เรื่อง เอส คำสาปกลายพันธุ์
ภาคต่อของ ริง คำสาปมรณะ
ผู้แต่ง ซุสุกิ โคจิ
ผู้แปล พัชราพร แก้วกฤษฎางค์
สำนักพิมพ์ Talent 1
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786167757278

ขออนุญาตบอกกล่าวกันเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยค่ะ
เป็นอีกครั้งที่การรีวิวนิยายเซ็ตเดอะริงจำเป็นต้องสปอยล์แหลกราญ
เพราะเนื้อเรื่องซับซ้อน และเกี่ยวพันไปยังภาคแรกๆ
การเปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง จึงมีทั้งเนื้อหาในเล่มแรกๆ
และในเล่มนี้บางส่วน (ซึ่งก็ไม่น้อยเหมือนกัน) ..
และเช่นเคยค่ะ ไม่บอกตอนจบนะ

แนะนำจากใจ .. ถ้าอยากอ่านเล่มนี้ อย่าเพิ่งอ่านรีวิวเลยค่ะ
ให้กลับไปอ่านเซ็ตเดอะริงก่อนนี้ 4 เล่มแทน
หรือจะอ่านย่อๆ จากรีวิวเก่าๆ เราก็ได้
ริง สไปรัล ลูป เบิร์ธเดย์
จะได้อรรถรสอย่างเมามันส์ทีเดียว
แต่ถ้าอยากรู้เรื่องย่ออย่างเดียว ไม่อยากอ่านเล่มเต็ม
อันนี้ย่อให้ค่อนข้างละเอียดเลยค่ะ 🙂

เอส คำสาปกลายพันธุ์ เปิดเรื่องได้ระทึกใจเราตั้งแต่เริ่มต้น
ระทึก .. แม้ฉากบอกเล่าธรรมดาๆ
อย่างการแขวนคอนักโทษในตอนต้นเรื่อง (และตอนอื่นๆ อีกตลอดเรื่อง)
สร้างอารมณ์ร่วมให้เราจดจ่อ เอาใจช่วยให้เหตุการณ์ผ่านไปตามครรลองที่เตรียมไว้
ลุ้นไม่ให้เกิดอะไรมาขัดขึ้นระหว่างกลาง .. (กลัวซะดะโกะตุ้งแช่ค่ะ 555)
จังหวะการเล่าและการใช้คำดีมาก
เก่งทั้งคนเขียนคนแปลเลยค่ะ

นักโทษ คาชิวาดะ เซจิ
ก่อคดีลักพาเด็กหญิงสี่คน มากระทำการบางอย่าง และฆาตกรรม
เรียกได้ว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องนี่แหละ
ซึ่งการกระทำของเขาสร้างความเกลียดชังให้กับสังคมโดยรวมเป็นอย่างมาก
เขาถูกจับ ผ่านขั้นตอนกระบวนการทั้งหลายที่ถูกเร่งรัด .. รวบรัด
และถูกตัดสินประหารชีวิตในที่สุด
การประหารชีวิต เกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 10.04 น.
ภาพการประหารชีวิต ถูกบันทึกภาพเอาไว้ด้วยกล้องวงจรปิดของเรือนจำ

ตัวอักษรตัวสุดท้าย ที่นักโทษ คาชิวาดะ เซจิ เขียนก่อนการถูกประหาร คือ ‘เอส’
เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษเพียงตัวเดียว ที่ไร้คำอธิบาย . .

