118-2 พี่เลี้ยง

เรื่อง พี่เลี้ยง
ผู้แต่ง ทมยันตี
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
ราคา 240 บาท

หยิบนิยายคู่แฝดของ คำมั่นสัญญา มาอ่านต่อค่ะ ^^
พี่เลี้ยง นิยายที่มีอะไรต่อมิอะไรคล้ายคลึงกับคำมั่นสัญญาจนเราไม่เคยจำแยกกันได้
จำได้เป็นภาพรวมๆ ตลอด อ่านทีไรก็เหมือนอ่านใหม่ทุกครั้ง
ต้องเริ่มไปสักพัก ถึงจะเริ่มจำได้ ^^”

เนื้อเรื่องเล่าด้วยฉากบ้านสวนเหมือนคำมั่นสัญญาเป๊ะ
น้องดาตกน้ำ พี่รินช่วยไว้, คุณเรก็ตกน้ำ และพี่ชายก็ช่วยไว้เช่นกัน
บ้านนู้นมีพ่อม่ายคุณจ่าไหว, บ้านนี้ก็มีแม่ม่ายคุณป้าสุ ที่เป็นพ่อยกแม่ยกสปอยล์นางเอก
เริ่มต้นด้วยความที่ฝ่ายชายรำคาญเด็กหญิง แต่ก็ลงท้ายด้วยความผูกพันลึกซึ้ง
เศร้าทั้งคู่ น้ำตาแตกทั้งคู่ และมีคนตายทั้งคู่ .. แฮ่ .. อย่าหาว่าสปอยล์เลยค่ะ
เพราะบอกแค่นี้ ที่เหลือให้อ่านเอง อิอิ

118-1 พี่เลี้ยง

ความแตกต่างอยู่ที่คุณโชตินั้นเป็นเพื่อนกับคุณเรและพี่ชายมาตั้งแต่เล็กๆ
ในขณะที่บุรณะในเรื่อง คำมั่นสัญญา เพิ่งเข้ามามีบทบาทในตอนโต
สำหรับเรื่องนี้ ในวัยเด็ก คุณโชติคือผู้ประสานสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายที่ขี้รำคาญ
กับคุณเร น้องน้อยวัยงอแง
แต่เมื่อเติบใหญ่ สัตยาค่อยถอยห่างออกมาเรื่อยๆ
เพื่อทำหน้าที่สานสัมพันธ์รักให้กับเรไรและโชติวันแทน
หน้าที่ที่ทำให้ด้วยหัวใจรัก อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับคนที่ตนรักมากที่สุดทั้งสองคน
ให้จนลืมถามหัวใจตนเอง .. หรือบางที อาจรู้อยู่แก่ใจทั้งๆ ที่ทำ ..

117-5 พี่เลี้ยง

อ่านจบแล้วเข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงประทับใจคำมั่นสัญญามากกว่าพี่เลี้ยง
เพราะสารินรักชลันดามาตั้งแต่ต้น
ในขณะที่สัตยาเอือมระอาเรไรมาจนกระทั่งโตเป็นสาว
แถมยังทำท่าว่าจะมาหลงรักเวณิกา เพื่อนคุณเรเข้าให้อีก
หัวใจรักของสัตยาจึงไม่จับใจคนอ่านเท่ากับหัวใจรักและเสียสละของสาริน

สัตยา เป็นพระเอกประเภทที่ไม่รู้จักหัวใจของตนเอง ..
รู้สึกตัวช้า เจ้าอารมณ์ ขาดความรัก และขี้อิจฉา
ดวงแก้วอยู่ในมือแท้ๆ ไม่รู้ค่า หยิบปาทิ้งขว้าง
จวบจนวันที่เขวี้ยงไปแล้วคุณเรไม่กลับมานั่นแหละ
ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ขว้างไปคือดวงแก้วเจียระไน ไม่ใช่บูมเมอแรง
ประเด็นความกตัญญูและเสียสละของเรื่องนี้ ไม่ชัดเจนเท่าคำมั่นสัญญาค่ะ

แถมไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นนิยายรักสี่เส้า ที่ต่างคนต่างยื้อให้เรื่องมันเลยเถิดกันไปเอง
ความรู้สึกคล้ายๆ กันกับตอนที่อ่าน อย่าลืมฉัน นิดๆ ค่ะ (แต่คนละพล็อตกันนะ)

118-4 พี่เลี้ยง

พี่เลี้ยง เป็นนิยายที่ไม่มีตัวร้าย .. เป็นเรื่องราวความรักในอุดมคติ
ที่คงต้องอ่านโดยเข้าไปนั่งในโลกแห่งอุดมคตินั้นด้วย
อย่ายืดถือจับต้องหาเหตุผลอะไรมากมาย
อ่านเพื่อซาบซึ้งในรักแห่งอุดมคติ .. เพียงเท่านั้น

ทั้งๆ ที่ตรรกะการตัดสินใจเลือกหนทางเดินของชีวิต มันน่าหมั่นไส้ทั้งคุณเร ทั้งสัตยา
แต่ด้วยฝีมือการเล่าเรื่องชั้นบรมครูแล้ว
เนื้อเรื่องที่ดูน่าขัดอกขัดใจทั้งหลายแหล่
ยังมิวายทำให้เราเสียน้ำตาเข้าจนได้ในฉากก่อนจบ

118-3 พี่เลี้ยง

แต่พอถึงตอนจบ กลับดูรวบรัด มัดมือชก (คนอ่านนะคะ ไม่ใช่คุณเร)
จนเกินโรแมนติกไปหน่อย
เหมือนกับว่าตอนต้นเรื่องดำเนินมาอย่างยากเย็นสาหัส
พอนึกจะจบ อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด ตรงนี้ล่ะค่ะที่ทำให้ไม่อิน และไม่ฟินเท่าที่ควร
ตอนเด็กๆ อ่านแล้วไม่นึกอะไร แต่พอโตแล้วมาอ่าน
ดีกรีความประทับใจลดฮวบฮาบไปพอสมควรค่ะ

ปล. อ่านนิยายของทมยันตีทีไร คันไม้คันมืออยากเขียนนิยายบ้างทุกทีไป
ติดใจในวิธีบรรยาย ชั้นเชิงการเล่าเรื่องของผู้เขียน
และความซับซ้อนของจิตใจตัวละคร
แม้พล็อตจะไม่มีอะไรมากอย่างในเรื่องนี้
ผู้เขียนก็ยังสามารถตีแผ่หัวใจตัวละครออกมาได้ลึกล้ำ และบีบเค้นหัวใจ
เพราะฉะนั้น ถึงเราจะอ่าน พี่เลี้ยง ไม่อินเท่าไร
แต่โดยรวมก็ยังฟินกับวิธีเล่าเรื่องของทมยันตีไม่เสื่อมคลายค่ะ

Comments are closed.

Post Navigation