เรื่อง คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทางผู้แต่ง ฟูมิเอะ คนโดผู้แปล กนกวรรณ เกตุชัยมาศสำนักพิมพ์ ซันเดย์ อาฟเตอร์นูนสำนักพิมพ์ในเครือ ไต้ฝุ่นสตูดิโอเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167144689  คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง เล่าเรื่องราวของนาระ เอโกะพนักงานออฟฟิศสาววัยสามสิบ ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่ในห้องพักความโดดเดี่ยวที่ว่านี้ไม่ได้เศร้าหมองเกินไปนักอาจจะกดดันหน่อยๆ จากค่านิยมทางสังคมแต่โดยรวมเธอมีความสุขกับชีวิตโสดดี จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง .. ที่เธอบังเอิญขี่จักรยานผ่านร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลบ้านนักความสุขที่ว่า .. จึงเปิดขยายกว้างออกไปอีกนิด คาเฟ่ลูส เป็นคาเฟ่ขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และนั่งสบายเมนูในร้าน เกิดจากแรงบันดาลใจในการเดินทาง –ของคูซูอิ มาโดกะ เจ้าของร้าน และผู้ดูแลร้านเพียงคนเดียวเมนูในร้านจะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวาระโอกาส และตามฤดูกาลอันเหมาะสม เอโกะตกหลุมรักร้านนี้ตั้งแต่ในครั้งแรกที่เธอมาแล้วเรื่องราวต่างๆ รอบตัวเธอ และเจ้าของคาเฟ่ก็ค่อยๆ ถูกเล่าให้เราฟังทีละเรื่อง ทีละเรื่อง 🙂 ส่วนผสมระหว่างเรื่องเล่าของขนมแปลกๆและเรื่องราวรอบๆ ตัวเอโกะ ผสานเข้ากันลงตัวพอดีเรื่องราวเรื่อยๆ เรียบๆแต่มีเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ แทรกอยู่ตลอดความอบอุ่นของคาเฟ่ ก็ไปกันได้ดีกับความละมุนของโทนเรื่องเป็นหนังสือที่มีรสชาติกลมกล่อมและเชื่อว่าหลายคนที่ได้อ่าน คงอยากจะมีคาเฟ่แบบนี้อยู่ใกล้ๆ บ้านเป็นแน่ แปลกดี ทั้งที่ดำเนินเรื่องเรียบๆ เรื่อยๆ ไม่ได้หวือหวาแต่เรากลับรำพึงกับตัวเองเป็นระยะ ตลอดการอ่านว่า “สนุกจัง” เป็นหนังสือที่มีทัศนคติในแง่บวกมีมุมมองในการมองโลกที่ไม่ทำร้ายใครคนอ่านจะรู้สึกอุ่นและอิ่มในหัวใจ คล้ายได้รับการเยียวยาหนังสือดีๆ ทำให้เรามีความสุขได้จริงๆ Read More →

เรื่อง ดอก รักผู้แต่ง ตินกานต์สำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272102 ดอก รัก เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับความรักจริงๆ ก็เกี่ยวกับดอกไม้หน่อยนึงด้วย ตรงที่ชื่อของพวกเธอ .. ตัวละครหลักในแต่ละเรื่องมีชื่อเป็นดอกไม้ ดอก รัก เล่าเรื่องด้วยภาษาเรียบง่ายเลือกใช้ถ้อยคำน้อย แต่เหมาะเจาะถูกที่ถูกเวลาอ่านได้ลื่นไหล จุดเด่นอยู่ที่จังหวะวิธีเล่าเรื่อง และพล็อต สองเรื่องแรก แววมยุรากับเฟื่องฟ้าให้อารมณ์และความรู้สึกคล้ายๆ กัน คือเจ๋งดี