อ่านแล้วเล่า

สาปนั้นคืนสนอง

เรื่อง สาปนั้นคืนสนอง
Still Life With Crows
ผู้แต่ง Douglas Preston & Lincoln Child
ผู้แปล สายอุษา ชื่นศิลป์
สำนักพิมพ์ น้ำพุ
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162872051

เรื่องเกิดขึ้นที่เมืองเมดิซีนครีก รัฐแคนซัส
มันเป็นเมืองชนบทที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวโพด
ผู้คนส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพด
และมีโรงงานชำแหละไก่งวงแช่แข็ง
ที่เป็นเพียงแหล่งเศรษฐกิจเดียวของเมือง
แทบไม่มีสถานบันเทิงใด ไม่มีโรงแรมที่พัก
ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยว ไม่มีสิ่งที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
และดูเหมือนจะไม่มีอนาคตอีกต่อไป
ผู้คนในเมืองพากันอพยพออกจากเมืองไปเรื่อยๆ
เมืองกำลังจะตาย ..
หลงเหลือแต่เพียงคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมานาน
ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย

มันเป็นเมืองที่ผู้คนในเมืองรู้จักกันหมด
และคงจะเป็นที่รู้กันทั่ว หากมีคนแปลกหน้าผ่านเข้ามา ..

เมืองมีตำนานเก่าแก่ที่ชื่อว่า คำสาปสี่สิบห้าคนโฉด
มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า
สมัยที่ที่ตรงนี้ยังเป็นดินแดนของอินเดียนแดง
ที่นี่มีการสู้รบ เพื่อรุกไล่ชิงดินแดนจากคนพื้นเมือง
มีกลุ่มคนขาวที่รังแกคนอินเดียนแดง
หลังจากที่เขาฆ่าล้างหมู่บ้าน แล้วมาหยุดพักกันที่เนินแห่งหนึ่ง
จู่ๆ ก็มีฝูงม้าที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ แล้วก็ฆ่าเหล่าคนขาวทั้งหมดนี้ทิ้ง
คนที่ตายคนสุดท้าย ได้สาปแช่งดินแดนแห่งนี้เอาไว้ก่อนตาย
เหลือเพียงคนเดียวที่รอดตาย และเล่าเรื่องนี้ต่อๆ กันมา

นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นของการที่นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง
ต้องการพื้นที่สำหรับทำการทดลลองปลูกข้าวโพดที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม
โดยพื้นที่ที่ถูกคัดเลือก ก็จะได้รับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไปด้วย
แล้วเมืองเมดิซีนครีก ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ถูกคัดเลือกในรอบสุดท้าย

ในช่วงนี้เองที่ฆาตกรรมต่อเนื่องเกิดขึ้น

ในยามโพล้เพล้ใกล้เลิกงานวันหนึ่ง
นายอำเภอเฮเซน ได้รับแจ้งว่ามีสัตว์ตายกลางไร่ข้าวโพด
เขาพบฝูงแร้งบินวนเป็นวงกลมเหนือไร่

ที่นี่ไม่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นนานนับสิบปีแล้ว
เขาไม่ได้คิดไปในแง่นั้นเลย
จนกระทั่งไปถึงที่เกิดเหตุจึงพบว่า “สัตว์” ที่ว่า คือมนุษย์!

ศพถูกจัดฉากอยู่กึ่งกลางลานวงกลมในไร่ข้าวโพด
บนเส้นรอบวง มีไม้ปักลงในดินอยู่หลายอัน
ปลายไม้คือลูกธนูโบราณของเผ่าเซาเทิร์นไชแอนน์ ของแท้
ที่ปลายธนู มีซากอีกาเสียบอยู่ราวๆ 20 กว่าตัว
กลางวงล้อมอีกา คือศพของผู้หญิงที่ริมฝีปาก จมูก และหู หายไป
ผมบางส่วนถูกกระชากหายไป
หญิงคนนี้ไม่ใช่คนท้องถิ่น และไม่มีใครมีเบาะแสอะไรเพิ่ม ..

แล้วเพนเดอร์แกสต์ก็โผล่มา
เขาอยู่ในช่วงพักร้อน
แล้วก็มาทำคดีนี้โดยที่ไม่มีคำสั่งโดยตรง

ฆาตกรเป็นหนึ่งในพวกเรา
หนึ่งในเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนรู้จักกันหมด
ฆาตกรที่ฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหดและวิปริต
เป็นคนที่พวกเรารู่จักกันดี
เคยเดินสวน เคยยิ้มให้ เคยทักทาย เคยพูดคุย
ใครสักคนในกลุ่มคนเหล่านั้น
ฆ่าคนในหมู่บ้าน และกำลังจะฆ่าพวกเรา

สองครั้งแล้ว ที่เรารู้สึกว่าเพนเดอร์แกสต์ไม่ได้เก่งขนาดนั้น
เขามักมาช้าไป คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้
และมาไม่ทันการณ์เสมอๆ
มักจะมีคนที่น่าเสียดาย ตายลงในแต่ละเล่ม
เราไม่ควรผูกพันกับตัวละครของผู้เขียน
เพราะมันจะทำให้เราเสียใจ
เป็นหนังสือที่ไม่ค่อยเซอร์วิสคนอ่านเท่าไร

แต่มันก็เป็นเล่มที่อ่านสนุก ไม่เครียด ไม่กดดัน
ชวนให้เราติดตาม คอยคิดตามว่าฆาตกรน่าจะเป็นใคร
เป็นหนังสือสืบสวนฆาตกรรม ที่อ่านได้สบายใจกว่าเล่มก่อนหน้า ..

ต่อจากนี้คือบ่นปนสปอยล์นะคะ

โดยรวมเราชอบเกือบหมด ยกเว้นตอนจบ
คนร้ายเป็นคนที่แบบ .. โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้
ที่สืบมาตั้งแต่แรกแทบจะเปล่าประโยชน์ เสียเวลา
เรื่องของการตัดแต่งพันธุกรรมข้าวโพดเอย
เรื่องของตำนานเก่าแก่ของเมืองเอย
เหมือนเป็นเหตุบังเอิญอันพอดีไปเกือบทั้งหมด
ถ้าจบแบบเกี่ยวข้องกันกว่านี้ สมเหตุสมผลกว่านี้
มันก็คงจะพีคดี
จบแบบนี้มันเลย .. อ้อ จบ!

Comments are closed.