งานหนังสือปีนี้ขับเคลื่อนด้วยนารีจริงๆ ค่ะ คืนก่อนงานหลับสบายเพราะฝนพรำทั้งคืน ตื่นมาชุ่มฉ่ำยังตกไม่หยุด อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันท่ามกลางเสียงสายฝน แต่ก็นะ … อะไรจะมาหยุดยั้งคนอยากไปงานหนังสือได้ ถ่อไปงานหนังสือด้วยรถสาธารณะพร้อมร่มในมือ ขากลับจะยังตกมั๊ย จะกลับยังไง เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ (ฮา) ขอไปงานหนังสือก่อนนะ >,< ปีนี้เรามาถึงงานช้าไปกว่าปกตินิดหน่อย คือหลังงานเปิดไปแล้วครึ่งชั่วโมง ปกติคนจะเริ่มเยอะๆ เบียดๆ แล้วค่ะ แต่ปีนี้ แม้ว่าคนจะเยอะหนาตาเช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับปีก่อนๆ แล้ว ยังเดินสบายค่ะ เป็นเพราะนารีแท้ๆ เชียว ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าว่า วันก่อนวันงานหนังสือปีนี้เหล่าสนพ.แต่ละบูธ จัดบูธกันเร็วมาก เพราะโพสรูปยั่วน้ำลายเรากันมาตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ วันที่ 15 (ก่อนงาน 1 วัน) เรียกว่าจัดบูธเสร็จกันเร็วมาก แถมปีนี้ลิสต์เราเยอะเป็นพิเศษ เลยออกจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ >,< (ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่านะ แต่จะไปงานหนังสือทีไร ตื่นเต้นทุกทีอ่ะ) การเดินงานหนังสือก็เป็นอะไรที่แปลกอย่างหนึ่ง บางปี ไปหาหนังสือเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครเอามาเลยสักบูธ (ไม่ใช่หนังสือใหม่นะ) ต้องถ่อไปหาซื้อจากที่อื่นมาได้ ในขณะที่ปีต่อมา หนังสือเรื่องเดียวกันที่หานี้ กลับเห็นกระจายอยู่หลายบูธ (ส่วนมากเป็นบูธพันธมิตรพวกไต้ฝุ่น โอเพ่น alternative Read More →

เรื่อง ข้าบดินทร์ ผู้แต่ง วรรณวรรธน์ สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ราคา 500 บาท (2 เล่มจบ)   นิยายเรื่องข้าบดินทร์นี้ เป็นนิยายหวาน ผนวกประวัติศาสตร์เข้มข้น ตัวละครมีความรักชาติ รักแผ่นดิน และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ วรรณวรรธน์ได้สร้างนิยายรักเรื่องหวานเรื่องนี้โดย ให้พระเอกกับนางเอกรู้จักกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ตั้งแต่นางเอกยังเล็กเป็นเด็กซนตัวน้อย ส่วนพระเอกก็เพิ่งจะพ้นวัยเด็กย่างเข้าวัยรุ่น ความสัมพันธ์เพิ่งสร้างสาน แต่แล้วทั้งสองคนกลับต้องพลัดพรากจากกันไกล เพราะครอบครัวของพระเอกต้องโทษร้ายแรง ถูกลดยศให้เป็นคนงานต่ำต้อยคอยเลี้ยงช้าง วันเวลาผ่านไป เมื่อทั้งสองเติบโตขึ้นและมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ในฐานะที่แตกต่าง ความจำคลับคล้ายคลับคลา