เรื่อง เข้าป่าหาชีวิต
เรื่องราว ตัวตน และความโดดเด่น
ผู้แต่ง จอน คราคาวเออร์
ผู้แปล ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์ มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786168007068

เพิ่งอ่าน ลำเนาป่า จบลงไป
เราว่าหนังสือสองเล่มนี้นำเสนอแง่มุมเดียวกันนะ

แต่รายละเอียดที่แตกต่าง และความ “จริง” ต่าง
ทำให้พลังที่ส่งออกมาจากทั้งสองเล่ม “ต่าง” กันอย่างเห็นได้ชัด

เข้าป่าหาชีวิต เล่มนี้ดีงามตั้งแต่บทกล่าวนำ โดยนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์
บันทึกผู้เขียน จอน คราคาวเออร์, ไปจนกระทั่งตัวเนื้อหาของมันเอง
ซึ่งว่าด้วยเรื่องจริงของ คริสโตเฟอร์ จอห์นสัน แม็คแคนด์เลส
เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย แล้วตัดสินใจทิ้งครอบครัว
ทิ้งสังคม ทิ้งตัวตน ทิ้งทรัพย์สมบัติ และทุกอย่างในชีวิต
เก็บกระเป๋า และออกเดินทางตามหาความฝัน ..
โดยรวมระยะเวลาที่เขาหายไปจากครอบครัวราว 2 ปี
และเป็นการใช้ชีวิตในป่าราว 4 เดือน

เข้าป่าหาชีวิต ถูกเขียนขึ้นในเชิงสารคดี โดยเริ่มต้นจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง
(ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์ มันคือฉากจบของภาพยนตร์)
ผู้เขียนได้เล่าถึงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคริส ในระหว่างที่เขาเดินทาง
เล่าถึงภูมิหลังในชีวิตของเขา รวมไปถึงภูมิหลังของพ่อแม่ของเขาด้วย
เล่าถึงผู้คนอีกหลายคน ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกับคริส
ผู้คนที่เบื่อหน่ายสังคมอเมริกัน แล้วละทิ้งชีวิตเข้าไปแสวงหาตัวตน ..
หรือเพื่อพิสูจน์ความเชื่อบางอย่าง .. ในป่า
นอกจากนี้ ในหนังสือยังบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน
ที่ช่วงหนึ่งในชีวิตของเขา ได้คิดและลงมือทำเช่นเดียวกับที่คริสทำ
และยังได้บอกเล่าถึงทัศนคติอีกมากมายของผู้คนที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ .. และตัดสินคริส

สำหรับเรา เรื่องเริ่มต้นอย่างแท้จริงในบทที่ 2
มันเริ่มต้นได้ขนลุก และน่าสะพรึงมาก
เราขนลุกจริงๆ ตอนที่อ่าน
แม้จะพอรู้เรื่องมาจากคำนำส่วนหนึ่งแล้วก็ตาม

ระหว่างที่อ่าน เราได้พักครึ่ง ไปหาภาพยนตร์เรื่องเดียวกันนี้มาดูด้วย
หลังจากที่ดูภาพยนตร์จบ จากที่ปลื้มมันมาก กลายเป็นเกลียดไปเลย
เรากลายเป็นอีกคนหนึ่งที่วิพากษ์คริส ..

เขาเข้าป่าเพื่อหาชีวิต หรือเพื่อหนีชีวิต!?

หลังจากนั้น เราเครียด กดดัน และมีความทุกข์ ขณะอ่านหนังสือเล่มนี้
อาจเพราะเราเติบโตจนก้าวข้ามฝั่งของวัยแสวงหา
มาสู่วันและวัยแห่งความเป็นพ่อแม่

เราถกเถียงอยู่กับตัวเองมากมายขณะอ่านมัน
อยากรู้ว่าถ้าเราอ่านมันในยามที่เยาว์วัยกว่านี้ ..
เราจะคล้อยตามคริสหรือไม่?
เราในยามนี้ ได้แต่ตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์
ด้วยความถือตน .. ด้วยวุฒิภาวะที่เหนือกว่า

คริสไม่ได้ใช้สติปัญญาที่ครบถ้วนในการตัดสินใจ
เขาใช้จินตนาการจากหนังสือโปรดวัยเด็กส่วนหนึ่ง
และการต่อต้านครอบครัวอีกส่วนหนึ่ง มันเป็นปมในชีวิตเขา ..
แต่ในความเป็นจริง คนเราก็มักใช้ปมอย่างใดอย่างหนึ่งในชีวิต
ขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าอยู่เสมอมิใช่หรือ?

แม้ว่าระหว่างอ่าน (แล้วหลบไปดูภาพยนตร์พักหนึ่ง) เราเฟลกับมันมาก
แต่เมื่ออ่านจนจบ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
เพราะหนังสือดีกว่าภาพยนตร์มากกกก
ผู้เขียนนำเสนอนำข้อมูลได้รอบด้านกว่า
เราได้เห็นคนแบบคริส อีกมากมาย
ได้รับรู้ความรู้สึกของพ่อแม่ และผู้คนในสังคม
ทั้งในแง่บวกและลบ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักเขา

มันไม่ใช่โลกในฝัน ไม่ใช่การทำเท่ ทิ้งทุกอย่าง แล้วเดินทางเข้าป่า
มันคือโลกแห่งความจริง มีคนทุกข์ทรมานเพราะเขา
มีคนยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง
และสำหรับตัวเขาเอง เขาต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเหน็บจริง
อดอยาก ขาดอาหารจริง และ ..

นั่นล่ะ .. ไม่ว่าเราจะชอบหรือว่าไม่ชอบหนังสือเล่มนี้
แต่มันก็มอบพลังให้เราอย่างมากมาย
สร้างแรงสูบฉีด สร้างความคิดยุ่งเหยิงตีกันในสมอง
เข้าป่าหาชีวิต มันเป็นหนังสือแบบนั้น!

 

Comments are closed.

Post Navigation