วันเวลาเวียนมาครบปี
ได้เวลามาจัดอันดับหนังสือที่ชอบที่สุดที่ได้อ่านไปในปีนี้กันอีกครั้ง
จากหนังสือที่อ่านไปทั้งหมดในปีนี้ 71 เล่ม
นับเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ทำ sosotopia มา
แต่เราเฉยๆ นะ เพราะตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า ปีนี้จะอ่านน้อยๆ

ถึงจะอ่านมากหรืออ่านน้อยยังไง
เราก็ยังค้นพบหนังสือดีๆ ได้สักปีละประมาณ 10 เล่มเสมอ 🙂
มาดู 10 เล่มที่ชอบที่สุดในปีนี้กันดีกว่าค่ะ
แต่บอกก่อนนะ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบ
เพราะเรียงไม่ได้จริงๆ จ้ะ 🙂

มาเริ่มที่เล่มแรกกันเลยค่ะ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ และเขียนรีวิวเสร็จ
เราไปลองอ่านรีวิวใน goodread ดู
พบว่า ยิ่งชอบหนังสือเล่มนี้มากขึ้นไปอีก
เพราะมันทำให้คนอ่านตีความต่างกันไปในแต่ละมุมมองยิบย่อยของตัวเอง
มันเป็นหนังสือที่ทำให้คนเราได้มองตัวเอง ได้ถกกับตัวเอง
จากหนังสือเล่มบางๆ เล่มเดียว
ผู้คนอ่าน และมีมุมมองต่อตัวละครไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ
ไม่ได้มีข้อสรุป มันแตกยอดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ
ซึ่งเราว่ามันเป็นอีกหนึ่งข้อดีสำคัญของหนังสือเล่มนี้นะ

เล่มที่สอง ลอดลายมังกร

ลอดลายมังกร เป็นหนังสือเก่าที่ผ่านการพิมพ์มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ถูกทำละครรีเมคแล้วรีเมคอีกก็หลายครั้ง
แต่เมื่อเราหยิบมาอ่านในปีนี้ .. แล้วชอบ
ก็ช่วยไม่ได้ที่มันจะติดโผหนังสือที่ดีงามที่สุด 10 เล่มแห่งปีสำหรับเรา

ลอดลายมังกร เป็นหนังสือคลาสสิกที่ใช้วิธีเล่าเรียบง่ายมาก
แต่กลับเล่าเรื่องที่มีตัวละครล้นหลาม
ข้ามผ่านช่วงชีวิตบุคคลคนหนึ่งหลายสิบปี
เกิดเหตุการณ์ผันผวนมากมาย แต่โทนเรื่องก็ยังคงขรึมขลัง
เก็บซ่อนแง่มุมต่างๆ ให้เราค้นพบด้วยตัวเองระหว่างอ่าน
ควรค่าแก่การเป็นหนังสือดีประจำปีนี้ที่สุดค่ะ

เล่มที่สาม จอมโจรหนังสือ

มันเป็นหนังสือเล่มหนา ที่ดูดดึงเราไว้ได้ตลอดการอ่าน
อย่างที่บอกไปในรีวิวหนังสือเล่มนี้
มันสงบ อบอุ่น ทว่าเศร้าสร้อย
เราชอบทุกอย่างที่เป็นมัน .. ความชอบนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อย
และเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้งที่พลิกหน้ากระดาษ
ผู้เขียนทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ .. ควรค่าแก่การนำกลับมาพิมพ์ใหม่
อยากให้คนได้อ่านหนังสือเล่มนี้กันเยอะๆ ค่ะ

เล่มที่สี่ บ้านดับจิต

ความดีงามของเล่มนี้อยู่ตรงที่พล็อตเรื่องที่เรียบง่าย
ตัวละครเพียงสองคน และเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงไปตั้งแต่ต้นจบจบ
แต่ด้วยวัตถุดิบเพียงเท่านั้น
ผู้เขียนกลับสร้างความระทึกให้เกิดขึ้นได้ตลอดการอ่าน
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ
แต่สามารถลากยาวไปตลอดทั้งเล่ม โดยที่เราไม่รู้สึกเบื่อเลย
น้อยแต่มากจริงๆ
นอกจากนี้ เรายังชอบพื้นฐานของพล็อตที่เล่าถึงบ้าน
และความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งคู่ด้วย
เป็นน้อยเล่มของเคโงะ ที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าชอบ โดยไม่มีแต่ใดๆ ค่ะ

เล่มที่ห้า ศิลปินผู้ตกหลุมรักหนังสือ

ข้อแรกเลยคือหนังสือเล่มนี้ปกสวย >,<
แต่ที่มากกว่าปกคือเนื้อหาภายในเล่ม
ขึ้นชื่อว่าหนังสือที่เกี่ยวกับหนังสือ หรือคนรักหนังสือ
ไม่ใช่ทุกเล่มที่จะทำออกมาได้โดนใจเรา
หนังสือเล่มนี้ ทำให้เราเห็นถึงความตั้งใจทำของผู้เขียน
ทั้งรูปเล่ม รวมไปถึงเรื่องสั้นแต่ละเรื่องภายในเล่ม
เป็นหนังสือที่แรกพบก็ประทับใจ และยิ่งรักเมื่อได้เปิดอ่าน