เราชอบที่มอบบทบาทให้ตัวละครอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องนอกขนบ นอกกรอบซ้ำซากละครโบราณชอบการตัดจบ ไม่เวิ่นเว้ออ่านแล้วอิ่ม เรื่องต่อมา พุดพิชญาเรื่องนี้โลกสวยเกินไปสวยหวานเกินภาพจริง แก้วเรื่องนี้มีสีหม่นแต่การที่เรื่องราวไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวละครหลักทำให้เรื่องราวไม่ได้ฟูมฟายมากนักเราชอบวิธีเล่าเรื่องของเรื่องนี้ โดยเฉพาะตอนจบดีงาม และชวนให้จดจำ ดาหลากับเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าภาษาสละสลวยสวยงามพิเศษกว่าเรื่องอื่นและจบได้น่ารักดี 🙂 บัวดึงอารมณ์ร่วมของผู้อ่านออกมาเล่าได้อัดอั้น บีบเค้น สมกับที่มันควรเป็น ราตรีเหงาๆ นิดหน่อย แต่ฟีลกู๊ด ลิลี่ลุ้นนิดๆ กลัวตอนจบเป็นเรื่องที่น่ารัก และทำเราน้ำตาซึมอยู่นะ 🙂 โบตั๋นเป็นผู้หญิงที่มีสติดีจังเลย แต่เราชอบนะไม่ว่ามันจะสมจริงหรือไม่ก็ตามชอบในความมีเหตุผลของตัวละคร โรสแม้จะมีบางเรื่องที่หม่นๆแต่เรื่องนี้เศร้าเลย เป็นเศร้าที่สวยงาม โดยรวมทั้งเล่มเป็นเรื่องรักที่อบอุ่นและฟีลกู๊ดนะแม้จะมีขรุขระบ้างตามจังหวะชีวิตแต่ก็มีแง่มุมให้ยิ้มๆ ได้ทุกเรื่องเป็นหนังสือที่ดีเป็นรวมเรื่องสั้นน้อยเล่มที่เราจะชอบทุกเรื่องค่ะ  

เรื่อง คิมจียอง เกิดปี 82ผู้แต่ง โชนัมจูผู้แปล ตรองสิริ ทองคำใสสำนักพิมพ์ เอิร์นเนส พับลิชชิ่งเลขมาตรฐานหนังสือ 9786167691602 เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางฤดูใบไม้ร่วงปีหนึ่งคิมจียอง มีลักษณะนิสัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดสังเกตเธอมีอาการเลียนแบบพฤติกรรมคนใกล้ตัวอาการที่ว่านี้ค่อยๆ มากขึ้น จนสามีเริ่มไม่สบายใจ ..นั่นคือจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ แล้วชีวิตตั้งแต่แรกเกิดจวบจนปัจจุบันของเธอก็ถูกบอกเล่าผ่านสำนวนของจิตแพทย์คนหนึ่ง ชีวิตของคิมจียองไม่ได้แย่ไปกว่ามาตรฐานของคนเกาหลีเลยเธอเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวชนชั้นกลางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ได้ยากลำบากแต่ทั้งๆ มี่มีชีวิตอยู่ในมาตรฐานของคนเกาหลีนี่แหละตัวตนของเธอยังรู้สึกกดดันมากขนาดนี้ เรื่องราวต่างๆ ที่คิมจียองเคยพบเจอมาตลอดชีวิตเราเองก็เคยเจอ สังคมของไทยกับเกาหลีไม่ต่างกันนักหรอกโดยเฉพาะเรื่องราวแบบนี้ค่านิยมทั้งหลายที่ผูกไว้กับเพศหญิงชีวิตในโรงเรียนหญิงล้วน ชายโรคจิต การคุกคามทางเพศชีวิตการทำงาน (อันนี้ของเกาหลีน่าจะหนักหนากว่าเราอยู่)อิสรภาพที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย ฯลฯ แต่เรากลับรู้สึกเฉยๆ และชินชามาตลอดชีวิตมีปัญหา ก็ปรับตัวและอยู่ไป จนลืมไปแล้วว่ามันคือปัญหาแต่พอผู้เขียนรวบรวมเรื่องราวเล็กน้อยต่างๆ เอามาเรียบเรียงต่อเนื่องกันเราถึงเพิ่งจะรู้สึกว่ามันเหลือจะทนเพิ่งจะรู้สึกว่ามันควรจะอัดอั้นเพิ่งจะรู้สึก ว่าเรารู้สึก .. มองคิมจียองจากมุมเราทำไมชีวิตถึงประกอบไปด้วยความทุกข์ขนาดนี้มันนำเราไปสู่อีกคำถาม .. แท้จริงแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไรทำไมคนเราต้องแบกรับคำคนมากขนาดนี้ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้กลายเป็นคนที่อยู่ในรูปในรอยของสังคมมากขนาดนี้แล้วเราก็ไม่มีความสุข มันออกจะหดหู่ และชักชวนให้เรามองโลกไปด้านเดียวอย่างหนักหน่วงหรือบางที มันอาจจะเป็นความจริงที่เราละเลยมันมาเนิ่นนาน? เราชอบตอนจบ .. มันจุก มันพูดไม่ออกมันย้ำซ้ำความเป็นจริงที่คิมจียองพบเจอมาตลอดทั้งเรื่องความหวังที่พอจะมีอยู่บ้าง ถูกความคิดของคุณหมอตัดจบแบบไม่มีตอนต่อ ถึงค่านิยมของคนเกาหลีจะไม่เปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืนแต่การที่มีหนังสือเล่มนี้ หรือหนังสือแนวนี้เล่มอื่นๆ ทยอยออกมาก็คงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทัศนคติของผู้คนบ้างไม่มากก็น้อยนั่นคือความหวังที่แสนริบหรี่ค่ะ

  เรื่อง ผุดเกิดมาลาร่ำผู้แต่ง อารยา ราษฎร์จำเริญสุขสำนักพิมพ์ มติชนเลขมาตรฐานหนังสือ 9789740216285 เรื่องนี้ทั้งรักทั้งเกลียดทีเดียวเชียวยากจะตัดสินลงไปข้างใดข้างหนึ่ง แรกอ่าน .. สำนวนชวนให้คิดถึงวีรพรแต่เรากลับไม่ชอบ รู้สึกอ่านยากกว่าเปิดหน้าแรกมา มีตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดแต่เราอ่านวนไปวนมาบรรทัดละหลายรอบนึกว่าตัวเองอ่านตกหล่นไป .. ถ้อยคำไม่เป็นธรรมชาติมัวแต่อ่านสะดุดจนลืมรับสารที่ถูกสื่อมาเป็นแรกพบที่ไม่ประทับใจและเราต้องใช้เวลาปรับตัวต่อมาอีกสักหน้าสองหน้า เปลี่ยนวันอ่าน ในวันที่สมาธิดีๆ แล้วเริ่มใหม่สำนวนแบบนี้ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบบังคับตัวเองให้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรมากขึ้นถ้อยคำก็สละสลวยดีขึ้นตามกัน จบร้อยหน้าแรกเราเริ่มหลงใหลสำนวนภาษาที่ขัดหูขัดตาเมื่อคราแรกอ่านภาษาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นการเล่าแบบเนื้อเรื่องครึ่งหนึ่ง ผู้เขียนครึ่งหนึ่งและบางที .. อาจมีผู้อ่านอีกบางเสี้ยวส่วนเรื่องราวที่เป็นดังความหลังของผู้เขียนพาเราย้อนกลับไปยังความหลังของเราวัยเยาว์ การโยกย้าย พ่อและแม่ในทรงจำ ฯลฯความเชื่อมโยงเล็กน้อยค่อยสานต่อเรื่องราวจากอดีตเคลื่อนไปข้างหน้าจากวัยเด็ก .. ล่วงสู่วัยสาว .. สู่ร่วงโรย หลายคาบครานวนิยายถูกแทรกด้วยเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ซ้อนทับโลกจริงเข้ากับจินตนาการบรรเจิดคล้ายชีวประวัติที่ผู้เขียนอยากบันทึกไว้ทั้งหมดหากก็ยังอยากปกปิดบิดพลิ้วบางส่วน