21 เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง

เรื่อง เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง
ผู้แต่ง ฮารูกิ มูราคามิ
ผู้แปล นพดล เวชสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ กำมะหยี่
ราคา 190 บาท

หยิบหนังสือเล่มแรกของมูราคามิมาอ่านและเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้
ขอเลือกเป็นหนังสือกึ่งบันทึกเป็นเล่มแรกแล้วกัน
ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างเรากับมูราคามินั้นไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก
เริ่มจากชื่อเสียงของนักเขียนชื่อดังผู้นี้เริ่มขจรขจายในหมู่นักอ่านคนไทยในเมื่อหลายปีก่อนนั้น
ในฐานะคนรักหนังสือ และรัก (จะ) แนวกับเขาบ้าง
ทำให้เราไปลองซื้อหาหนังสือของมุราคามิมาลองอ่านดูเหมือนกัน
ที่บ้านตอนนี้ ก็มีหนังสือของเขาอยู่หลายเรื่อง หลายเล่ม
หลายเล่มที่ไม่ได้เปิด ไม่เคยอ่าน
บางเล่มเปิดอ่านไปบ้างแล้ว บางเล่มจบบทแรกแล้ววาง แต่บางเล่มก็อ่านไปจนครึ่งเล่ม
และเท่าที่จำได้ มีอ่านจบเล่มอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ประทับใจอะไร จำใจความในเรื่องแทบไม่ได้
แต่ก็น่าแปลก ที่เรายังซื้อหาสะสมหนังสือของเขาอยู่เรื่อยๆ (โรคจิต!!)

จนมาเริ่มรีวิวหนังสือในบล็อค และอ่านนิยายมาจนเริ่มเอียนแล้ว มูราคามิจึงชวนให้เราหยิบอีกครั้ง
หนนี้ขอเลือกเล่มเบาๆ มาลองชิมดูก่อนแล้วกัน
นั่นจึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ .. เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง ..

แน่นอนว่า ระหว่างเรากับมูราคามิ มีอคติซ่อนอยู่ในหลืบหนึ่งของหัวใจแน่ๆ
หยิบมาอ่านบทนำ บทแรก สมองก็ยังคอยติโน่นนี่อยู่เรื่อย
(ที่ติหนักๆ เลยก็จะเป็นสำนวนที่ยังไม่ชิน มันดูประดิษฐ์ โอเว่อร์
และต้องตีความ ทั้งๆ ที่เล่าเรื่องทั่วๆ ไป บางทีเราอาจจะไม่ชินเอง
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นสำนวนของเฮียมูเอง หรือสำนวนของคุณนพดลผู้แปล)
เลยต้องสั่งตัวเองในบทต่อๆ ไปว่า แค่อ่านไปเฉยๆ อย่าเพิ่งคิดอะไร อ่านอย่างเดียวพอ
และนั่น ทำให้เราอ่านเกร็ดความคิดบนก้าววิ่งได้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องขึ้น

เมื่อเราเลิกใส่ใจกับสำนวน สมาธิเริ่มจดจ่ออยู่กับเนื้อหา เราก็เริ่มเพลิดเพลินไปกับหนังสือ
ตัวตนของมูราคามิในเล่มนี้มีทัศนคติที่น่าสนใจ มุมมองที่ชวนให้คิดตาม

เราเองก็เป็นคนชอบเขียนบันทึก บันทึกชีวิตประจำวันเป็นส่วนมาก
แต่บางคราวก็เป็นบันทึกกิจกรรมที่กำลังทำๆ อยู่ในช่วงนั้น
อย่างเช่นช่วงนี้ กำลังบันทึกการอ่านอย่างเป็นล่ำเป็นสันเป็นต้น
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าบันทึกใดๆ ก็มันจะกวาดรวมสิ่งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วงนั้นรวมเอาไว้ด้วย
นี่คือบันทึกแบบเดียวกันกับของมูราคมิเช่นกัน
บันทึกการวิ่งที่ควบรวมสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเฮียมูในช่วงนั้น

