นิตยสารกุลสตรี เป็นนิตยสารฉบับแรกๆ ที่เปิดรับจองในราคา 199 บาทค่ะ และก็เป็นฉบับแรกๆ ที่ส่งมาถึงมือเรา มาทราบหลังจากได้รับแล้วว่าเป็นฉบับพิเศษล้วนๆ ไม่มีคอลัมน์ประจำ เป็นฉบับที่มีเพียงเรื่องราวของพระองค์ท่านทั้งฉบับ แต่หลังจากเปิดอ่านคร่าวๆ แล้ว โดยส่วนตัวรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยค่ะ ข้อแรกคือนิตยสารบางกว่าที่คิดมาก แต่ก็อนุโลมได้ว่าไม่มีโฆษณาเลย พระบรมฉายาลักษณ์มีมากจริง แต่เป็นการนำมาจัดเรียงกันไปเฉยๆ เหมือนบอร์ดโรงเรียน ไม่มีการจัดวางหรือใส่กรอบพิเศษใดๆ ภาพไม่ชัดและเป็นภาพที่ล้วนแต่เคยเห็นมาแล้วทั้งสิ้น ภาพปกหลอกเรามาก ทำให้เราคาดหวังว่าภายในเล่มจะมีภาพกราฟฟิกสวยๆ เหมือนภาพปก แต่ไม่มีเลย เนื้อหาในเล่มค่อนข้างน้อยค่ะ เนื้อหาส่วนมากในเล่ม คือการอัญเชิญพระราชดำรัสบางวรรคตอนมาแทรกไว้ โดยพระราชดำรัสและพระบรมฉายาลักษณ์ประกอบก็ไม่เกี่ยวเนื่องกัน แทบจะไม่มีบทความเขียนใหม่เลย มีเนื้อหาอีกบางส่วนเหมือนกัน ที่เฉพาะเจาะจงกับเนื้อหา แทรกอยู่ในช่วงท้ายๆ เล่มนิดหน่อย ดูฉาบฉวย สรุปแล้ว ในราคา 199 บาท ถือว่าผิดหวังค่ะ

นิตยสาร Hello เป็นอีกฉบับที่เราเลือกซื้อในช่วงนี้ เพื่อเก็บสะสมค่ะ นิตยสาร Hello มีเอกลักษณ์ที่ต่างไปจากนิตยสารฉบับพิเศษเล่มอื่นๆ ตรงที่มีข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ พระราชไมตรีระหว่างพระราชวงศ์จากนานาประเทศ และมีพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาดูยาก ไม่ค่อยซ้ำกับเล่มไหนค่ะ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับสุดท้าย

หนังสือภาพยนตร์บันเทิง เป็นนิตยสารแบบที่เราไม่เคยซื้อมาก่อนเลย เคยเห็นบางตามร้านทำผม เคยเปิดอ่านเปิดดูอยู่บ้าง ไม่บ่อย แต่วันนี้มีโอกาสไปร้านหนังสือ และได้เปิดดูนิตยสารที่มีอยู่มากมายบนชั้น นิตยสารฉบับนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเล่มที่เราเลือกซื้อมาเก็บไว้ค่ะ ในฉบับนี้ ผู้จัดทำได้ตั้งใจให้เกือบทั้งฉบับเป็นเรื่องราวของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายความอาลัยแด่พระองค์ เปิดอ่านแต่ละหน้า แต่ละคอลัมน์ เห็นถึงความตั้งใจของผู้จัดทำจริงๆ ค่ะ ยังเป็นคอนเซ็ปต์บันเทิง .. บทความเกี่ยวกับละครตามแนวพระราชดำริค่ะ เปิดอ่านไปทีละหน้า เริ่มสะกิดใจคุ้นๆ .. ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับที่ 1941 ฉบับนี้ เป็นฉบับก่อนสุดท้าย และในฉบับที่ 1942 (ฉบับปักษ์หลัง เดือนพฤศจิกายน) จะเป็นฉบับสุดท้าย ปิดตัวลงไปอีกหนึ่งฉบับ สำหรับนิตยสารไทยค่ะ

คิดทบทวนอยู่หลายรอบค่ะ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะใช้บล็อกเพื่อรีวิวนิตยสารมาก่อน แต่นิตยสารในช่วงนี้หลายเล่ม น่าจดจำ น่าเก็บสะสม และน่าบันทึกเรื่องราว เพื่อสำหรับเมื่อเวลาผ่านไป จะได้ย้อนกลับมารำลึกถึงความรัก ที่คนทำหนังสือ ร่วมหัวใจกันแสดงความรักความอาลัย ถวายแด่ในหลวงผู้เป็นที่รักของเราทุกคน ขอเริ่มต้นที่ขายหัวเราะเป็นเล่มแรกค่ะ ขายหัวเราะ เป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่ม ที่เราไม่คิดว่าจะทำฉบับพิเศษนี้ออกมาค่ะ เป็นเพราะเรามองภาพขายหัวเราะเป็นหนังสือการ์ตูนขำขัน ไม่เคยมองในอีกแง่เลยว่า แท้ที่จริงการ์ตูนก็มีด้านอื่นด้วยเหมือนกัน   บทบรรณาธิการค่ะ ขายหัวเราะ ฉบับรอยยิ้มของพระราชาฉบับนี้ เป็นหนังสือรวบรวมความรัก และความจงรักภักดี ของนักวาดการ์ตูนหลายคนจากหลายสำนัก ส่งผ่านความรักความเทิดทูนนั้นมากันคนละหนึ่งแก๊ก เราอ่านผ่านไปทีละหน้า ทีละหน้า ความรู้สึกก็ยิ่งทบทวีขึ้นทุกที การ์ตูนจาก ‘ขายหัวเราะ’ จึงทำให้เรายิ้มไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย ไม่สมกันเป็นขายหัวเราะเอาซะเลย T—T การ์ตูนนี่แหละ เรียบง่าย ซื่อตรง และทำให้เราเข้าถึงความรู้สึกข้างในมากที่สุด ขายหัวเราะ อยู่คู่คนไทยมาตลอด ในทุกช่วงเวลาจริงๆ ค่ะ    

ผิดคอนเซ็ปต์ “อ่านแล้วเล่า” ไปนิดหน่อย เนื่องจากหนังสือที่จะเอามาแนะนำกันวันนี้ เรายังไม่ได้อ่านค่ะ ^^” ได้ยินทีม aday พูดถึง human ride มาระยะนึงแล้ว แต่ด้วยความที่อ่านผ่านๆ ทำให้เข้าใจไปเองว่าจะเป็นแค่ธีมใหม่ในนิตยสาร aday สักเดือนนึง (ประมาณว่าเป็นภาคต่อของรอบที่แล้ว) จนกระทั่งหนังสือออกมาวางแผงแล้ว และเราเห็นแล้ว (ณ 7-11 ใกล้บ้านท่าน) ก็ยังไม่เอะใจ เพราะรูปเล่มเหมือน aday เป๊ะเลย มาเอะใจตอนกลับมาเห็นอีกทีใน facebook ถึงได้รู้ว่า เฮ้ย!! นี่มันนิตยสารใหม่เลยนี่นา!! และแล้ว สิ่งที่ได้ติดมือมาจาก 7 – 11 ในเวลาต่อมา (พร้อมแสตมป์ 7-11 อีก 2 ดวง เพราะหนังสือมีราคา 100 บาทถ้วน ;P) human ride นิตยสารใหม่จากค่าย aday ค่ะ (แต่ไม่ได้ออกทุกเดือนนะ 4 เดือนออก 1 Read More →