สำนวนโดยทั้งเรื่องสลับไปสลับมาไม่สม่ำเสมอภาษาตอนต้นประดิษฐ์เกินไปไม่เป็นธรรมชาติ ต่อเมื่อดำเนินมาถึงกลางเรื่องภาษาเหล่านั้นจึงได้ลดทอนความพิลาศพิไลลงซึ่งมันดูจริงกว่า สัมผัสได้มากกว่าในตอนแรกแต่ภาษาที่ว่านี้ ก็ไม่ได้คงที่แบบนั้นไปตลอดผู้เขียนสลับสำนวนไปมาระหว่างเล่าเรื่องซึ่งเราจับนัยยะสำคัญระหว่างความแตกต่างนี้ไม่ได้ ในแบบอย่างของการเล่าเราเกลียดช่วงเวลาของการทำแท้ง (ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า) ที่สุดผู้เขียนเชื่อมโยงการทำแท้งกับการทำลายล้างภาพจำฝังใจเมื่อวัยเด็กความทุกข์ ความขาดรัก ความโหยหา ความถือดี ฯลฯเหตุการณ์เลวร้ายในบ้านไร้แม่เป็นการเล่าเรื่องที่เราอยากรู้เรื่องหากเมื่อเล่าผนวกไปกับการทำแท้งเราทั้งอยากและไม่อยากอ่านไปพร้อมกัน ในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้เขียนผูกตัวละครเอาไว้กับความตายระหว่างอ่าน เราทดลองสืบค้นทาง youtubeและพบว่าหลายชิ้นงานศิลปะที่ผู้เขียนเล่าถึงเป็นชิ้นงานที่ผู้เขียนสร้างขึ้นจริงซึ่งพอได้ดูแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวมันสร้างความรู้สึกรุนแรงมากกว่าการอ่านเสียอีกมันปะปนไปกับความตกใจว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ .. มันถูกสร้างขึ้นจริง ..จินตนาการจากการอ่านของเราไปไม่ถึงเอาเสียเลย เมื่ออ่านจนจบ เราพบว่าผุดเกิดมาลาร่ำ เป็นหนังสือที่ทำใจรักได้ยากมันมีหลายความรู้สึกปะปน สิ่งที่ชอบสำหรับหนังสือเล่มนี้คือมันทำให้เราหวนคิดถึงวัยเด็กของตนเองด้วยเช่นกันควบขนานไปกับเรื่องราวของผู้เขียนเราทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของตนเองในตลอดห้วงช่วงชีวิต ..อาจมีบางเหตุการณ์สอดคล้องเชื่อมโยงชวนให้นึกถึงและนั้นเป็นส่วนที่ทำให้เราชอบมัน  

เรื่อง ปีแสงผู้แต่ง ดุจดาว วัฒนปกรณ์สำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163272195 ปีแสง เริ่มต้นด้วยจุดด่างพร้อยและรอยร้าวมันเป็นบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยา .. ที่นักจิตวิทยาวิเคราะห์ตนเองมันคืออัตชีวประวัติ ..เป็นชีวประวัติที่ไม่ได้เต็มไปด้วยถ้อยคำสรรเสริญ อวดโอ้มันเป็นชีวประวัติที่มีแต่ความบิดเบี้ยว แหว่งวิ่น เผยบาดแผล เปิดเปลือยปุ่มปมในส่วนลึก หนังสือเล่มนี้ตอกย้ำให้เรารู้ว่าพ่อ แม่ และครู ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่ใช่มนุษย์พ่อ มนุษย์แม่ มนุษย์ครู..