เนื่องมาจากเกร็ดความคิดบนก้าววิ่งในเล่มนี้
เฮียมูใช้วิธีเล่าชีวิตที่ผ่านมาควบคู่ไปกับประสบการณ์การวิ่งในชีวิตตั้งแต่เพิ่งพ้นวัยรุ่น
เนื้อหาจึงครอบคลุมทั้งเรื่องวิ่ง รวมถึงประสบการณ์ชีวิตของเฮียมูเอง
เริ่มตั้งแต่ตอนที่แกเปิดบาร์แจ๊ซ เหตุการณ์ตอนที่แกเริ่มเขียนหนังสือเล่มแรกและเล่มต่อๆ มา
ฯลฯ
แต่ทั้งหมดทั้งมวล เน้นหนักไปที่เนื้อหาของการวิ่งเป็นส่วนมาก
และนั่น จึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านทั้งสองเรื่อง
อ่านแล้วทั้งอยากวิ่ง และอยากลองทำอะไรอย่างที่เคยฝันลืมกันเอาไว้เมื่อตอนเป็นเด็ก

บทความสั้นๆ ในเล่มที่ตัดตอนมากจากนิตยสารอเมริกัน รันเนอร์’ส เวิลด์ ..
ที่เฮียมูฯ เขียนเอาไว้เมื่อครั้งที่วิ่งมาราธอนจากกรุงเอเธนส์ไปเมืองมาราธอน
เป็นบทความที่ทรงพลัง อ่านแล้วตื้นตัน น้ำตาซึม และอยากมีโมเม้นต์อย่างนั้นบ้าง
อารมณ์ใกล้เคียงกันกับตอนที่ดูภาพยนตร์เรื่องรัก 7 ปี ดี 7 หน ตอนของคุณสู่ขวัญกับนิชคุณ
(ช่วงที่เพลงโลกใบใหม่ ของ 25 hours ดังขึ้นในภาพยนตร์)

อยากวิ่ง แม้เป้าหมายแห่งการวิ่งจะต่างกัน
แต่สาระสำคัญของการวิ่งคือเรื่องเดียวกัน
.. เราจะได้รู้จักตัวเองในอีกแง่มุม

21-2 เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง

การฝึกร่างกายของเฮียมูฯ ทั้งในด้านวินัยในการวิ่ง
และในด้านการเขียนงานชี้ให้เราเห็นอะไรบางอย่าง
ร่างกายเราเอง ก็เคยชินกับการอ่านหนังสือนิยายมานาน
ไม่ใช่แค่ในช่วงปี – 2 ปีมานี้ แต่นานนับสิบๆ ปี
เมื่อหยิบหนังสือชนิดอื่นที่ไม่ใช่นิยายมาอ่าน ก็จำต้องฝึกร่างกายให้นั่งอ่านติดต่อกันอย่างมีสมาธิให้ได้
ทักษะที่ใช้ในการอ่านนิยาย ต่างจากทักษะในการอ่านหนังสือชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากนี้
นี่เป็นมุมมองที่เราไม่เคยคิดมาก่อน
ก่อนที่จะสนุกกับเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้น เราต้องเรียนรู้วิธีอ่านมันให้สนุกเสียก่อน

เนื้อหาในหนังสือ ในช่วงที่เฮียมูฯ วิ่งมาราธอน 100 กม. บอกเราว่า
ไม่มีสิ่งใดที่จะจำกัดขอบเขตของมนุษย์ได้
มนุษย์เราสามารถทำได้ทุกอย่างที่คิดจะทำ เมื่อร่างกายต่อต้าน เราแค่ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้
เมื่อนั้น หัวใจจะสั่งร่างกายให้ข้ามผ่านความยากลำบาก ความเจ็บป่วยต่างๆ มาได้
แค่ทำต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุด เท่านั้นเอง
ในที่นี้ เราไม่ได้จำกัดความแค่คำว่า “วิ่ง” แต่เราคิดว่ามันหมายถึงทุกอย่าง .. ทุกอย่างจริงๆ

หากจะเริ่มต้นอ่านหนังสือของมูราคามิ
เราควรตั้งต้นเช่นเดียวกับการอ่านนิยายของใครสักคนที่เราไม่รู้จัก
ลืมไปให้หมดว่ามูราคามิเป็นใคร ลืมเรื่องราวทั้งปวงที่เคยรู้มาเกี่ยวกับเขา
ลืมสาวกของเฮียไปให้หมด ลืมแอนตี้แฟนด้วย
หลังจากนั้นจึงเริ่มต้นอ่าน .. คิดเสียว่า อ่านหนังสือแบบที่ไม่คุ้น .. ก็ดีเหมือนกัน
นี่คือบทสรุปที่เราคิด หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
อ่านหนังสือแนวที่ไม่ค่อยได้อ่าน .. ก็ดีเหมือนกัน

Comments are closed.

Post Navigation