ความอบอุ่นในหัวใจของฝ่ายหญิง ความเจียมตัว และความทุรนทุรายในหัวใจรักของฝ่ายชาย ช่วงที่หวาน วรรณวรรธน์เล่าเรื่องได้อ่อนหวานจับใจ โดยไม่ต้องใช้คำหวานเลี่ยน แค่สร้างสถานการณ์ สร้างเหตุการณ์ คนอ่านก็จิกหมอนกันไป >,< “ลำดวนนั่งนิ่งพิงต้นไม้อ่อนแรง คำพูดของเสดียงร่างใหญ่ยังก้องอยู่ในหัว นั่นจะให้เธอหมายความอย่างอื่นได้อย่างไร จู่ๆ นายเสดียงตาคมมาเรียกขานเธอว่าราวกับเห็นนางฟ้านางสวรรค์ อะไรก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับหัวใจบางๆ ข้างในสั่นรัวไปรับจดจำคำเขาทุกน้ำเสียง อย่างนี้เรียกว่าเธอถูกพ่อหนุ่มควาญคนนั้นเกี้ยวเข้าแล้วใช่หรือไม่ ตั้งแต่เป็นนางรำมาก็ได้ยินได้ฟังคำเกี้ยวและเพลงยาวจากใครต่อใครมาบ้างก็จริง หากไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวกับใครเขา เท่ากับคำพูดประโยคเดียวของชายร่างใหญ่คนนั้นได้เลย” หวานอย่างที่บอกไหมล่ะ? ว่าแล้ว ก็ไปอ่านเรื่องย่อแบบละเอียดๆ Read More →

เรื่อง อตีตา ผู้แต่ง ทมยันตี สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ราคา 400 บาท (2 เล่มจบ) หลังจากที่ทวิภพสร้างกระแสนิยายข้ามภพชาติโดยให้นางเอกข้ามภพไปในยุคอดีตนั้น ทำให้มีนิยายแนวนี้ตามกระแสมาอีกหลายต่อหลายเรื่อง ในเวลาต่อมา .. ทมยันตี นักเขียนผู้ให้กำเนิดทวิภพ ก็ได้สร้าง “อตีตา” นิยายข้ามภพขึ้นมาอีกครั้ง แต่หนนี้กลับตาลปัตรเหตุการณ์ ให้ “เมืองใจ” นักรบโบราณ กลายเป็นฝ่ายทะลุมิติมายังโลกปัจจุบันบ้าง (และก็มีนิยายและละครแนวนี้ตามมาอีกหลายเรื่องเช่นกัน) ทมยันตีเป็นผู้นำตามเคย! อตีตา เป็นนิยายแนวย้อนยุคที่อ่านง่ายเรื่องหนึ่งของทมยันตี (แปลว่านิยายส่วนมากของท่านผู้นี้อ่านยาก ;P) แม้สำนวนจะอิงประวัติศาสตร์และภาษาโบราณบ้าง แต่ก็พอกล้อมแกล้มเข้าใจได้ไม่ยากไปกว่าการดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ เมืองไทย หนนี้ การทะลุมิติของ “เมืองใจ” เป็นการเดินทางข้ามเวลามาแบบง่ายๆ ดื้อๆ ไม่ต้องมีกระจก สายน้ำ เตียงนอน ไทม์แมชชีน ฯลฯ ให้วุ่นวาย แค่เผลอมานอนหลับพักเอาแรงอยู่ในวัดมเหยงค์ ถูกศิโรจน์ปลุกให้ตื่นมาอีกที ก็ว้าปมาอยู่ในยุคปัจจุบันเฉยเลย ศิโรจน์ผู้ถูกมารดาขอร้องแกมบังคับให้พาเพื่อนแหม่มมาเที่ยวแทนตนเอง ด้วยความที่ง่วงๆ เบื่อๆ เขาจึงเดินเที่ยวออกนอกลู่นอกทางจนมาได้พบกับเมืองใจ แปลกดี Read More →

