เรื่อง ยายฝากบอกว่าขอโทษ
ผู้แต่ง เฟรียดริค บัคมัน
ผู้แปล ปราชญ์ อัสนี
สำนักพิมพ์ แมร์รี่โกราวด์ พับลิชชิ่ง
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786169376316

เรื่องนี้ค่อนข้างเล่าเรื่องต่างออกไปจากสองเล่มที่เราอ่านไปก่อนหน้า
(ชายชื่ออูเว, บริทท์มารีอยู่ตรงนี้)
เพราะคาแรคเตอร์ของตัวละครหลัก 2 คน
คนหนึ่งเป็นเด็ก อายุ 7 ขวบ
และอีกคนเป็นยาย อายุ 77 ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ

ครอบครัวของเอลซ่าประกอบไปด้วยยาย
ซึ่งอยู่ห้องหนึ่งในแฟลตเดียวกันกับเอลซ่า
ส่วนเอลซ่าอยู่กับแม่ในอีกห้องหนึ่ง
จากทั้งหมด 9 ห้องในอาคาร
ทีแรกนั้น ครอบครัวของเธอก็มีพ่อ แม่ เธอ และยายตามปกติ
จนกระทั่งวันหนึ่งที่แม่เลิกกับพ่อ
และก็อีกวันหนึ่ง ที่แม่แต่งงานใหม่
และในตอนนี้ก็กำลังจะมีลูกคนใหม่

ยายของเอลซ่าผู้ซึ่งเต็มไปด้วยจินตนาการ
จึงสร้างโลกใหม่ให้เด็ก 7 ขวบอย่างเธอ
เป็นโลกที่เรียกว่าดินแดนเกือบตื่น
ในโลกนั้นมีอาณาจักรต่างๆ แบ่งออกเป็น 6 อาณาจักร
แต่ละอาณาจักร มีชื่อ มีเรื่องราว และมีความสำคัญแตกต่างกันออกไป
และยายก็ค่อยๆ เล่าเรื่องของอาณาจักรเหล่านั้นให้เธอฟังในทุกๆ วัน
เรื่องเล่าพวกนี้เองที่ทำให้เธอนอนหลับลงได้
ท่ามกลางความเสียใจที่เธอไม่รู้จัก ..
หลังจากที่พ่อกับแม่เลิกกัน

ผู้เขียนไม่ได้สร้างโลกใบนั้นไว้แค่เพียงในนิทานก่อนนอนของเอลซ่า
แต่มีโลกใบนั้นอยู่ในทุกเรื่องเล่าของยาย
อยู่ในบทสนทนาของยายหลาน
ทำให้เราต้องคอยตีความว่า
สิ่งต่างๆ ที่ยายตั้งชื่อให้นั้น แท้ที่จริงแล้วหมายถึงอะไร

หนังสือเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นในคุก
ยายกับเอลซ่าถูกจับติดคุกในคืนวันหนึ่ง
ยายหนีออกจากโรงพยาบาล และเอลซ่าก็หนีออกจากบ้าน
เพื่อไปปีนรั้วสวนสัตว์ในตอนกลางคืน
ตอนที่ถูกจับได้ เกิดการต่อสู้ที่ค่อนข้างเละเทะ
และท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็ถูกจับมาไว้ในคุก
และกำลังรอแม่ของเอลซ่ามารับตัว

ฉากเปิดเรื่อง เป็นหนึ่งตัวอย่างความป่วนของยาย
ด้วยฉากนี้ มันบอกตัวตน คุณสมบัติ และลักษณะนิสัย
ของตัวละครยายหลานคู่นี้ได้ชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น
ก่อนที่จะจบบทแรกๆ ผู้เขียนก็แอบเฉลยว่า
แท้ที่จริงแล้ว ตอนกลางวันวันนี้ที่โรงเรียน เอลซ่าถูกเพื่อนแกล้ง
และทำให้ผ้าพันคอกริฟฟินดอร์สุดรักของเธอขาด
ยายต้องการสร้างความทรงจำใหม่เกี่ยวกับวันนี้ให้เอลซ่า
เพื่อทับถมความทรงจำแย่ๆ เมื่อตอนกลางวัน
นี่คือวิธีของยาย วิธีที่ไม่เหมือนใคร เล่นใหญ่ ดีด สุดโต่ง
และนี่คือวิธีที่ผู้เขียบอกกับเราว่า ยายที่เล่นใหญ่ ดีด และสุดโต่งคนนี้
แท้ที่จริง แล้วไม่ใช่เพราะยายเป็นคนไม่ดีเลย
และทั้งหมดนี้เองที่ทำให้เอลซ่ารักยาย

หลังจากเหตุการณ์วายป่วงวันนั้นไม่นาน .. ยายก็ตาย
เป็นการตายที่มีเอกลักษณ์มาก เพราะยายได้ทิ้งภารกิจสำคัญไว้ให้เอลซ่า
เป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยปริศนา ทั้งสำหรับเอลซ่า และสำหรับคนอ่าน

หลังจากที่ไม่มียายแล้ว
หนังสือเรื่องนี้ถูกเล่าต่อไปผ่านสายตาของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ
เนื้อเรื่องเป็นปริศนา และเป็นเทพนิยาย ในโลกของความจริง
มีอสุรกาย มีปีศาจดุดันร่างยักษ์ ..
เขาเป็นคนที่เอลซ่าจะต้องไปส่งจดหมายสำคัญจากยาย
จดหมายฉบับสุดท้าย และถ้อยคำสุดท้าย ..
จากยายถึงเขา .. และพวกเขา ..

