46-2 โลกสุดขอบฟ้า

เรื่อง โลกสุดขอบฟ้า
ผู้แต่ง หลุยส์ เซปุล์เบดา
ผู้แปล สถาพร ทิพยศักดิ์
สำนักพิมพ์ ผีเสื้อ
ราคา 169.50 บาท

เรื่องราวใน โลกสุดขอบฟ้า เกิดขึ้น ณ หมู่เกาะน้อยใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศชิลี
มันเป็นงานเขียนเชิงสารคดีมากกว่าจะเป็นนวนิยาย .. ถ้าเพียงแต่มันจะเป็นเรื่องจริง?
เนื้อหาโจมตีญี่ปุ่นในด้านการทำลายสิ่งแวดล้อม ..
ซึ่งถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ก็เป็นการกล่าวหาอย่างหนักหน่วง
แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย ..

46-4 โลกสุดขอบฟ้า

เด็กหนุ่มอายุสิบหกปลายๆ ใช้ช่วงเวลาวันหยุดฤดูร้อนของเขาออกเดินทางไปกับเรือเดินสมุทร
จากซันติอาโกไปยังปุนต้า อาเรนาส
โดยเขาได้รับการฝากฝังให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยพ่อครัว
ในระหว่างที่เรือกำลังจอดพักอยู่ที่ปุนต้า อาเรนาส
เขาก็ออกเดินทางอีกครั้ง ไปกับเรือล่าวาฬ
จากปูเอร์โต นูเอโบ้ เพื่อไปยังบ้านของฝูงวาฬ

ผู้เขียนอ้างถึงนักเขียนชื่อดังหลายคน และหนังสือวรรณกรรมคลาสสิคอีกหลายเล่ม
เขาอ้างอิงถึงโมบี้ดิค ว่าเป็นแรงบันดาลใจของเด็กหนุ่ม
ฟังคำบรรยายแล้วโมบี้ดิคก็เริ่มเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเราด้วย
รู้สึกอย่างอ่านนวนิยายชื่อดังเรื่องนี้ขึ้นมาติดหมัด

การเดินทางไปกับเรือล่าวาฬครั้งนั้น ได้สร้างความทรงจำบางอย่างแก่เขา
และมันได้ดึงดูดให้เขาหวนกลับมาอีกครั้ง .. เมื่อยี่สิบปีให้หลัง

เขาเติบโตขึ้นเป็นนักข่าวอิสระ ทำข่าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง
การกลับมาอีกครั้ง กลับมาเพื่อเยียวยาความทรงจำ และเพื่อหาความจริงบางอย่าง
การลักลอบล่าวาฬด้วยเรือเถื่อนและวิธีที่แยบยลที่สุด

แม้จะเริ่มต้นด้วยประสบการณ์บนเรือล่าวาฬของเด็กหนุ่ม
แต่เนื้อหาโดยรวมของหนังสือเล่มนี้ต่อต้านการล่าวาฬอย่างชัดเจน
หนังสือเล่มนี้มีเจตนารมณ์ไปในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม .. โดยเฉพาะทางทะเล
ซึ่งย้ำแนวคิดของผู้เขียนจากที่เราเคยอ่านมาแล้วใน นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน

ในตอนจบของเรื่อง ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึง ..
การรวมพลังกันลุกขึ้นสู้ของธรรมชาติแบบเป็นรูปธรรม
แม้จะดูเหนือจริงไปหน่อย แต่หลายสิ่งเกินเชื่อในธรรมชาติก็เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้ว

46-1 โลกสุดขอบฟ้า

หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับเด็กเริ่มอ่านนะคะ
เราเดาว่า นอกจากเนื้อหาจะค่อนข้างน่าหวาดเสียวในฉากล่าวาฬแล้ว
เนื้อเรื่องยังมีคำศัพท์ ชื่อเมือง ชื่อเฉพาะมากมาย เด็กๆ จะพาลเบื่อเสียหมดค่ะ

46-3 โลกสุดขอบฟ้า

นอกเรื่องสักนิดค่ะ
หนังสือสองเล่มที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน .. ที่เราบังเอิญหยิบมาอ่านต่อกัน ..
เพียงเพราะโทนสีที่เข้ากันของหน้าปก .. ทะเลสาบ และโลกสุดขอบฟ้า ..
กล่าวถึงประสบการณ์อย่างหนึ่งด้วยอารมณ์อย่างเดียวกัน ..
การกลับไปเยือนถิ่นเก่า ..
ตัวละครจากทั้งสองเล่มมีความประหวั่นพรั่นพรึงในการเดินทางย้อนสู่อดีต ..
ในวันเยาว์ และเติบโตขึ้นอีกนิด เราโหยหาการกลับไปยังบ้านหลังเก่า
แต่เมื่อเติบโต สั่งสมความคาดหวัง ความผิดพลาดและผิดหวังเพิ่มพูน ..
การกลับไปยังบ้านหลังเก่าอีกครั้งกลายเป็นความหวาดกลัวลึกๆ ในจิตใจ?
ส่วนนี้ไม่ใช่ส่วนหลักของเนื้อเรื่อง .. แต่มันย้ำซ้ำๆ เหมือนเตือนให้ฉุกคิดถึงบางเรื่องจริง?

โลกสุดขอบฟ้า เป็นหนังสือเล่มเล็กนิดเดียว
หนาเพียงร้อยกว่าหน้า แต่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวมากมาย
ทั้งการผจญภัยทางทะเล ขบวนการการอนุรักษ์วาฬ
และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เทียบทำนองการล่าอาณานิคม
เป็นหนังสือที่อ่านจบแล้วให้ความรู้สึกอัดอั้น ตื้อๆ อึนๆ อยู่ในหัวใจค่ะ

Comments are closed.

Post Navigation