อ่านแล้วเล่า

มนุษยทำ

เรื่อง มนุษยทำ
Human Act
ผู้แต่ง ฮันกัง
ผู้แปล อภิชญา บุญรินทร์
สำนักพิมพ์ Page
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786161877866

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับ –
เหตุการณ์เดือนตุลาฯ ที่บ้านเรา (พ.ศ. 2516 และ 2519)
ที่เกาหลีใต้ ก็เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงไม่น้อยไปกว่ากัน
ในปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523)
เหตุการณ์นั้นมีชื่อว่า การสังหารหมู่ที่ควังจู
เหตุการณ์นั้น สร้างแรงกดดันกระทบต่อจิตใจของฮันกังในวัย 10 ขวบ
มันทับถม บ่มเพาะ และสร้างให้เธอเป็นเธอ .. ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้

ณ สถานที่เก็บศพ
จากศาลาว่าการเมืองควังจู มาสู่สนามกีฬาในร่ม
มีศพที่ถูกขนเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ผู้คนล้มตายจำนวนมากมาย
จนโลงศพทั้งเมืองมีไม่เพียงพอ

มีเด็กหนุ่มสาวเพียงไม่กี่คน ที่รับหน้าที่จัดการดูแลสถานที่แห่งนั้น
พวกเขาจดบันทึก คัดแยก ทำความสะอาด จัดหาโลงศพ
และต้องรับมือกับผู้คนทั้งเมือง ที่กำลังตามหาญาติของตัวเอง
แต่ละศพ อาจเป็นลูก หลาน พี่ชาย น้องสาว ฯลฯ
ของใครสักคนที่กำลงตามหาพวกเขาอยู่
เมื่อศพได้รับการยืนยัน ร่างนั้นก็จะถูกนำเข้าเก็บในโลง
ติดป้ายชื่อ ทำพิธีคร่าวๆ เท่าที่จะทำได้
ระหว่างนั้น ก็ยังจะมีศพถูกนำเข้ามาเพิ่มอีก ทบเท่าทวีคูณ

เด็กหนุ่มสาวอาสาสมัครที่รับผิดชอบสถานที่แห่งนี้ ประกอบไปด้วย
อึนซุก นักเรียนหญิงชั้น ม.6,
จินซู เด็กชายที่มีหน้าตาอ่อนหวานเหมือนผู้หญิง,
ซอนจู ลูกจ้างร้านตัดเสื้อ เด็กสาววัยเรียน แต่เธอไม่ได้เรียน,
และดงโฮ เด็กชาย ม.3 ที่มาตามหาเพื่อนที่หายไป

ผู้เขียนทยอยเล่าเรื่องของพวกเขาไปทีละบท
บางเรื่องผู้เขียนเล่าถึงพวกเขาโดยตรง
และบางเรื่องก็เล่าผ่านน้ำเสียงของตัวละครอื่น
ลมหายใจสีดำ รอยตบหน้าเจ็ดครั้ง เหล็กและเลือด
ดวงตาแห่งราตรี ฝั่งที่ดอกไม้บาน และแสงเทียนกลางหิมะ ..

มนุษยทำ เล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 2 ซึ่งแปลกมาก
ผู้เขียนเรียกตัวละครว่า “คุณ”
อ่านไป ก็รู้สึกกดดัน เหมือนถูกยัดเยียดให้เราเป็นตัวละคร
เป็นการอ่านที่ให้ความรู้สึกแปลก

ตัวละครที่ถูกแทนที่ด้วยคำว่า “คุณ”
ถูกเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ ในแต่ละบท
เราต้องใช้ระยะเวลาสักพักในตอนเริ่มอ่าน
กว่าจะจับบทบรรยายได้ว่า “คุณ” ในบทนี้ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
เป็นใคร เกี่ยวข้องกับใครสักคนในบทก่อนหน้าหรือไม่ ..