ตระเวนกินแถมศรีราชากันอีกแล้วค่ะ หนนี้เลี้ยวลงทะเลมาตรงเทศบาลฯ กันเลย เราจะเห็นป้ายสีส้มเตะตาเช่นนี้ค่ะ จอดรถริมถนนก็ได้ หรือจะไปจอดในเทศบาลก็ได้เช่นกัน พร้อมแล้ว let’s go! จับจองเลือกที่นั่ง ดูจากเมนูแล้ว ไม่ได้มีแต่เค้กและกาแฟค่ะ เมนูให้เลือกเยอะมาก ทั้งอาหารไทย ฝรั่ง ประยุกต์ ฯลฯ แต่เจตนาวันนี้มาชิมเค้กค่ะ เค้กส้มชิ้นนี้รสชาติชวนให้คิดถึงเค้กชิ้นกลมๆ เล็กๆ ในโรงเรียนประถมสมัยเด็กๆ เลย ^^ อีกชิ้นเป็นชีสเค้ก ช็อกโกแลตข้างบนมันสนีคเกอร์ชัดๆ >,< มาดูเครื่องดื่มกันบ้าง ร้านนี้รสชาติเครื่องดื่มดีทีเดียวค่ะ ขโมยซีนเค้กได้เลย แก้วแรกเป็นชาเขียวเย็น ดูดเพลินเผลอแป๊บเดียวหมดแก้วไม่รู้ตัว ^^ กาแฟเย็นค่ะ ส่วนถ้วยนี้ของเรา นมร้อนคาราเมลค่ะ ใส่ฟองนมมาให้ด้วย อร่อยเลิศ >,< (จริงๆ กินนมถ้วยเดียวนี่อิ่มเลยค่ะ ^^”) ของว่างที่มาปิดท้ายร้อนๆ คร็อกเก้มันฝรั่ง อร่อยเช่นกันค่ะ วันนี้อิ่มซะแล้ว แต่ยังมีเมนูอื่นๆ น่าชิมอีกเยอะเลย ถ้ามีโอกาสกลับไปอีกครั้ง จะลองชิมเมนูอื่นๆ มารีวิวกันอีกนะคะ ฝากนามบัตรของร้านปิดท้ายรายการค่ะ ^^ (หลังนามบัตรเป็นที่สะสมแต้ม .. ถ้าสั่งเครื่องดื่มและเบเกอรี่ครบ Read More →

เรื่อง เลือดขัตติยา ผู้แต่ง ลักษณวดี สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ราคา 480 บาท (2 เล่มจบ)   วันนี้ริอ่านจะรีวิวหนึ่งในต้นตำรับนิยายปวดใจแห่งชาติค่ะ!! (ขออภัย หากใครไม่รู้ว่ามันจะรันทด ก็ถือว่าโดนสปอยล์กันตั้งแต่บรรทัดแรกไปเสียแล้ว ^^”) เลือดขัตติยา เป็นนิยายแนวนิยมของทมยันตี เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี เจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งแคว้นยโสธร ผู้ซึ่งมีความเป็นเด็ก ฉลาดเฉลียว ซุกซนสมวัย แต่ถูกเลี้ยงดูให้อยู่ในกรอบแห่งประเพณีอันดีงาม เพื่อให้มีความงามความรู้อย่างเพียบพร้อมเต็มเปี่ยม อย่างที่พระมารดาเตรียมการณ์ “ไกล” เอาไว้ให้ “การณ์” ของพระมารดา คงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และนิยายเรื่องนี้คงจะจบลงอย่างมีความสุข ถ้า “ความผูกพัน” บางอย่างจะไม่เริ่มต้นขึ้น นับตั้งแต่เจ้าหญิงพระองค์น้อย ทรงแอบลงเรือไปเที่ยวเล่นยังเกาะร้างใกล้ๆ นับจากวันนั้น เรื่องราวที่ผกผันของเจ้าหญิงดาราฯ กับอโณทัย ความผูกพันที่บริสุทธิ์ เรียบง่ายของเด็กสองคน ที่กลับกลายเป็นพันธะยุ่งเหยิงทางการเมือง และทำให้เกิดโศกนาฏกรรมของความรัก บทบาทสมมติที่เคยเล่น ผู้บังคับบัญชากับราชินี … ใครเลยจะคาดคิดได้ว่า วันหนึ่งจักเป็นยิ่งกว่าความจริง งานเขียนของคุณหญิงวิมลเรื่องนี้นั้นนับว่าภาษาไม่ยาก (อาจะเป็นเพราะเป็นงานเขียนยุคเก่า) แต่สิ่งที่ยากคือต้องขบคิดนัยยะทางการเมือง แต่ถึงอย่างนั้น Read More →