ยายฝากบอกว่าขอโทษ

ยายฝากบอกว่าขอโทษ มีความเป็นวรรณกรรมเยาวชน
และมีความเป็นเรื่องแต่งสูงมาก
เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องลงล็อก เหมาะเจาะ และพอดีเกินไป
แต่ถึงอย่างนั้น ก็นับว่าเป็นการวางพล็อตที่เทพมาก

เรื่องที่เล่าผ่านสายตาของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ (ที่ฉลาดมากๆ)
ทำให้เราต้องคอยตีความเกี่ยวกับโลกแห่งจินตนาการนั้น
เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เราจะค่อยๆ ค้นพบว่า
โลกแห่งความจริงและโลกในนิทานนั้นซ้อนทับกันอยู่
และยายพยายามจะบอกอะไรบางอย่างแก่เอลซ่า
ผ่านทางมหากาพย์นิทานก่อนนอนทุกค่ำคืนของยายนั้น

ตัวละครในเทพนิยายของยาย .. ผู้คนในแฟลตแห่งนี้ ..
ล้วนเต็มไปด้วยคนพังๆ
คนเรามักเสียศูนย์ เวลาที่เราสูญเสีย
และมันยากที่เราจะกอบกู้ความรู้สึกภายในคืนมา
หลายคนมีชีวิตอยู่ต่อไปแบบพังๆ
บางคน แสดงอาการออกมาให้เห็นบ้าง
แต่กับบางคน ก็ซ่อนเร้นลึกล้ำเอาไว้ภายใน
ผู้เขียนพาเอลซ่า เด็กหญิงที่ฉลาดมากๆ
ไปล้วงแกะแคะคุ้ยรอยแผลเหล่านั้น ทีละคน ทีละคน

การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ช่างยากเย็น
ผู้ใหญ่หลายคน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในแฟลตแห่งนี้ เต็มไปด้วยบาดแผล
เต็มไปด้วยเหตุผลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นคนงี่เง่า น่ารำคาญ
โลกใบนี้เต็มไปด้วยคนงี่เง่า
ในขณะเดียวกัน โลกนี้ก็เต็มไปด้วยคนน่ารัก
เรื่องของเรื่องก็คือ ทั้งคนงี่เง่าและคนน่ารัก อาจเป็นคนคนเดียวกัน
นี่คือเสน่ห์ของผู้เขียน ที่ไม่ว่าเขาจะเขียนเรื่องไหน
ตัวละครของเขาก็มักมีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่เสมอ

นอกจากตัวละครที่มักจะถูกทำให้เราหลงรักในตอนจบเสมอๆ
เรายังหลงใหลสำนวนที่เขาใช้เรียกสิ่งต่างๆ
ชอบวิธีเล่า วิธีที่เขาบอกเรา ถึงความโกรธ ความรัก และความเศร้า
รวมถึงความรู้สึกซับซ้อนของตัวละคร
ที่ไม่อาจนิยามได้ด้วยถ้อยคำเพียงคำเดียว

ถ้อยคำและภาษาที่แปลออกมา
พอเหมาะพอเจาะ ไม่มีอะไรขาด ไม่มีอะไรเกิน
ตัวอักษรทุกตัวถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดีงาม

แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่า เรื่องนี้ช่างเต็มไปด้วยปริศนาและการผจญภัย
ระหว่างอ่าน มันเลยไม่ได้ราบรื่นเท่ากับตอนที่เราอ่านอีกสองเล่มของผู้เขียน
เรารู้สึกว่าเราน่าจะชอบเล่มนี้น้อยกว่าอีก 2 เล่มที่อ่านจบไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็นเล่มที่สุดยอดมากๆ อยู่ดี

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว
ขออนุญาตใช้พื้นที่รีวิวหนังสือ จดโน้ตชื่อาณาจักรต่างๆ
เอาไว้เตือนความจำเมื่อเราหยิบมันมาอ่านอีกครั้ง
เนื้อหาส่วนนี้ไม่น่าจะสปอยล์อะไรมากนัก
แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็สามารถอ่านข้ามไปได้ค่ะ 🙂

ไมอามัส – ฉันรัก
ไมบาทาลอส – ฉันสู้
ไมโมวัส – ฉันเต้นรำ
ไมเรวัส – ฉันฝัน
ไมพลอริส – ฉันเสียใจ
ไมออดาคัส – ฉันกล้า

Comments are closed.

Post Navigation