36-1 เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ

เรื่อง เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ
ผู้แต่ง กลุ่มกระดาษพ่อดินสอแม่
สำนักพิมพ์ ฤดูร้อน
ราคา 95 บาท

เหมือนแม่ครึ่งหนึ่ง..ก็พึงใจ เล่มนี้เองคือจุดเริ่มต้นของ “แม่เภา” ที่เราเพิ่งอ่านจบไปเล่มที่แล้ว
หนังสือเล่มนี้มิใช่นิยาย หากแต่เป็นบทละครแท้ๆ ล้วนๆ แบบเดียวกันกับที่ใช้ในละครเลยทีเดียว
ในตอนที่แม่เภาเป็นละคร เราไม่ได้ดูหรอก
และตอนที่บทละครของแม่เภากลายเป็นหนังสือ ก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่
เพิ่งมาได้รู้จักกับแม่เภาเอาตอนรวมเล่มไปอย่างที่เคยเล่าน่ะแหละ

ครั้งนั้น เมื่อตอนที่เราได้อ่านแม่เภาครั้งแรก ก็ได้ชื่นชมอย่างออกหน้าออกตาใน facebook
เพื่อนคนหนึ่งรู้เข้า จึงได้ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้
หนังสือที่มีคุณค่า และน่าจะหาอ่านได้ยากเต็มที
ต้องขอบคุณเพื่อนจริงๆ สำหรับหนังสือเล่มนี้จ้ะ

จากวันนั้น เราก็ยังดองหนังสือเล่มนี้จนเปรี้ยวเค็มอยู่บนชั้นหนังสือเกินพอดีมาเป็นปี ..

36-2 เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ.JPG

ออกจะเกรงใจเพื่อนที่ให้มาอยู่เหมือนกัน ด้วยว่าช่วงนั้นห่างหายจากหนังสือไปนาน
หยิบเล่มไหนมาก็ไม่อยากอ่านไปเสียหมด (คาดว่าคงเป็นลูปหนึ่งของชีวิต)

และแล้ว .. เราก็กลับมาอ่านเป็นบ้าเป็นหลังอีกครั้ง และก็ยังคิดถึงหนังสือเล่มนี้อยู่ตลอด
และแล้ว .. เมื่อฤกษ์งามยามดี ทุกอย่างลงตัว .. ท่าทางถึงเวลาที่รอคอยนั้นแล้วสิคะ ..
ไปพบกับจุดเริ่มต้นของแม่เภาด้วยกันเถิดค่ะ

36-3 เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ.JPG

เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งฯ เป็นบทหนังสือที่ใช้บทละครเล่าเรื่อง (อีกละ)
แต่อันนี้อ่านง่ายหน่อย เพราะเริ่มชินมาจากเวลา
เนื้อเรื่องเปิดฉากขึ้นที่ภาคเหนือของประเทศ เปิดตัวที่แม่เภา
กับอุปนิสัยที่ดูเหมือนขยันขันแข็ง เจ้ากี้เจ้าการ ไม่เอาเปรียบใคร แต่ก็เกลียดการถูกเอาเปรียบ

ค่ำวันหนึ่งเมื่อแม่เภากลับจากการทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์
แม่เภาได้รู้ข่าวพิมพ์ดี .. ลูกสาวคนเล็กที่กำลังจะหย่ากับสามี
แม่เภารีบตัดสินใจขับรถไปกรุงเทพฯ เดี๋ยวนั้น
ทั้งๆ ที่พิมพ์ดีไม่อยากให้แม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้เลยจริงๆ

ครอบครัวของจำนงค์ เภา พิมพ์ดี และน้อย เป็นครอบครัวอบอุ่นพอประมาณ
แม่กับลูกสาว (คนเล็ก) มีข้อขัดแย้ง รักกันแต่ไม่เข้าใจกัน คล้ายๆ กับอีกหลายๆ ครอบครัว
เป็นครอบครัวธรรมดาๆ ที่พบได้ทั่วๆ ไป
แม้เรื่องราวจะเริ่มด้วยสถานการณ์ที่กำลังจะถึงจุดเปลี่ยน .. ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะเลิกกับสามี
และปัญหาระหว่างนักข่าวอย่างแม่เภา กับนายทุนใหญ่เจ้าของโรงงานสับปะรด
แต่กลุ่มกระดาษพ่อดินสอแม่ก็ยังสอดแทรกอารมณ์ขัน
และความอบอุ่นในครอบครัวให้อบอวลอยู่ตลอดเรื่อง
ยิ่งการเล่าเป็นแบบบทละคร (ก็เพราะคัดลอกมาจากบทละครจริงๆ)
ทำให้เวลาเราอ่านแล้วนึกภาพตามไปด้วย จะรู้สึกเหมือนกำลังดูละครอินๆ

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ จะสปอยล์ตอนจบเอาไว้ตั้งแต่เรื่องย่อตอนเริ่มเรื่องแล้วนั้น
เราก็ยังใจจดใจจ่อเฝ้ารอตอนจบของเรื่องอยู่ดี
ด้วยอยากรู้ว่าเส้นเรื่องจะนำพาแม่เภาเดินไปอย่างไรให้จบเช่นนั้น

เหมือนแม่ครึ่งหนึ่ง..ก็พึงใจ เป็นหนังสือที่แสนสุข แต่ก็แสนเศร้า
และยังตราตรึง เป็นที่จดจำของนักอ่านเสมอมา
ดีใจที่ได้อ่าน และขอบคุณเพื่อนคนนั้นอีกครั้งจ้ะ

ปล. ความคิดเห็นส่วนตัวของเรา เราว่าแม่เภาคนนี้ ..
กับแม่เภาคนที่พี่จิกนำมาตอบในจดหมาย มีความแตกต่างบางอย่างไม่เหมือนกันนะ
บอกไม่ถูกเหมือนกัน แค่รู้สึกว่าเป็นคนละคนกัน

Comments are closed.

Post Navigation