เรื่อง ลางลิขิต ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 245 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 7 เมื่อปีพ.ศ. 2543) จบจากเรื่องที่ฝ่ายหญิงมาพลังพิเศษไปแล้ว เปลี่ยนมาเป็นเรื่องที่ฝ่ายชายเป็นผู้ที่มีพลังพิเศษบ้าง สำหรับเรื่องลางลิขิตนี้ ติณณภพ ชายหนุ่มผมยาวในชุดสีดำ “พ่อหมอ” ผู้ซึ่งแนะนำให้รหัทกับวิมลินได้ร่วมงานและร่วมชีวิตกันในรหัสหัวใจนั้น จะได้รับบทพระเอกของเรื่องตัวเองบ้าง และเรื่องนี้ พ่อหมอติณณภพก็เพิ่งจะได้รู้จักกับรหัทเป็นหนแรกด้วย ก่อนจะไปสนิทสนมกันดีแล้วในเรื่องรหัสหัวใจ (จริงๆ เรื่องนี้เขียนขึ้นก่อนรหัสหัวใจนะคะ แค่เราเอามารีวิวทีหลัง เลยขออ้างถึงเสียหน่อย) เราจะได้รู้รายละเอียดของการเป็นคนหยั่งรู้ฟ้าดินของพ่อหมอติณณภพ และได้รู้ว่าก่อนที่เขาจะแต่งงานกับอคิราภ์นั้น เกิดเรื่องราวซับซ้อนอะไรขึ้นบ้าง ไปตามอ่านพร้อมๆ กันเลยค่ะ อคิราภ์และติณณภพได้พบและรู้จักกันในวันที่เธอแอนด์เดอะแก๊งไปของพบเขาที่บ้าน ให้เขาช่วยตามหาพี่ชายที่จู่ๆ ก็ขาดการติดต่อไปนานนับเดือน และหลังพบกันวันนั้น เธอได้รู้ (ด้วยญาณพิเศษของติณณภพ) ว่าพี่ชายของเธอตายแล้ว ในที่แห่งหนึ่งซึ่งมีแม่น้ำและต้นพุทราป่า และแล้ว กระบวนการค้นหาร่างของอธินก็เริ่มขึ้น จะว่าไป นี่ก็นับเป็นนิยายสืบสวนเรื่องหนึ่งของกิ่งฉัตร เป็นเรื่องแรกๆ ที่กิ่งฉัตรค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นแนวนี้ และชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องหลังๆ (ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้สนุกมากในการค้นหาตัวฆาตกร แต่พอเอามาทำละคร Read More →

เรื่อง ด้วยแรงอธิษฐาน ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 385 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 7 เมื่อปีพ.ศ. 2548)   ด้วยแรงอธิษฐาน เป็นนิยายอีกเรื่องที่เปิดเรื่องด้วยความตายของนางเอก เป็นการตายที่เป็นปริศนาเสียด้วย คือถูกขังให้ค่อยๆ ตายช้าๆ อยู่ในหลุมหลบภัยเก่าแห่งหนึ่ง แล้วเรื่องก็เปิดอีกครั้ง เมื่อด.ญ. นัทธมน ได้เกิดมาเป็นเด็กหญิงที่มีพลังลึกลับ! เด็กหญิงนัทธมนที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นนางสาวนัทธมนนั้น มีจุดมุ่งหมายของชีวิตแน่วแน่ เธอเกิดมาเพื่อแก้แค้น!! แค้นใคร แค้นอะไร เป็นเพียงความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ข้างใน ตอบตัวเองไม่ได้ แต่รู้ว่ามี และมันจะค่อยๆ เปิดเผยออกมาทีละน้อย เธอค่อยๆ รู้ พร้อมๆ กับคนอ่าน!! ตลอดระยะเวลาที่อ่านหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นการอ่านเพื่อค้นหาคำตอบของคำถาม พระเอกฆ่านางเอกจริงหรือ? ทำไมพระเอกต้องฆ่านางเอกด้วย? แล้วนางเอกผู้กลับชาติมาเกิดนั้น จะแก้แค้นอย่างไร สำเร็จไหม? นิยายกลับชาติมาเกิดเรื่องนี้ มีข้อพิเศษและแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งตรงที่ มีนางเอก (กับตัวประกอบเล็กๆ Read More →