อีกหนึ่งความยากระหว่างอ่าน คือผู้เขียนไม่บอกที่มาที่ไปเลย
ยกสถานการณ์ตรงกลางขึ้นมาเล่า แล้วดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ
เราต้องคอยแกะสถานการณ์เอาเอง
ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ฉากคืออะไร และเกิดอะไรขึ้น

ทุกครั้งที่ขึ้นบทใหม่ คือฉากใหม่ สถานการณ์ใหม่
เมื่ออ่านบทใหม่ไปสักพัก
เราจึงสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวในบทนี้ เข้ากับบทก่อนๆ ได้

ถึง มนุษยทำ จะเป็นหนังสือที่อ่านยากในแง่ของวิธีเล่าเรื่อง
แต่ในแง่ของการถ่ายทอดอารมณ์ ผู้เขียนทำได้ดีมากๆ
ดึงคนอ่านเข้าไปมีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องได้ถึงรส
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเหนื่อย อึดอัด อัดอั้น
จังหวะภาษาที่เล่า ปลุกเร้า บีบเค้น ให้ต้องเว้นพักหายใจ
เป็นหนังสือที่อ่านเร็วๆ ไม่ได้เลย

ความโหดร้ายในทุกแง่มุม
ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก ผู้หญิง ผู้ใหญ่ หรือคนชรา
ในบางสถานการณ์ การถูกกระสุนยิงเข้ากลางหลัง
แล้วจบทุกอย่างลงยังดีเสียกว่า
การมีชีวิตรอด ไม่ได้เป็นพรอันประเสริฐ
ในสถานการณ์เช่นนี้
มันหมายถึงคุณได้รับสิทธิ์ให้ยืดระยะเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน

ผู้เขียนใส่เลือดเนื้อให้กับตัวละคร
ซึ่งอาจเรียกไม่ได้ว่าตัวละคร อาจเป็นจินตนาการ
แต่เป็นจินตนาการที่มีความจริงมากมายอยู่ในนั้น
เด็กมัธยมต้น ที่มีทั้งตัวตน อารมณ์ ความรู้สึก และชีวิต
เด็กมัธยม ที่ถูกหยุดเวลาไว้ที่มัธยม .. ไปตลอดกาล

ตอนเด็กๆ เราเคยได้ยินเรื่องราวทำนองว่า
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นทำเลวร้ายแค่ไหนไว้กับคนไทย
เวลาผ่านไป และเราเติบโต เราจึงได้รับรู้ว่า ไม่ใช่เพียงทหารญี่ปุ่น
แต่เป็นทหารแทบทุกประเทศในนามผู้รุกราน ต่างก็เคยทำแบบเดียวกัน
อาจจะเลวร้ายมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

เราเคยคิดว่าความผิดปกติของเรื่องทั้งหมดมันอยู่ตรงที่
คนที่สั่งการ มองไม่เห็นหน้างานว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่ได้เห็นว่าสิ่งที่คุณสั่ง มันก่อให้เกิดความเลวร้ายขนาดไหน
ขณะเดียวกัน การมอบอำนาจที่จะทำอะไรก็ได้ให้กับคนกลุ่มหนึ่ง
มันทำให้เขาหลงระเริงในอำนาจ
เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่ผิด
เพราะได้รับการอนุญาตโดยชอบ “ทำ”
ดังนั้น เขาจะทำสิ่งเลวร้ายอะไรก็ได้ ตาม “หน้าที่”

แต่เมื่อได้อ่านเล่มนี้ เราจึงเริ่มมองเห็นภาพอีกมุม
จากถ้อยคำที่ผู้เขียนตั้งคำถาม
ผู้เขียนถามเราว่า จริยธรรมที่เกิดขึ้นในฝูงชนนั้น
แยกจากจริยธรรมของคนคนนั้นตอนอยู่คนเดียวหรือเปล่า
ฝูงชนที่รวมตัวกันบางกลุ่ม
ไม่ลังเลที่จะเล็ง และเหนี่ยวไกปืนใส่มนุษย์ด้วยกัน
ทรมานร่างกาย หรือขืนใจ
ในขณะที่ฝูงชนบางกลุ่ม รวมตัวกันเพื่อความกล้าหาญ
เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม โดยยอมสละได้แม้แต่ชีวิต

