144-3 รัศมีจันทร์

เรื่อง รัศมีจันทร์
ผู้แต่ง ลักษณวดี
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
ราคา (เล่มละ) 130 บาท (2 เล่มจบ)

รัศมีจันทร์ เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านเอาไว้เมื่อนานมากแล้ว
นานจนจำอะไรไม่ได้เลย ยกเว้นแต่ความสนุก .. จำได้ว่านิยายเรื่องนี้สนุกมาก

144-1 รัศมีจันทร์

นี่คืออีกหนึ่งแนวนวนิยายที่ผู้เขียนถนัด การชิงไหวชิงพริบ ชั้นเชิงทางการเมือง
พระเอกและ/หรือนางเอกเฉลียวฉลาด ตัวโกงก็ฉลาด
สำหรับเรื่องนี้ ฉากของเรื่องคือรุไบยา
ผู้เขียนใช้พระเอก .. อับดุลลาเป็นผู้ดำเนินเรื่อง

เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในยุคที่อียิปต์ล่มสลายลงไปนับพันปีแล้ว
เมื่อมหาประเทศอียิปต์ได้แตกสลายลงกลายเป็นเมืองเล็กเมืองน้อย
ซึ่งปกครองตนเองด้วยระบบสภา แต่ละเมืองเล็กเมืองน้อยเหล่านั้นมีข่านเป็นผู้นำสูงสุด
เหล่าผู้นำสูงสุดทั้งห้าในแคว้นนี้ จะสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นครองแคว้นในตำแหน่งสุลต่าน
ผู้นำทั้งห้าแห่งแคว้นรุไบยาในขณะนี้คือ เบนลี ข่าน, อามัน ข่าน, โมฮิน ข่าน, บิบาร์ ข่าน
และสุลต่านองค์ปัจจุบันคือการิมาล

แคว้นที่เรียกกันว่า ‘รุไบยา’ แห่งนี้ เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ ที่ถูกขนาบด้วยเมืองใหญ่
หากอำนาจหนึ่งที่มีกำลังเทียมเท่าเมืองใดๆ คือน้ำมันดิบใต้ผืนแผ่นดินทะเลทรายทั่วทั้งแคว้น
นั่นเป็นสาเหตุให้เมืองโดยรอบอยากที่จะได้รุไบยาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน
หากแต่รุไบยายังคงความเปลี่ยนกลาง ไม่โอนเอียงไปทางฝ่ายใดมาโดยตลอด

นอกจากการปกครองทางฝ่ายการเมืองแล้ว ในส่วนของศาสนาและความเชื่อ
องค์รัศมีจันทร์ คือนักบวชหญิงคนสุดท้ายที่สืบทอดมาจากอียิปต์โบราณ
ทรงเป็นนายิกาแห่งทิวาและราตรี เป็นผู้ทรงรอบรู้อดีตและอนาคต
เป็นผู้ทรงสืบเชื้อสายมาจากเทวีอิซิส เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์
และเทพโอสิริส เทพเจ้าแห่งความตาย
เป็นเทพเจ้าที่อยู่ในร่างภิกษุณี คำสั่งของเธอคือประกาศิต
เป็นผู้ทรงอำนาจทางจิตใจ เป็นศูนย์รวมความศรัทธาสูงสุดเหนือผู้นำทั้งห้า
.. เหนือแม้แต่สุลต่าน
กองกำลังอันทรงประสิทธิภาพขององค์รัศมีจันทร์ ถูกขนานนามว่า กองทัพปีศาจ
เป็นกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว เงียบเชียบ และหายไปอย่างไร้ร่องรอยสมชื่อ

144-2 รัศมีจันทร์

อับดุลลา เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของมุสตาฟา เบนลี ข่าน
การจากไปศึกษาต่อยังต่างประเทศตั้งแต่เด็ก
ทำให้การกลับมาอีกครั้งของเขาเทียบเท่ากับการเริ่มต้นใหม่
โดยเฉพาะความเชื่อใหม่ ..
ความเชื่อเกี่ยวกับองค์รัศมีจันทร์ที่เขาเพิ่งเคยได้ยินพระนามเป็นครั้งแรก

เพียงไม่ถึงสัปดาห์ที่อับดุลลามาถึงรุไบยา เขาก็ได้ยินทั้งกิตติศัพท์ ทั้งได้เห็นความศรัทธา
และได้เห็นปาฏิหารย์ที่เกิดจากองค์รัศมีจันทร์ ปรากฏแก่สายตาของเขาเองหลายครั้ง
องค์รัศมีจันทร์ ได้ให้คำทำนายแก่เขาว่า ..