ไม่ใช่สายพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อเป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นครูโดยเฉพาะเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความเชื่อ มีค่านิยม มีปม มีกรอบสามารถคิดผิด ตัดสินใจผิด และทำผิดได้เหมือนๆ กับมนุษย์คนอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ก็ต่อเมื่อเราเติบโต มีวุฒิภาวะเพียงพอซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น .. เราก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีปม มีกรอบในจิตใจไม่ต่างกันและบางครั้ง ทั้งที่เรารู้อย่างนั้นแล้วมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะตระหนัก เข้าใจ ให้อภัย หรือยอมรับมันได้   หลายครั้งที่ผู้เขียนเล่าถึงปมวัยเด็กของตนเองปัญหาชีวิตของตนเองผนวกไปกับประสบการณ์การเรียนจิตวิทยาการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาของผู้เขียนกับเรื่องที่เรียนทำให้คนอ่านเองก็รู้สึกเหมือนได้ตรวจสอบจิตใจตัวเองไปด้วย ปีแสง เป็นหนังสืออีกเล่มที่ดึงดูดเราเอาไว้แทบจะตลอดเวลาเป็นอีกเล่มที่เราอ่านแทบจะรวดเดียวจบและเป็นอีกครั้งที่ได้พูดว่า นี่เป็นเล่มแห่งปีสำหรับเรารู้สึกดีจัง ที่ช่วงนี้มีแต่หนังสือดีๆ เข้ามาในชีวิต 🙂  

เรื่อง Lots of Love7,300 วันที่เรารักกันผู้แต่ง ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคงสำนักพิมพ์ อะบุ๊กเลขมาตรฐานหนังสือ 9786163271334 Lots of Love เล่าเรื่องราวประจำวันของคู่ชีวิตที่คนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งส่วนอีกคน .. เคียงข้าง เป็นทุกอย่างในชีวิตความรัก ความเศร้า ความอดทน สูญเสียความอดทน การอยู่รอดความสุขเล็กๆ น้อยๆ กำลังใจ ฯลฯ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเรื่องราวในแต่ละวัน ถ้อยคำสวยงาม ให้อารมณ์พลิ้วไหว อ่อนหวานละเมียดละไม ละเอียดอ่อนทางความคิด และความทรงจำทั้งของหมวย และของอิท ..ซึ่งได้ทิ้งข้อความเอาไว้ผ่านสมุดบันทึก จดหมาย หรือโปสการ์ดและผู้เขียน (หมวย) นำบางส่วนมาเล่าไว้ในเล่มนี้ ตลอดเวลาที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้กราฟของอารมณ์ค่อยๆ ไต่ระดับลงไปอย่างช้าๆเรารู้อยู่แล้วว่าหนังสือเล่มนี้เศร้า แต่ก็ไม่ได้เศร้าตั้งแต่แรกอ่านเราเริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ตามอารมณ์ของผู้เขียนไปอย่างช้าๆและโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจก็สั่นไหว น้ำตาก็ไหลออกมาเงียบๆไม่ใช่เศร้าฟูมฟาย มันเป็นเศร้าที่หน่วงๆ อยู่ในหัวใจ   เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนรักไปได้ดีมากความทรงจำค่อยๆ ถูกทบทวน เรียบเรียง และถ่ายทอดขณะที่ปลอบโยนหัวใจผู้เขียน ก็ได้ปลอบโยนหัวใจผู้อ่านไปด้วยพร้อมกันเป็นกำลังใจที่ดี .. เป็นความอบอุ่น อ่อนโยน ที่เกิดขึ้นในหัวใจขณะอ่านเป็นความดีงามที่ควรค่าแก่การอ่านไม่ว่าเราจะเคยมีประสบการณ์ร่วมหรือไม่ก็ตาม ..  