หลังจากเหตุการณ์นั้น ได้มีคลิปการฆ่าตัวตายของชายวัย 40
ถูกเผยแพร่ออกมาทางอินเตอร์เน็ต
คลิปวีดีโอที่ว่า ไม่ได้ถ่ายติดใบหน้าของชายคนนั้น
ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร ไม่มีคำยืนยันว่าเป็นของจริง และไม่มีการพบศพ
ข่าวลือนี้ ถูกเผยแพร่อยู่ไม่นานก็เงียบหายไป
รวมไปถึงคลิปเหล่านั้นก็หายไปด้วย เหลือหลุดรอดมาเพียงหนึ่งเดียว
ซึ่งถูกบันทึกอยู่ในยูเอสบีเพียงอันเดียว
ยูเอสบีที่โยเนดะ เจ้านายของทาคาโนริ –
ได้รับมาจากซากาตะ คิโยมิ อดีตนักแสดงเปี่ยมเสน่ห์

โยเนดะ มอบหมายให้ทาคาโนริค้นคว้าเกี่ยวกับวีดีโอนี้
เผื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำเป็นรายการโทรทัศน์

อันโด ทาคาโนริ เป็นชายหนุ่มลูกคุณหนูวัยยี่สิบกว่าๆ
เขาเป็นลูกชายของผู้อำนวยการโรงพยาบาล
อันโด มิจิโอะ และอันโด เรียวโกะ ภรรยา
เป็นลูกที่พ่อแม่ตามใจ ประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดี
เขาเติบโตขึ้นมาอย่างสมถะ เลือกทางชีวิตตนเองได้ตามใจชอบ
ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องเรียนหมอเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว
เขาเลือกที่จะเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก
และทำงานในสตูดิโอออซ บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิกขนาดเล็กของโยเนดะ

มารุยามะ อาคาเนะ เป็นคู่รักของทาคาโนริ
เธอเป็นเด็กกำพร้า แม่ของเธอเสียชีวิตตอนที่เธออายุสามขวบ
ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ
เติบโตขึ้นมาในบ้านอุปถัมภ์ที่ชื่อว่าบ้านสานรัก
มีอันโด มิจิโอะ พ่อของทาคาโนริเป็นผู้ก่อตั้ง
เธอเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ เท่าที่เด็กกำพร้าคนหนึ่งจะมีได้
แต่ก็ยังติดนิสัยขี้กลัว ขี้วิตกกังวล
เธอมองเห็นภาพหลอนของแม่ที่ตายไปแล้ว
และเคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทเมื่อตอนยังเด็ก
ปัจจุบันเป็นครูโรงเรียนมัธยม
บัดนี้ เธอได้ตั้งครรภ์ลูกของทาคาโนริ
และกำลังจะจดทะเบียนสมรสกับเขา

ทาคาโนริได้ดูภาพในคลิปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาสืบหารายละเอียดปลีกย่อยจากในคลิป
จนสามารถระบุสถานที่ที่ถ่ายคลิปนี้ได้
มันเป็นห้องหมายเลข 303 ในแมนชันชินางาวะวิวไฮต์ (คุ้นๆ มั๊ย?)
ชายที่อาศัยอยู่ในแมนชันห้องนี้ มีชื่อว่า นิอิมุระ ฮิโรยูกิ

ระหว่างที่ทาคาโนริค้นคว้าเกี่ยวกับคลิปวีดีโอประหลาดนั้น เขาพบว่า
ทุกครั้งที่ก็อปปีคลิป รายละเอียดในคลิปจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ใบหน้าของชายปริศนา ค่อยๆ เผยออกมาให้เห็น
อาคาเนะ ซึ่งมีโอกาสได้ดูคลิปโดยบังเอิญพร้อมๆ กับทาคาโนริ
ยืนยันว่า ใบหน้าชายในคลิป
คือคนเดียวกันกับฆาตกรที่ถูกประหารชีวิตไปเมื่อเดือนก่อนนั่นเอง
ความลับอีกอย่างหนึ่งที่ถูกเฉลยออกมาคือ
เหยื่อที่ถูกคาชิวาดะ เซจิ จับไปนั้น ไม่ได้มีเพียงสี่คน
แต่คนที่ห้า เหยื่อรายสุดท้ายที่คาชิวาดะฆาตกรรมไม่สำเร็จ คืออาคาเนะนี่เอง
เธอเติบโตขึ้นมาโดยมีความทรงจำอันเลวร้ายนั้นหลับลึกซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึก
ส่วนที่ปรากฏ กลายเป็นเพียงความทรงจำกระท่อนกระแท่น ไม่ชัดเจน

เหตุการณ์นั้นผ่านมานานราวสิบปี
เขาถูกจับ และถูกตัดสินประหารชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนก่อน
(กระบวนการตัดสินคงใช้เวลาเกือบสิบปี?)
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคลิปการฆ่าตัวตายของเขาซ้ำอีกครั้ง?

