12-1 ผีเสื้อลายตะวัน

เรื่อง ผีเสื้อลายตะวัน
ผู้แต่ง ดวงตะวัน
สำนักพิมพ์ ดวงตะวัน
ราคา 280 บาท
(พิมพ์ครั้งที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2550)

ฉากเมืองโอจาถูกเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในผีเสื้อลายตะวัน
ฉากเดิม สถานที่เดิม และภูมิประเทศเดิม หากแต่ย้อนเวลากลับไปราว 3000 ปี
ก่อนที่ตรีดามาส บีแบล็ค และทุกๆ คนในปราสาททรายในสายฝนจะถือกำเนิดขึ้น

เจ้าของตำนานคนเถื่อน ผู้ที่เป็นต้นแบบของเหล่าคนเถื่อนทั้งมวลบนแผ่นดินโอจา
กาย กานาเมซ เริ่มต้นเล่าเรื่องราวอันเป็นปริศนาของเหล่านักโบราณคดี
ในปราสาททรายในสายฝน ให้พวกเราฟังโดยละเอียด .. นับจากนี้

แผ่นดินแสงดาวเมื่อ 3000 ปีก่อน ได้ถูกแบ่งเป็นชุมชนย่อยคล้ายๆ กับในปัจจุบัน
(เว่อร์เนอะ 3000 ปีผ่านไป แต่โครงสร้างเมืองคล้ายเดิมเป๊ะเลย)
โดยชาวคีราโมส์แห่งเนินเปดาลในอลาส
เมืองที่อุดมสมบูรณ์และมีทำเลอันดีถือโอกาสตั้งตนเป็นใหญ่เหนือชนกลุ่มอื่นในแผ่นดินนี้
ชาวอลาสมีความเป็นอยู่อย่างหรูหรา รุ่ยรวย ด้วยการกดขี่ข่มเหงชุมชนอื่น
เรียกเก็บบรรณาการอย่างขูดรีดและไม่เป็นธรรม
และนั่นเอง ทำให้เกิดการต่อต้านที่นำโดยคนเถื่อนจากโอจา .. กาย กานาเมซ

กาย ขี่ม้าไปทั่วแดนแผ่นดินแสงดาว ผูกมิตรกับคุ้มบ้านน้อยใหญ่
เพื่อขัดขวางการกระทำป่าเถื่อนของคนที่ยกตนว่าสูงส่งอย่างคีราโมส์
กายใช้วิถีแห่งผองเพื่อนที่ช่วยเหลือกันยามที่เพื่อนเดือดร้อน
และนั่นทำให้เพื่อนของกายมีมากขึ้นเรื่อยๆ
และนี่คือเสี้ยนหนามแทงใจของปันต์ราเมซ ผู้ปกครองสูงสุดแห่งอลาส

ปันต์ราเมซจึงคิดผูกมิตรกับคุ้มบ้านที่ใหญ่ที่สุด และมีกำลังแข็งแกร่งอย่างบ้านโซรัง
ลิบง ลูกชายนายบ้านโซรังคือหมากครั้งนี้
การระดาลัย หรือพิธีแต่งงานระหว่างศาตรีคีรา บุตรสาวแห่งปันต์ และลิบงจึงถูกกำหนดขึ้น

ความทะนงตนของผู้ที่เป็นถึงปันต์ผู้ครอบอำนาจสูงสุดในแผ่นดินทำให้เขาไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า
แท้ที่จริงแล้ว ใครคือหมากตัวนั้นกันแน่!!

ศาตรีคีราไม่เคยเต็มใจเลยที่จะต้องแต่งงานกับลิบง
เธอได้ลอบส่งสาส์นถึงกาย กานาเมซศัตรูคนสำคัญของพ่อ
ขอให้เขาช่วยพานางหนีจากระดาลัยครั้งนี้
หากในความเป็นจริง ศาตรีมิได้ส่งสาส์นขอความช่วยเหลือเพียงฉบับเดียว
สาส์นอีกฉบับหนึ่ง ถูกนำส่งมอบแด่สองพี่น้องแห่งคุ้มผีเสื้อจากโมเนต มัตเต และเรเชน
และจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เฉกเพื่อนครั้งใหม่ของกาย ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ปริศนาแห่งกีระดาราในเรื่องปราสาททรายในสายฝน ค่อยๆ ถูกเฉลยในเรื่องนี้ว่า
แท้ที่จริงแล้วกีระดาราหลังงามที่เหล่านักโบราณคดีในยุคปัจจุบันขุดค้นหากันแทบตายนั้น
มิใช่ปราสาททรายหลังงามอย่างที่ใครต่อใครคิดเลย
หากแต่คือปราการมั่นคงที่จะปกป้องแผ่นดินแสงดาวที่สวยงาม และแสนอุดมสมบูรณ์ต่างหาก
เจตนาที่แท้จริงของกาย ก็มิใช่เพื่อตั้งตนเป็นใหญ่เหนือคีราโมส์
แต่เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวธิโมส์
ให้ช่วยกันปกป้องแผ่นดินแสงดาวแห่งนี้จากคนต่างแดนภายนอกต่างหาก

สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
(และเราคิดว่า ถ้าอ่านแบบไม่สปอยล์ น่าจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการลุ้นและสนุกมากกว่ารู้ก่อนนะ)

เรื่องราวของสามชายหนึ่งหญิง …
แท้ที่จริงมิได้ยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่ตรีดามาส (นักโบราณคดีใน 3000 ปีต่อมา) นึกกลัว
ทั้งกายและมัตเต ต่างรักและปรารถนาดีต่อคีราอย่างน้องสาวเท่านั้น
ทั้งคู่ต่างเป็นสุขที่ได้เฝ้ามองความรักของเรเชนและคีราค่อยๆ เติบโตขึ้น
ทั้งกายและมัตเต ต่างสนใจในเรื่องเดียวกัน คือเรื่องของอาวุธและแผนการต่อสู้
ในด้านการรบ ทั้งคู่เป็นดังนักรบที่รู้ใจและเข้าคู่กันได้ดีที่สุด
แต่ในด้านการใช้ชีวิต มัตเตเป็นพี่ชายที่ช่างยั่วแหย่น้องชายมาดขรึมอย่างกายเสมอๆ

ความสัมพันธ์ของคนทั้งสี่ค่อยๆ ดำเนินไปอย่างสวยงาม
และมันจะยังคงเป็นเช่นนั้นไปตลอด ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น .. วันที่กายตกม้า

เมื่อความลับของกายเปิดเผย เนื้อเรื่องตอนนี้อ่านสนุกดี จิกหมอนสุดๆ
ความสับสน ความขัดแย้งภายในจิตใจของทั้งกายและมัตเต
ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่กล้ายอมรับความจริงในหัวใจตัวเอง
(บางที คนสองคนนี้ก็คิดเยอะเกินไปอ่ะนะ)

และในช่วงท้ายที่สุดอย่างที่ควรจะเป็น
ดวงตะวันก็หาทางลงให้กายและมัตเตได้อย่างสวยงาม

เรทัต ลูกชายที่เกิดจากกายและมัตเต
ถูกเลี้ยงในนามฝาแฝดของอินทัต ลูกชายที่เกิดจากเรเชนและคีรา

และน้องเล็กญีลา ลูกของมูลัช (พี่เลี้ยงสาวที่หนีมาด้วยกันกับคีรา) กับโคญี (เฮปา ปราชญ์ประจำโอจา)
เด็กสามคนผู้ที่จะเป็นตัวละครสำคัญของนิยายชุดธิโมส์ต่อๆ ไป (ห๊า!! ยังมีต่ออีกเหรอ!!!)

ตั้งข้อสังเกตนิดนึงว่า มูลัช พี่เลี้ยงของศาตรีคีราในเรื่องนี้ เป็นลูกของปราชญ์ลัชชูร์จากคีราโมส์
แถมยังได้มาแต่งงานกับเฮปาของเมืองโอจานั้น ..
มีชื่อเหมือนกับมูลัช หรือมูมู่ แม่เฒ่านักพยากรณ์ในปราสาททรายในสายฝนเลย
ไม่อยากจะคิดว่าแค่ชื่อเหมือนกันธรรมดา
หรือความจริงแล้ว มูมู่ ก็คือมูลัชในยุคกาย ที่อยู่ยงคงกระพันเป็นสาวสามพันปีก็ไม่รู้ (สินะ)

หนังสือ 2 เรื่องนี้ (ปราสาททรายในสายฝน กับผีเสื้อลายตะวัน)
เป็นนิยายของดวงตะวันที่เราชอบมากๆ และคิดว่าสนุกที่สุด
ทีแรก จึงตั้งใจเอาไว้ว่า คงจะหยิบนิยายชุดธิโมส์มารีวิวแค่เพียง 2 เรื่องนี้เท่านั้น
เพราะเรื่องต่อจากนี้นั้น ตอนที่เราอ่านรอบแรก เราว่าไม่ค่อยสนุก และพาลเอาขี้เกียจกลับไปอ่านใหม่
แต่ .. พออ่านมาถึงตรงนี้ เล่ากันมาถึงตรงนี้ มันยังรู้สึกคาใจไม่จบน่ะสิ
ก็เลยตั้งใจ (ใหม่อีกครั้ง) ว่า ขอหยวนๆ กับตัวเอง
เดี๋ยวจะลองหยิบทยอยมาอ่าน มาเล่ากันดูใหม่อีกครั้ง ค่อยเป็นค่อยไปนะคะ ^^”

Comments are closed.

Post Navigation