เรื่อง Paper Cut รักกลายเป็นกระดาษเพลง วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้น ฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์ / ปอ เปรมสำราญ / ภวิล เฟย์ / โบนิตา อาดาสำนักพิมพ์ P.S.เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168166093 Paper Cut เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นประกอบเพลงซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 เพลงเจ้าของเพลงคือคุณเจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธนเรื่องสั้นเอง ก็มีด้วยกัน 4 เรื่องเช่นกันถูกเขียนขึ้นจากนักเขียน 4 คน แต่เล่มที่เราซื้อเป็นแบบที่ไม่ทีแผ่นซีดีมาด้วยทำให้อรรถรสที่ควรเต็มปรี่ พร่องไปส่วนหนึ่งอดฟังว่าเพลงแต่ละเพลงที่ประกบคู่เข้ากันกับแต่ละเรื่องสั้นนั้นร้องอย่างไรเหลือเพียงเนื้อเพลงให้อ่าน กับส่วนที่เป็นเรื่องสั้นเท่านั้น เรื่องสั้นทั้งหมดว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ความรัก ความเลิกรัก ความสุข และความเคยสุข ฯลฯของผู้คนวัยหนุ่มสาว เนื้อหาโดยรวมไปในทางหม่น หน่วงซึ่งคงจะไปกันได้ดีกับอารมณ์เพลงของคุณเจี๊ยบ วรรธนา เรื่องแรก : หากดวงจันทร์ที่คุณรู้จักไม่มีอยู่จริงโดย : ฉัตรรวี เสนธนิลศักดิ์เพลง : CMYK Mojitoเล่าเรื่องความรักได้ลึกลับ แฟนตาซี และโรแมนติก เรื่องสั้นเรื่องที่สอง : Monsoonโดย Read More →

เรื่อง Kashmir If You Canผู้แต่ง แพร ฉัตรพรสำนักพิมพ์ บันในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162981845 / 915.4 ตอนที่แพรออกหนังสือเล่มนี้ เราตื่นเต้นและดีใจมากเพราะเคยติดตามรีวิวการท่องเที่ยวในแบบฉบับของเธอมาก่อนหน้าแล้ว เราเองก็เป็นคนที่ชอบจดบันทึกเหมือนกันติดอยู่ตรงที่ไม่มีฝีมือวาดรูปจึงได้แต่ติดตามและชื่นชมผลงานของเธอมาเรื่อยๆแอบ save รูปไว้เป็นแรงบันดาลใจก็หลายหน และแล้ว เมื่อผลงานที่ชื่นชอบกลายมาเป็นหนังสือเราจึงได้แต่กรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจนั่นแหละ เป็นเหตุผลที่เราซื้อหนังสือเล่มนี้ Kashmir If You Can เป็นบันทึกการเดินทางในรูปแบบที่ว่าคือเป็นสมุดบันทึกเล่มน้อย ที่เก็บสะสมภาพถ่าย ภาพวาด ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆ กลีบดอกไม้ใบหญ้าซองขนม เรื่องราว และความทรงจำ ฯลฯ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเสมอมาหยิบมาอ่าน หรือแม้เพียงแค่เปิดดูหัวใจก็จะซู่ซ่า เลือดก็จะสูบฉีด ..อยากออกเดินทาง และอยากจดบันทึก ..และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้บันดาลให้เกิดขึ้นกับเราค่ะ 🙂

เรื่อง เกาหลีใต้ ที่เห็นและไปอยู่HOME AWAY FROM HOMEผู้แต่ง ปิยฤทธิ์ ปัญจธรรมวิทย์สำนักพิมพ์ แซลมอนในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162984990 / 895.914 เกาหลีใต้ ที่เห็นและไปอยู่ เป็นหนังสือบอกเล่าความผูกพันระหว่างผู้เขียนกับผู้คน บ้าน และประเทศเกาหลี เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นจากคนธรรมดาๆ ที่ใช้ชีวิตไปวันๆจับพลัดจับผลูให้ไปรู้จักโฮสเทลแห่งหนึ่ง .. และเขาก็เริ่มตกหลุมรักมันโฮสเทลใกล้บ้าน ที่เป็นเหมือนขุมพลังงานที่ผู้เขียนรับมา ขับเคลื่อนชีวิต และเสริมสร้างประสบการณ์อันกลายเป็นพลังงานแหล่งใหม่ ส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังคนอ่าน