เมื่อปริศนาเดินทางมาถึงทางตัน ทาคาโนริเริ่มหาตัวช่วย
ซึ่งในที่นี้คือ คิฮาระ ทสึโยชิ นักเขียนหนังสือเชิงสารคดี ผู้มีอายุ 62 ปี
เขาเป็นคนที่เขียนสารคดีเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องของคาชิวาดะ
คิฮาระใช้ความอาวุโสช่วยสืบเรื่องนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น
พวกเขาพบว่า เหยื่อทั้ง 4 คน (รวมคนที่ 5 คืออาคาเนะด้วย) มีหน้าตาที่คล้ายกัน
มีอายุไล่เลี่ยกัน เป็นเด็กที่เกิดจากแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือเป็นเด็กกำพร้าเหมือนๆ กัน
และนอกจากนี้ การฆาตกรรมครั้งนี้ –
เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในหนังสือเรื่อง ริง คำสาปมรณะ ด้วย!!

ทั้งทาคาโนริ และอาคาเนะ ขับเคลื่อนชีวิตของตนเองไป
โดยที่รู้สึกเหมือนกับมีใครบางคนบงการชะตาชีวิตของพวกเขาอยู่
ตัวละครอาจจะไม่ได้ฉุกคิดสักเท่าไร
แต่คนอ่านรู้สึกได้อย่างชัดเจน
คนทั้งสอง ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ
ความรักเป็นไปด้วยดีมาตลอด แม้จะเป็นรักต่างชนชั้นสุดขั้ว
แต่พ่อและแม่ของฝ่ายชายก็ไม่ได้กีดกัน

เนื้อเรื่องสำคัญบอกกับเราว่า
การปฏิสนธิที่เกิดขึ้นในท้องของอาคาเนะนั้น ถูกกำหนดโดยใครบางคน
(เวลาที่คาชิวาดะถูกประหารชีวิต เป็นเวลาเดียวกันกับที่ลูกในท้องของอาคาเนะปฏิสนธิ)
สถานที่ที่ทั้งสองเดินทางไป (โดยระบบการนำทางอัตโนมัติผิดพลาด)
ก่อนเกิดการปฏิสนธิ คือสถานที่เดียวกันกับที่ –
ตัวละครวัยรุ่น 4 คน จากเรื่องเดอะริง ดูวีดีโอตอนเปิดเรื่อง
(ซึ่งก็คือที่ วิลลาล็อกเคบิน มินามิฮาโกเนแปซิฟิกแลนด์)
ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่ว่างเปล่า เหลือเพียงบ่อน้ำของซะดะโกะตั้งอยู่ >,<

เวลาผ่านมานานถึง 25 ปีแล้ว
ซะดะโกะยังไม่สามารถแพร่พันธุ์ไวรัสที่ว่าได้อย่างที่ตั้งใจอีกหรือ?
ต้องมาลำบากหาเหยื่อรายใหม่ตั้งท้องให้อีก
เป็นผียุคดิจิตอลนี่ก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิดแฮะ

นอกจากที่เกริ่นยาวๆ มานี้ เอส คำสาปกลายพันธุ์
ยังมีปมเล็กปมน้อยยิบย่อยอีกเต็มไปหมด
อย่างเช่น ทาคาโนริในวัย 2 – 3 ขวบนั้น
เคยตายไปราว 2 ปี และกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!?

