เรื่อง ห้องอาหารนกนางนวล
ผู้แต่ง มูเระ โยโกะ
ผู้แปล สิริพร คดชาคร
สำนักพิมพ์ แซนด์วิช
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169342212

การที่คนเราอยากเปิดร้านอาหารในต่างประเทศ
เตรียมตัวทุกอย่างไปทีละนิด ค่อยๆ พร้อมทีละหน่อย
แต่สุดท้ายก็ติดปัญหาเรื่องเงิน
ด้วยความที่ตัวเอกมีดวงเสี่ยงโชคมาตั้งแต่เด็ก
จึงตะลุยซื้อล็อตเตอร์รี่ทีละเยอะๆ
จนในที่สุดก็ถูกรางวัลหนึ่งร้อยล้านเยน ..
มีเงินไปทำร้านที่ฟินแลนด์อย่างที่ฝันไว้จนได้!!
นี่มันช่างเป็นพล็อตที่เอาแต่ใจคนเขียนที่สุด
ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีความสมเหตุสมผลใดๆ เลย!!

ห้องอาหารนกนางนวล เล่าเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวญี่ปุ่นในต่างแดน
เริ่มต้นที่ ฮายาชิ ซาจิเอะ ผู้ตั้งใจมาเปิดร้านอาหารที่ฟินแลนด์
ซาเอกิ มิโดริ หญิงสาวที่ทำงานสบายๆ มาโดยตลอดยี่สิบกว่าปี
จนกระทั่งวันที่บริษัทปิดตัว ความรู้สึกเคว้งคว้างๆ แปลกๆ –
จึงดลบันดาลใจให้เธอเลือกหนีออกจากญี่ปุ่น
มายังประเทศที่บังเอิญจิ้มได้มั่วๆ บนแผนที่!!
และคนสุดท้ายคือ ชินโด มาซาโกะ ที่อายุราว 50 ปี
เธอไม่ได้แต่งงาน และดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยมาโดยตลอด
เมื่อพวกเขาเสียชีวิตไป
แถมน้องชายยังมาทวงบ้านหลังที่เธอเคยอยู่กับพ่อและแม่
ตัวเธอจึงอยากจะหนีไปจากสถานการณ์ตรงหน้า
และอยากลองทำอะไรตามใจตัวเองดูสักครั้ง

ผู้เขียนค่อยๆ เปิดตัวหญิงสาว (บ้างไม่สาวบ้าง) ทั้งสามทีละคน
กับตอมมิ ฮิรุโตะเน็น เด็กหนุ่มชาวฟินแลดน์ที่ช่วยเพิ่มความโฉ่งฉ่างให้กับเนื้อเรื่อง
เรื่องเล่าด้วยจังหวะเรียบๆ เรื่อยๆ เบาๆ อ่านไปแบบไม่มีอะไรให้คิดมาก
มีตัวละครประกอบที่น่าสนใจผ่านเข้ามาในเรื่องบ้าง
และร้านอาหารที่ไร้ร้างลูกค้า ก็ค่อยๆ เติบโต

ห้องอาหารนกนางนวล เป็นหนังสือจาก มูเระ โยโกะ
ซึ่งเขียนหนังสือเล่มเดียวกับที่เราเพิ่งอ่านจบไป
(วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว)
เมื่อหยิบมาอ่านต่อกัน ทำให้เรารู้สึกเลยว่า
เนื้อในของสองเรื่องนี้เหมือนกันมากกกกก
ผู้เขียนแค่เพียงเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนองค์ประกอบ เปลี่ยนฉาก

ตัวตนของซาจิเอะ  แทบจะไม่ต่างกันเลยกับอากิโกะ (จากเรื่องก่อน)
เธอทั้งสองคนรักอาหารรสอ่อน เน้นรสชาติของวัตถุดิบดั้งเดิม
รักความเรียบง่าย ทำอาหารด้วยใจ
ขณะเดียวกันก็นึกดูถูกอาหารที่ปรุงรสจัด
(หนังสือไม่ได้บอกตรงๆ และเราอาจคิดไปเอง)

ซาจิเอะกำพร้าแม่ และอยู่กับพ่อมาตั้งแต่วัยมัธยม
ในขณะที่อากิโกะกำพร้าพ่อ และอยู่กับแม่มาตลอด
ซาจิเอะอายุ 38 ปี และอากิโกะอายุราว 50 ปี ในตอนที่เปิดร้านอาหาร
ฯลฯ

เป็นอีกครั้งที่เรารู้สึกว่าคนเขียนตัดสินเรา
สำหรับร้านอาหารแล้ว ร้านอาหารที่ทำตามกระแสแฟชั่น
หรือร้านอาหารที่ปรุงรสจัด เต็มไปด้วยเครื่องเทศ
จนกลบรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ ฯลฯ
อาหารเหล่านั้นล้วนแต่ผิด

คือเข้าใจว่ามันเป็นเพียงทัศนะของตัวละคร
แต่พอเจอซ้ำกันสองเล่มซ้อน ก็แย่เหมือนกัน

แต่โดยรวม เราว่าเล่มนี้เล่าเรื่องได้ดีกว่าเล่มก่อนนะ
ตัวละครมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันลงตัวมากกว่า
เมื่ออ่านจนจบเล่ม ก็รู้สึกดี ไม่เหมือนตอนอ่านซุปแมวจบ
ตอนอ่านเล่มนั้นจบ เราหงุดหงิดมาก
ไม่อีกที ก็อาจจะเป็นเพราะเราชักจะทำใจได้แล้ว ;P

Comments are closed.

Post Navigation