ผู้คนในโฮสเทลได้บ่มเพาะความกล้าเล็กๆ ให้แซงหน้าความกลัวแล้วเรื่องราวต่อจากนั้น ก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ใช่แล้วค่ะ ผู้เขียนตัดสินใจออกเดินทางในที่สุดเขาเลือกที่จะไปประเทศเกาหลีที่สำคัญคือ .. หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เล่าถึงการเดินทางไปเกาหลีในรอบเดียวเราเหวอมาก ที่อ่านไปได้ไม่กี่บท เล่าถึงเกาหลีไปได้ไม่เท่าไรผู้เขียนก็นั่งเครื่องบินกลับบ้านเสียแล้ว .. อ้าว! แล้วที่เหลืออีกเกินครึ่งเล่มเล่า!!มาเข้าใจก็ต่อเมื่อเปิดหน้าถัดไป ..อ้อ .. นี่มันแค่อินโทร!! ระหว่างเล่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเองและผองเพื่อนที่เกาหลีผู้เขียนจะสอดแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของประเทศเกาหลีเอาไว้เป็นระยะๆเราเพิ่งรู้ว่าเด็กมัธยมปลายของเขาต้องเรียนหนักมาก (แบบมากๆๆๆ)นอกจากนี้ วิธีฟื้นตัวและสร้างตัวหลังสงครามโลกครั้งหลังสุดก็แทบจะเป็นภาพเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น แม้โดยตลอดทั้งเล่ม จะมี mood and tone ไปในทางสนุกสนานเฮฮาเที่ยว (จริงๆ คือการใช้ชีวิต) ในเกาหลีอย่างไม่มีแผนผ่านแต่ละวันไปวันๆ พบปะสังสรรค์กับเพื่อน Read More →

เรื่อง MY BEST FRIEND IS MEผู้แต่ง พวงสร้อย อักษรสว่างสำนักพิมพ์ แซลมอนในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ จำกัดเลขมาตรฐานหนังสือ 9786162982972 / 895.914 แปลกดี หนังสือบางเล่มที่คิดว่าจะอ่านจบได้ในไม่นานกลับใช้เวลาเสียเนิ่นนานแต่กับหนังสือบางเล่ม ที่คิดว่าคงจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกลับอ่านมันจบในรวดเดียว MY BEST FRIEND IS ME มีรูปลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนชัดเจนตัวเล่มและภาพประกอบให้ความรู้สึกทึมๆ แบบเยอรมันบทตอนเล่าประสบการณ์การไปเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมันรูปแบบคล้ายสมุดบันทึก เป็นการคุยกับตัวเองสำนวนห้วนกระชับ เหมือน status ใน facebookแต่พอเราเริ่มชินกับภาษาห้วนๆ นั้นแล้วก็รู้สึกว่ามีความน่ารักซ่อนอยู่เหมือนกันห่างเหินนิดๆ เป็นมิตรหน่อยๆ การเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้สวยหรูดูดีแบบภาพฝันโดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาที่สามนอกเหนือไปจากภาษาแม่และภาษาอังกฤษผู้เขียนถ่ายทอดความโหดหินได้ชวนท้อในขณะเดียวกัน .. เราก็เอาใจช่วยให้เธอผ่านพ้นวิกฤตการศึกษาไปให้ได้นอกจากนี้ สังคมและเพื่อนพ้อง ก็มีความวิกฤตไม่น้อยไปกว่ากันเรารู้สึกได้ถึงความแปลกแยก ไม่เข้าพวก .. ความเหงาแทรกซึมอยู่จางๆ ระหว่างบรรทัด สำหรับ MY BEST FRIEND IS ME ปกนี้ เป็นการพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่สองโดยส่วนตัว เราว่าเราชอบปกใหม่มากกว่าปกแรกเยอะเลย.. แรกเห็นเราคิดแค่นั้น ..ต่อเมื่อได้อ่านจนจบจึงได้เข้าใจว่ากุหลาบดอกนี้คือความงดงาม และความเข้มแข็ง อดทนท่ามกลางความทึมเทาของเยอรมันท่ามกลางความยากลำบากในต่างแดนดอกกุหลาบดอกนี้พยายามฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อผ่านพ้นและยังคงความสวยงามอยู่อย่างนั้น อ่านหนังสือแบบนี้ .. เหมือนได้คุยกับตัวเองเหมือนกันนะ ปล. เล่มนี้สำนักพิมพ์แซลมอนให้มาอ่านขอบคุณมากๆ Read More →