ฝูงชนทั้งสองกลุ่ม
ไม่ได้เกิดจากการรวมตัวกันของคนที่ดีมากๆ หรือเลวมากๆ
พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา
ที่ถูกปลุกความดี หรือสันชาตญาณดิบที่เลวร้ายออกมา ขณะอยู่ในกลุ่ม
แบบไหนกันแน่ คือความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง?

มนุษยทำ เป็นหนังสือที่เรากลั้นหายใจอ่านบ่อยมาก
เป็นการอ่านที่ให้ความรู้สึกเหนื่อย หายใจไม่ทั่วท้อง
ตัวอักษรที่อ่าน เข้าไปเรียงตัวอัดแน่นกันอยู่ในอก
ยิ่งอ่าน พื้นที่สำหรับอากาศที่สูดหายใจเข้าไปก็ลดน้อยลงทุกที
จุกและเจ็บหน้าอก แต่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือคิดไปเอง

ใช่แหละ มันเป็นหนังสือที่อ่านยาก อ่านแล้วรู้สึกแย่
แต่นอกเหนือจากนั้น มันคือความดีงาม
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ควรค่าแก่การอ่าน –
เพียงเพราะมันพูดถึงมนุษย์และจริยธรรม
แต่มันดีงามด้วยวิธีเล่า การถ่ายทอดที่เหนือชั้น
แต่ละตอนของหนังสือ มีเรื่องราวของตัวมันเอง
ตัวละครทุกคน มีชีวิต มีเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง
และมันเจ็บทุกเรื่อง โหดทุกเรื่อง
ผู้เขียนรวบรวมผลพวงอันเลวร้ายจากหลากหลายแง่มุม
แล้วขมวดทั้งหมดเอาไว้ด้วยตัวละครหลักเพียงคนเดียว
เป็นวิธีเขียนที่น่าทึ่ง ..

ตอนอ่าน The Vegetarian เรายังกังขาในรางวัลโนเบลของผู้เขียน
แต่กับ มนุษยทำ เราไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
เรายอมรับสุดหัวใจเลยว่า .. นี่คือหนังสือที่ควรค่าแก่รางวัลนั้นจริงๆ

(บันทึกเอาไว้อ่านเอง)
ต้นเหตุของเหตุการณ์ ย้อนหลังกลับไปตอนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง
ญี่ปุ่นแพ้สงคราม และเกาหลีเป็นอิสระจากการปกครองของญี่ปุ่น
ในตอนนั้นเอง นายพล พัคจองฮี สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นผู้นำประเทศ
และอยู่ในตำแหน่งนั้นยาวนานถึง 18 ปี
ระหว่างนั้น เกิดการประท้วงเหตุการณ์นี้หลายต่อหลายครั้ง
พัคจองฮีใช้กำลังเข้าปราบปรามด้วยความรุนแรงมาตลอด
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาถูกลอบสังหาร

ในจังหวะที่ประชาชนกำลังโล่งใจ
นายพล ชอนดูฮวาน ก็ทำการรัฐประหาร
และปกครองเกาหลีต่อจากนั้น
ความอัดอั้นไม่พอใจของปวงชน ทำให้การประท้วงเกิดขึ้นอีกครั้ง
และการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปราม ก็เกิดขึ้นตามมาเช่นกัน
โดยศูนย์กลางการชุมนุมเกิดขึ้นที่ควังจู
นั่นคือจุดเริ่มต้นเหตุการณ์อันเป็นโศกนาฏกรรมที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้

Comments are closed.