในส่วนที่เป็นร้านอาหาร ตลาดในสวนเล็กๆ จากแม่ค้ามือสมัครเล่น เป็นตลาดแห่งการถ้อยทีถ้อยอาศัย บรรยากาศก็ชวนให้ใจร่มๆ ถ้ามาบ่ายๆ มีดนตรีขับกล่อมให้ฟัง ฟังไป ชมตลาดไป น่ารักดีค่ะ ตลาดนัดบ้านลิตเติ้ลทรี จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม โดยการนัดหมายของแม่ค้าและลูกค้ามือสมัครเล่นจากทางเฟสบุ๊ค โดยมีบ้านลิตเติ้ลทรีเป็นเจ้าของสถานที่ค่ะ กิจกรรมการค้าเล็กๆ ฝีมือคนเมืองที่รักสีเขียวจึงเกิดขึ้น และดำเนินต่อกันมาเป็นปีที่ 3 แล้ว Read More →

ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ เราเดินทางไปพัทยาบ่อยมากค่ะ มีโอกาสได้ไปที่ร้านหนึ่ง ซึ่งติดอยู่ในใจอยากไปมานานแล้ว sketch book art cafe ค่ะ ร้านตั้งอยู่แถวๆ จอมเทียน หน้าร้านสังเกตเห็นได้ชัดเจนดี ถึงจะอยู่กลางเมืองท่องเที่ยว แต่ก็ร่มรื่นมากค่ะ ร่มรื่นกันตั้งแต่ทางเข้าเลยทีเดียว ดูจากรีวิวคนอื่นทีแรก คิดว่าเป็นร้านเล็กๆ ขายเครื่องดื่ม ของว่างนิดๆ หน่อย แต่จริงๆ แล้วร้านกว้างมากค่ะ แล้วก็ขายอาหารหลากหลายด้วย ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ขนม ชา กาแฟ ฯลฯ พนักงานต้อนรับนอนอู้อยู่ 2 ตัว ก็ฟ้าออกครึ้ม อากาศดีขนาดนี้นี่นะ   วันนี้พนักงานน้อยค่ะ รออาหารนานเหมือนกัน (โชคดีที่กินข้าวกันมาก่อนแล้ว) แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เดินถ่ายรูปเล่นทั่วร้านเลย ^^ เป็นห้องแกลอรี่โดยเฉพาะเลย เห็นมีป้ายเวิร์กชอปติดอยู่ด้วย แต่พอลองถามดู ตอนนี้ไม่ได้จัดแล้วค่ะ มีแต่นัดสอนตัวต่อตัวอย่างเดียว   ขอถือวิสาสะเดินเข้ามาดูในแกลอรี่ค่ะ (ต้องถอดรองเท้าด้วย)   ไปเดินเล่นรอบนอกกันบ้าง   ลูกสาวบอกว่า ไม่เหมือนพัทยาเลย เหมือนอยู่เมืองกาญจน์ (แอบเห็นด้วยฝุดๆ Read More →

เรื่อง เวียงกุมกาม ผู้แต่ง ทมยันตี สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ราคา 300 บาท (1 เล่มจบ) (แนะนำให้ไปซื้อในงาน ณ บ้านวรรณกรรมรักคุณ ที่สยามสมาคม (อโศก) ที่จัดช่วงกลางปี กับปลายปี จะได้ลดถึง 35 % เลยทีเดียว) เวียงกุมกาม เป็นหนังสือที่พกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นหนังสือที่รักมาขนาดต้องอ่านหลายๆ รอบ แต่เป็นหนังสือที่ (เริ่มต้น) อ่านได้ยากมาก (ซึ่งก็เป็นสไตล์ของทมยันตีในหลายๆ เล่มน่ะแหละ) เพราะมันมีภาษาเฉพาะ (สำหรับเรื่องนี้เป็นภาษาล้านนา) ต้องอ่านไปสัก 6 – 7 ตอน ถึงจะเริ่มชิน พอชิน ทีนี้ก็สนุกละ .. เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่ไอ่เราดันไปช้าตอนต้นๆ เรื่องไง เลยใช้เวลาอ่านมันเป็นปี หยิบ เก็บ หยิบ เก็บ Read More →