เล่มที่หก London Museum

ปีนี้ หนังสือของคุณโอ๊ต ติดอันดับ 10 เล่มแห่งปีของเราถึงสองเล่มทีเดียว
ทีแรก ตั้งใจจะเลือก London Scene มาอีกเล่มด้วยซ้ำ
แต่จำนวนหนังสือจะเกิน 10 เล่มเสียก่อน จึงจำใจคัดออกไปเล่มนึง

London Museum เป็นหนังสือพาเที่ยวที่ไม่ใช่การพาเที่ยวธรรมดา
ผู้เขียนมีสายตาอันพิเศษ ที่จะมองสิ่งพิเศษ และถ่ายทอดความพิเศษนั้นออกมา
นอกจากจะดึงความน่าสนใจออกมาจากแต่ละสถานที่แล้ว
เรื่องที่เล่า และภาพประกอบ ก็ยังดีงามชวนอ่าน

เล่มที่เจ็ด Lots of Love 7,300 วันที่เรารักกัน

สังเกตตัวเองได้ว่า เราเป็นคนสายดราม่าอยู่หน่อยๆ
ในทุกปี จะต้องมีหนังสือเศร้าติดโผ 1 ใน 10 เล่มโปรดแห่งปีมาเสมอๆ
และสำหรับปีนี้ .. นี่คือเล่มที่ว่านั้นค่ะ

Lots of Love 7,300 วันที่เรารักกัน
เล่าเรื่องความทรงจำถึงชายคนรักที่จากไป
โดยโทนเรื่องไม่ได้หม่นเศร้าเพียงอย่างเดียว
หากแต่ยังคงความอบอุ่น มีความรู้สึกปลอบประโลม
ผู้เขียนพยายามที่จะอยู่ร่วมกับความเศร้า
แล้วปล่อยให้วันเวลาพาตัวเธอข้ามผ่านความทุกข์นั้น
เป็นหนังสือที่ภาษาสวย ส่วนเนื้อหานั้นแม้จะเศร้า
แต่ก็เป็นความเศร้าที่อ่อนโยน และบางครั้งมันก็ช่วยเยียวยา

เล่มที่แปด ปีแสง

เป็นอัตชีวประวัติที่เปิดเปลือย ตีแผ่ตัวตนของผู้เขียน
เพื่อบอกเล่า ถ่ายทอดเพื่อยอมรับความจริง ..
รู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ .. ก่อนที่จะเยียวยาความเจ็บปวดภายใน
ปีแสง ดูดดึงเราไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ดีงามควรค่าแก่การเป็น 1 ใน 10 เล่มที่ดีงามในปีนี้

เล่มที่เก้า คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง

ไม่ได้หวือหวา พีค พาเราขึ้นสุดลงสุด
แต่เป็นเรื่องละมุนๆ ที่อ่านแล้วอิ่มและอุ่นในหัวใจ

อ่านแล้วมีความสุข 🙂

เล่มที่สิบ ความทรงจำของวันพรุ่งนี้

กับเล่มนี้ พล็อตน่าสนใจ แต่สิ่งที่เราชอบมากก็คือ
การให้ผู้ป่วยที่ความทรงจำกำลังค่อยๆ ลบเลือน
ถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาออกมา
และเราได้มองผ่านมุมมองของเขา
ตั้งแต่ตอนที่ยังมีความทรงจำเต็มร้อย ..
ตอนที่รู้ตัวว่าป่วย ..
ตอนที่รู้ตัวว่ากำลังจะสูญเสียมันไป ..
และตอนที่สูญเสียมันไปแล้ว
เป็นการเล่าเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
แต่ผู้เขียนทำออกมาได้น่าประทับใจมาก

นั่นคือทั้งหมด 10 เล่มที่เราชอบที่สุดในปีนี้ค่ะ
แบ่งออกเป็นนิยาย 6 เรื่อง เรื่องสั้น 1 เรื่อง
และเป็นความเรียงบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตอีก 3 เรื่อง
โดยที่ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของนักเขียนไทย 5 เล่ม
หนังสือแปลอีก 5 เล่ม แบ่งครึ่งๆ พอดีเป๊ะ

หวังว่าหนังสือทั้ง 10 เล่มของเรา จะเป็นตัวช่วยที่ดี
ให้เพื่อนๆ ได้เลือกหนังสือที่ถูกใจมาอ่าน
ขอให้มีเวลาอ่านหนังสือ และได้อ่านหนังสือดีๆ นะคะ 🙂

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
หนังสือแห่งปี 2557
หนังสือแห่งปี 2558
หนังสือแห่งปี 2559
หนังสือแห่งปี 2560
หนังสือแห่งปี 2561
หนังสือแห่งปี 2562

 

Comments are closed.

Post Navigation