กลับมาวาดรูปคอร์สของครูลิงใจดีอีกครั้ง วาดที่ร้านกาแฟร้านเดิมซึ่งตั้งอยู่ในสโมสรกรมทางหลวงค่ะ ร้านกาแฟ highway cafe ช่วงนี้ครูลิงจัดคอร์สสอนวาดรูปที่นี่เป็นประจำค่ะ เพียงแต่ว่าเวลาไม่แน่นอน บางสัปดาห์จัดวันธรรมดา บางสัปดาห์จัดวันเสาร์ – อาทิตย์ ต้องคอยตามข่าวกันรายอาทิตย์อีกที นักเรียนแอบกระซิบถามครูว่าอาทิตย์หน้าสอนอะไร ครูตอบ “ยังไม่ได้คิดเลย” (ฮา) ต้องไปตามข่าวกันเองแล้วล่ะค่ะ ทาง เฟสบุ๊คครู หรือเว็บครู บรรยากาศการวาดค่ะ วาดในร้านกาแฟ วาดไปกินไปได้ด้วย วันนี้เรามาเรียนคอร์ส คัดลอกภาพศิลปินในอดีตกัน ภาพที่ลูกสาวเราเลือกมาวาด เป็นภาพวาดสีน้ำมันในยุคอิมเพรสชันนิสต์ ชื่อภาพ the straw rent” ของ Alfred Sisley ในช่วงแรก ครูสอนให้ร่างภาพก่อนค่ะ สอนถอดสเกลมาจากภาพต้นแบบ ร่างกันไม่นาน มาเน้นกันตอนลงสีน้ำ อธิบายเป็นส่วนๆ เพราะแต่ละคนเลือกภาพไม่เหมือนกัน ในส่วนของแลนสเคป มีท้องฟ้า น้ำ ต้นไม้ และรายละเอียด มีเทคนิคการระบายต่างกันไป จากนั้นต่างคนต่างละเลง มีคุณครูคอยเดินตรวจงานเป็นระยะ รายละเอียดแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็ให้คำแนะนำเป็นรายบุคคลไป เด็กน้อยเริ่มนั่งอู้เพราะเริ่มเบื่อแล้ว ต้องคอยเชียร์ให้เก็บตกรายละเอียดเพิ่มเติม ครูมาช่วยเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ Read More →

เรื่อง เด็กชายลิ้นชัก ผู้แต่ง วันทนีย์ วิบูลกีรติ สำนักพิมพ์ ชมรมเด็ก ราคา 120 บาท เด็กชายลิ้นชัก เป็นวรรณกรรมสำหรับเยาวชนโดยแท้ เพราะเต็มไปด้วยจินตนาการ เริ่มตั้งแต่ตัวละครผู้เปิดเรื่องเลยทีเดียว เรื่องราวของเด็กชายลิ้นชัก เป็นเรื่องราวที่เล่าง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่หลากจินตนาการ เป็นเรื่องราวของเด็กชายที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ใจร้ายคนหนึ่ง ที่คิดค้นหุ่นยนต์ต้นแบบเด็กชายลิ้นชักขึ้นมาเพื่อขายให้เป็นเพื่อนแก่มนุษย์ที่เหงา และไม่มีเพื่อน เด็กชายลิ้นชักมีหน้าที่ช่วยมนุษย์เหล่านั้นเก็บความลับเอาไว้ แต่เขากลับเป็นผู้ที่มีความทุกข์เสียเอง เด็กชายลิ้นชักได้หนีออกมา และพบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เขาได้รู้จักกับเพื่อนและครอบครัวของเด็กหญิง ซึ่งทุกคนต่างร่วมมือกันช่วยเขาให้รอดพ้นจากนักวิทยาศาสตร์คนนั้น หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ลูกสาวขอยืมมาจากห้องสมุดข้างบันได