“ท่าน! ผู้จะได้เป็นข่าน .. ในอนาคตภายหน้า ..
ท่านจะเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายรุไบยา ท้ายสุด .. ท่าน! จะทิ้งแผ่นดินของตนเอง!”

ข่านอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องคือ อามัน ข่าน
อามัน ข่าน เป็นเพียงข่านที่มีทั้งสติปัญญา และความเข้มแข็งทางจิตใจเป็นรองข่านอื่นๆ
แต่ลูกสาวคนเล็กของเขา .. เอลยา คือผู้มีบทบาทสำคัญ
เอลยา คือหญิงสาวที่มีรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือ
และหากคณะนักบวชไม่พบองค์รัศมีจันทร์องค์ปัจจุบัน .. ผู้มีรอยพระจันทร์บนหน้าผากเสียก่อน
เอลยาคือผู้มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นองค์รัศมีจันทร์แทน .. นั่นคือสิ่งที่เธอรับรู้มาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
และนั่นคือแรงขับให้เธอทำตนแข่งขันกับองค์รัศมีจันทร์มาโดยตลอด

แม้ว่าเรื่องนี้ จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครชาย .. อับดุลลา มาโดยตลอด
แต่น้ำหนักความสำคัญของเรื่อง กลับไปตกอยู่ที่ผู้หญิงทั้งสองฝ่าย
คือองค์รัศมีจันทร์ และเจ้าหญิงเอลยา
(ไม่เข้าใจว่าทำไมเอลยาเป็นเจ้าหญิง แต่อับดุลลาไม่ใช่เจ้าชาย? ในเมื่อเป็นลูกข่านเหมือนๆ กัน?)
อย่างที่บอกว่าตัวละครในเรื่องนี้ฉลาด นางเอกฉลาดนั่นชัวร์อยู่แล้ว ลายเซ็นของผู้เขียนเขา
ตัวโกงเรื่องนี้ก็ฉลาด และพระเอกก็ฉลาดด้วย .. ฉลาดที่วางตัวโง่ให้ผู้หญิงทั้งสองชักเชิด
และแน่นอน ต่อให้ฉลาดอย่างไร เจ้าหญิงเอลยาก็ยังตามหลังองค์รัศมีจันทร์หนึ่งก้าวเสมอ
อ่านไปก็ทั้งสงสาาร ทั้งสมน้ำหน้า .. อยู่เฉยๆ ก็ดีอยู่แล้วล่ะน้อ ..
อ่านไปสักพัก จะเริ่มจับได้ว่า แม้ว่าตัวละครของเรื่องนี้จะฉลาดจริง
เนื้อเรื่องซับซ้อนซ่อนกลจริง แต่ถ้าพินิจดีๆ จะเห็นว่า
สถานการณ์เข้าข้างตัวละครเกินไป ผู้เขียนชงให้นางเอกตลอด
แต่ถึงรู้อย่างนั้น ก็ยังอ่านสนุกค่ะ เพราะจินตนาการผู้เขียนกว้างไกลมาก
เดาทางไม่ถูกว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ
แต่ไม่ลุ้นมาก เพราะชัวร์ว่านางเอกเหนือกว่าอยู่แล้ว (ฮา)
ลุ้นอย่างเดียวค่ะ ผู้เขียนคนนี้ .. ลุ้นว่าจะจบแบบแฮปปี้หรือจบทั้งน้ำตา ;P
ไปลุ้นกันเองนะคะ .. การันตีแค่ว่า เรื่องนี้สนุกมากค่ะ ^^

Comments are closed.

Post Navigation