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สังคมส่วนใหญ่รับรู้มาโดยตลอดนั้น
มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

ทาคายามะ ริวจิ ตัวละครที่ฉลาดที่สุดในเซ็ตนี้แล้ว (มั๊ง)
ก็กลับมามีบทบาทในเล่มนี้อีก
แม้จะโผล่มานิดเดียว แต่ก็เป็นฉากสำคัญ

อาซาคาวา คสึยูกิ ตัวละครหลักจากเดอะริง
(ซึ่งตายไปแล้วในตอนจบเรื่องนั่น)
ได้ถูกกล่าวขวัญถึงอีกครั้งในเล่มนี้
ในฐานะของคนเขียนหนังสือเรื่อง ‘ริง คำสาปมรณะ’
อันเป็นเบาะแสสำคัญของเหตุการณ์ปริศนาในเล่มนี้

และปิดท้ายด้วย ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของตัวละครต่างๆ
ที่เปิดเผยออกมาในตอนจบ
อ้อ แล้วก็เฉลยปมเรื่องของไวรัสเอสตามชื่อเรื่องด้วย

ในช่วงครึ่งเล่มหลัง ผู้เขียนได้สปอยล์เดอะริงภาคแรกอย่างหมดเปลือก
เรียกว่าถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็แทบจะไม่ต้องอ่านแล้วกันเลยทีเดียว
ถ้าถามความเห็นเรา เราว่าน่าจะอ่านเรียงมาตั้งแต่เล่มแรกเลยน่าจะสนุกกว่า
จะว่าไป หนังสือก็ยังพอหาได้
ตามร้านหนังสือมือสองมีมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ
แต่ถ้ารอไม่ไหวจริงๆ ก็ยอมโดนสปอยล์เสียในเล่มนี้ซะเถิด (เอย)

เอส คำสาปกลายพันธุ์ เป็นหนังสือที่ต้องอ่านโดยใช้พลังสมองสูงมาก
และการนำมาเล่าต่อก็ยังต้องใช้พลังสมองสูงเช่นกัน (ยังมึนอยู่เลย)
ตัวละครมีความเชื่อมโยงกันเป็นร่างแห
แถมแต่ละตัวก็มีชื่อคล้ายๆ กันก็มี
เหตุการณ์ต่างๆ ก็มีจุดเชื่อมโยง หรือมีเบาะแสให้คาดเดาผลที่จะเกิดขึ้น
ไม่ควรอ่านๆ หยุดๆ หลายๆ วัน
ควรจะอ่านรวดเดียวไปเลย
เพราะมันจะลืมรายละเอียดเหตุการณ์ ทำให้ความทรงจำตกหล่น
ต้องมานั่งรื้อฟื้นกันใหม่
อันที่จริง ตัวละครเก่าๆ ที่เคยปรากฏตัวในเล่มก่อนๆ
ก็มารวมตัวกันอยู่ในเล่มนี้หลายคนอยู่
แต่อ่านนานแล้วไง ลืมสนิทไปหมดแล้ว
พอเจอตอนเฉลยปมทีละเปลาะนี่ได้แต่ร้องอ๋ออยู่ในใจ (ไปทุกเปลาะ)

สำหรับเล่มนี้ กระแสส่วนใหญ่ให้คะแนนติดลบลงมาจากเล่มก่อนๆ
แต่สำหรับเรา เราว่าโอเคออกค่ะ
มาตรฐานเกาะกลุ่มอยู่กับสามเล่มแรก
แม้จะมีปมหลอกให้เราหลงคิดไปอย่าง แล้วกลายเป็นอีกอย่าง
มีบางอย่างเกินมา มีบางอย่างหายไปแบบงงๆ
แต่ก็ยังเนียนนะ ไม่ได้ขัดใจอะไรขนาดนั้น
ในทั้ง 5 เล่มนี้ เราว่าเบิร์ธเดย์ดร็อปสุด

Comments are closed.

Post Navigation