ที่บางแสน โดยที่ลูกสาวเป็นฝ่ายเลือกเอง อ่านแล้วสนุกจึงมาบังคับให้แม่อ่านด้วย ซึ่งหนังสือเล่มนี้ ก็เป็นเหมือนกับเด็กชายลิ้นชักนั่นแหละ คือ ผู้ใหญ่จะไม่สามารถมองเห็นเด็กชายลิ้นชักได้ มีแต่เด็กๆ เท่านั้นที่มองเห็น และหนังสือเล่มนี้ ต้องใช้จินตนาการแบบเด็กๆ เท่านั้น จึงจะอ่านสนุก (เพราะเราอ่านแล้วเฉยๆ มาก แต่ลูกสาวกลับชอบเอาเสียมากๆ) นานมาแล้วเราเคยมีจินตนาการแบบเด็กๆ จวบจนเมื่อเวลาผ่านไป และเราเติบโตขึ้น ทุกครั้งที่เราเติบโต ความเป็นเด็กค่อยๆ หดหายออกไปจากตัวเราทีละน้อย ทีละน้อย รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้จินตนาการไปเสียแล้ว เด็กชายลิ้นชัก Read More →

เรื่อง ตามรักคืนใจ ผู้แต่ง กิ่งฉัตร สำนักพิมพ์ อรุณ (สนพ. ในเครือ สนพ.อมรินทร์) ราคา 250 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 8 เมื่อปีพ.ศ. 2548) เมื่ออ่านตามรักคืนใจต่อจากบ่วงหงส์ ก็อดจะเอาสองเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกันตามความเคยชินไม่ได้ แม้ว่าตามรักคืนใจและบ่วงหงส์ จะเป็นนิยายคนละพล็อตเรื่องกัน แต่ทั้งสองเรื่องนี้ กลับมีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน ทั้งพิมพ์ลภัสและนารา ต่างเป็นหญิงสาวบุคคลิกดี ที่ตกกระไดพลอยโจนให้ต้องมาเป็นคนงานในความรับผิดชอบของพระเอกทั้งคู่ ผิดแต่เพียงพิมพ์ลภัสมาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ส่วนนารามาตามหาความรักและความหลัง เมื่อสองสาวต้องมาทำงานในภาระหน้าที่ที่ไม่ถนัด ทั้งสองต่างก็มีพี่เลี้ยงเป็นรูมเมทร่วมห้องเหมือนๆ กัน เมื่อพิมพ์ลภัสมีกานดา นาราก็มีพังแป้น และนาราก็นิสัยดี มีเสน่ห์แบบเด็กๆ น่ารักมากว่าพิมพ์ลภัสหลายเท่านัก ทำให้เธอไม่ได้มีปัญหากับเพื่อนร่วมห้องก่อนจะญาติดีกันเหมือนพิมพ์ลภัส การเริ่มงานของสองสาวก็คล้ายๆ กัน คือเริ่มต้นด้วยความไม่ได้เรื่องทั้งคู่ หนูนานั้นหนักหนาสาหัสกว่าพิมพ์ลภัสอยู่หลายขุม เพราะพิมพ์แค่เสิร์ฟอาหาร แต่หนูหนาต้องทำงานเช่นเดียวกับคนงานในไร่คนอื่นๆ กว่าที่เธอจะหาที่ทางที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ก็เล่นเอาสะบักสะบอมเอาการ เนื่องจากอุปนิสัยของนางเอกทั้งสองคนแตกต่างกัน อารมณ์ในการอ่านนิยายทั้งสองเรื่องจึงแตกต่างออกไปด้วย เมื่อบ่วงหงส์มีความน้อยเนื้อต่ำใจของนางเอกผสมกับความคลางแคลงใจของพระเอก อ่านไปใจก็หวิวๆ ไป แต่ตามรักคืนใจมีแต่ความชุ่มชื่น ขบขัน และเอาใจช่วยนางเอก คนอ่านดูจะปลอดโปร่งมากกว่าบ่วงหงส์เยอะ (ถ้าจะถามว่าอันไหนสนุกกว่ากัน อันนี้ก็ต้องย้อมถามถึงความซาดิสก์ในใจคนอ่านกันอีกที Read More →